หวังสงไป๋สูง 1.8 เมตร อยู่ในชุดทหารสีดำ ใบหน้าหล่อเหลา แผ่ออร่าอันตรายเหมือนกับสัตว์ร้าย
เนี่ยฝานไม่เข้าไปรบกวนการปรากฎตัวของพระเอก วันนี้เขาแค่มาดูฉากคลาสสิกในนิยาย ใช่ว่าจะมาช่วยคนสกุลหวัง
“แกเป็นใคร กล้าดียังไงมาป่วนงานเลี้ยงของสกุลหวัง!” หวังทงเดินออกมาข้างหน้า เขามีร่างกายที่สูงใหญ่เหมือนหมี ดังนั้นจึงไม่กลัวการปรากฎตัวของหวังสงไป๋คนนี้
“สิบปีที่หยูโจวตอนนั้นฉันทำได้เพียงวิ่งหนี สิบปีต้องฝ่าฟันความตาย สิบปีนี้มากด้วยความทุกข์ระทม สิบปีผ่านพ้นกลับมาด้วยความแค้น ฉันหวังสงไป๋ลูกชายของหวังเทียนเหลา แม่ของฉันคือหยูเจี๋ย ที่นี้พวกนายจำได้แล้วใช่ไหม!” หวังสงไป๋ตะคอกเสียงดังฉะฉาน หลายคนที่ไม่รู้จักตัวตนของเขาเริ่มคุยกับคนเฒ่าคนแก่เพื่อหาข้อมูลเพิ่ม
“หวังสงไป๋” หวังจูซินพึมพำชื่อนี้
“พี่สาวรู้จักคนอันตรายเหรอ บอกผมหน่อยว่าเขาเป็นใคร” เนี่ยฝานแสร้งถาม ในความจริงเขารู้อยู่แล้ว
“นั่นสิพี่สาว พี่รู้จักผู้ชายคนนั้นด้วยเหรอ” หวังเทียนตูเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่วัย 20 ปีต้นๆ จึงไม่แปลกที่จะไม่รู้จักอีกรุ่นหนึ่ง
หวังจูซินไม่มีอะไรต้องปิดบัง “หวังสงไป๋เป็นเด็กที่เกิดจากคนรับใช้ ดังนั้นสถานะขอเขาจึงถูกกีดกันจากสกุลน่ะ และหลังจากที่คุณอาหวังเทียนเหลาเสียชิวิต สองแม่ลูกจึงถูกไล่ออกจากบ้าน โดยทางผู้ใหญ่กล่าวว่าเป็นความผิดของหยูเจี๋ยที่ทำให้คุณอาตาย แต่ในความจริงเรื่องเป็นแบบไหนไม่มีใครรู้”
เนี่ยฝานยิ้มเล็กน้อย เป็นปกติของคนจีนที่ไม่ชอบลูกที่เกิดมาจากคนใช้ พวกเขามองว่ามันต่ำ ไม่คู่ควรกับสายเลือดสูงส่ง ก็เหมือนกับการสมสู่ของพี่น้องและญาติในราชวงศ์ต่างๆ เพียงเพราะความคิดสุดเขลาเพื่อรักษาสายเลือดบริสุทธิ์นั่นแหละ
....
