บทที่ 22 ภาพวาดปลอมของเติ้งเจียหรง
เพียงไม่นาน กลิ่นหอมหวนชวนน้ำลายสอของกุ้งัก็ขจรกระจายออกมาจากลังนึ่ง หลี่รั่วหลานสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าปอดลึก ๆ พลางอุทานในใจว่านี่มันช่างหอมเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการไว้เสียอีก!
เมื่อครบเวลาสิบห้านาที หลี่รั่วหลานลองชิมเนื้อจากก้ามกุ้งัสีคราม ทันทีที่เนื้อััโดนลิ้น ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างเป็ประกาย
"นี่มัน... สุดยอดไปเลย! ฉันไม่เคยกินกุ้งัที่มีรสชาติล้ำลึกขนาดนี้มาก่อน!"
"ถ้าคุณปู่ได้ชิมของอร่อยแบบนี้ ท่านต้องดีใจมากแน่ ๆ เลยค่ะ!"
หลี่รั่วหลานจัดการหยิบจานใบใหญ่มาประดับตกแต่ง แล้ววางกุ้งัลงไปอย่างประณีต ก่อนจะใช้ฝาครอบสีทองปิดทับไว้เพื่อรักษาอุณหภูมิและกลิ่นเอาไว้
ณ ห้องโถงจัดเลี้ยงอันหรูหราของคฤหาสน์ตระกูลหลี่ แเื่ผู้ทรงเกียรติต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง หลี่เจิ้นจวินคอยประคองนายท่านหลี่เดินเข้ามาในงาน ท่ามกลางเสียงแสดงความยินดีที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย
"รั่วหลานหายไปไหนเสียล่ะ ทำไมปู่ยังไม่เห็นหน้าหลานสาวคนเก่งเลย?" นายท่านหลี่เอ่ยถาม น้ำเสียงยังคงแฝงไว้ด้วยความอ่อนล้าเล็กน้อยจากอาการป่วย
"เ้าตัวแสบคนนี้สิคะ เห็นบอกว่าจะเตรียมเซอร์ไพรส์ให้คุณปู่ แต่กลับหายหน้าไปั้แ่เช้าตรู่เลยค่ะ" หลูจิ้งหลาน ภรรยาของหลี่เจิ้นจวินตอบด้วยรอยยิ้ม
"แหม! ยัยหนูรั่วหลานนี่ใจร้อนจริง ๆ ทำอะไรไม่บอกไม่กล่าวเลย" นายท่านหลี่บ่นพึมพำด้วยสีหน้าเอ็นดู
"คุณปู่คะ! เซอร์ไพรส์มาแล้วค่ะ!" เสียงใสของหลี่รั่วหลานดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเธอ โดยมีหลิวอวี่เดินตามหลังมาติด ๆ
ทันทีที่หลี่เจิ้นจวินเห็นหน้าหลิวอวี่ สีหน้าของเขาก็พลันมืดครึ้มลงทันที
'ไอ้หนุ่มคนนี้มาที่นี่ได้ยังไง!'
แต่ทว่าวันนี้เป็วันมงคลของบิดา เขาจึงต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ ไม่กล้าผลักไสไล่ส่งต่อหน้าแเื่ เพราะเกรงว่าจะทำให้นายท่านหลี่ไม่พอใจ
ทว่าในหมู่แเื่นั้น ยังมีชายอีกคนหนึ่งที่จ้องมองหลิวอวี่ด้วยสายตาอาฆาต นั่นคือ เติ้งเจียหรง คู่ปรับที่คอยหาเื่หลิวอวี่อยู่เสมอนั่นเอง!
'หน็อย... เ้าหลิวอวี่นี่ยังจะกล้าโผล่หน้ามาวนเวียนอยู่ข้างกายหลี่รั่วหลานอีกเหรอ!'
"คุณปู่คะ นี่คือกุ้งัสีครามที่หนูตั้งใจทำมามอบให้คุณปู่ด้วยตัวเองเลยค่ะ"
นายท่านหลี่รู้ดีว่าหลานสาวของตนหยิบจับงานครัวไม่เป็สับปะรดนัก การที่เธอบอกว่าทำเองคงไม่ได้หวังถึงรสชาติเลิศเลออะไร แต่ด้วยความซาบซึ้งในความกตัญญู ท่านจึงยิ้มรับอย่างมีเมตตา
"ช่างเป็หลานสาวที่กตัญญูและใส่ใจคุณปู่จริง ๆ"
"ว่าแต่... คุณปู่กู่ยังไม่มาอีกเหรอคะ?" หลี่รั่วหลานเอ่ยถาม
นายท่านหลี่หันไปมองบุตรชาย "คุณปู่กู่ติดธุระเื่รถน่ะ เห็นว่าอาจจะตามมาสมทบช้าหน่อย" หลี่เจิ้นจวินตอบ
ทันใดนั้น นายท่านหลี่ก็เบนสายตาไปมองหลานสาว และในที่สุดก็สังเกตเห็นชายหนุ่มที่ยืนนิ่งสงบอยู่ด้านหลังเธอ
"รั่วหลาน นั่นเพื่อนของหลานใช่ไหม? ทำไมไม่แนะนำให้ปู่รู้จักบ้างล่ะ" นายท่านหลี่กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
หลี่รั่วหลานขยับเข้าไปกุมมือหลิวอวี่ไว้แน่น ก่อนจะประกาศออกมาเสียงดังฟังชัด "คุณปู่คะ นี่คือ หลิวอวี่... แฟนของหนูเองค่ะ"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางงานเลี้ยง แขกทุกคนถึงกับตกตะลึงจนนิ่งค้างไป!
