F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    63.คาถาธนูมือฉบับปรับปรุง

    แสงตะวันโผล่พ้นหมู่เมฆขึ้นมาสูงโด่ง  เสียงออดโรงเรียนก็ดังขึ้น เสียงกลองดุริยางค์ลั่นขึ้นเป็นจังหวะของเพลงชาติไทย นักเรียนที่นี้เข้าแถวตอน 9 โมงตรง และร้องเพลงชาติคลอไปกับจังหวะกลองดุริยางค์ สมัยก่อนที่วิทย์เรียน ตอนเช้าต้องเข้าแถว 8 โมงตรงเวลาร้องเพลงชาติก็ร้องปากเปล่าไม่มีดนตรีอะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้วเขามองข้ามรั้วออกไป เห็นนักเรียน เขาแถวตามลำดับชั้น  วันนี้วันอังคาร นักเรียนส่วนใหญ่สวมชุดนักเรียน มีเพียงบางห้องเท่านั้นที่อยู่ในชุดวอมพละ วิทย์เหลือบมองที่นั้นเพียงแวบเดียว ในนักเรียนกลุ่มนั้นไม่มีโลลิต ตัวน้อยทั้งสองคนของเขา หุๆๆเขาเลยไม่สนใจนักที่อาสมอาจารย์ดำ วันนี้ยังเต็มไปด้วยผู้คนเช่นเคย อาจารย์ดำยังคงทำพิธีจับปอบออยู่เหมือนทุกวัน ตอนนี้ใต้บันไดอาสมของแกเต็มไปด้วยหม้อที่มีวิญญาณ  ที่มีผีปอบถูกจับขังเอาไว้มากมายหลายสิบใบ มีลูกศิษย์ลูกหาของแกหลายคน นุงขาวห่มขาว มาช่วยงานที่นี้ พวกเขาต่างผ่านพิธีครอบอาคมเพื่อป้องกันวิญญาณร้ายกันทุกคน อาจารย์ดำจะทำพิธีทุกๆวันเพื่อป้องกันไม่ให้ผีร้ายเข้าสิงคนของแกได้ เช้านี้ก็เช่นกัน เสียงสวดคาถาดังออกมาจากอาสม ลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลายต่างนุ่งขาวห่มขาวนั่งอยู่ในสายสินที่กางเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีอาจารย์ดำนั่งอยู่บนแทนพิธีกำลังบริกรรมคาถา ในมือถือเอาปลายสายสินเส้นหนึ่ง เสียงตั้ง นะโม 3 จบดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยคาถาป้องกันผี“นะโมพุทธายะ มะพะ ทะนะ ภะ กะ สะ จะ สัพเพทวาปีสาเจวะ อาฬะวะกาทะโยปิยะ ขัคคัง ตาละปัตตัง ทิสวา สัพเพยักขา ปะลายันติ สักกัสสะ วะชิราวุธังเวสสุวัณณัสสะ คะธาวุธัง อะฬะวะกัสสะ ทุสาวุธังยะมะนัสสะ นะยะนาวุธัง อิเมทิสวา สัพเพยักขา ปะลายันติ” เสียงของอาจารย์ดำร่ายคาถาออกมาอย่างต่อเนื่องพิธีนี้ต้องร่ายคาถาถึง หนึ่งร้อยแปดคาบ ตามด้วยการรดน้ำมนต์จึงเป็นอันเสร็จพิธีวิทย์เดินเข้ามาในอาสม มันเป็นช่วงกลางของพิธีแล้ว มีผู้คนมากมายนั่งพนมืออยู่ด้านนอกอานาเขตสายสิน พวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกับพิธีนี้แต่อย่างไร พวกเขาเขาเป็นบันดาญาติๆของคนที่ถูกผีปอบเข้าสิง และตอนนี้พวกที่ถูกปอบเข้าสิงทั้งหมดถูกจับขังไว้ที่ใต้ถุนของอาสมชั่วราวก่อนจะถูกลำเลียงขึ้นมาด้านบน เมื่ออาจารย์เริ่มดำทำพิธีไล่ปอบ  วิทย์เดินเข้าไปสมทบกับคนเหล่านี้และนั่งลงใกล้กับชายชราคนหนึ่ง ไม่มีใครสังเกตเห็นเขา เพราะตอนนี้ทุกคนกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับพิธีกรรมด้านหน้า บรรยากาศในอาสม เต็มไปด้ายกลิ่นธูป ที่จุดบูชาครูบาอาจารย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย วิทย์นั่งมองสังเกตไปรอบๆ แลเห็น เด็กน้อยสองคนกำลังแลบลิ้นปลิ้นตาให้กับยายแก่ๆคนหนึ่งที่นั่งพนมมืออยู่ สายตาของแกมองจ้องไปยังพิธีเบื้องหน้าอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับคนอื่นๆ แกมองไม่เห็นเด็กสองคนนั้นเลย มีเพียงวิทย์เท่านั้นที่เห็นพวกมันทั้งสอง มันคือผีพรายกับกุมาทอง ตัวป่วนของอาจารย์ดำ วิทย์ไม่ได้สนใจพวกมันมากนัก เพราะยังไงมันสองตนก็ไม่เคยทำอันตรายใคร เพียงแค่หยอกล้อมตามประสาของเด็กที่กำลังซนก็เท่านั้น เขานั้งรอและคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ“วิทย์”เสียงเรียกดังขึ้น ทำให้เขาสะดุ้งตัวหลุดออกจาความคิดของตน“ครับ อาจารย์”เขาพนมมือขึ้นจรด ไหว้อาจารย์ก่อนจะพูด“มานี้”อาจารย์ดำเรียกเบาๆ วิทย์ลุกขึ้นเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงใกล้กับแทนพิธี“เอ็งหายไปไหนตั้งหลายวัน ข้าตามหาก็ไม่เจอ”อาจารย์ดำถาม วันนี้แกดูใจเย็น และอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หน้าตายิ้มแย้ม ดูเป็นมิตรกว่าทุกวัน สองวันที่แล้วแกอารมณ์ไม่ค่อยดี เพราะผีปอบมันอาละวาดชุกชุมมาก วันนี้ดูเหมือนมันจะน้อยลงไปมาก หลายวันมานี้แกให้ได้แดง กับ ชบา ตามหาวิทย์อยู่ตลอดแต่ก็ไม่เจอ ไม่รู้วืทย์ไปซุกหัวอยู่ที่ไหน“แฮ่ๆ อาจารย์ศิษย์ไม่สะดวกใจจะตอบ ถ้าพูดไปกลัวว่าอาจารย์จะไม่เชื่อและคนที่นี้อาจจะมองศิษย์ไม่ดี จะตอบโกหกไปก็ไม่ได้”วิทย์พูดอ้อมแอ้ม“เห้อ!เอ็งก็ลองโกหกอาจารย์ดูสิ ของเอ็งได้เสื่อมหมดเอ็งพูดความจริง จะไปสนใจคนอื่นทำไมพวกมันจะคิดอะไรยังไงก็แล้วแต่พวกมัน”อาจารย์ดำพูด“คะครับอาจารย์คือ ศิษย์ติดอยู่ในโลกวิญญาณ 3 วันพึ่งจะออกมาได้ก็เมื่อตีห้านี้เอง”ทันทีที่วิทย์พูดจบก็เกิดเสียงฮือฮา ออกมาจากฝูงชลทันที มีเสียงซุบซิบมากมายดังขึ้นเบาๆ เป็นไปตามที่วิทย์คาดเอาไว้ไม่มีผิดเลยซักนิด“ไอ้หนูนี้มันเป็นใคร พูดจาอวดโอ้เหลวไหลจริงๆ”ยายแกคนหนึ่งกระซิบให้เพื่อนที่นั่งข้างๆฟัง“อาจจะจริงก็ได้นะ เอ็งก็ได้ยินถ้ามันโกหกของมันจะเสื่อม”ชายแก่พูดเบาๆ“นี้เอ็งเชื่อเหรอ เรื่องพันธ์นี้”“เฮย!เชื่อไม่เชื่อเดี๋ยวก็รู้เอ็งจะรีบตัดสินไปทำไม”“ก็เรื่องนี้มันอุตะริเกินไป ไม่รู้มันกล้าอ้างมาได้ยังไง”“แกก็ได้ยิน มันก็บอกอยู่ว่าไม่ยากพูด แต่อาจารย์ดำอยากรู้ มันก็บอก”เสียงซุบซิปนินทาแบ่งออกเป็นสองฝั่งสองฝ่ายอย่างชัดเจน และเริ่มเถียงกันดังขึ้นเรื่อยๆ“อะแฮม!!”อาจารย์ดำกระแอมออกมาครั้งหนึ่ง ทุกคนจึงเงียบปากลง“ข้าก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เห็นไอ้แดงบอกว่าเอ็งไปลงเวทอาคมบารมีพระพุธเจ้าที่สนามบาสตรงวัดร้างกับสาวๆ 3 คน พอตกตอนเช้า กลับมาได้แค่ 3 สาว เอ็งหาย ตกลงเอ็งไปทำอะไรกันที่โลกวิญญาณวะ”อาจารย์ดำซักไซด์“มันจำเป็นที่จะต้องไปนะอาจารย์ผมไม่สะดวกที่จะพูดที่นี้”วิทย์ตอบอ้อมแอ้มอีกครั้ง“เออไม่สะดวกกูก็จะไม่ถาม วันนี้มึงมาช่วยกูก่อน ปอบมันชุก กูคนเดียวเอาไม่ไหว ตอนเย็นก็ยกครูทำพิธีลงสระว่านยา เพื่อเป็นศิษย์เต็มตัว”อาจารย์ดำพูด วิทย์ตอบสั้นๆคำเดียว“ครับ”“เอามันขึ้นมา”อาจารย์ดำพูด ลูกศิษย์ชายที่สวมชุดขาว 2-3 คนลงไปที่ไต้ถุนบ้านทันที แล้วหิ้วเอาคนที่ถูกปอบเข้าสิงขึ้นมา ด้านบนอาสม“เอ็งดูและจำเอาไว้ ตัวต่อไปจะให้เองจัดการ”อาจารย์ดำพูด ก่อนจะทำพิธี สวดยัดอาคมลงหวาย และขันน้ำมนต์ในสายตาของวิทย์ ทุกๆอักขระที่อาจารย์ดำบริกรรมคาถาออกมา ตัวอักขระที่ลงไว้ที่หวายจะปรากฏขึ้นราวกับถูกปลุกให้ตื่น อักขระสีดำตัวแล้วตัวเล่าถูกปลุกขึ้นบนไม้หวายอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปชั่วอึดใจ อาจารย์ดำก็เริ่มสอบสวนปอบที่เข้าสิงคน ราดด้วยน้ำมนต์ที่ร้อนอังไฟเอาแล้วฟาดพวกมันด้วยหวายอาคม ทรมานมันให้เจ็บปวดจนพวกมันยอม และออกจากร่างคนที่ถูกสิงแล้วลงไปในหม้ออาคม ที่อาจารย์ดำเตรียมเอาไว้เพื่อสะกดพวกมัน เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี คนที่ถูกไล่ปอบออกไปแล้วจะสลบเหมือดไปทุกรายวิทย์มองเห็นได้ชัดเจนว่าดวงวิญญาณของคนที่ถูกเข้าสิงนั้นถูกบีบให้อยู่ที่หัวใจของตนเท่านั้น ส่วนดวงวิญญาณผีปอบจะสิงร่างนั้นทั้งร่าง มันควบคุมความคิดแขนขาปาก ทุกอย่างของคนที่ถูกสิง วิญญาณคนเราปกติจะ มีขนาดพอดีกับร่างเนื้อ แต่เมื่อถูกสิง วิญญาณของเจ้าของร่างจะถูกบีบให้เล็กลงและถูกไล่ให้ไปอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของตน  และพื้นที่ส่วนใหญ่ของร่างจะถูกวิญญาณปอบยึดเอาไว้และกลายเป็นเจ้าของร่างนั้นชั่วคราว เมื่อ มันกำจัดดวงวิญญาณเดิมของร่างนั้นได้ คนที่ถูกสิงก็จะตาย ร่างกายของคนที่ถกสิงก็จะส่งกลิ่นเน่าออกมา จะสังเกตได้ง่ายๆ คนที่ถูกสิงถ้าดวงวิญญาณตายแล้ว เวลาพูดจา หรือหายใจ จะส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงออกมา เขาเรียกว่าตายยืน วิญญาณปอบจะอยู่ในร่างนั้นได้อีกซักพักเพื่อกัดกินเครื่องในของร่างนั้นจนเน่าหมด มันจึงออกไปหาเหยื่อรายต่อไป ปล่อยให้ร่างนั้นไร้ลมหายในและตายลงวิทย์นั่งมองในหัวก็คิดพิจารณา“วิญญาณปอบพวกนี้มันก็มองเห็นได้ชัดเจน จะไล่มันออกจากร่างต้องตีขนาดนั้นเหรอ แบบนี้เจ้าของร่างเนื้อไม่ระบมแย่เหรอ ดวงวิญญาณก็อ่อนแอแล้ว ร่างกายก็ถูกหวายตีอีก หลังปอบออกคงป่วยไปอีกหลายวัน” วิทย์คิด สำหรับเขาปอบพวกนี้เป็นเพียงดวงวิญญาณที่แตกหน่อออกมาจากตัวแม่ หรือปอบซุมปอบเชื้อ พวกนี้จะเป็นร่างหลัก และใช้การแตกหน่อเพื่อส่งวิญญาณรองมาหากิน การจะกำจัดมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลย แต่จะทำยังไงไม่ให้มันดูแปลกแยกหรือเด่นจนเกินไป และไม่เสียเวลามากเหมือนที่อาจารย์ดำทำ“เอามันออกไป ปอบ ออกแล้ว” อาจารย์ดำพูดหลังจากจับปอบขังเรียบร้อย เขาหันมาหาวิทย์และเห็นว่าวิทย์กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดจึงไม่รบกวน ผ่านมาหลายอึดใจในที่สุดอาจารย์ดำก็ กระแอมขึ้นเบาๆ ทำให้วิทย์ก็หลุดออกจากภวังค์“เอาตาแกแล้ววิทย์”แกพูดก่อนจะยืนหวายให้ หวายอาคมนี้แกไม่เคยให้ลูกศิษย์คนไหนได้จับมันเลย เพราะวิทย์เป็นศิษย์สืบทอดของแก จึงคู่ควรกับมันแกคิด ท่ามกลางสายตาอิจฉาของบันดาลูกศิษย์ชุดขาวมากมาย วิทย์เพียงยิ้ม แต่ไม่ได้ยื่นมือออกไปรับหวายอาคมจากมือของอาจารย์มา เขาเพียงยิ้มเท่านั้น“อาจารย์พอดีผมมีคาถาปราบผีมาใหม่ยากจะลองดู”วิทย์พูด“คาถาอะไรของเอ็งวะ เอาๆลองก็ลอง” อาจารย์ดำไม่คิดอะไรมาก แกเอาหวายวางลงบนพาน ลูกศิษย์ที่ถือพานนั้นก็ยกพานนั้นขึ้นไปวางบนแท่นพิธี“เรียกว่าคาถาสรนารายปราบวิญญาณ”วิทย์คิดชื่อมันขึ้นมาสดๆร้อนๆ เขาดัดแปลงคาถาธนูมือ เข้ากับ อักขระกำราบวิญญาณ ของเขา เพื่อใช้มือเป็นคันสรจัดการกับวิญญาณปอบพวกนี้“เอามันขึ้นมาอีก”อาจารย์ดำเรียกให้เอาคนที่ถูกปอบเข้าขึ้นมาวิทย์นั่งลง เขาเปิดเนตรสมาธิทั้งหมดขึ้น ดวงจิตรสีทองของเขาลอยออกมาจากร่าง  ก่อนจะเขียนอักขระขึ้นบนอากาศ ตัวอักขระตัวแล้วตัวเล่า ลอยเข้าไปในมือซ้ายของเขา ใช่แล้วอักขระเหล่านั้นคือสายอักขระของคาถาธนูมือ และสายอักขระคาถากำราบวิญญาณ เมื่อเสร็จสิ้นการลงอักขระที่มือซ้าย วิทย์บริกรรมคาถาธนูมือฉบับใหม่ที่เขาบัญญัติขึ้นมาหมาดๆ เพื่อสวดยัดเพิ่มความขลังในพิธี ทั้งหมดร้อยแปดจบ“โสภะคะวา อะทิสะมานิ อุเทยยัง คัจฉันตัพพัง สังสารัง ปะระมัง สุขัง นะลัพภะติ มหาสูญโญ จะสัมภะโต สังสาเร อานังคัจฉันติ  นะโมพุทธายะ ฯ”บริกรรมคาถาทั้งหมด 108 รอบก่อนจะเป่าเพี้ยงลงไปที่มือ เกิดรอยสักรูปธนูสีดำอันเล็กๆขึ้นที่หลังมือของเขาอย่างน่าอัศจรรย์ ลูกศิษย์ของอาจารย์ดำที่จ้องมือของวิทย์ อยู่ตลอดเวลาเห็นดังนั้นก็ขนลูกซู่ขึ้นทั้งตัว ก่อนจะจรดมือเหนือหัว พูดสาธุเบาๆ มันชื่อเหลียง มันเป็นศิษย์คนหนึ่งที่มาสักลายกับอาจารย์ดำ  และหวังจะร่ำเรียนวิชากับแกแต่มันไม่มีวาสนา มันไม่ผ่านการทดสอบของอาจารย์ดำถึง 3 ครั้ง สุดท้ายก็ไม่ได้เรียน จะว่าไปศิษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี้ก็ไม่ผ่านบททดสอบกันทั้งนั้น มันไม่รู้เลยว่าทำไมวิทย์ถึงได้มาเป็นลูกศิษย์สืบทอดของอาจารย์ดำได้ คราแรกมันก็รู้สึกอิจฉาและแอบดูถูก   วิทย์อยู่ไม่น้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวที่วิทย์คุยกับอาจารย์ดำเมื่อซักครู่ แต่ตอนนี้มันรู้แล้วว่า คนนี้ของจริง.

    คล้ายกับเรื่องF-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง) ที่คุณอ่าน