ณ คฤหาสน์องค์รักษ์ภายในเมืองอสูรจันทรา
เวลาผ่านไปสิบห้านาที ขณะที่หวังเหว่ยกำลังเดินชมสถานที่ภายในคฤหาสน์องครักษ์ในยามเย็น เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์500คน ได้ปรากฎตัวออกมาทางด้านหน้าของหวังเหว่ย วูบ วูบ วูบ “พวกเรามาแล้วขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์500คนกล่าวพร้อมกัน “อืม พวกเจ้าตั้งใจทำหน้าที่กันให้ดี สำหรับคะแนนผลงานที่พวกเจ้าได้จากการทำงาน พวกเจ้าสามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของต่างๆ ได้ที่หน่วยกองคลัง” หวังเหว่ยกล่าว “รับทราบขอรับนายท่าน” หลังจากกล่าวจบเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง500คน ได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนในสถานที่ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมทำงานในวันพรุ่งนี้ ส่วนหวังเหว่ยได้เดินออกจากคฤหาสน์องครักษ์และไปยังจวนเจ้าเมือง “คุณชายหวังเหว่ยท่านกลับมาแล้ว” ทหารรักษาการจวนเจ้าเมืองหลายคนที่จำหวังเหว่ยได้ กล่าวออกมา หวังเหว่ยยิ้มตอบรับคำทักทาย “ข้าพึ่งกลับมาถึงเมืองวันนี้เองขอรับ ในตอนนี้ท่านเจ้าเมืองสะดวกให้เข้าพบหรือไม่ขอรับ” “คุณชายกรุณารอสักครู่ ข้าจะเข้าไปแจ้งภายในจวนขอรับ” ทหารรักษาการจวนเจ้าเมืองได้เข้าไปภายในจวนหลังจากกล่าวจบ เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีนาที ได้มีเสียงของชายวัยกลางคนดังขึ้น “ฮ่าๆ หวังเหว่ยในที่สุดเจ้าก็มาพบข้า โอ้! ไม่เจอเจ้าไม่นาน เจ้ามีระดับเลเวล21แล้ว! ในตอนนี้เจ้ากลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองนี้แล้ว” เสวี่ยซานกล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ หวังเหว่ยรู้สึกกดดันเล็กน้อยจากสายตาของเสวี่ยซานที่จ้องมองมา เขาจึงได้กล่าวออกมาว่า “ในขณะที่ข้ากำลังพยายามวิ่งหลบหนีเหล่าสัตว์อสูรกลุ่มหนึ่งที่ไล่ตามข้า ข้าได้พลัดตกลงไปในแม่น้ำ จากนั้นข้าก็สลบไป พอข้าตื่นขึ้นมา ข้าก็ได้พบเจอกับสมุนไพรต้นหนึ่ง ข้าจึงกินมันเข้าไปเพื่อประทังความหิว จากนั้นไม่นานข้าก็รู้สึกได้ถึงพลังที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกายของข้า และระดับเลเวลของข้าก็ขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นสามวันระดับเลเวลของข้าก็ได้มาหยุดอยู่ที่ระดับเลเวล21 ข้าเลยไปสอบเลื่อนระดับคลาสอาชีพที่เมืองแห่งหนึ่ง ก่อนจะเดินทางกลับมาที่เมืองอสูรจันทรา” หวังเหว่ยกล่าวตอบ “โอ้! เป็นเช่นนี้นี่เอง โชคดีที่เจ้าสามารถเอาตัวรอดกลับมาได้อย่างปลอดภัย” เสวี่ยซานกล่าว “ว่าแต่เพราะเหตุใดข้าถึงไม่สามารถมองเห็นระดับเลเวลของท่านได้ขอรับท่านเสวี่ยซาน” หวังเหว่ยได้กล่าวถามเจ้าเมืองเสวี่ยซานเพื่อเปลี่ยนเรื่องพูดคุย “อ่า... ข้าเกือบลืมไปเลยว่าเจ้ายังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม ที่มีประสบการณ์ยังไม่มากนัก เอาล่ะ ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟัง การที่เจ้าไม่สามารถมองเห็นระดับเลเวลของข้าได้ นั่นเป็นเพราะว่าเจ้าสามารถมองเห็นระดับเลเวลของคนที่มีระดับเลเวลต่ำกว่าเจ้าได้เท่านั้น