ตอนที่ 2: กรงนกไร้ทางออก
นัวร์ก้าวผ่านม่านแสงสีขาวโพลนเข้ามา ััแรกคือความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน อากาศที่เย็นะเืแต่ไร้กลิ่นถูกแทนที่ด้วยความอุ่นที่ไร้ที่มา พื้นผิวใต้ฝ่าเท้าไม่ใช่ไม้เก่าอีกต่อไป แต่เป็วัสดุประหลาดที่เรียบลื่นและเย็นเฉียบราวกับแผ่นโลหะขัดมัน
มันคือห้องโถงสีขาวกว้างใหญ่ที่ไร้สิ้นสุดอย่างแท้จริง ทุกพื้นผิว ทั้งพื้น ผนัง และเพดาน ล้วนเป็สีขาวบริสุทธิ์จนน่าคลื่นไส้ มันหลอมรวมกันอย่างไร้รอยต่อจนมองหาขอบเขตไม่เจอ แสงสีขาวสว่างจ้ามาจากทุกทิศทาง เป็แสงที่ไร้เงาและเ็า ทำให้การกะระยะทางกลายเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้
เขาลองก้าวเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว เสียงฝีเท้าของเขาเงียบสนิทราวกับพื้นสีขาวนี้กลืนกินเสียงทุกอย่างไปจนหมดสิ้น ที่นี่ไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อน มันคือความเงียบที่สมบูรณ์แบบจนน่าอึดอัด
เขาเห็นคนอื่นอยู่ไกลออกไป... หรืออาจจะใกล้? ด้วยแสงที่ไร้เงานี้ ทำให้ร่างของคนเ่าั้ดูเหมือนภาพวาดที่แปะอยู่บนผนังสีขาวมากกว่าจะเป็มนุษย์จริงๆ นัวร์คาดคะเนจากขนาดของพวกเขาว่าน่าจะอยู่ห่างออกไปราวๆ 50 เมตร แต่ก็ไม่สามารถแน่ใจได้เลย ทุกคนดูเหมือนเกาะเล็กๆ แห่งความสิ้นหวังในมหาสมุทรสีขาวที่ไร้ที่สิ้นสุด
ขณะที่เขากำลังประมวลผลสภาพแวดล้อมที่ผิดธรรมชาตินี้ ก็มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาเขา เธอเดินด้วยท่าทีที่มั่นคงกว่าคนอื่น เหมือนจะคุ้นชินกับสภาวะที่ไร้ระยะทางนี้แล้ว
"ยินดีด้วยที่รอดมาได้นะ" เสียงของเธอใสกังวาน แต่ในห้องที่ไร้เสียงสะท้อนนี้ มันกลับฟังดูแห้งแล้งและใกล้จนน่าประหลาดใจ "ฉันชื่อลูมิ... ไม่ต้องห่วง ที่นี่ปลอดภัย... ชั่วคราวน่ะนะ"
นัวร์มองสำรวจลูมิอย่างรวดเร็ว ในระยะใกล้ เขาสังเกตเห็นรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่แขนของเธอ และรอยเปื้อนดินที่ชายกระโปรงนักเรียน แต่ดวงตาสีฟ้าอ่อนของเธอกลับยังคงมีประกายของความมุ่งมั่นหลงเหลืออยู่
"นัวร์" เขาตอบสั้นๆ
"นายคงสับสนสินะ" ลูมิพูดต่อ "ที่นี่น่าจะเป็เหมือนห้องพักระหว่างด่าน ฉันคุยกับคนอื่นๆ มาแล้ว... เท่าที่พอจะจับใจความได้นะ ทุกคนดูจะยังช็อกอยู่" เธอมองไปรอบๆ อย่างเห็นใจ "ด่านของนายเป็ยังไงบ้าง? ของฉันเป็เกมที่ต้องหนีจากตุ๊กตาไล่จับในโรงพยาบาลเก่า... ฉันเกือบไม่รอดแน่ะ"
"ฉันไม่จำเป็ต้องแบ่งปันข้อมูล" นัวร์ตัดบทเสียงเรียบ "ทุกด่านมีความแตกต่างกัน ข้อมูลเก่าไม่รับประกันความอยู่รอดในด่านใหม่ การเปิดเผยจุดอ่อนมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายได้เปรียบ"
ลูมิขมวดคิ้วเล็กน้อย "ฉันไม่ได้มองว่าเธอเป็ 'อีกฝ่าย' นะ พวกเราทุกคนคือ 'ฝ่ายเดียวกัน' ต่างหาก"
"ความร่วมมือคือการพึ่งพา และการพึ่งพาคือความเสี่ยง" นัวร์พูดราวกับท่องปรัชญาประจำตัว "ฉันเชื่อในความสามารถของตัวเองเท่านั้น"
ก่อนที่ลูมิจะได้ตอบโต้อะไร อากาศเบื้องหน้าของทุกคนก็บิดเบือนอีกครั้ง คราวนี้เป็ตัวอักษรสีแดงเข้มที่ดูเหมือนจะเย้ยหยันพวกเขา ข้อความปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ทีละบรรทัด พร้อมเสียงประกอบเหมือนเสียงหึ่งๆ เบาๆ ในหัวของทุกคน
──────────────
【เหล่าผู้รอดชีวิตที่น่าทึ่ง... และเหล่าผู้รอวันสิ้นชีพ】
【พวกเ้าช่างดิ้นรนได้น่าสนุกนัก】
【ประกาศสำคัญ: เพื่อป้องกันการประวิงเวลาอันน่าเบื่อหน่ายและสิ้นหวัง】
【จากนี้ไป... ทุกด่านจะมีเวลานับถอยหลัง 10 นาทีในการเริ่มเกม หากหมดเวลาแล้วเกมยังไม่เริ่ม... ผู้เล่นทุกคนในด่านจะถูกกำจัดทิ้งทันที】
【และสำหรับผู้ที่ไปถึงด่านที่ 100 และสามารถเอาชนะได้... พรข้อหนึ่งจะถูกประทานให้... พรที่สามารถนำพาท่านกลับไปยังโลกที่ท่านจากมาได้... หากท่านยังจำมันได้】
【คำเตือนจากระบบ: พรนั้นมีค่ามหาศาล... จงอย่าปล่อยให้มันหลุดมือไปง่ายๆ 】
──────────────
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากผู้เล่นคนอื่นๆ ความหวังริบหรี่แต่ทรงพลังได้ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวัง
"เห็นไหม?" ลูมิพูดกับนัวร์ แววตาของเธอจริงจัง "เราต้องรอดให้ถึงด่านที่ 100 ให้ได้! เพื่อกลับบ้าน!"
นัวร์ไม่ได้ตอบ แต่ในใจของเขากำลังวิเคราะห์คำพูดของระบบอย่างละเอียด 'หากท่านยังจำมันได้'... ประโยคนี้คือกับดักทางความคิดที่แยบยล
──────────────
【ด่านที่ 2: คาโกเมะ คาโกเมะ (นกน้อยในกรง) 】
【เงื่อนไขการเริ่ม: ผู้เล่น 5 คน】
【ประตูสู่ด่านจะเปิด ณ บัดนี้】
【คำแนะนำจากระบบ: จงเลือกเพื่อนร่วมเดินทางที่ดี... หรือเหยื่อที่เชื่อฟัง】
──────────────
สิ้นเสียงของระบบ พื้นสีขาวส่วนหนึ่งก็ฉีกขาดออกราวกับกระดาษ เผยให้เห็นประตูไม้เก่าแก่ที่ผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า กลิ่นอับชื้นของไม้ผุและดินที่เปียกฝนลอยออกมาจากประตูนั้น ปะทะกับอากาศที่ปลอดเชื้อของห้องสีขาวอย่างรุนแรง
ผู้เล่นคนอื่นๆ เริ่มมองหน้ากันอย่างหวาดระแวง คำแนะนำของระบบทำให้ไม่มีใครไว้ใจใคร แต่ด้วยเวลาที่จำกัด ลูมิจึงะโเรียก "ใครก็ได้อีกสามคน! เราต้องไป!"
