วันต่อมา
เมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีไปที่สตูดิโอของฟางเซียนเพื่อทำการปรับขนาดเสื้อผ้าที่ไป่ฉีต้องใส่ในงานแฟชั่นโชว์ โดยฟางเซียนเข้ามาวัดตัวด้วยตัวเอง
“รูปร่างดีกว่านายแบบหลาย ๆ คนเลยนะ” ฟางเซียนกล่าวขณะที่จดบันทึกว่าต้องปรับแก้ขนาดตรงไหนบ้าง
“ขอบคุณที่ชมครับ” ไป่ฉีกล่าวขณะกำลังถอดเสื้อที่ต้องใส่ในงานแฟชั่นโชว์ออก
“หลังจากนี้อีก 2 วัน เสื้อพวกนี้จะเสร็จ ให้เธอมาอีกรอบหนึ่งเพื่อมาถ่ายภาพคอลเลคชั่นนี้อีกครั้ง พร้อมกับซ้อมเดินไปด้วย ฉันจะได้รู้ว่าเสื้อที่ปรับแก้ให้ใส่แล้วเคลื่อนไหวสะดวกรึเปล่า” ฟางเซียนกล่าว
“ได้ครับ งั้นผมลากลับเลยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
“อือ แล้วเจอกัน” ฟางเซียนเดินไปหาเมิ่งชิงชิงเพื่อบอกกำหนดการณ์ให้เมิ่งชิงชิงจดไว้ แล้วกระซิบข้างหู
“เป็นแฟนที่ดีเลยล่ะ อย่าให้คนอื่นแย่งไปได้นะ ฮิฮิ” ฟางเซียนกล่าวจบ เมิ่งชิงชิงก็หน้าแดงระเรื่อ สร้างความพอใจให้กับฟางเซียนไม่น้อย
หลังจากที่ไป่ฉีกลับไปแล้ว ฟางเซียนก็สั่งงานต่ออีกนิดหน่อย ก่อนที่เธอจะกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลฟาง เมื่อกลับมาถึงฟางเซียนก็ลงไปยังชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ทันที
“คุณฟางเซียน สวัสดีครับ” ชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ของเหลาเหล่ากล่าวทักทาย จากนั้นคนอื่น ๆ ที่รู้ถึงการมาของฟางเซียนก็เอ่ยทักทายเช่นกัน
“เหลาเหล่าอยู่ไหน” ฟางเซียนถาม
“กำลังฝึกวิชากับอี้หานครับ” ชายหนุ่มตอบ
“ห้องในสุดใช่ไหม” ฟางเซียนถาม
“ค..ครับ แต่ว่าให้ผมไปเรียกให้ไหมครับ” ชายหนุ่มถาม
“ไม่ล่ะ ฉันไปเรียกเอง” กล่าวจบฟางเซียนก็เดินไป โดยที่ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหัว เพราะว่าเหลาเหล่ากับอี้หานตอนนี้นอกจากฝึกวิชาแล้ว กิจกรรมบนเตียงเองก็มีไม่ขาดเหมือนกัน พวกเขาที่เป็นทั้งศิษย์พี่ ศิษย์น้องต่างก็ถูกเหลาเหล่าสั่งให้ยกเลิกเวรปรนนิบัติที่เคยทำกันมา ซ้ำยังได้รับอนุญาตจากเหลาเหล่าให้สามารถมีแฟนได้ ภายใต้เงื่อนไขว่าในแต่ละเดือนพลังปราณกับฝีมือจะต้องก้าวหน้าขึ้นในเกณฑ์ที่เหลาเหล่าพอใจ
ฟางเซียนเดินมาเรื่อย ๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่พอยิ่งใกล้ห้องด้านในมากเท่าไหร่ เธอก็ได้ยินเสียงของชาย 2 คนดังออกมาจากห้องด้านใน
“อา หานหาน แรงอีก ๆ แฮก ๆ” เสียงของเหลาเหล่าดังเข้ามาในโสตประสาทของฟางเซียน
ตับ ๆ ๆ ๆ
“แบบนี้ อา รึเปล่าเหล่าเอ๋อของผม อืม” เสียงของอี้หานก็ดังขึ้น พร้อมเสียงเนื้อกระทบกัน ฟางเซียนตอนนี้ยืนอึ้งอยู่หน้าประตูห้อง เธอไม่กล้าที่จะเคาะประตู
“หานหาน ลึกอีก ๆ” เสียงของเหลาเหล่ายังคงบอกกล่าวชายหนุ่มในห้องให้ทำบางอย่าง
“เปลี่ยนท่าไหมเหล่าเอ๋อ เดี๋ยวผมนอน แล้วคุณเย่อจากข้างบนดีไหม” เสียงของอี้หานดังขึ้น พอได้ยินถึงตรงนี้ฟางเซียนรีบหันหลังกลับแล้วเร่งเดินออกไปให้ไกลจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนจะไม่ทันซะแล้ว
“หละ....เหล่าเอ๋อ...ผะ...ผม...ไม่ไหวแล้ว.....อ๊า อ่ะ” เสียงครางอย่างมีความสุขของอี้หานดังขึ้น
“หาน....หาน....อ๊า” ตามมาด้วยเสียงของเหลาเหล่า
'โอ๊ย สงสัยฉันต้องให้คนมาทำห้องเก็บเสียงให้พวกนี้ซะแล้วมั้งเนี่ย ทำกิจกรรมกันดังขนาดนี้ ไม่อายคนอื่นบ้างรึไง' ฟางเซียนสบถด่าในใจ ก่อนจะเดินมาหาชายหนุ่มที่เธอคุยด้วยเมื่อครู่
“ไม่เรียกอาจารย์เหรอครับ” ชายหนุ่มถามด้วยสีหน้าเกร็ง ๆ
“ยังค่ะ พอดีได้ยินเสียงควายถูกเชือด เอ๊ย สุนัขติดสัตว์ เอ๊ย เสียงดังในห้อง ก็เลยกลัวจะรบกวน ยังไงหากอาจารย์ของเธอเสร็จกิจแล้ว ให้ไปหาฉันที่ห้องรับแขก อ้อ ให้อี้หานไปด้วยนะ” ฟางเซียนกล่าว
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะบอกอาจารย์ให้” ชายหนุ่มรับคำด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ฟางเซียนเดินจากไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ทำไมน่ะเหรอ เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอสนใจแต่การฝึกวิชา จนไม่สนใจคนที่เข้ามาจีบเธอเลย รู้ตัวอีกที คนก็ให้ฉายาเธอว่าเจ้าหญิงน้ำแข็งประจำมหาวิทยาลัยแอสการ์ดไปซะแล้ว และนิสัยเย็นชากับคนอื่นก็ส่งผลให้ไม่มีคนเข้ามาจีบเธอเลยสักคน
“อ้าว ฟางเซียน ไปหาเหลาเหล่ามาเหรอ” ฟางตง พี่ชายของเธอทักขึ้น
“อือ ว่าจะไปคุยเรื่องชายหนุ่มที่มีปัญหากับอี้หานน่ะ วันนี้ฉันได้เจอเขาด้วย” ฟางเซียนนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับฟางตง
“โฮ่ เป็นไงบ้าง หมอนั่นมีพลังปราณถึงขั้นไหนเหรอ” ฟางตงมีท่าทางสนใจ
“ฉันตรวจจับพลังปราณจากตัวเขาไม่ได้เลย แต่เท่าที่ฟังเหลาเหล่ามา ชายหนุ่มคนนั้นอาจจะมีสิ่งที่เรียกว่าเวทย์มนต์ก็ได้” ฟางเซียนกล่าว
“เวทย์มนต์เหรอ ไร้สาระ มันจะไปมีได้ยังไงกัน” ฟางตงกล่าว
“อย่างพลังปราณที่คนทั่วไปบอกว่าเป็นเพียงเรื่องที่มีอยู่แต่ในซีรีส์ มันก็ยังมีเลยนี่” ฟางเซียนกล่าว
“ถ้าเขามีเวทย์มนต์แล้วจะทำไมล่ะ เธออยากเรียนเวทย์มนต์จากเขาเหรอ” ฟางตงถาม
“แน่นอน ฉันอยากช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก อย่างเสกรถลีมูซีนจากฟักทอง หรือไม่ก็เสกรองเท้าคริสตัลชวา.... ให้หญิงสาวที่จะไปงานเต้นรำ” ฟางเซียนกล่าว
“อ่านเทพนิยายเยอะไปนะน้อง พี่ว่าถ้าเจ้านั่นใช้เวทย์มนต์ได้จริง เขาก็ไม่สอนให้หรอก” ฟางตงกล่าว
“ก็ไม่แน่หรอก ถ้าฉันมีข้อแลกเปลี่ยน อย่างการสอนวรยุทธ์ให้ไง” ฟางเซียนกล่าว
“ตามใจละกัน” ขณะที่ฟางตงกำลังเหนื่อยใจกับความมโนของน้องสาว ประตูห้องก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่พวกเขาไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามา
“แกเป็นใคร” ฟางตงเอ่ยเสียงเข้ม เท่าที่เขาจำได้ไม่มีคน ๆ นี้ในกลุ่มของเหลาเหล่ากับลูกศิษย์
“ว้าว หานหาน โอสถที่เธอให้มาดีจริง ๆ พวกเขาจำฉันไม่ได้ด้วยล่ะ” ชายหนุ่มคนนั้นหันหน้ากลับไปทางประตู ซึ่งมีอี้หานอยู่ตรงนั้น
“.......” ฟางตง ชายหนุ่มคนนี้เรียกอี้หานว่า หานหาน
“........” ฟางเซียน ซึ่งคนที่เรียกอี้หานว่า หานหาน มีแค่คนเดียว
"ห๋า นายคือเหลาเหล่าเหรอ" ฟางตงกับฟางเซียนร้องขึ้นด้วยความตกใจพร้อมกัน
“ใช่ เพราะโอสถที่หานหานนำมาให้ ทำให้ฉันย้อนคืนสู่วัยหนุ่มอีกครั้ง” เหลาเหล่ากล่าว
“ไปเอาโอสถนั่นมาจากไหนน่ะ” ฟางเซียนถาม ยาย้อนวัยเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่หากันทั้งนั้น
“น้องสาวที่จากไปน่ะครับ เธอมาเข้าฝัน พอตื่นขึ้นมาโอสถนั่นก็มาอยู่ในมือแล้ว” อี้หานตอบ
“มันดูไม่สมเหตุสมผลนะ” ฟางตงกล่าว
“เรื่องมันก็........” หลังจากนั้นอี้หานก็ได้เล่าเรื่องที่เขาได้ความทรงจำในอดีตชาติกลับมา รวมถึงเรื่องที่ชาติก่อนเขาคือคนรักของเหลาเหล่าที่ตายไป และเป็นพี่ชายของนางมารปิงโหย่วด้วย ฟางตงกับฟางเซียนได้แต่ฟังเงียบ ๆ พร้อมกับคิดว่าที่อี้หานเล่ามา เชื่อถือได้รึเปล่า
“สรุปก็คือนายก็คือหานชิงที่กลับชาติมาเกิดสินะ” ฟางตงกล่าว
“ครับ” อี้หานรับคำ
“นายสนใจมาฝึกวิชาสายหยางของฉันไหม ถึงจะไม่ใช่หยางแบบสุดโต่งก็เถอะ แต่มันจะส่งผลดีกับตัวนายและเหลาเหล่านะ” ฟางตงกล่าว
“จริงเหรอครับ งั้นผมขอความกรุณาด้วยครับ” อี้หานลงไปคุกเขาแล้วคำนับฟางตง
“แบบนี้จะดีเหรอ ตงตง ฉันอยากอยู่กับหานหาน ไม่อยากแยกจากกันแม้แต่นาทีเดียวเลยนะ” เหลาเหล่ากล่าว
“กระเทยเฒ่า แกต้องอดทนบ้าง หากอี้หานเปิดเทอม เขาก็ต้องไปโรงเรียน แกจะตามติดดุ้นเขาตลอดรึไง” ฟางตงคิ้วกระตุกเพราะเริ่มรำคาญเหลาเหล่า
“ใช่ ฉันให้ทางสมาคมการค้าดำเนินเรื่องให้แล้ว นี่เห็นไหม บัตรประชาชนใหม่เอี่ยม พร้อมวุฒิการศึกษา” เหลาเหล่าแสดงบัตรประชาชนใบใหม่ที่ระบุปีเกิดเป็นปีเดียวกับอี้หาน
“เหลาเหล่า อย่าบอกนะว่าคิดจะเกาะติดแม้แต่ตอนอยู่ที่โรงเรียนน่ะ” ฟางเซียนอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าเหลาเหล่าจะเป็นถึงขนาดนี้
“หานหาน หล่อเหลาขนาดนี้ ฉันไม่ยอมให้ชะนีหน้าไหนมายุ่งเด็ดขาด” ว่าแล้วเหลาเหล่าก็คว้าแขนอี้หานแล้วดึงร่างของอี้หานมาไว้ข้างตัว
“แสดงความเป็นเจ้าของสุด ๆ เลยนะ” ฟางตงส่ายหัว ไม่คิดว่าเหลาเหล่าที่ชอบมีอะไรกับลูกศิษย์ตัวเองจะกลายเป็นพวกรักเดียวใจเดียวได้แบบนี้
“ว่าแต่ที่ไปเรียกฉันมีอะไรรึเปล่า” เหลาเหล่าถาม
“อ้อ วันนี้ฉันเจอไป่ฉี เด็กหนุ่มที่เธอเคยเล่าให้ฉันฟัง ฉันสัมผัสถึงพลังปราณไม่ได้ ที่ฉันเห็นมีเพียงแค่ออร่าของท็อปซูเปอร์โมเดลระดับโลกเท่านั้น” ฟางเซียนกล่าว
“หมอนั่นน่ะนะ ท็อปซูเปอร์โมเดล บ้านหมอนั่นจนจะตายไป หลังเลิกเรียนก็ไปทำงานหาเงินมาช่วยครอบครัว การจะเป็นนายแบบได้มันต้องฝึกฝนไม่ใช่รึไง” อี้หานกล่าว
“ก็ใช่ แต่ที่ฉันเห็นน่ะไม่ผิดแน่ ตอนนี้เท่าที่ฉันรู้เขาผ่านงานถ่ายแบบของนิตยสารชั้น 1 และ 2 ไป 3 นิตยสารแล้ว ซ้ำแบรนด์ที่ถ่ายก็ติดท็อป 10 ของประเทศเราด้วย ต้องเรียกว่ามันเป็นพรสวรรค์ละมั้ง” ฟางเซียนกล่าว
“สรุปคือเธอจะบอกว่าตอนนี้เด็กนั่นกำลังนำหานหานอยู่สินะ” เหลาเหล่ากล่าว
“ก็ไม่เชิง ฝั่งนั้นน่ะมีรายได้มั่นคงเลยล่ะ แต่ที่ฉันติดใจอยู่คือจะสามารถทำให้เขาแสดงเวทย์มนต์ออกมาได้ยังไง” ฟางเซียนกล่าว
“ฉันว่าอย่าไปยุ่งดีกว่า แม่เฒ่าหลี่ กับฉันมีสัญญาใจกันอยู่” เหลาเหล่ากล่าว
“งั้นเหรอ เบื้องหลังของเขาคือแม่เฒ่าหลี่งั้นเหรอเนี่ย ฉันคงต้องวางมือจากเรื่องนี้สินะ” ฟางเซียนกล่าว
“นั่นล่ะดีที่สุด อีกฝ่ายมีพลังที่พวกเราไม่รู้จัก อย่าไปยุ่งเป็นดีที่สุด” ฟางตงกล่าว
“อ๊ะ จะว่าไปเหลาเหล่า เธอส่งรายชื่อคนที่จะเป็นตัวแทนสำนักไปแข่งรึยัง จำกัดแค่ 1 สำนัก ส่งได้แค่ 3 คนเท่านั้น” ฟางเซียนถาม
“มีหานหาน กับศิษย์อีก 2 คน หานหานตอนนี้อยู่ระดับปราณปฐพีแล้ว ถึงโอกาสชนะจะแทบไม่มี แต่การส่งไปประลองก็ถือเป็นการให้ไปเก็บประสบการณ์การต่อสู้ที่ดีทีเดียว” เหลาเหล่ากล่าว
“ไป่ฉีไม่ได้ฝึกยุทธ์คงไม่ได้ลงประลองสินะ” อี้หานกล่าว
“ใช่ เด็กนั่นงานยุ่งจะตายช่วงนี้ เมื่อวานฉันไปที่ห้องประชุมของบริษัทที่เด็กคนนั้นสังกัด สัญญาจ้างวางเป็นปึก จะเรียกว่าคิวทองก็ได้ล่ะนะ ถ้าอี้หานอยากจะสู้กับเขาก็คงต้องแข่งนอกรอบนั่นล่ะ” ฟางเซียนกล่าว
ด้านของไป่ฉี
หลังออกจากสตูดิโอของฟางเซียนแล้ว เขากับเมิ่งชิงชิงก็มุ่งหน้าไปทำงานที่รับไว้ ซึ่งด้วยความสามารถของไป่ฉี งานวันนี้ทั้งหมด 10 งานถูกเคลียร์ไปแล้ว ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงจึงกลับมาที่ห้องด้วยสภาพอิดโรย
“พี่ชิงชิง ไปอาบน้ำกันเถอะ ผมง่วงแล้ว” ไป่ฉีขยี้ตาตัวเอง วันนี้เขาเหนื่อยมากจริง ๆ เพราะใน 10 งานที่รับนั้นมีทั้งงานพิธีกร โฆษณา ถ่ายแบบ รายการทอล์คโชว์ ซึ่งไป่ฉีสามารถทำมันออกมาได้ดีมากจนได้รับคำชมจากดาราที่มาร่วมงานด้วย
“นายไปอาบก่อนเถอะ ฉันขอเช็กตารางพรุ่งนี้ก่อน ว๊าย”เมิ่งชิงชิงยังพูดไม่ทันจบ เธอก็ถูกไป่ฉีช้อนตัวมาอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิง ก่อนจะพาเธอเข้าห้องน้ำไปด้วยกัน

“คุณคะ ทำไมตอนเราคบกันไม่เห็นทำแบบนี้กับฉันบ้างเลย” ไป่เหลียนฮวาถาม ขณะที่แอบดูไป่ฉีอุ้มว่าที่ลูกสะใภ้เข้าห้องน้ำไป
“ที่รัก ผมไม่ได้หน้าหนาเหมือนไอ้ลูกชายนะ ฮึ่ย นิสัยนี้มันไปได้มาจากใครกัน” ไป่ชิงหยุนกล่าว ขณะที่ไป่เหลียนฮวาหรี่ตามองมาที่เขาเป็นเชิงว่า 'ได้มาจากคุณนั่นแหละ'
“ไม่ต้องมาโทษลูกเลย ตอนฉันอาบน้ำคุณก็ชอบมาแอบดูประจำ พอฉันรู้ตัวก็แกล้งผิวปากทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินจากไป ลูกได้จากใครคงไม่ต้องถามละมั้ง” ไป่เหลี่ยนฮวากล่าว
“งั้นคืนนี้ผมขอหน้าหนาสัก 2-3 ยกนะที่รัก” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“คนบ้า ขืนเสียงดังเดี๋ยวเด็ก ๆ ก็นอนไม่หลับกันพอดี นี่พวกเขาเหนื่อยกันมากเลยนะ” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“ชิ ผมยอมถอยไปก่อนก็ได้” ไป่ชิงหยุนกล่าว ก่อนที่ทั้ง 2 สามีภรรยาจะเข้านอนไป
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็มาคุยกันเรื่องตารางงานวันพรุ่งนี้อีกครั้ง ซึ่งไป่ฉีได้เตรียมชาสมุนไพรสำหรับฟื้นฟูร่างกายให้เมิ่งชิงชิงกับตัวเองได้ดื่ม
เมื่อตารางงานได้รับการตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด ทั้ง 2 จึงเข้านอนไปด้วยความเหนื่อยล้า
____________________________
ศูนย์ฝึกอบรม LSAป้าจาง : ไป่ฉี ชิงชิง มานี่ก่อนไป่ฉี : มีอะไรเหรอครับ ป้าจางชิงชิง : หรือว่าจะเรื่องคนแซ่หวังอีกแล้วคะป้าจาง : ใช่ ไม่รู้ทำไมที่ศูนย์นี้ถึงมีคนแซ่หวังเยอะจริง ๆไป่ฉี : คราวนี้อะไรอีกละครับป้าจาง : ไป่ฉีเธอต้องระวังไว้เลยนะ มีผู้หญิงแซ่หวังคนนึงยังโสดอยู่ แต่ชื่อก็บอกอยู่ว่าเธอน่ะต้องการงาบผู้ชายลงท้องแน่ ๆชิงชิง : ป้าจางรู้ได้ยังไงคะป้าจาง : ก็แม่นั่นชื่อ หวังเสียซิง น่ะสิไป่ฉี : ...........ชิงชิง : ..........ป้าจาง : ทำไมเงียบกันล่ะทั้ง 2 คน ?
ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ
