บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่83 ดีแล้ว

     

    เซียวเย่หันหลังเดินกลับมาที่หน้ากำแพงอีกครั้ง ทดลองส่งพลังเต๋ากลืนกินออกมาอ่อนๆที่บริเวณปลายนิ้ว ยื่นนิ้วจี้ไปที่กำแพงเบาๆ 

     

    ชี่~~

    เปาะ!

     

    กำแพงที่คงทนแข็งแกร่ง เหมือนว่าไม่มีอะไรที่จะทำลายมันลงได้ แต่เซียวเย่กลับพบว่ามันแตกร้าวอย่างง่ายดาย เหตุเพราะพลังเต๋าที่อยู่บนปลายนิ้ว 

     

    “ฮ่า ฮ่า ต่อให้เจ้าไม่ได้สร้างสิ่งนี้ไว้เพื่อข้าก็ตามที แต่ข้าก็คงต้องขอรับไว้แล้ว!!”

     

    เซียวเย่เริ่มรู้สึกถึงความหวังขึ้นมา ถ้าตอนนี้จิตวิญญาณหอคอยพิสูจน์ตนบังเอิญปรากฎขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า เซียวเย่ก็คงไม่ลังเลที่จะเข้าไปกอดหอมเป็นแน่  

    บูม!

    เคล็ดวิชาเต๋ากลืนกิน หลุมกลืนกิน!

    ฟู่~~

    หลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาเบื้องหน้า เซียวเย่บังคับให้มันดูดกลืนกำแพงเบื้องหน้ามันเข้าไป

    วูบ!

    เปาะ!

    กำแพงเริ่มที่จะมีรอยแตกร้าวปรากฎขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ดูแล้วถ้าเซียวเย่ต้องการที่จะทำให้มันพังทลายลงในทันที ก็คงจะเป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน

    วูบ…..

    ปัง! ครืด! อั๊ก!

    เมื่อปล่อยให้หลุมกลืนกินดูดกลืนไปได้สักพัก อยู่ๆตัวอักษรที่กำแพงก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมา มันส่งพลังบางอย่างออกมากระแทกเข้าใส่เซียวเย่อย่างรุนแรง จนเซียวเย่กระเด็นเข้าไปชนกับกำแพงที่ฝั่งตรงกันข้าม 

    ฟู่~

    หลุมกลืนกินเมื่อไม่มีผู้ใช้ชักนำ ในที่สุดมันก็จางหายไป

     

    เซียวเย่ฝีนรีบลุกขึ้นมาด้วยอย่างเร็วไว เส้นเลือดขึ้นปูดบนใบหน้า ถกแขนเสื้อขึ้นมาด้วยความโมโห


    "หนอยเน่! ไอ้กำแพงผี แกคิดจะเล่นกับข้าเรอะ!!!"  

     

    เซียวเย่พุ่งเข้าใส่กำแพงเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว เดินพลังเต๋ากลืนกินถึงขีดสุด เสริมด้วยพลังเต๋ามารจิตรวมเข้าไปด้วย

     

    บูม!!!

     

    หลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาอีกครั้งด้วยพลังที่ยิ่งกว่าเก่า มันส่งพลังดูดมหาศาลไปที่กำแพงที่ริบังอาจกระแทกเจ้านายของมัน

    วูบ!!!

    เปาะ!! เปาะ!!

    กำแพงเริ่มที่จะแตกร้าวมากขึ้น ตัวอักษรเริ่มที่จะส่องแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง มันส่งพลังบางอย่างกระแทงเข้าใส่เซียวเย่อย่างรุนแรงอีกหน แต่ดูเหมือนเซียวเย่จะไม่ยอมให้ลอบทำร้ายมันได้อีกรอบ เซียวเย่กระทำเพียงขยับแขนเล็กน้อย 

    ครืด!

    วูบ!

    หลุมกลืนกินขยับเคลื่อนที่มาเบื้องหน้าเซียวเย่ในพริบตา คลื้นพลังนั้นกระแทกเข้ากับหลุมกลืนกินแทนที่จะเป็นเซียวเย่ มันถูกหลุมกลืนกินดูดเข้าไปเหมือนกับอาหาร กำแพงอักษรดูคล้ายจะหงุดหงิดมันส่งพลังออกมามากขึ้น กระแทกพลังเข้าใส่หลุมกลืนกินนั้นอย่างรุนแรงมากขึ้น เหมือนกลับว่า ไม่มันก็หลุมกลืนกินที่จะต้องหายไป

    เปรี้ยง! เปรี้ยง!

