ในเมืองที่แสนสงบสุข ม่านบาเรียวงแหวนเวทย์กางครอบเมืองทั้งเมือง ทำหน้าที่ปกป้องเมืองจากอสูรร้าย ส่องสว่างสดใสสีฟ้าบางๆ มันเป็พลังเวทย์โบราณที่เหล่าผู้พิทักษ์ออร่าสีฟ้านั้นช่วยกันร่ายขึ้นมา เพื่อปกป้องชาวเมือง
“คา..เม..คา..เม..ค่าาาาาาา” "เห้ย นี้ข้าทำมันขึ้นมาได้จริงๆใช่ไหม" !!
'ถ้าจับหลักการมันได้ มันก็ไม่ยากเย็นอะไรนี้หว่า'
เด็กหนุ่มคิดที่จะโคจรวิชาที่เขาเคยรู้มาในอดีตอีกมากมาย
บูม บูมมมมมมมมมม
‘ข้าคิดเอาไว้แล้ว ว่าไอ้ลูกหมานั่น ! มันมีพลังปราณออร่าสีเขียว’
องครักษ์ชุดดำ ใช้วิชาหมัดปลิดชีพ หวังปัดคลื่นพลังลมปราณของชางอวิ๋น
“ตูมมมมมมมมม”
คลื่นพลังะเิคาร่างของชายชุดดำ ร่างกระเด็นกลับหลังไปหลายร้อยหลา อาการแบบนี้ ถ้าไม่าเ็สาหัสก็ไม่รอดถึงวันพรุ่งนี้อย่างแน่นอน
"ตุบ" ทันที ที่ชายชุดดำปะทะกับคลื่นพลังปราณ ชางอวิ๋นที่ท่วงท่าที่อ่อนแรงและล้มลงไปกับพื้น
ทันใดนั้น !! หัวหน้าองครักษ์ที่คอยสังเกตอยู่อีกที่หนึ่ง ะเิพลังปราณออร่าสีเขียวขั้นที่ 9 สูงสุด ส่งผลให้บรรยากาศรอบข้างอึดอัดทันที
เมื่อเห็นโอกาศที่จะชำระความแค้นให้กับนายน้อย เขาจึงเร่งความเร็วพุ่งเข้าไปหาร่างของชางอวิ๋น
"เปรี้ยง !!"
เมื่อหัวหน้าของชายชุดดำกำลังจะถึงตัวชางอวิ๋น เท้าของหลินหลิงที่มีออร่าสีเขียวเข้มข้นประทับเต็มใบหน้าของหัวหน้าองครักษ์นายน้อยตระกูลฟางอย่างรุนแรง
ร่างของมันกระเด็นพุ่งไปติดอยู่กับกำแพงที่ห่างอยู่หลายร้อยหลา
ขณะที่ชางอวิ๋นได้สู้กับองครักษ์ หลินหลิงได้แอบใช้่เวลา 10 ลมหายใจ หยิบโอสถทะลวงปราณขึ้นมากิน เพื่อบ่มเพาะพลังปราณตามที่ชางอวิ๋นเคยแนะนำเอาไว้
ขอแค่เพิ่มโอกาสได้ซักเล็กน้อย ที่จะทำให้พลังสูงขึ้นมาได้ เผื่อเธอจะเป็ประโยชน์ในการต่อสู้ครั้งนี้
แต่ผิดคาด !! ระดับของหลินหลิงพุ่งทะยานสูงขึ้นถึง 5 ขั้น ทำให้เธอมีพลังลมปราณออร่าสีเขียว ขั้นที่ 3 ทันที
เธอดีใจมากๆ ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวของเธอมาก่อน ระดับพลังงานเอ่อล้น ยากจะคาดคิดได้ว่าระดับเพิ่มขึ้นมาทีเดียวถึง 5 ขั้น
แต่ความกังวลใจที่ถาโถมเข้ามา มันอึดอัดแทบกระอักเืเพราะสัญญาณอันตรายมันอยู่รอบๆตัวของเธอนั่นเอง
หลินหลิงรู้แก่ใจดีว่า ระดับของเธอนั้นไม่อาจต่อกรกับหัวหน้าชายชุดดำได้ แต่ก็อาจจะพอถ่วงเวลาได้บ้าง จึงอัดพลังลมปราณไว้ที่เท้าเร่งความเร็วไปอุ้มชางอวิ๋นที่หมดสติอยู่ และรีบหนีออกไปจากเมือง
หลินหลิงมีความรู้สึกว่าเธอต้องทำอะไรซักอย่าง ต่อให้สถานการณ์เป็อย่างไร ก็ต้องพาชางอวิ๋นไปรักษาตัวที่ปลอดภัยให้ได้ ก่อนที่ทางหัวหน้าชุดดำจะตามพวกเขามาทัน