หลี่เจิ้นจวินฟิวส์ขาดทันที "รั่วหลาน! เล่นอะไรของเธอ ทำไมถึงไปมีแฟนง่าย ๆ แบบนี้!"
"นั่นสิรั่วหลาน การจะมีคนรักมันเป็เื่ใหญ่นะ ทำไมไม่ปรึกษาพ่อกับแม่ก่อน? ระวังจะโดนใครที่ไหนไม่รู้หลอกเอาได้นะลูก" หลูจิ้งหลานเอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงตักเตือน
เติ้งเจียหรงที่ยืนอยู่วงนอกใบหน้ามืดสนิทด้วยความอิจฉา เขาพยายามตามจีบหลี่รั่วหลานมานานแสนนานแต่กลับล้มเหลวไม่เป็ท่า ทว่าตอนนี้กลับถูกไอ้หนุ่มบ้านนอกที่เขาเกลียดขี้หน้าชิงตัดหน้าไปเสียได้ เขาจะยอมอยู่นิ่งได้อย่างไร!
"รั่วหลาน แม่ไม่ได้อยากจะว่านะ แต่เื่นี้เธอต้องดูให้ดี ๆ คนที่เข้าหาเพราะหวังผลประโยชน์ในทรัพย์สินของตระกูลหลี่น่ะมีถมเถไป"
"เท่าที่แม่จำได้ ในหมู่ตระกูลผู้ดีแถวเซียงซานนี้ ไม่มีตระกูลไหนที่แซ่หลิวเลยนะ เธอเคยสืบประวัติเขาบ้างหรือเปล่า?" หลูจิ้งหลานย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ทันใดนั้น เติ้งเจียหรงก็ได้โอกาสลุกขึ้นมาตอกย้ำทันที "คุณลุง คุณป้าครับ ผมรู้จักคนคนนี้ดี เขาเป็พวกสิบแปดมงกุฎครับ!"
"หมอนี่เป็แค่เด็กบ้านนอกคอกนามาจากชนบท ไม่ได้มีชาติตระกูลสูงส่งอะไรเลย"
"แถมเพิ่งรู้จักกับรั่วหลานได้ไม่กี่วัน ก็หลอกล่อเอาจนได้วิลล่ากับรถสปอร์ตไปแล้ว คนพรรค์นี้ต้องระวังไว้ให้ดีครับ!"
คำพูดของเติ้งเจียหรงทำให้พ่อและแม่ของหลี่รั่วหลานโกรธจัดจนควันออกหู แม้แต่นายท่านหลี่เองก็เริ่มมีสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา
หลูจิ้งหลานพอจะทราบเื่ที่ลูกสาวมอบวิลล่าและรถสปอร์ตให้คนอื่นอยู่บ้าง แต่เดิมเธอคิดว่าเป็เพียงการให้ของขวัญกับเพื่อนร่วมวงสังคมจึงไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะสำหรับตระกูลหลี่แล้ว ทรัพย์สินเ่าั้เป็เพียงเศษเงิน
แต่เมื่อมารู้ความจริงว่าคนที่รับไปคือชายหนุ่มนิรนามที่อ้างตัวเป็แฟนลูกสาว ความคิดของเธอก็เปลี่ยนไปทันที นี่มันคือการถูกหลอกชัด ๆ!
ในท่ามกลางสายตาดูถูก หลิวอวี่กลับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่หนักแน่น "ผมยอมรับว่าผมมาจากชนบทจริง แต่ผมใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติและทำมาหากินด้วยความสุจริต ชาติตระกูลอาจจะกำหนดจุดเริ่มต้นของคนได้ แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตครับ"
"ไอ้เด็กบ้านนอกอย่างแก ไม่คู่ควรกับลูกสาวฉันแม้แต่นิดเดียว! ไสหัวออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" หลี่เจิ้นจวินแผดเสียงตวาดอย่างไร้ความปรานี
เติ้งเจียหรงเห็นเหตุการณ์เป็ไปตามแผนก็แอบลอบยิ้มสะใจ
ส่วนนายท่านหลี่ เมื่อได้ยินประโยคที่หลิวอวี่เอ่ยออกมา ท่านก็นิ่งอึ้งและจ้องมองชายหนุ่มอย่างพิจารณา สายตาที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนเริ่มมองเห็นบางอย่าง ดวงตาของหลิวอวี่นั้นแน่วแน่ มั่นคง ไม่มีความต่ำต้อยเขินอาย และไม่มีความโอ้อวดจองหอง แม้การแต่งกายจะดูธรรมดาแต่ก็สะอาดสะอ้านหมดจด
คนคนนี้มีความเป็ผู้ใหญ่และมั่นคงเกินวัย หากประวัติใสสะอาดจริง การที่หลานสาวจะคบหาด้วยก็ไม่ใช่เื่เลวร้าย อีกอย่างตระกูลหลี่ก็มั่งคั่งล้นฟ้าอยู่แล้ว ไม่จำเป็ต้องเอาลูกหลานไปดองกับตระกูลอื่นเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอีก
"เจิ้นจวิน... หุบปากไปซะ!" นายท่านหลี่ตวาดห้ามบุตรชาย
"สมัยที่ฉันเริ่มสร้างตัว ฉันก็มาจากชนบทไม่ต่างจากเขานั่นแหละ ผ่านมาหลายสิบปีฉันก็ยังสร้างรากฐานที่มั่นคงขึ้นมาได้จนถึงทุกวันนี้!"
"ถ้าหลิวอวี่เป็คนดี มีมานะ การที่เขาจะเป็ลูกเขยตระกูลเราก็ไม่ใช่เื่เสียหาย ตระกูลหลี่ของเรากลายเป็พวกเห็นแก่เงินั้แ่เมื่อไหร่กัน!"
คำพูดเด็ดขาดของนายท่านหลี่ทำเอาหลี่เจิ้นจวินถึงกับก้มหน้านิ่งไม่กล้าโต้แย้ง ส่วนเติ้งเจียหรงนั้นหน้าถอดสีไปทันที
หากหลิวอวี่ได้เกาะชายกระโปรงตระกูลหลี่ที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ ตระกูลเติ้งของเขาคงต้องอยู่อย่างลำบากแน่ ๆ
'ปล่อยไว้ไม่ได้... ต้องหาวิธีเขี่ยไอ้หมอนี่ออกไปจากเซียงซาน ให้มันกลับไปไถนาที่ชนบทตามเดิม!'
'เห็นว่าพ่อแม่กับน้องสาวมันอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหลิวใช่ไหม?' เติ้งเจียหรงเหยียดยิ้มเย็นเยียบในใจ เขาตั้งมั่นว่าจะทำให้หลิวอวี่ได้รู้ซึ้งว่าการมาขวางหูขวางตาคนอย่างเขามันจะมีจุดจบอย่างไร
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง บรรยากาศในงานก็เริ่มเข้าสู่่มอบของขวัญวันเกิด
"ตระกูลหลิน มอบแหวนหยกขาวหนึ่งคู่ มูลค่าหกแสนหยวนครับ!"
"ตระกูลหลิว มอบหินตาแมวเกรดพรีเมียมหนึ่งชิ้น มูลค่าหนึ่งล้านหยวนครับ!"
...
จนกระทั่งถึงคิวของเติ้งเจียหรง เขาก้าวออกมาพร้อมกับกล่องใส่ภาพวาดโบราณที่เตรียมมาอย่างดี เขารู้ว่านายท่านหลี่โปรดปรานงานศิลปะเป็ชีวิตจิตใจ จึงยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อหาซื้อของขวัญชิ้นนี้มาประจบ
"คุณปู่หลี่ครับ ผมทราบมาว่าคุณปู่ชื่นชอบงานจิตรกรรมเป็อย่างมาก นี่คือภาพวาดล้ำค่าที่ผมพยายามเสาะหามาด้วยความยากลำบากเพื่อมอบให้คุณปู่ในวันนี้ครับ"
เมื่อเติ้งเจียหรงคลี่ภาพวาดโบราณนั้นออกมา แววตาของคนในตระกูลหลี่ก็ดูแปลกไป ส่วนหลิวอวี่นั้นถึงกับกลั้นขำไม่อยู่จนเผลอหัวเราะออกมาเบา ๆ
เพราะภาพทิวทัศน์ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้น ไม่ใช่ภาพอื่นใดเลย แต่มันคือภาพปลอมที่มีชื่อว่า 'ภาพวาดทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำใต้แสงจันทร์' ที่เขาและหลี่รั่วหลานเคยเห็นที่ถนนสายวัตถุโบราณในวันนั้นนั่นเอง!
เมื่อเห็นหลิวอวี่หัวเราะเยาะ เติ้งเจียหรงก็ฟิวส์ขาดตวาดลั่น "แกหัวเราะอะไรของแก! นี่คือ 'ภาพวาดทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำใต้แสงจันทร์' ของแท้ที่ฉันทุ่มเงินถึงสามล้านหยวนซื้อมาเลยนะ! มันคือผลงานระดับตำนานของจิตรกรเอกสมัยโบราณเชียวนะโว้ย!"