“โอ้...งั้นนายก็กลับมาแล้วสินะ คนที่ถูกไล่ออกจากสกุล วันนี้กลับมาเพื่ออะไร หรือว่าจะเข้ามาป่วนงานเลี้ยงของคุณพ่อ” หวังทงขยับมือ กลุ่มบอดี้การ์ดห้าคนได้ปรากฎตัวอยู่ข้างหลังเขา
แขกที่ร่วมงานต่างหลีกหนี ส่วนโต๊ะของเนี่ยฝานอยู่ไกลจากกจุดเกิดเรื่อง ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกลัวว่าจะโดนลูกหลง
“ฉันมาวันนี้เพื่อทวงคืนสิ่งที่เป็นของของฉัน!” หวังสงไป๋มีใบหน้าเย็นชา และนั่นทำให้คนสกุลหวังรู้สึกโกรธ
“จัดการมัน!” หวังทงสั่งการ
บอดี้การ์ดห้าคนรีบเคลื่อนไหว พวกเขานำกระบองที่เอวออกมาแล้วฟาดเข้าที่ศีรษะและลำตัวของคู่ต่อสู้ เพื่อที่จะจบการต่อสู้นี้ในเวลาอันสั้น
“อ่อนแอ!” หวังส่งไป๋เค่นเสียงเย็นชา เท้าเตะไปที่โลงศพข้างหน้า จะเห็นได้ว่าเขามีพละกำลังจำนวนมาก ส่งให้โลงศพบินออกไป กวาดต้อนบอดี้การ์ดทั้ง 5 คนจนเลือดตกยางออกในการโจมตีเดียว
หวังทงไม่สามารถยืนอยู่เฉยๆ ได้ พุ่งเข้าไปรับโลงศพนั้นด้วยกำลังทั้งหมด คล้ายว่าหวังสงไป๋รอโอกาสนี้มานานแล้ว เขากระแทกฝ่ามือไปที่โลงศพ ทำให้โลงศพที่ถูกปิดกั้นมากด้วยแรงส่ง ทำเอาหวังทงตัวลอยลิ่ว แล้วโลงศพก็พุ่งไปถึงโต๊ะของหวังหม่า
ใครหลายคนต่างพากันกรีดร้อง หวังทงตัวใหญ่เหมือนหมีแต่ยังถูกจัดการ นั่นแสดงให้เห็นว่าวันนี้สกุลหวังเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
หวังสงไป๋ไม่คิดขัดขวางแขกบ้านอื่นที่มาร่วมงานที่กำลังวิ่งหนี สำหรับเขาในสายตามีเพียงสกุลหวังเท่านั้นที่ต้องชดใช้
วอดก้าและรัมต่างยืนอยู่ด้านหลังของเนี่ยฝาน พวกเขาเหงื่อออกพลั่ก คิดว่าตัวเองค่อนข้างโชคร้าย ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหนกับเนี่ยฝานเหมือนว่าจะเกิดเรื่องตลอด และหากครั้งนี้ไม่สามารถปกป้องเจ้านายได้จะถูกลดตำแหน่ง ซึ่งอาจจะกลายเป็นแค่คนสวน
หวังหม่าลุกขึ้นยืนจากโต๊ะที่พังทลาย ก่อนที่สายตาจะตกลงไปที่หวังส่งไป๋ซึ่งเดินเข้ามา
“นายต้องการอะไร!” เขาถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ต้องการอะไร ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกสิ่งที่ฉันต้องการก็คือความจริงของการเสียชีวิตของพ่อ แล้วความจริงที่ว่าสกุลหวังไล่ฉันกับแม่เหมือนหมูเหมือนหมา หึหึ วันนี้ฉันมาทวงทุกอย่างของฉันคืน อีกอย่างหนึ่งผู้นำสกุลหวัง ไม่สิฉันควรจะเรียกแกว่าไอ้แก่ ตำแหน่งผู้นำสกุลน่ะนั่งมานานแล้วละมั้ง ทำไมไม่แบ่งให้ฉันนั่งแทนล่ะ” หวังสงไป๋ยืนอยู่ตรงนั้น แต่คำพูดของเขากลับทำให้หลายคนโกรธเกลียด