อีกใจนึงก็กลัวว่าหลินฟางพ่อของเธอจะโกรธอย่างมาก ที่มากับผู้ชายที่ไม่มีหัวนอน เธอจึงตัดสินใจหนีเข้าไปในป่าอสูรที่อยู่นอกบาเรีย
หัวหน้าชายชุดดำเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงรีบอัดพลังลมปราณตามเธอไปด้วยความเร็วสูงสุด
ตรวจสอบ !! "เ้าคิดว่าปราณออ่าร่าสีเขียวขั้นที่ 3 จะหนีพ้นมือของข้าคนนี้ไปได้รึ"
เธอพยายามเร่งความเร็วให้มากกว่านี้ แต่ด้วยปราณที่เพิ่งบ่มเพาะยังไม่คงที่ ทำให้เร่งความเร็วได้ไม่มากเท่าที่ควร
เธอได้ทะยานเข้ามาในป่าลึกขึ้นเรื่อยๆ มีอสูรร้ายกว่าอสูรวัวหลายเท่านัก ทำให้เธอรู้สึกกดดันและเหนื่อยล้ากว่าที่เป็
"ชางอวิ๋น ! ชางอวิ๋น ! เ้าได้สติมารึยัง เ้าเป็อะไรไป ทำไมอยู่ดีดีถึงสลบไปแบบนี้ ถ้าความเร็วของมันยังพุ่งเข้ามาแบบนี้ข้าคงทนได้ไม่ถึงชั่วยามนะ เ้าบ้านั้นต้องถึงตัวข้าแน่ๆ"
ความซวยไม่ทันหายความตายเข้ามาแทรก เงาลางๆที่อยู่ห่างจากเธอไม่ไกลมากนัก มีขนาดที่ใหญ่เกินกว่า 4 เมตร
"นั่นมัน ........... คิเมร่า !! ทำไมต้องมาเจอมันตอนนี้ด้วยนะ โธ่เอ๊ย !! " หลินหลิงบ่นเจ็บใจ
อสูรระดับิญญา 'คิเมร่า' (ระดับ 3) สีทองอร่าม แม้ในยามที่มันหลับ มันยังคงมีหางที่เป็งูคอยใช้ตาจับจ้องเหยื่อได้ในระยะไกล เป็อสูรที่แข็งแกร่งมากที่สุดในเขตป่าตะวันตกของเมืองตระกูลหลินก็ว่าได้
แต่ด้วยความพยายามของเธอนั้น เธอได้หยุดเคลื่อนที่แล้วหันหลังกลับ รอชายชุดดำ ที่เคลื่อนที่มาด้วยความเร็วสูง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าหมดแรงแล้วรึคุณหนูหลิง ข้าไม่อยากจะทำร้ายเ้าหรอกนะ ถ้าคุณหนูส่งไอ้เด็กเหลือขอมา ก็ถือซะว่าเื่ทั้งหมด ที่เกิดขึ้น ระหว่างตระกูลหลินกับฟาง ไม่เคยมีเื่บาดหมางต่อกัน"
เื่ความเป็ความตายของนายน้อยของมัน มันก็คือความบาดหมางระหว่างตระกูลกันเลยทีเดียว
และในตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ของมัน มันจึงจำเป็ต้องหาคนมารับโทษให้ได้ ไม่เช่นนั่นบ่าของมันก็จะไม่มีหัวอยู่เหมือนกัน
ระหว่างที่ชายชุดดำะโเสียงดังมาแต่ไกล หลินหลิงได้วางกลยุทธเรียบร้อยแล้ว 'อย่าว่าเป็กลยุทธเลยมันก็แค่วิ่งล่อให้อสูรมันไปโจมตีชายชุดดำเท่านั้นเอง'
เธอหันทิศของตนเองไปอีกทาง เพื่อไม่ให้ชายชุดดำนั้นสังเกตุเห็นอสูรร้ายตัวนั้น
"ข้าก็ว่าแล้วหละว่าพลังของข้าคงหนีเ้าไม่พ้น แต่ว่าถ้าข้าให้เขากับเ้าไปง่ายๆ ความพยายามทั้งหมดของข้ามันก็จะสูญเปล่า !!"
