ตอนที่ 4 เสี่ยวจื่อเป็นคนที่พิเศษ
ตอนที่ 4 เสี่ยวจื่อเป็นคนที่พิเศษ นับเป็นครั้งแรกที่เสี่ยวจื่อได้มีเพื่อนที่พูดได้…ดังนั้นเสี่ยวจื่อจึงพูดไม่หยุด>_ “นี่ๆ พี่ไส้เดือนๆ พี่ไส้เดือนเข้ามาที่นี่ได้ยังไงเหรอ?”“….วิ่งหนีหมาป่าหลงเข้ามา….”“หยาาา หมาป่าหน้าตาเป็นไงเหรอ? น่ากลัวรึเปล่า มีใบและมีกิ่งเหมือนเสี่ยวจื่อมั้ย?”“….ไม่มีหรอก หมาป่าเป็นสัตว์จะไปมีใบเหมือนเจ้าได้ยังไง….”“เหรอๆ งั้นแปลว่าเป็นตัวเลื้อยๆ เหมือนพี่ไส้เดือนใช่มั้ย? …”“จะไปใช่ได้ไง หมาป่าเป็นสัตว์หน้าขน แต่ข้าเป็นงู คนละสายพันธุ์กันเลย!”“งั้นเหรอ… หมาป่ามีขนเหรอ… เหมือนพี่กระรอกกับกระต่ายใช่มั้ย….”“ใช่… คล้ายๆ แบบนั้นแหละ….”“ดีจัง… เสี่ยวจื่ออยากเห็นพี่หมาป่าบ้างจังเลยน้า… ว่าแต่เสี่ยวจื่อเคยเห็นรึยังนะ? …. อืม…. นึกไม่ออกเลยแฮะ…”"นี่… เจ้าต้นไม้ติ๊งต๊อง… ข้าว่าเจ้าจะพูดมากเกินไปแล้วนะ… ช่วยพูดให้น้อยลงหน่อยได้หรือไม่? ข้านอนไม่หลับแล้วเนี่ย… เจ้ารู้มั้ยว่าสำหรับงูเด็กอย่างข้า การพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ มีผลต่อการเจริญเติบโตนะ ข้าจะนอนทีไรเจ้าก็มากวนถามนู่นถามนี่ทุกที แบบนี้เมื่อไหร่ข้าจะได้โตเป็นปีศาจงูเต็มวัยสักที”“เห? ปีศาจงู? ใครคือปีศาจงูเหรอ? พี่ชายของพี่ไส้เดือนเหรอ?”“…-_-… เจ้าจะฟังข้าพูดได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ข้าเป็นงูแบบนี้ไม่ได้นะเจ้าต้นไม้โง่ แล้วถามหน่อย ถ้าข้าเป็นไส้เดือนจริงๆ พี่ข้าจะเป็นปีศาจงูได้ยังไง คิดสิคิด….”“เป็นได้สิ…. พี่ไส้เดือนยังมีเพื่อนเป็นต้นไม้อย่างเสี่ยวจื่อได้เลย >_<”“…-_-… ข้าละสงสัยจริงๆ ว่าข้าอยู่เถียงเรื่องไร้สาระกับเจ้าเป็นเดือนๆ ได้ยังไง… เอาเถอะ ข้ายอมแพ้ เป็นไส้เดือนก็ไส้เดือน เจ้าสบายใจรึยัง? ถ้าสบายใจแล้วก็เงียบซะ ได้โปรดปล่อยให้ข้าได้นอนเงียบๆ เถอะ"“แดดแรงอย่างนี้นอนได้ยังไงกัน... พี่ไส้เดือนไม่ได้เรื่องเลย...”ฟังคำต่อว่างุ้งงิ้งไม่จริงจังนักของเสี่ยวจื่อ เฟยหลงก็คล้านจะเถียง ดูท่าทางแล้วเจ้าต้นไม้โง่นี่คงไม่หยุดพูดให้เขาได้นอนเงียบๆ แน่ๆ จึงหันไปสนทนาต่อความในเรื่องอื่นแทน“ข้าสงสัยมานานแล้ว... ภูติต้นไม้อ่อนแออย่างเจ้าหลงเข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน? จะว่าเดินหลงเข้ามาเหมือนข้าก็ไม่น่าใช่ เพราะเจ้าเดินไม่ได้ น่าแปลกจริงๆ …"เสี่ยวจื่อฟังคำถามเกี่ยวกับตัวเอง นิ่งคิดไปเล็กน้อยก็ตอบความออกมา“เสี่ยวจื่อเป็นต้นไม้ เกิดและก็โตที่นี่เลยไง รอบที่แล้วเสี่ยวจื่อเกิดเป็นส้มกิมจ๊อ พอเสี่ยวจื่อแก่ตายก็เกิดใหม่เป็นต้นอ่อนอีกครั้ง เป็นวัฏจักรของพืชไง >_<”“อ้อ… งั้นก็แปลว่าคราวนี้เดี๋ยวพอเจ้าโตก็จะได้ออกผลเป็นกิมจ๊ออีกสินะ… ที่แท้เจ้าเป็นภูติส้มนี่เอง….”