     

    “ฮ่า ฮ่า ร่ำลากันแต่เพียงเท่านี้เถอะ!” 

     

    เซียวเย่มองกำแพงอักษรเบื้องหน้าเหมือนคนโง่ หัวเราะออกมาเสียงดัง รีดเค้นพลังมากขึ้น พยายามผลักหลุมกลืนกินเข้าไปใกล้กำแพงอักษร เพื่อหวังที่จะให้มันกลืนกินเข้าไปจนหมด

    บูมม!!!

    เปาะ! เปาะ!

    กำแพงเริ่มที่จะปรากฎการแตกร้าวมากขึ้น เซียวเย่เริ่มที่จะมองเห็นความหวังอีกครั้ง แต่ทันใดนั้น!!

     

    “มนุษย์….สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเจ้า….อย่าได้ริที่จะฉกชิงในสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้า…อย่าได้คิดที่จะเปิดประตูที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเจ้า…จงยอมแพ้…และจากไปเสียเถอะ…”

     

    เซียวเย่หันหน้าหมุนวนไปรอบด้าน พยายามที่จะตรวจสอบว่าเสียงปริศนานั้นมากจากที่ใด ฉีกยิ้มที่มุมแก้มกล่าวตะโกนหัวเราะลั่นออกมา

     

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ามีปากพูดได้เหมือนกันเหรอ ดี! จงกางหูที่เหมือนจะไม่มีของเจ้าและตั้งใจฟัง ชีวิตของข้าไม่เคยมุ่งหวังโชควาสนา ข้าหวังเพียงแค่ช่วงชิงมาเป็นของข้าแต่เพียงเท่านั้น!”

     

    “…..มนุษย์ผู้โง่เขลา…ถ้าไม่อยากไป ก็คงต้องขอเชิญให้อยู่ต่อแล้ว…จงตายลง ณ ที่แห่งนี้…กลายเป็นปุ๋ยเซ่นไหว้ให้กับดวงวิญญาณพวกเราเผ่าสัตว์อสูรไปก็แล้วกัน”

     

    เสียงปริศนาที่ไม่รู้ว่าดังก้องกังวานมาจากที่ใด กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูหมิ่น

     

    วูบบบบ

     

    อยู่ๆสิ่งต่างๆรอบตัวเซียวเย่ก็คล้ายถูกเคลื่อนย้าย เหมือนว่าเซียวเย่หายตัวไปปรากฎอยู่อีกที่ หันหน้าไปมองทางใดก็พบเจอแต่ความมืดมิดที่ปรากฎอยู่ข้างในสายตา ไม่อาจที่จะรู้ได้ว่ามันมีจุดสิ้นสุดอยู่จริงหรือไม่ 

     

    “…นี่เจ้ากำแพงหน้าโง่! เจ้าริบังอาจเคลื่อนย้ายข้างั้นหรือ! เจ้าได้ถามข้าหรือยัง ว่าข้านั้นยินยอมหรือไม่!!….หืม!! ”

    กึก! กึก! กึก!  

    เซียวเย่คล้ายว่ากำลังจะลงมือกระทำบางอย่าง แต่ทันใดนั้นเซียวเย่ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง

     

    ไม่ได้มีเพียงแค่เซียวเย่เท่านั้นที่ถูกเคลื่อนย้ายมาในที่แห่งนี้ รูปปั้นผู้พิทักษ์ราชาที่ถูกตั้งใว้ภายในห้องก็ติดตามมาด้วย พวกมันเริ่มที่จะขยับตัวเหมือนกับสิ่งที่อยู่ในการจำศีลมาอย่างช้านาน 

     

    กึก กึก เปาะ!

     

    จากการเคลื่อนไหวที่เทอะทะ มันก็เริ่มที่จะคล่องแคล่วเกินพอดี ควงง้าวในมือไปมาด้วยความว่องไว เหมือนว่าพวกมันเกิดมาเพื่ออาวุธชิ้นนี้ 

     

    พรึบ!!!

    เฟี้ยวๆๆๆ!

