เซียวเย่หันหลังเดินกลับมาที่หน้ากำแพงอีกครั้ง ทดลองส่งพลังเต๋ากลืนกินออกมาอ่อนๆที่บริเวณปลายนิ้ว ยื่นนิ้วจี้ไปที่กำแพงเบาๆ
ชี่~~
เปาะ!
กำแพงที่คงทนแข็งแกร่ง เหมือนว่าไม่มีอะไรที่จะทำลายมันลงได้ แต่เซียวเย่กลับพบว่ามันแตกร้าวอย่างง่ายดาย เหตุเพราะพลังเต๋าที่อยู่บนปลายนิ้ว
“ฮ่า ฮ่า ต่อให้เจ้าไม่ได้สร้างสิ่งนี้ไว้เพื่อข้าก็ตามที แต่ข้าก็คงต้องขอรับไว้แล้ว!!”
เซียวเย่เริ่มรู้สึกถึงความหวังขึ้นมา ถ้าตอนนี้จิตวิญญาณหอคอยพิสูจน์ตนบังเอิญปรากฎขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า เซียวเย่ก็คงไม่ลังเลที่จะเข้าไปกอดหอมเป็นแน่
บูม!
เคล็ดวิชาเต๋ากลืนกิน หลุมกลืนกิน!
ฟู่~~
หลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาเบื้องหน้า เซียวเย่บังคับให้มันดูดกลืนกำแพงเบื้องหน้ามันเข้าไป
วูบ!
เปาะ!
กำแพงเริ่มที่จะมีรอยแตกร้าวปรากฎขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ดูแล้วถ้าเซียวเย่ต้องการที่จะทำให้มันพังทลายลงในทันที ก็คงจะเป็นไปไม่ได้เช่นเดียวกัน
วูบ…..
ปัง! ครืด! อั๊ก!
เมื่อปล่อยให้หลุมกลืนกินดูดกลืนไปได้สักพัก อยู่ๆตัวอักษรที่กำแพงก็ส่องแสงสว่างจ้าออกมา มันส่งพลังบางอย่างออกมากระแทกเข้าใส่เซียวเย่อย่างรุนแรง จนเซียวเย่กระเด็นเข้าไปชนกับกำแพงที่ฝั่งตรงกันข้าม
ฟู่~
หลุมกลืนกินเมื่อไม่มีผู้ใช้ชักนำ ในที่สุดมันก็จางหายไป
เซียวเย่ฝีนรีบลุกขึ้นมาด้วยอย่างเร็วไว เส้นเลือดขึ้นปูดบนใบหน้า ถกแขนเสื้อขึ้นมาด้วยความโมโห
"หนอยเน่! ไอ้กำแพงผี แกคิดจะเล่นกับข้าเรอะ!!!"
เซียวเย่พุ่งเข้าใส่กำแพงเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว เดินพลังเต๋ากลืนกินถึงขีดสุด เสริมด้วยพลังเต๋ามารจิตรวมเข้าไปด้วย
บูม!!!
หลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาอีกครั้งด้วยพลังที่ยิ่งกว่าเก่า มันส่งพลังดูดมหาศาลไปที่กำแพงที่ริบังอาจกระแทกเจ้านายของมัน
วูบ!!!
เปาะ!! เปาะ!!
กำแพงเริ่มที่จะแตกร้าวมากขึ้น ตัวอักษรเริ่มที่จะส่องแสงสว่างขึ้นมาอีกครั้ง มันส่งพลังบางอย่างกระแทงเข้าใส่เซียวเย่อย่างรุนแรงอีกหน แต่ดูเหมือนเซียวเย่จะไม่ยอมให้ลอบทำร้ายมันได้อีกรอบ เซียวเย่กระทำเพียงขยับแขนเล็กน้อย
ครืด!
วูบ!
หลุมกลืนกินขยับเคลื่อนที่มาเบื้องหน้าเซียวเย่ในพริบตา คลื้นพลังนั้นกระแทกเข้ากับหลุมกลืนกินแทนที่จะเป็นเซียวเย่ มันถูกหลุมกลืนกินดูดเข้าไปเหมือนกับอาหาร กำแพงอักษรดูคล้ายจะหงุดหงิดมันส่งพลังออกมามากขึ้น กระแทกพลังเข้าใส่หลุมกลืนกินนั้นอย่างรุนแรงมากขึ้น เหมือนกลับว่า ไม่มันก็หลุมกลืนกินที่จะต้องหายไป
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
“ฮ่า ฮ่า ร่ำลากันแต่เพียงเท่านี้เถอะ!”