"เอาแบบนี้ดีไหม ถ้าเ้าไล่แตะตัวข้าได้แม้แต่ปลายเล็บ ข้าจะยอมส่งเขาไปกับเ้าแต่โดยดี"
เมื่อสิ้นเสียง หลินหลิงทะยานพุ่งไปด้านข้างของคิเมร่าโดยใช้ลมปราณให้น้อยที่สุด ชายชุดดำยังไม่ได้ทันได้ตั้งตัวจึงใไม่มองรอบข้าง ะเิลมปราณตามเธอมาอย่างกระชั้นชิด
เมื่อชายชุดดำถึงตัวหลินหลิงภายใน 5 ลมหายใจ เขากำลังจะเอื่อมมือไปจับตัวหลินหลิง ก็พบกับลมหายใจอันเย็นะเื สติของเขาเริ่มเลื่อนลาง
"บูมมมมมมมมมม" เสียงของคิเมร่าทะยานออกจากที่พักพุ่งเข้ามาหาชายชุดดำ และใช้หางสะบัดอย่างรุนแรงไปที่หลินหลิงกับชางอวิ๋น
"เปรี้ยง !!" ร่างของหลินหลิงพุ่งไปกระแทกกับหินแตกหักอย่างรุนแรง ชางอวิ๋นกระเด็นออกจากตัวของเธอ ลอยตกอยู่ไม่ไกลกันมากนะ
แต่เหยื่อของคิเมร่านั่น ไม่ได้อยู่ที่เธอ ตอนนี้หัวสิงโตของคิเมร่ากำลังประชันหน้าอยู่กับชายชุดดำ ซึ่งชายชุดดำได้แต่ยืนตัวสั่นพร้อมปลดลมปราณออก
เพราะอสูรตัวนี้ขึ้นชื่อได้ว่าถ้าใครยิ่งแข็งแกร่ง มันก็จะยิ่งดูดลมปราณของผู้ยอดยุทธมาเพิ่มพลังให้กับตัวมันเอง
ชายชุดดำรู้ตัวแล้ว ว่าชะตาชีวิตของตนกำลังจะถึงคาด จึงหยิบเครื่องส่งสัญญาณของตระกูลฟางแล้วหักทิ้ง ทำให้ผู้อวุโสของตระกูลรู้ทันทีว่ามีเื่อันตรายที่ระดับหัวหน้าองครักษ์รับมือไม่ไหว
เสียงแตกหักดังพร้อมกับ ร่างของหัวหน้าชายชุดดำถูกฉีกเป็ชิ้น ๆ ไม่สามารถรับมือได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
"อ๊ากกกกก ก ก . . . "
เสียงร้องอันโหยหวนทำให้หลินหลงลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ สังเกตเห็นร่างของชางอวิ๋นสลบอยู่ เธอรู้สึกเสียใจที่ไม่อาจปกป้องคนที่เคยช่วยชีวิตของเธอเอาไว้ได้
เธอไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน โชคร้ายต้องมาเจอกับอสูรร้ายตัวนี้ ทั้งความเร็วและพละกำลังของมันมหาศาล จนเธอไม่สามารถต่อกรกับมันได้เลยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อหางตาของเธอแอบไปเห็นถ้ำที่อยู่ด้านข้างของคิเมร่า เธอเริ่มเร่งลมปราณขึ้นอีกครั้ง
คิเมร่าได้เคลื่อนย้ายร่างอันใหญ่โตมโหฬารออกไปสังหารชายชุดดำ ทำให้ด้านหลังของมันเผยถ้ำขนาดใหญ่ แต่เนื่องด้วยขนาดตัวของคิเมร่าเองก็ใหญ่มากกว่าถ้ำ ตัวมันจึงทำได้แค่เฝ้าเท่านั้น
หลังจากคิเมร่าฆ่าชายชุดดำนั้นเสร็จ มันหันมาเล็งที่ สาวน้อยผิวหิมะ ออร่าสว่างสดใส ถึงจะมีฝุ่นเขรอะเป็บางส่วน แต่ก็ไม่ลดทอนความเป็เธอลงเลยแม้แต่น้อย
หลินหลิงพยายามรวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่เท้า พุ่งไปคว้าร่างของชางอวิ๋นแล้วรีบทะยานเข้าไปในถ้ำทันที โดยที่คิเมร่าก็พยายามทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูง
มันได้ใช้เขี้ยวอันแหลมคมกัดเข้าไปที่ไหลของหลินหลิงได้เสี้ยววินาที ก่อนที่ทั้งคู่จะกระเด็นเข้าไปในถ้ำด้วยแรงส่งของหลินหลิง
ทั้งคู่พุ่งกระเด็นเข้าไปในถ้ำตามแรงพุ่งของเธอ โชคดีที่เ้าคิเมร่ามันเอาเท้ามาเขี่ยไม่ถึง มันจึงออกมานอนเฝ้าถ้ำอยู่เหมือนเดิม