“ไม่ใช่นะ เสี่ยวจื่อเป็นต้นไม้เฉยๆ แต่ทุกครั้งที่งอกใหม่ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ คราวนี้ไม่ใช่ส้มหรอก ต้องรอให้โตก่อนถึงจะรู้ว่าเป็นอะไร แต่เสี่ยวจื่ออยากเป็นสาลี่ล่ะ >_<”“…? … มีด้วยรึเป็นภูติต้นไม้เฉยๆ แล้วเปลี่ยนชนิดไปเรื่อยๆ ได้? เคยได้ยินแต่ว่าเกิดเป็นอะไรก็จะเป็นอย่างนั้นสะสมตบะไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้เป็นภูติที่มีร่างเซียน ภูติองุ่นก็กลายเป็นเซียนองุ่น ภูติท้อก็กลายเป็นเซียนท้อ ไม่เคยรู้ว่าเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้มาก่อน"เฟยหลงได้รับฟังข้อมูลแปลกใหม่แล้วก็พยายามคิดทบทวนเรื่องราวตอนที่ได้อยู่กับแม่เฒ่าปีศาจ โชคดีที่นางคนนี้นับเป็นผู้ที่ใฝ่รู้และรอบรู้คนหนึ่ง จึงได้มีตำราความรู้ต่างๆ ของห้าดินแดนสี่สมุทรเก็บไว้ในถ้ำให้เฟยหลงได้หยิบอ่านศึกษาหาความรู้มากมาย ช่วงเวลาห้าร้อยปีที่อยู่กับแม่เฒ่าคนนี้จึงนับว่าไม่ได้เสียเปล่านักในเรื่องการศึกษาหาความรู้ ลูกปีศาจงูดำเฟยหลงคนนี้จึงนับว่าเป็นคนที่ได้เปิดหูเปิดตาคนหนึ่งมีแค่เรื่องการฝึกปราณบำเพ็ญเท่านั้นที่นางไม่ยอมให้ข้าฝึก เพราะไม่ต้องการให้ข้าได้พัฒนาพลังปราณจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ข้าจึงจำเป็นที่จะต้องแอบซุ่มฝึกฝนด้วยตนเอง น่าแปลกนักที่การลองผิดลองถูกของข้าไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่นัก แต่พลังบำเพ็ญของกลับเพิ่มพูนได้รวดเร็วกว่าปีศาจตนอื่นจนแม่เฒ่ายังถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นเพราะข้ามีสายเลือดและชาติกำเนิดที่สูงส่งจึงมีการพัฒนาที่ดีได้โดยไม่ต้องลงแรงมาก…คิดแล้วก็น่าแปลก…แค่ปีศาจงู แม้จะไม่นับเป็นปีศาจหรือเซียนในระดับชั้นต่ำ แต่ก็ยังไม่ใช่ชั้นสูง เหตุใดแม่เฒ่าถึงได้กล่าวเช่นนั้น…อีกอย่างหนึ่งตามความรู้พื้นฐานของร่างเซียนและปีศาจ ร้อยปีแรกจะมีร่างตามร่างเดิมเช่นที่ข้าเป็นงู ร่างกำเนิดก็จะต้องเป็นลูกงู บำเพ็ญตบะครบร้อยปีจึงจะมีร่างเป็นเซียนหรือปีศาจวัยเด็กได้ ครบห้าร้อยปีก็จะเข้าสู่วัยรุ่น และครบหนึ่งพันปีก็จะได้เป็นผู้ใหญ่ ยกเว้นในกรณีของข้าที่โดนแม่เฒ่าสาปไว้จึงได้มีร่างเด็กยาวนานกว่าปกติ คงต้องรอให้มีตบะครบหนึ่งพันปีนั่นแหละถึงจะเป็นวัยรุ่นได้แล้วเสี่ยวจื่อนี่คืออย่างไร? … เป็นส้มกิมจ๊อมารอบหนึ่งอายุก็น่าจะเกินร้อยปี สมควรแปลงร่างเป็นภูติเด็กได้แล้ว ไหงจึงได้วนกลับมาเป็นเมล็ดแล้วงอกเป็นต้นอ่อนอีก? หรือเขาจะโดนเทพเซียนคนใดสาปเหมือนข้า?“เปลี่ยนได้ซี่… เสี่ยวจื่อเป็นต้นไม้ที่พิเศษนะ มีคนเคยบอกว่าเสี่ยวจื่อเป็นคนที่พิเศษมากๆ ไม่เหมือนคนอื่น ก็เลยเปลี่ยนพันธุ์ได้ทุกครั้งที่งอกใหม่เลย >_<”ได้ยินเสี่ยวจื่อบอกเล่าว่าตนเองมีความพิเศษ เฟยหลงก็ถึงกับต้องหันไปมองเสี่ยวจื่อหัวจรดเท้าอย่างพิจารณา พยายามมองหาความพิเศษที่ว่านี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามหาเท่าไหร่ก็ยังหาไม่เจอ….“ข้ารู้แล้ว… เจ้าซื่อบื้อเป็นพิเศษใช่หรือไม่? ….แล้วใครกันที่บอกว่าเจ้าพิเศษ แน่ใจนะว่ามีตัวตน ไม่ใช่ว่าเจ้ามโนเพ้อเจ้อไปคนเดียวหรอกน่ะ…-_-…”“หง่ะ! ไม่ใช่ซะหน่อย ว่าเสี่ยวจื่อได้ยังไง พี่ไส้เดือนใจร้ายจัง!”“แล้วที่เจ้าเรียกข้าเป็นไส้เดือนอยู่นี่นับว่าใจดีนักรึไง!”“ก็พี่ไส้เดือนเป็นไส้เดือนไง เสี่ยวจื่อพูดผิดตรงไหนล่ะ!”“ผิดทุกตรงนั่นแหละ! บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าเป็นงู!”“แล้วทำไมต้องว่าเสี่ยวจื่อด้วยเล่า ฮึก ฮึก แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”“!!! โอ๊ยยย แล้วเจ้าจะร้องไห้ทำไมฮะ”“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆ”“นั่น… แหกปากเข้าไป หยุดร้องซะทีสิโว้ย!!!!”“แง๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”“ก็ได้ๆ ข้าไม่ว่าเจ้าแล้ว เป็นข้าผิดเอง เจ้าหยุดร้องได้แล้ว”“…ฮึก…ฮึก… จริงนะ……”“จริงๆ … พี่เฟยหลงผิดเอง เสี่ยวจื่ออย่าแหกปากอีกเลยนะ ข้าหูจะแตก….”“อืม… เสี่ยวจื่อไม่ร้องแล้วก็ได้ >_< ….ว่าแต่… พี่เฟยหลงเป็นใครเหรอ? ….."ยิ้มดีใจได้ไม่ทันไรก็หันมาทำหน้าบ้องแบ๊วถามความกับพี่ไส้เดือนของตนเองซะอย่างงั้นไม่รู้ทำไม เฟยหลงกลับรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกกวนประสาทเสียได้…. ‘ความจริงแล้วเจ้าต้นไม้นี่ไม่ได้โง่ แต่มันตั้งใจกวนตีนข้าใช่มั้ยนะ?…'“………..-_-…………. เอาเถอะ… ข้าผิดเอง… ผิดมันทุกเรื่องเลย… เสี่ยวจื่อคนดี… เสี่ยวจื่อผู้น่ารัก… ได้โปรดเมตตาปล่อยให้ข้าได้นอนอย่างสงบเถอะนะ T_T……." ____________________ขอบคุณคอมเมนต์ค่า