เซียวเย่มองกำแพงอักษรเบื้องหน้าเหมือนคนโง่ หัวเราะออกมาเสียงดัง รีดเค้นพลังมากขึ้น พยายามผลักหลุมกลืนกินเข้าไปใกล้กำแพงอักษร เพื่อหวังที่จะให้มันกลืนกินเข้าไปจนหมด
บูมม!!!
เปาะ! เปาะ!
กำแพงเริ่มที่จะปรากฎการแตกร้าวมากขึ้น เซียวเย่เริ่มที่จะมองเห็นความหวังอีกครั้ง แต่ทันใดนั้น!!
“มนุษย์….สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเจ้า….อย่าได้ริที่จะฉกชิงในสิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้า…อย่าได้คิดที่จะเปิดประตูที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเจ้า…จงยอมแพ้…และจากไปเสียเถอะ…”
เซียวเย่หันหน้าหมุนวนไปรอบด้าน พยายามที่จะตรวจสอบว่าเสียงปริศนานั้นมากจากที่ใด ฉีกยิ้มที่มุมแก้มกล่าวตะโกนหัวเราะลั่นออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้ามีปากพูดได้เหมือนกันเหรอ ดี! จงกางหูที่เหมือนจะไม่มีของเจ้าและตั้งใจฟัง ชีวิตของข้าไม่เคยมุ่งหวังโชควาสนา ข้าหวังเพียงแค่ช่วงชิงมาเป็นของข้าแต่เพียงเท่านั้น!”
“…..มนุษย์ผู้โง่เขลา…ถ้าไม่อยากไป ก็คงต้องขอเชิญให้อยู่ต่อแล้ว…จงตายลง ณ ที่แห่งนี้…กลายเป็นปุ๋ยเซ่นไหว้ให้กับดวงวิญญาณพวกเราเผ่าสัตว์อสูรไปก็แล้วกัน”
เสียงปริศนาที่ไม่รู้ว่าดังก้องกังวานมาจากที่ใด กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดูหมิ่น
วูบบบบ
อยู่ๆสิ่งต่างๆรอบตัวเซียวเย่ก็คล้ายถูกเคลื่อนย้าย เหมือนว่าเซียวเย่หายตัวไปปรากฎอยู่อีกที่ หันหน้าไปมองทางใดก็พบเจอแต่ความมืดมิดที่ปรากฎอยู่ข้างในสายตา ไม่อาจที่จะรู้ได้ว่ามันมีจุดสิ้นสุดอยู่จริงหรือไม่
“…นี่เจ้ากำแพงหน้าโง่! เจ้าริบังอาจเคลื่อนย้ายข้างั้นหรือ! เจ้าได้ถามข้าหรือยัง ว่าข้านั้นยินยอมหรือไม่!!….หืม!! ”
กึก! กึก! กึก!
เซียวเย่คล้ายว่ากำลังจะลงมือกระทำบางอย่าง แต่ทันใดนั้นเซียวเย่ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง
ไม่ได้มีเพียงแค่เซียวเย่เท่านั้นที่ถูกเคลื่อนย้ายมาในที่แห่งนี้ รูปปั้นผู้พิทักษ์ราชาที่ถูกตั้งใว้ภายในห้องก็ติดตามมาด้วย พวกมันเริ่มที่จะขยับตัวเหมือนกับสิ่งที่อยู่ในการจำศีลมาอย่างช้านาน
กึก กึก เปาะ!
จากการเคลื่อนไหวที่เทอะทะ มันก็เริ่มที่จะคล่องแคล่วเกินพอดี ควงง้าวในมือไปมาด้วยความว่องไว เหมือนว่าพวกมันเกิดมาเพื่ออาวุธชิ้นนี้
พรึบ!!!
เฟี้ยวๆๆๆ!
รูปปั้นผู้พิทักษ์จำนวนหลายตัวพุ่งใส่เข้าเซียวเย่พร้อมกันจากทุกทิศทาง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกมันมาดีหรือว่าร้าย
ตูม! ๆๆๆๆ
พวกมันฟาดง้าวเข้าใส่เซียวเย่แทบจะพร้อมกันจากทุกทิศทาง พวกมันไม่ยอมให้เซียวเย่ได้มีเวลาแปลกใจด้วยซ้ำ เซียวเย่กระทำได้เพียงแค่ฝืนทนตั้งรับต่อสู้กับพวกมันพร้อมกันอย่างไม่มีหนทางหนี
ฉั๊ว! ตูม!
อั๊ก
“รุมอีกแล้ว! เมื่อไหร่ข้าจะหลุดพ้นจากโชคชะตาแบบนี้เสียที”
เซียวเย่พลาดท่า โดนหนึ่งในรูปปั้นผู้พิทักษ์ฟันและอีกหนึ่งตัวยกเท้าขึ้นเตะกระเด็นลอยออกไปไกล อยากจะลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าก็ไม่อาจจะกระทำได้ ได้แต่กล่าวโทษโชคชะตาที่มอบความโชคร้ายให้ตนเองเป็นแบบนั้น
“…มนุษย์ผู้โง่เขลา…คำพูดคุยโวของเจ้าช่างโอ้อวดเกินตัวนัก…ยอมรับชะตากรรมและหายไปเสียเถิด ข้าเริ่มรู้สึกที่จะง่วงนอนอีกครั้งหนึ่งแล้ว”
“ตลอดเวลาหลายปีเจ้าคงจะเหงามากเลยสินะ ถึงได้พูดพล่าม กล่าวไปมาไม่ยอมหยุด!”
"……."
เสียงปริศนาไม่ได้กล่าวตอบสิ่งใด ไม่อาจที่จะรับรู้ได้ว่ามันได้ยินสิ่งที่เซียวเย่ตะโกนกล่าวออกมาหรือไม่
ชิ้ง….
เพลงกระบี่มารฟ้า กระบวนท่าที่ 1 ทลายฟ้า!!!
เซียวเย่ชักกระบี่ออกมาด้วยความเร็วดุจแสง คลื้นสีดำทมิฬเริ่มที่จะคลุ้มคลั่งเกาะติดที่ตัวกระบี่
บูม!
ตูม! ๆๆ ปัง ๆๆ
เซียวเย่ฟาดฟันกระบี่ออกไปสุดแรง คลื่นพลังกลืนกินเหล่ารูปปั้นเข้าไปเหมือนอาหาร อย่างกับว่าพวกมันไม่เคยคงอยู่
เคร้งๆๆๆ
ปัง!ๆๆๆ
เซียวเย่วิ่งเข้าใส่ ร่ายรำกระบี่ฟาดฟันเหล่ารูปปั้นผู้พิทักษ์พังทลายแตกพังไปตามๆกัน
“อะไรกันหมดแล้วเหรอ แบบนี้ทั้งวันก็ยังได้!…เสกมาอีกได้หรือไม่! มาอีกร้อยข้าก็สังหารหมดร้อย มาอีกพันข้าก็จะ-.…”
เซียวเย่คุยข่มยังไม่ทันจบ อยู่ๆรอบข้างก็ปรากฎรูปปั้นผู้พิทักษ์ราชาออกมานับพันหมื่น พร้อมใจกันล้อมรอบเซียวเย่เอาไว้ เซียวเย่ใบหน้าที่จะแปรเปลี่ยนอีกครั้ง แต่หาใช่ใบหน้าที่กำลังหวาดกลัวไม่
"…มนุษย์ผู้โง่เขลา…ทุกการกระทำของเจ้า…มันก็เปรียบเสมือนน้ำหยดน้อยๆที่กำลังฝืนตัวเอง…ต่อหน้าเปลวอัคคีที่มีมากมายจนกลบผืนฟ้า…ต่อหน้าความแข็งแกร่งที่แท้จริง…เจ้ามันก็แค่เด็กพึ่งหันเดินเท่านั้น…."
เสียงปริศนาดังก้องกังวานขึ้นมาอีกครั้ง เซียวเย่กระทำเพียงแค่ยืนก้มหน้ารับฟังอยู่อย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางวงล้อมรูปปั้นผู้พิทักษ์นับหมื่น โดยมิได้กล่าวตอบสิ่งใด
ชิ๊งงง!
เซียวเย่เงยหน้าขึ้น หันหน้าไปมองศัตรูมากมายที่รายล้อมเหมือนกำลังรอคำสั่ง เก็บกระบี่คืนสู่ฝักอย่างแช่มช้า
“ดีแล้ว….เจ้าไม่สมควรที่จะปรากฎมาที่นี่ตั้งแต่แรก….ยอมรับผลกรรมเสีย…ข้าจะได้นอนหลับอีกรอบ…เฝ้ารอท่านผู้นั้นมาปรากฎเสียที”
ตึบ ตึบ ตึบ
เสียงปริศนากล่าวออกมา บังคับให้รูปปั้นผู้พิทักษ์ที่รายล้อม เดินเข้ามาเซียวเย่พร้อมกัน หมายจะสังหารเซียวเย่ให้ตกตายไป
“เฝ้ารอท่านผู้นั้นงั้นหรือ? ถ้าจะหลับไปเจ้าก็สามารถที่จะกระทำได้อยู่ แต่ที่เหลือเกรงว่าจะไม่มีโอกาสได้กระทำอีกแล้ว…”
บูม!!!
“ถ้าอยากรวมหัวกันกระทืบข้ามากนัก ก็หายมันไปทั้งหมดพร้อมกันนั่นแหละ เจ้าก็ด้วย! เจ้ากำแพงผี!!!”
เซียวเย่ประสานมือที่หน้าอก ประสานมือสลับนิ้วมือไปมาด้วยความรวดเร็ว กล่าวออกมาดังก้อง
เคล็ดวิชาเต๋ากลืนกิน ใต้ฟ้ารวมเป็นหนึ่ง!!!
วูบบบบบ!
ร่างกายของเซียวเย่ลุกโชนไปด้วยคลื้นทมิฬสีดำที่มืดมิด ก่อนที่ตัวของเซียวเย่จะค่อยๆหายไป มันถูกแทนที่ด้วยหลุมกลืนกินขนาดใหญ่ มันส่งพลังดึงดูดออกมาจากทุกทิศทาง ไม่เหมือนกับเคล็ดวิชาหลุมกลืนกินที่จะดูดกลืนได้เพียงแค่ทิศทางเบื้องหน้าเท่านั้น
เซียวเย่ไม่เคยคิดที่จะใช้เคล็ดวิชานี้มาก่อน เนื่องจากเซียวเย่เกรงกลัวว่า ถ้าหากว่าตนนั้นกลืนกินสิ่งใดไม่เลือกหน้าขึ้นมา ตัวเองจะมีสภาพเป็นอย่างไรในอนาคตก็มิอาจทราบ
เพราะเหตุนั้นเซียวเย่จึงได้ตัดสินใจที่จะเลือกกลืนกิน บทเรียนเมื่อตอนลาปาเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี แต่เกรงว่าครั้งนี้เซียวเย่จะไม่มีทางเลือกที่มากนัก
สวบๆๆๆ
หลุมกลืนกินดึงดูดรูปปั้นผู้พิทักษ์เข้าไปเหมือนกับพายุ พวกมันพยายามต่อต้านทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ไม่ว่าจะพยายามใช้ร่างกายในการต่อต้านมากเพียงใด กลับกลายเป็นว่าถูกหลุมกลืนกินเขมือบเข้าไปเสียหมด
ไร้ความหมายเสียจริง!!!
“นี่คือเคล็ดวิชาอันใดกัน…เผ่ามนุษย์มีเคล็ดวิชาที่คดโกงเช่นนี้อยู่ด้วยงั้นหรือ….ไม่ถูกต้อง…เจ้าได้เคล็ดวิชานี้มาจากที่ใดกัน หนุ่มน้อย”
สวบๆๆๆ
เสียงปริศนาเมื่อเห็นหลุมกลืนกินปรากฎขึ้นมาแทนที เขมือบกลืนกินรูปปั้นผู้พิทักษ์ของตนเองเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ก็เกิดความรู้สึกแปลกใจและสงสัย ตัดสินใจกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย คล้ายว่ายังไม่รู้สึกว่าตนเองจะเพลี่ยงพล้ำพ่ายแพ้แต่อย่างใด