“จริงอยู่เหตุการณ์นั้นทำให้นายต้องโกรธเรา แต่อย่าลืมสิว่านายเป็นเพียงลูกของคนรับใช้ คิดจะนั่งในตำแหน่งผู้นำสกุลเหรอ นี่ฝันไปหรือเปล่า” หวังเทียนตู้ลุกขึ้นยืน เขาค่อนข้างทนไม่ได้กับพฤติกรรมของชายหนุ่มตรงหน้าซึ่งมีเลือดของสกุลหวังไหลเวียน
“พ่อ...” หวังเทียนตูกังวลแทนพ่อ และฉากต่อมาก็ทำให้เขายิ่งโกรธขึ้น เพราะหวังสงไป๋ได้เหยียบศีรษะของพ่อเขาติดพื้น ในฐานะลูกจะนิ่งเฉยได้ยังไง รีบวิ่งออกไปช่วยทันที
หวังหมิงรีบตามเข้าไปห้าม จากความแข็งแกร่งของหวังสงไป๋ไม่ใช่ใครก็สามารถสู้กับเขาได้ แล้วก็เป็นจริงดังคาด หวังเทียนตูถูกซัดปลิว โชคดีที่หวังหมิงคอยรับตัวไว้ทัน มิฉะนั้นเขาคงได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้
หวังจูซินลุกขึ้นยืน เธอเองก็ทนไม่ได้เหมือนกัน ส่วนเนี่ยฝานยังนิ่งอยู่บนโต๊ะ คอยดูฉากคลาสสิกต่อไป
“หวังสงไป๋ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดได้หรือเปล่า อย่าได้ทำร้ายใครอีกเลย”
ฝ่ายชายตัวสั่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียง
นี่คือผู้หญิงที่ดีกับเขาเพียงคนเดียวในสกุลหวังยกเว้นแม่ก็ว่าได้
“ไม่ได้หรอก สิบปีนี้ฉันต้องทนทุกข์ทรทานแค่ไหนเธอรู้บ้างไหม เพื่อที่จะแก้แค้นสกุลหวังฉันต้องสละอะไรไปบ้างเธอรู้ไหม ดังนั้นเธอจึงไม่รู้แต่ยังกล้าที่จะพล่ามเรื่องไร้สาระ!” หวังสงไป๋มุ่งมั่นในการแก้แค้น และนั่นทำให้หวังจูซินเม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอ แม้แต่เพื่อนในวัยเด็กก็ไม่สามารถปกป้องได้
“สกุลหวังเรายิ่งใหญ่มาร้อยปี ใช่สายเลือดต่ำต้อยจะนั่งบนตำแหน่งผู้นำได้!” หวังหม่าแม้จะไร้เรี่ยวแรง ทว่าเขายังมีศักดิ์ศรีเป็นถึงหัวหน้าสกุล
หวังสงไป๋เผยรอยยิ้มกริ่ม ก่อนจะซัดฝ่ามือใส่โลงศพอย่างแรง ในระยะเพียงแค่นี้หวังม่าไม่สามารถหลบได้อยู่แล้ว กอปรกับร่างกายที่แก่ชรา จึงถูกโลงศพกระแทกตัวปลิว
“นี่คือสิ่งที่แกสมควรได้รับ ไอ้แก่ ฮ่าฮ่าฮ่า!” หวังสงไป๋ทิ้งคำพูดไว้เพียงเท่านี้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยง
ลูกหลานรีบเข้าไปดูอาการของหวังหม่า หลังจากยืนยันว่ายังมีลมหายใจอยู่จึงรีบโทรติดต่อรถฉุกเฉิน
...............