     

    รูปปั้นผู้พิทักษ์จำนวนหลายตัวพุ่งใส่เข้าเซียวเย่พร้อมกันจากทุกทิศทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันมาดีหรือว่าร้าย 

     

     ตูม! ๆๆๆๆ

     

    พวกมันฟาดง้าวเข้าใส่เซียวเย่แทบจะพร้อมกันจากทุกทิศทาง พวกมันไม่ยอมให้เซียวเย่ได้มีเวลาแปลกใจด้วยซ้ำ เซียวเย่กระทำได้เพียงแค่ฝืนทนตั้งรับต่อสู้กับพวกมันพร้อมกันอย่างไม่มีหนทางหนี 

    ฉั๊ว! ตูม!

    อั๊ก

    “รุมอีกแล้ว! เมื่อไหร่ข้าจะหลุดพ้นจากโชคชะตาแบบนี้เสียที”

     

    เซียวเย่พลาดท่า โดนหนึ่งในรูปปั้นผู้พิทักษ์ฟันและอีกหนึ่งตัวยกเท้าขึ้นเตะกระเด็นลอยออกไปไกล อยากจะลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าก็ไม่อาจจะกระทำได้ ได้แต่กล่าวโทษโชคชะตาที่มอบความโชคร้ายให้ตนเองเป็นแบบนั้น 

     

    “…มนุษย์ผู้โง่เขลา…คำพูดคุยโวของเจ้าช่างโอ้อวดเกินตัวนัก…ยอมรับชะตากรรมและหายไปเสียเถิด ข้าเริ่มรู้สึกที่จะง่วงนอนอีกครั้งหนึ่งแล้ว”

     

    “ตลอดเวลาหลายปีเจ้าคงจะเหงามากเลยสินะ ถึงได้พูดพล่าม กล่าวไปมาไม่ยอมหยุด!”


     

    "……."

     

    เสียงปริศนาไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใด ไม่อาจที่จะรับรู้ได้ว่ามันได้ยินสิ่งที่เซียวเย่ตะโกนกล่าวออกมาหรือไม่

    ชิ้ง….

    เพลงกระบี่มารฟ้า กระบวนท่าที่ 1 ทลายฟ้า!!!

     

    เซียวเย่ชักกระบี่ออกมาด้วยความเร็วดุจแสง คลื้นสีดำทมิฬเริ่มที่จะคลุ้มคลั่งเกาะติดที่ตัวกระบี่ 

    บูม! 

    ตูม! ๆๆ ปัง ๆๆ

     

    เซียวเย่ฟาดฟันกระบี่ออกไปสุดแรง คลื่นพลังกลืนกินเหล่ารูปปั้นเข้าไปเหมือนอาหาร อย่างกับว่าพวกมันไม่เคยคงอยู่ 

    เคร้งๆๆๆ

    ปัง!ๆๆๆ

    เซียวเย่วิ่งเข้าใส่ ร่ายรำกระบี่ฟาดฟันเหล่ารูปปั้นผู้พิทักษ์พังทลายแตกพังไปตามๆกัน

     

    “อะไรกันหมดแล้วเหรอ แบบนี้ทั้งวันก็ยังได้!…เสกมาอีกได้หรือไม่! มาอีกร้อยข้าก็สังหารหมดร้อย มาอีกพันข้าก็จะ-.…”

     

    เซียวเย่คุยข่มยังไม่ทันจบ อยู่ๆรอบข้างก็ปรากฎรูปปั้นผู้พิทักษ์ราชาออกมานับพันหมื่น พร้อมใจกันล้อมรอบเซียวเย่เอาไว้ เซียวเย่ใบหน้าที่จะแปรเปลี่ยนอีกครั้ง แต่หาใช่ใบหน้าที่กำลังหวาดกลัวไม่

     

    "…มนุษย์ผู้โง่เขลา…ทุกการกระทำของเจ้า…มันก็เปรียบเสมือนน้ำหยดน้อยๆที่กำลังฝืนตัวเอง…ต่อหน้าเปลวอัคคีที่มีมากมายจนกลบผืนฟ้า…ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง…เจ้ามันก็แค่เด็กพึ่งหันเดินเท่านั้น…."

     

    เสียงปริศนาดังก้องกังวานขึ้นมาอีกครั้ง เซียวเย่กระทำเพียงแค่ยืนก้มหน้ารับฟังอยู่อย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางวงล้อมรูปปั้นผู้พิทักษ์นับหมื่น โดยมิได้กล่าวตอบสิ่งใด 

    ชิ๊งงง!