แต่ข้ามีระดับเลเวลที่สูงกว่าเจ้า เจ้าจึงไม่สามารถมองเห็นระดับเลเวลของข้าได้” เสวี่ยซานกล่าวอธิบายกับหวังเหว่ยอย่างช้าๆ “เป็นเช่นนี้นี่เอง ขอบคุณท่านเสวี่ยซานที่ช่วยอธิบายให้ข้าฟังขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว “ว่าแต่เจ้ามาพบข้าในวันนี้ มีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ ?” เสวี่ยซานกล่าวถามหวังเหว่ย “ข้ามาหาท่านเสวี่ยซานในวันนี้เพื่อนำใบโควต้าเข้าชั้นเรียนอัจฉริยะของสถาบันอสูรฟ้าครามมาคืน เนื่องจากข้าชอบที่จะออกไปผจญภัยยังโลกภายนอกมากกว่าขอรับ” หวังเหว่ยกล่าวพร้อมกับนำใบโควต้าเข้าชั้นเรียนอัจฉริยะของสถาบันอสูรฟ้าครามออกมาจากแหวนมิติ “อืม... ข้าเข้าใจเจ้าหวังเหว่ย เด็กหนุ่มที่มีความสามารถเช่นเจ้า ควรที่จะออกไปเผชิญโลกภายนอกเพื่อหาประสบการณ์ ว่าแต่เจ้าจะย้ายออกไปจากเมืองแห่งนี้เลยหรือไม่ ?” เสวี่ยซานกล่าวถามหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่เศร้าหมอง “ไม่ขอรับท่านเสวี่ยซาน ข้าเพียงแค่นำใบโควต้าเข้าเรียนมาคืนท่าน ข้ายังอาศัยอยู่ภายในเมืองนี้และเปิดร้านค้าคฤหาสน์องครักษ์ตามปกติขอรับ” “เช่นนั้นก็ดีแล้ว ข้าดีใจที่เจ้ายังอาศัยอยู่ภายในเมืองนี้ ในอนาคตหากเจ้าต้องการความช่วยเหลือเจ้าสามารถมาหาข้าได้ ตัวข้านั้นถึงแม้จะมีระดับเลเวลที่ไม่สูงมากนัก แต่ข้าก็มีคนรู้จักที่เป็นยอดฝีมืออยู่ไม่น้อย !” หลังจากกล่าวจบ เสวี่ยซานได้หยิบใบโควต้าของสถาบันอสูรฟ้าครามจากมือของหวังเหว่ยด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “ขอบคุณท่านเสวี่ยซานมากขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว “ฮ่าๆ เอาล่ะ นี่ก็ใกล้จะมืดค่ำแล้ว ข้าขอตัวไปทำงานที่ยังคั่งค้างอยู่ก่อน” “ขอรับท่านเสวี่ยซาน ไว้มีเวลาข้าจะแวะมาหาท่านใหม่ขอรับ” หวังเหว่ยกล่าว เสวี่ยซานได้ยิ้มให้กับหวังเหว่ยก่อนจะกลับเข้าไปภายในจวนเจ้าเมือง หลังจากเสวี่ยซานกลับเข้าไปภายในจวนแล้ว หวังเหว่ยได้กลับไปยังคฤหาสน์องครักษ์และได้ทำการเดินตรวจตราคฤหาสน์ เวลาผ่านไปสิบนาที หลังจากไม่พบสิ่งผิดปกติภายในคฤหาสน์องครักษ์ หวังเหว่ยจึงได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูร วูบ
มิติแดนอสูร
“นายท่านกลับมาแล้ว” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับ จากนั้นเขาได้เดินไปยังที่พักที่ได้จัดเตรียมไว้ให้กับจินฟาง กุ้ยถิง และเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน “นายท่านกลับมาแล้ว” จินฟาง กุ้ยถิง และเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน ได้กล่าวทักทายหวังเหว่ย ในขณะที่พวกนางกำลังฝึกฝนการนั่งสมาธิเพื่อดูดซับพลังปราณอสูรตามคำแนะนำของสามพยัคฆ์ร่างมนุษย์ “หืม? เหตุใดพวกท่านถึงเรียกข้าเช่นนั้นเหมือนกันหมดล่ะ” หวังเหว่ยกล่าวถาม ขณะมองสำรวจเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน รวมถึงจินฟางและกุ้ยถิง “พวกเราปรึกษากันดีแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ในตอนนี้พวกเราได้ทำสัญญากึ่งอสูรกับนายท่านแล้ว เท่ากับว่าพวกเราอยู่ภายใต้การปกครองของนายท่าน อีกทั้งบุคคลที่มีสถานที่เช่นนี้ไว้ในครอบครองในอนาคตเขาจะต้องได้กลายเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน พวกเราจึงได้ตัดสินใจที่จะติดตามนายท่านอย่างเต็มตัวเจ้าค่ะ” จินฟางได้กล่าวกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง “ข้าเข้าใจแล้ว หากพวกท่านต้องการเช่นนั้น ในอนาคตพวกท่านจะไม่ผิดหวังกับการตัดสินใจในวันนี้อย่างแน่นอน” “เจ้าค่ะนายท่าน” กุ้ยถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนาง จากนั้นเขาได้หันไปมองสามพยัคฆ์ร่างมนุษย์ “พวกเจ้าทั้งสามคนทำได้ดีมาก พวกเจ้าไปพักผ่อนกันได้แล้ว หลังจากนี้หากพวกเจ้ามีเวลา ข้าฝากพวกเจ้าทั้งสามคนช่วยแนะนำการฝึกฝนให้กับพวกพี่สาวด้วย” “รับทราบขอรับนายท่าน” สามพยัคฆ์ร่างมนุษย์กล่าวกับหวังเหว่ย จากนั้นได้แยกตัวออกไปพักผ่อนในสถานที่พักของตนเอง หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้หันไปมองกุ้ยถิงและหญิงสาวทั้ง82คน “ในเมื่อพวกท่านยินดีที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของข้า หลังจากนี้ข้าจะเรียกพวกท่านเหมือนกับคนอื่นๆ ในอนาคตเมื่อระดับเลเวลของพวกเจ้ามีมากกว่านี้ ข้าจะฝึกฝนพวกเจ้าทุกคนให้เป็นนักสู้ โดยข้าจะให้กุ้ยถิงเป็นหัวหน้าของพวกเจ้าทั้ง82คน เนื่องจากพวกเจ้าทุกคนมีหน้าตาที่งดงาม ข้าจะตั้งชื่อกลุ่มของพวกเจ้าว่า "กลุ่มนักสู้หญิงงาม" พวกเจ้าตกลงหรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม “พวกเราตกลงเจ้าค่ะนายท่าน” กุ้ยถิงและเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน กล่าวพร้อมกัน หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของพวกนาง จากนั้นเขาได้หันไปมองจินฟาง “จินฟาง ข้าได้ตรวจสอบธาตุประจำตัวของเจ้าแล้ว เจ้ามีความเข้ากันกับธาตุไม้ ข้าจะสอนเวทมนตร์ประเภทรักษาบาดแผลภายนอกแบบกลุ่มให้กับเจ้าในอนาคต” “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” จินฟางกล่าว “เอาล่ะ หลังจากนี้ข้าจะให้พวกเจ้าทำงานในหน่วยกองคลัง ซึ่งจิวซือจะเป็นผู้อธิบายถึงรายละเอียดของงาน พวกเจ้าตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าทุกคนไปหาจิวซื่อ” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จินฟาง กุ้ยถิงและเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน ได้เดินตามหวังเหว่ยไปยังที่พักของจิวซือ จิวซือเมื่อเห็นหวังเหว่ย จินฟาง กุ้ยถิงรวมถึงเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน กำลังเดินเข้ามาภายในที่พักของนาง นางจึงได้ออกมาต้อนรับทุกคนด้วยท่าทางที่สง่างาม “นายท่านมีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้หรือเจ้าค่ะ” จิวซือกล่าว “ข้าอยากให้พวกนางช่วยงานหน่วยกองคลังของเจ้า เจ้าช่วยบอกรายละเอียดของงานให้กับพวกนางที” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จิวซือกล่าว จากนั้นนางได้เริ่มพูดคุยรายละเอียดของงานในหน่วยกองคลังกับจินฟาง กุ้ยถิงรวมถึงเหล่าหญิงสาวทั้ง82คน “ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อน หากพวกเจ้ามีเรื่องอะไรสงสัย พวกเจ้าสามารถสอบถามทุกคนที่อยู่ภายในมิติแดนอสูรแห่งนี้ได้” “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” จินฟาง กุ้ยถิงรวมถึงเหล่าหญิงสาวทั้ง82คนกล่าวกับหวังเหว่ย หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ไปหาหวังลู่เมิ่งที่กำลังนั่งพูดคุยกับฉิงเหม่ยและอี้หลิวอยู่ภายในลานฝึกฝนการต่อสู้ “นายท่าน” ฉิงเหม่ย อี้หลิว กล่าวทักทายหวังเหว่ย “พี่ชายในที่สุดท่านก็มาหาข้า พี่สาวฉิงเหม่ยบอกข้าว่า ท่านกำลังยุ่งอยู่ข้าเลยไม่ได้ไปหาท่าน” หวังลู่เมิ่งกล่าว “ฮ่าๆ พี่ค่อนข้างมีเรื่องให้ทำเยอะไปหน่อยเลยไม่ค่อยมีเวลามาเล่นเป็นเพื่อนเจ้า เจ้าก็เล่นกับพี่สาวฉิงเหม่ยและพี่สาวอี้หลิวแทนก็แล้วกัน” หวังเหว่ยกล่าว “ข้าเข้าใจแล้วพี่ชาย พี่สาวฉิงเหม่ยนางขยันมากเลยล่ะ ข้าเห็นนางฝึกฝนทั้งวันเลย” หวังลู่เมิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง “ข้ารู้สึกว่ายิ่งข้าฝึกฝน ข้ายิ่งแข็งแกร่งขึ้นเจ้าค่ะ ข้าทำแบบนี้จะไม่มีผลกระทบอะไรกับวิหกน้อยใช่หรือไม่เจ้าค่ะนายท่าน ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถามหวังเหว่ย “แน่นอน ข้าได้ลองตรวจสอบเจ้าดูแล้วเมื่อสักครู่นี้ ยิ่งเจ้าแข็งแกร่งวิหกน้อยก็ยิ่งแข็งแกร่งตามไปด้วย อีกทั้งเจ้ายังสามารถฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับเลเวลได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ไปได้เรื่อยๆ จนกว่าวิหกน้อยจะถือกำเนิด หลังจากนั้นระดับเลเวลของเจ้า ก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วในระดับปกติเช่นเดิม” “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะนายท่าน ข้าจะตั้งใจฝึกฝนเพื่อเป็นกำลังสำคัญให้กับนายท่านเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ดีมาก วันนี้ก็เริ่มมืดค่ำแล้ว ลู่เมิ่ง ฉิงเหม่ย อี้หลิว พวกเจ้าควรจะพักผ่อนกันได้แล้ว ข้าจะกลับไปพักผ่อนเช่นกัน” “ข้าเข้าใจแล้วพี่ชาย วันนี้ข้าจะพักอยู่กับพี่อี้หลิวเช่นเดิม” หวังลู่เมิ่งกล่าว จากนั้นนางได้เดินจูงมืออี้หลิวกลับที่พัก “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน ข้ากำลังจะกลับไปพักผ่อนอยู่พอดีเจ้าค่ะ” ฉิงเหม่ยกล่าว จากนั้นนางได้เดินกลับไปยังที่พักของนาง หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้กลับไปหาเฟิงเค่อและเฟิงเป้าผ่านทางประตูมิติในมิติแดนอสูรด้วยใบหน้าคุณชายนักประดิษฐ์ วูบ
ภายในอาคารที่พักของกลุ่มหวังเหว่ยในสถาบันอัคคีหมอก
“นายท่านกลับมาแล้ว” เฟิงเค่อ เฟิงเป้า กล่าวทักทายหวังเหว่ย ขณะกำลังนั่งสมาธิฝึกฝน “ซือโฮ่ว ซิ่นเฉิง กลับไปแล้วรึ ?” หวังเหว่ยกล่าวถาม “ทั้งสองคนกลับไปตั่งแต่เย็นขอรับ” เฟิงเค่อกล่าวตอบ “เช้าวันพรุ่งนี้หลังจากรับตำแหน่งอาจารย์ พวกเราไปหาซื้อคฤหาสน์ภายในเมืองกัน ในวันนี้พวกเราพักผ่อนกันก่อน” “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อ เฟิงเป้า กล่าวพร้อมกัน หลังจากพูดคุยกันเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ย เฟิงเค่อ เฟิงเป้า ได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนภายในห้องพักส่วนตัวของตนเอง