เนี่ยฝานรู้ว่าการแสดงวันนี้จบลงแล้วจึงเลือกที่จะกลับ แต่ก่อนหน้านั้นหวังจูซินได้เดินไปส่ง
“ความจริงพี่สาวไม่ต้องมาก็ได้นะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะ นายน้อยเนี่ยถือเป็นแขกคนพิเศษ”
“ฮี่ฮี่ โอเค มันแล้วแต่พี่สาวนี่นะ”
“จริงสิ...เรื่องวันนี้ทำให้นายเนี่ยกลัวหรือเปล่าคะ”
เนี่ยฝานแอบมองเธอรู้สึกว่าสิ่งนี้ต่างจากต้นฉบับเล็กน้อย
ในนิยายหวังจูซินจะต้องไปดูแลคุณปู่ที่โรงพยาบาล และมีการพูดคุยกับหวังสงไป๋หลังจากนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเนี่ยฝานที่เข้ามาร่วมงาน ต่อให้เขาไม่เข้าไปขัดขวางการปะทุของหวังสงไป๋ แต่พล็อตยังคงเปลี่ยนไป
“ถ้ากลัว...พี่สาวจะทำยังไงเหรอ”
ไม่เป็นไรที่จะแกล้งหล่อน ยังไงซะชีวิตของยอดทหารก็ไม่มีอะไรดีอยู่แล้ว เป็นไปได้ยังไงที่เขาต้องปล่อยเธอไป
“เอ่อ...ทำทุกอย่างเพื่อนายน้อยเนี่ยค่ะ”
สกุลหวังเติบโตได้เพราะสกุลเนี่ย หากเหตุการณ์นี้ทำให้สกุลเนี่ยถอนทุน นั่นหมายความว่าสกุลหวังจะล้มละลาย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทางนั้นส่งหวังจูซินมาพูดคุย เพราะตั้งแต่เข้าไปในงานเนี่ยฝานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาสนใจเธอ ทางนั้นจึงเข้าใจผิดและยอมเสียสละหวังจูซินเพื่อแลกกับความมั่งคั่งไม่รู้จบ
“จริงหรอ นั่นหมายถึงนอนกับผมด้วยหรือเปล่า”
“เอ๋...นั่นมัน” หวังจูซินตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าเนี่ยฝานจะพูดคำหยาบคายออกมาตรงๆ สิ่งนี้ทำให้หญิงสาวตั้งตัวไม่ทันและหน้าแดง
“ถ้านั่นเป็นสิ่งที่ทำให้นายน้อยสงบได้ล่ะก็...”
“ฮี่ฮี่ ล้อเล่นน่า ผมยังมีเวลาอีกเยอะให้อยู่กับพี่สาว แต่ตอนนี้ขอตัวก่อน ถึงงานวันนี้จะถูกขัดจังหวะแต่อยู่กับพี่สาวก็สนุกมาก ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงกับผลที่ตามมา”
หวังจูซินถอนหายใจโล่งอก ถึงได้เตรียมใจแล้วก็เถอะแต่หากต้องนอนจริงๆ ก็คงเหมือนกับฝันร้าย และเธอคงไม่สามารถมองเนี่ยฝานเป็นคนดีได้ตลอดชีวิต
......
หวังสงไป๋ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปที่บ้านหลังเก่าเมืองหยูโจว เขตสลัม มันเป็นสถานที่สกปรกที่คนรวยไม่กล้าย่างกายเข้ามา และปลอดภัยต่อการซ่อนตัว ดังนั้นหยูเจี๋ยจึงเลือกที่นี่เป็นที่หลบภัยชั่วคราวเมื่อ 10 ปีก่อน
หวังสงไป๋จอดรถหน้าบ้านหลังเก่ามุงสังกะสีขึ้นสนิม ภาพความทรงจำในอดีตกลับมา ทำให้เขาต้องกำหมัดแน่น
ประตูบ้านเปิดออก ไม่ใช่แม่ที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแต่กลับเป็นคนอื่น ราวกับฉุดรั้งหวังสงไป๋ขึ้นมาจากภาพในอดีต เขาสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้งแล้วขับออกไปจากสลัมที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์
รถขับมาเรื่อยๆ จนถึงร้านคาเฟ่หน้ามหาลัยต้าโจว จอดรถไว้ที่ขอบฟุตบาท หยิบรูปถ่ายกล้องฟิลม์ในกระเป๋าออกมาดู เป็นรูปถ่ายของผู้หญิงสองคนและเด็กสามคน
“ป้าหวัง หวังเทียนซือ หวังปู้อี้ ไม่รู้ว่าผ่านมาแล้ว 10 ปี ยังจะจำเราได้หรือเปล่านะ”