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ชายร่างท้วมที่ชื่อ ทานากะ, หญิงสาววัยกลางคนที่ชื่อ มิซากิ, และชายหนุ่มท่าทางเงียบขรึมชื่อ เคนจิ ก็เดินไปรวมกลุ่มกับลูมิ นัวร์ก้าวตามไปเป็คนสุดท้าย ทั้งห้าคนเดินผ่านประตูเข้าไป
โลกเื้ัประตูคือความแตกต่างอย่างสุดขั้ว อากาศเย็นชื้นและหนักอึ้งพัดปะทะใบหน้า กลิ่นสนิม กลิ่นดิน และกลิ่นใบไม้เน่าเปื่อยผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ พวกเขายืนอยู่บนพื้นกรวดที่แข็งและชื้นแฉะของสนามเด็กเล่นร้างแห่งหนึ่ง
ท้องฟ้าเป็สีม่วงอมส้มของยามสนธยาที่ใกล้จะดับแสง บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียดของอาคารเรียนไม้สองชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่เื้ัพวกเขา หน้าต่างทุกบานมืดสนิทราวกับดวงตาที่กลวงโบ๋ของหัวกะโหลกั์
ทางด้านซ้าย มีชิงช้าสองสามตัวที่โซ่ขึ้นสนิมเกรอะกรัง พวกมันแกว่งไกวไปมาอย่างเชื่องช้าในสายลม ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูเป็จังหวะที่น่าขนลุก ถัดไปคือสไลเดอร์เหล็กที่สีลอกจนเห็นเนื้อสนิม มันทอดตัวลงสู่แอ่งน้ำขังสีขุ่นที่สะท้อนภาพท้องฟ้าสีหม่น
ใจกลางสนามเด็กเล่น ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ประมาณ 20 เมตร คือเป้าหมายของด่านนี้: ต้นซากุระขนาดใหญ่ที่แห้งตายสนิท กิ่งก้านของมันบิดเบี้ยวและไร้ใบ ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับมือของโครงกระดูกที่พยายามจะคว้าอะไรบางอย่างเป็ครั้งสุดท้าย ที่พื้นดินใต้ต้นไม้ มีร่องรอยของวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร ถูกขีดไว้บนดินอย่างแม่นยำจนน่าประหลาดใจ มันคือ "กรง" ของพวกเขานั่นเอง
──────────────
【เกม: คาโกเมะ คาโกเมะ】
【กติกา: ผู้เล่น 1 คนจะเป็ "โอนิ" นั่งอยู่ตรงกลางพร้อมปิดตา ผู้เล่นที่เหลือจะเดินเป็วงกลมรอบๆ พร้อมร้องเพลง เมื่อเพลงจบ โอนิจะต้องทายว่า "ใครอยู่ข้างหลัง?"】
【เงื่อนไขชัยชนะ: รอดชีวิตให้ครบ 5 รอบ】
【เงื่อนไขความพ่ายแพ้: หากโอนิทายชื่อผิด... โอนิจะถูก 'ลงโทษ' ที่ไม่อาจแก้ไขได้】
【คำเตือนจากระบบ: บางครั้ง... สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็】
【ขอให้สนุกกับการเล่น】
──────────────
"ลงโทษ... อีกแล้ว" ทานากะพูดเสียงสั่น เขาเหลือบมองเงาที่ทอดยาวจากอาคารเรียนด้วยความหวาดระแวง
"เราไม่มีทางเลือก" มิซากิพูดพลางกอดตัวเองแน่น "ใคร... ใครจะเป็คนแรก?"
ทานากะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะพูดออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ "ผม... ผมเป็เอง! แค่ทายชื่อ... เราก็แค่จำตำแหน่งกันไว้ให้ดีก็พอ!"
เขาเดินข้ามพื้นกรวดไปยังใตต้นซากุระแล้วนั่งยองๆ ลงในวงกลม ปิดตาตัวเองแน่น นัวร์ ลูมิ มิซากิ และเคนจิ จำใจต้องเดินเข้าไปในวงล้อม จับมือกันอย่างไม่เต็มใจนัก ความเย็นจากมือของคนข้างๆ ส่งผ่านความกลัวถึงกันและกัน พวกเขาเริ่มเดินเป็วงกลมรอบตัวทานากะที่นั่งนิ่งราวกับรูปปั้น แล้วเริ่มร้องเพลง "คาโกเมะ คาโกเมะ" เสียงของพวกเขาสั่นเครือและไม่พร้อมเพรียงกัน มันลอยหายไปกับสายลมที่น่าขนลุก
...อุชิโระ โนะ โชเม็น ดาอาเระ? (ใครอยู่ตรงหน้าข้างหลัง?)
เมื่อเพลงจบ... ทุกคนหยุดนิ่งทันที คนที่อยู่ด้านหลัง "โอนิ" ในตอนนี้คือลูมิ
"ใคร... อยู่ข้างหลัง?" ทานากะถามเสียงสั่น
ทันใดนั้น นัวร์ก็สังเกตเห็นความผิดปกติ... เงาของลูมิที่ทอดไปบนพื้นดิน... มันบิดเบี้ยวและมีขนาดใหญ่กว่าที่ควรจะเป็! และในเงาที่มืดมิดนั้น เขามองเห็นดวงตาสีแดงคู่หนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เขา
ร่างของลูมิโปร่งแสงไปชั่ววูบ ใบหน้าของ "เด็กผู้หญิงในชุดกิโมโนเก่าๆ" ที่มีผมยาวปิดหน้าผากและรอยยิ้มแสยะผีร้ายปรากฏซ้อนทับร่างของเธออย่างน่าขนลุก เด็กหญิงผีตนนั้นกระซิบเสียงเย็นเยียบที่ข้างหูของทานากะ "เคน... จิ..."