    เซียวเย่เงยหน้าขึ้น หันหน้าไปมองศัตรูมากมายที่รายล้อมเหมือนกำลังรอคำสั่ง เก็บกระบี่คืนสู่ฝักอย่างแช่มช้า

     

    “ดีแล้ว….เจ้าไม่สมควรที่จะปรากฎมาที่นี่ตั้งแต่แรก….ยอมรับผลกรรมเสีย…ข้าจะได้นอนหลับอีกรอบ…เฝ้ารอท่านผู้นั้นมาปรากฎเสียที”

     

     ตึบ ตึบ ตึบ

     

    เสียงปริศนากล่าวออกมา บังคับให้รูปปั้นผู้พิทักษ์ที่รายล้อม เดินเข้ามาเซียวเย่พร้อมกัน หมายจะสังหารเซียวเย่ให้ตกตายไป

     

    “เฝ้ารอท่านผู้นั้นงั้นหรือ? ถ้าจะหลับไปเจ้าก็สามารถที่จะกระทำได้อยู่ แต่ที่เหลือเกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้กระทำอีกแล้ว…”

    บูม!!!

     

    “ถ้าอยากรวมหัวกันกระทืบข้ามากนัก ก็หายมันไปทั้งหมดพร้อมกันนั่นแหละ เจ้าก็ด้วย! เจ้ากำแพงผี!!!”

     

    เซียวเย่ประสานมือที่หน้าอก ประสานมือสลับนิ้วมือไปมาด้วยความรวดเร็ว กล่าวออกมาดังก้อง

     

    เคล็ดวิชาเต๋ากลืนกิน ใต้ฟ้ารวมเป็นหนึ่ง!!!

    วูบบบบบ!

    ร่างกายของเซียวเย่ลุกโชนไปด้วยคลื้นทมิฬสีดำที่มืดมิด ก่อนที่ตัวของเซียวเย่จะค่อยๆหายไป มันถูกแทนที่ด้วยหลุมกลืนกินขนาดใหญ่ มันส่งพลังดึงดูดออกมาจากทุกทิศทาง ไม่เหมือนกับเคล็ดวิชาหลุมกลืนกินที่จะดูดกลืนได้เพียงแค่ทิศทางเบื้องหน้าเท่านั้น

     

    เซียวเย่ไม่เคยคิดที่จะใช้เคล็ดวิชานี้มาก่อน เนื่องจากเซียวเย่เกรงกลัวว่า ถ้าหากว่าตนนั้นกลืนกินสิ่งใดไม่เลือกหน้าขึ้นมา ตัวเองจะมีสภาพเป็นอย่างไรในอนาคตก็มิอาจทราบ 

     

    เพราะเหตุนั้นเซียวเย่จึงได้ตัดสินใจที่จะเลือกกลืนกิน บทเรียนเมื่อตอนลาปาเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี แต่เกรงว่าครั้งนี้เซียวเย่จะไม่มีทางเลือกที่มากนัก

    สวบๆๆๆ

    หลุมกลืนกินดึงดูดรูปปั้นผู้พิทักษ์เข้าไปเหมือนกับพายุ พวกมันพยายามต่อต้านทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ไม่ว่าจะพยายามใช้ร่างกายในการต่อต้านมากเพียงใด กลับกลายเป็นว่าถูกหลุมกลืนกินเขมือบเข้าไปเสียหมด 

     

    ไร้ความหมายเสียจริง!!!

     

    “นี่คือเคล็ดวิชาอันใดกัน…เผ่ามนุษย์มีเคล็ดวิชาที่คดโกงเช่นนี้อยู่ด้วยงั้นหรือ….ไม่ถูกต้อง…เจ้าได้เคล็ดวิชานี้มาจากที่ใดกัน หนุ่มน้อย”

    สวบๆๆๆ

    เสียงปริศนาเมื่อเห็นหลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาแทนที เขมือบกลืนกินรูปปั้นผู้พิทักษ์ของตนเองเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ก็เกิดความรู้สึกแปลกใจและสงสัย ตัดสินใจกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย คล้ายว่ายังไม่รู้สึกว่าตนเองจะเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้แต่อย่างใด

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน