[กลอนเปิดบทที่ 3]
ยามฟ้าสางกลางปลายพุทธศตวรรษ
กลอนสะบัดตามจิติญญาศิลป์
เสียงกวีส่องทางให้โบยบิน
สู่วังถิ่นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เสียงไก่ขันดังแว่วผ่านม่านไม้ไผ่ ขวัญข้าวค่อยๆ ลืมตาขึ้นด้วยความมึนงง โลกที่เห็นไม่ใช่หอพักหรือห้องสมุดกาลเวลาอีกต่อไปแล้ว แต่เป็บ้านเรือนไทยใต้ถุนสูงที่มองเห็นลำคลองใสไหลเอื่อยไกลสุดสายตา
เสภา หรือ บุ๊ค เองก็อยู่ใกล้ๆ เธอเช่นกัน รวมถึง โจ้ก, แพร, และ ปราชญ์ — ทั้งหมดอยู่ที่นี่
โจ้ก : (ลุกขึ้นตะกายดูนอกหน้าต่าง)
"โอโห! เรามาอยู่ในซีรีส์พีเรียดเหรอเนี่ย? หรือนี่คือ... โลกกลอนย้อนยุคเวอร์ชั่นไทม์แมชชีน?"
แพร : (กำชายผ้าซิ่นด้วยความประหม่าปนตื่นเต้น)
"นี่เราต้องใส่ชุดแบบนี้ไปตลอดใช่มั้ยเนี่ย… แต่ก็สวยดีนะ กลิ่นผ้ากลางแดดแบบนี้ รู้สึกเหมือนกลับบ้านเลย"
ปราชญ์ : (พึมพำพลางพินิจสภาพรอบตัว)
"นี่มัน...กรุงเทพยุคต้นรัตนโกสินทร์แน่เลย...ดูจากลักษณะสถาปัตย์เรือน กับวิถีคลอง"
เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านไม้ พร้อมถือกระดาษที่มีลายมือหวัดหวาน เขาอยู่ในชุดผ้าผ่อนง่าย ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยแววขี้เล่น ทว่าแววตาลึกซึ้งเกินวัย
เด็กชาย :
"พวกเ้ามาจากที่ใดรึ? ข้าชื่อภู่วัดแจ้ง...บางคนเรียกข้าว่า สุนทรภู่วัยเยาว์"
ขวัญข้าวแทบหยุดหายใจ พวกเขาได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในบ้านเกิดของ สุนทรภู่ จริง ๆ
ชีวิตในเรือนของสุนทรภู่
พวกเขาได้อาศัยอยู่ในเรือนไทยเดียวกัน เรียนรู้วิถีชีวิตอย่างเรียบง่าย ปั่นด้าย สีคราม ซักผ้าในคลอง และช่วย แม่ของสุนทรภู่ (นางแอ่น) หุงหาอาหาร
ขวัญข้าว : (ขณะนั่งเรียงผ้าขาวม้า)
"กลิ่นข้าวใหม่กับเสียงจักจั่นนี่...มันอบอุ่นจังแฮะ ต่างจากตอนอยู่หอโดยสิ้นเชิงเลย"
แพร : (หัวเราะเบาๆ)
"รู้สึกเหมือนได้พักใจ… แม้มือจะเปียกน้ำคลองทั้งวันก็เหอะ"
โจ้ก : (ทำท่าปั่นฝ้ายแบบผิดๆ)
"ขอแปลงฝ้ายเป็บีทบ็อกซ์ได้มั้ยครับแม่แอ่น?"
(ทุกคนหัวเราะ)
วันหนึ่งขณะตักน้ำ
แพร : (มองภู่อย่างสนใจ)
"ภู่นี่แต่งกลอนได้ั้แ่ยังไม่สิบขวบเลยเหรอ?"
ภู่วัยเด็ก : (หัวเราะเบาๆ แล้วท่องกลอน)
"อย่าี้เีเรียนหนังสืออย่าอื้ออึง
แม้ไม่ซึ้งหนังสือจะซื่อใคร"
สู่พระนคร: โลกของกวีหลวง
เมื่ออายุราวสิบแปด สุนทรภู่ตัดสินใจเข้าวังเพื่อหางานทำ และอาศัยอยู่กับญาติที่ทำงานฝ่ายใน พระนครในยุคนั้นเต็มไปด้วยความรุ่งเรือง — เสียงฆ้องกลอง ราชรถผ่าน เสนาบดีเดินสวนไปมา
เด็กๆ จากโลกปัจจุบันได้ร่วมเดินทางกับเขา เห็นการถวายตัวเป็เสมียนในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล และเริ่มเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของชีวิต
ปราชญ์ : (กระซิบกับขวัญข้าวขณะเดินผ่านท้องพระโรง)
"รายละเอียดทุกอย่าง...เหมือนตำราประวัติศาสตร์ที่ผมเคยอ่านเลย ไม่อยากเชื่อว่าจะมาเห็นจริง ๆ"
บุ๊ค (เสภา) : (เตือนด้วยเสียงเคร่ง)
"การเข้าเฝ้า ไม่ใช่เื่เล็ก...ทุกคำที่กล่าว ต้องมีจังหวะ มีสัมมาคารวะ"
ค่ำคืนของกวี
ในค่ำคืนที่สงบเงียบ ขวัญข้าวและปราชญ์ได้นั่งข้างๆ สุนทรภู่ ขณะเขากำลังแต่งโคลงสี่สุภาพถวายเ้าฟ้ากรมหลวงฯ
สุนทรภู่ :
"กลอนดีไม่ใช่แค่คล้องจอง ต้องคล้องใจด้วย..."
ขวัญข้าวเริ่มลองเขียนกลอนของตัวเองบ้าง:
ขวัญข้าว :
"แม้เป็เพียงหนอนตัวจิ๋วตัวจ้อย
แต่กลอนถ้อยส่องใจในเส้นทาง..."
สุนทรภู่ : (ยิ้มอ่อน วางปากกาไม้ไผ่)
"เ้ามีใจเป็กวี...นั่นแหละของแท้"
คืนดาวเต็มฟ้า
คืนหนึ่ง ขณะมองฟ้าที่เต็มไปด้วยดาว ขวัญข้าวนั่งเงียบกับบุ๊ค
ขวัญข้าว : (เสียงแ่เบา)
"ฉันไม่อยากกลับเลย..."
บุ๊ค (เสภา) : (ยิ้มมองดวงจันทร์)
"ไม่ต้องรีบหรอก...เวลาที่นี่...ไม่เหมือนเวลาที่นั่น"
[กลอนปิดบทที่ 3]
หากปลายพู่กันยังขีดเขียน
ชีวิตเงียบเพียรยังมีฝัน
แม้นเวลาจะพลัดเปลี่ยนคืนวัน
บทกลอนนั้นยังอยู่คู่ผู้เรียน