ทานากะะโชื่อนั้นออกไปตามที่ได้ยิน "เคนจิ!"
ผิด! ทันทีที่พูดจบ ศีรษะของทานากะก็บิดหมุนกลับหลัง 180 องศาจนได้ยินเสียงกระดูกคอหักดัง "กร๊อบ!" ดังสนั่นไปทั่วสนาม ร่างของเขาล้มลงบนพื้นกรวดเสียงดัง ตุ้บ ดวงตาเบิกโพลงมองกลับหลังอย่างน่าสยดสยอง
มิซากิกรีดร้องสุดเสียง เธอทรุดลงไปกับพื้น เคนจิถึงกับผงะถอยหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด ส่วนลูมิก็รีบถอยห่างออกมาจากจุดนั้นด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เธอพยายามรวบรวมสติแล้วบอกทุกคนด้วยเสียงสั่นเครือ "เมื่อกี้... มีบางอย่างเกิดขึ้นกับฉัน มัน... มันเหมือนมีผีมาซ้อนทับร่างฉันแล้วบอกให้เขาพูดชื่อผิด! เราต้องเชื่อใจกันนะ! อย่าไปฟังเสียงอื่นนอกจากเสียงของพวกเรา!"
ลูมิพยายามใช้วิธีสร้าง "ความเชื่อใจ" เพื่อแก้ปัญหา แต่สำหรับนัวร์ มันคือการกระทำที่โง่เขลาและไร้เดียงสาที่สุด
การเชื่อใจคือการมอบอาวุธให้ศัตรู... โดยเฉพาะศัตรูที่มองไม่เห็น
นัวร์ยืนนิ่งเงียบ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สนามเด็กเล่นที่ตอนนี้ถูกความมืดเกือบจะกลืนกินไปจนหมดสิ้น
ไม่ใช่แค่การแทรกแซงทางเสียง... มันสามารถซ้อนทับร่างได้ชั่วขณะ... และเงา... เงาคือที่อยู่ของมัน เขาวิเคราะห์ เพลง... ชื่อเกม... "นกในกรง เมื่อไหร่จะออกมา?"... คำถามไม่ใช่ "ใครอยู่ข้างหลัง" แต่เป็ "เมื่อไหร่จะออกมา"... หรือว่าเป้าหมายของโอนิ ไม่ใช่การ "ทาย" แต่เป็การ "หนี" ออกจากวงล้อม?
สถานการณ์บีบบังคับให้ต้องมีคนเป็ "โอนิ" คนต่อไป เคนจิ ชายหนุ่มที่เงียบขรึมมาตลอดถูกกดดันให้ต้องเป็ เขาก้าวเข้าไปในวงกลมด้วยขาสั่นเทา
ทุกคนกลับไปตั้งวงอีกครั้งด้วยความหวาดกลัวอย่างยิ่งยวด นัวร์เข้าร่วมวงด้วย แต่สายตาของเขาสังเกตทุกสิ่งรอบตัวอย่างละเอียด... เงาใต้ต้นไม้ที่ทอดยาวบิดเบี้ยว, พื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้แห้ง, รอยวงกลมจางๆ ที่ล้อมรอบโอนิ, หรือแม้แต่สายลมที่พัดผ่าน เขาจะไม่อนุญาตให้ความตายเข้ามาใกล้ตัวเขาอีก
เพลง "คาโกเมะ คาโกเมะ" เริ่มขึ้นอีกครั้ง เสียงร้องสั่นเครือและไม่พร้อมเพรียงกันของลูมิและมิซากิ ดูราวกับเพลงกล่อมเด็กสู่ความตาย
เมื่อเพลงใกล้จะจบ... นัวร์สังเกตเห็นบางอย่างที่ไม่มีใครสังเกต... บนพื้นดินรอบๆ ตัวเคนจิที่เป็โอนิ มีตัวอักษรคันจิโบราณเรืองแสงขึ้นมาจางๆ เพียงเสี้ยววินาที แล้วก็หายไปอย่างรวดเร็ว มันคือคำว่า "後ろ (Ushiro - ข้างหลัง) "
เพลงจบลง... โอนิคนที่สองกำลังจะเอ่ยปากทาย... และตอนนั้นเองที่นัวร์เข้าใจปริศนาทั้งหมด
...จบตอนที่ 2