“เ้าพี่”
เสียงหวานละเมอ มือบางพยายามไขว่คว้าอะไรบางอย่าง ร่างบางกระสับกระส่าย คำละเมอที่ทำให้คนฟังคิ้วขมวด
เ้าพี่... เฟลิโอน่าเป็ฝาแฝดกับเ้าชายรัตติกาลนี่ งั้นก็เกี่ยวกับที่ รัตติกาลต้องเ็ปในวันที่พระ จันทร์เต็มดวง หมายความว่า พี่ชายฝาแฝดของเฟลิโอน่าคือ...
เฟริน
“เ้าพี่” ร่างบางลุกพรวดอย่างใ กระสับกระส่ายสอดมองไปทั่วห้องเพื่อหาคนที่เธอกำลังเป็ห่วง แต่ในห้องกลับมีเพียงเธอกับเ้าชายน้ำแข็งเท่านั้น
“เฟริน เฟรินล่ะ คาโล” เสียงหวานเอ่ยระรั่วอย่างเป็ห่วง น้ำเสียงเป็ห่วงทำให้ชายหนุ่มนึกอยากแกล้ง ก็เธอชอบแกล้งเขาบ่อย ๆ นี่
“เฟริน?”
“ใช่ เฟรินอยู่ไหน?”
“หือ?” คาโลแกล้งทวนเรียบ ๆ เหมือนไม่เข้าใจ
“อย่าเล่นลิ้น คาโล วาเนบลี ฉันถามว่า เฟรินอยู่ที่ไหน” ร่างบางแหวปนตะคอกอย่างขัดใจ คาโลขยับยิ้มขำ ๆ
“อยู่ที่ห้อง คาลิน่าดูแลอยู่” ร่างบางได้ยินคำตอบก็พยักหน้ารับ อย่างน้อยพี่ชายเธอก็ยังมีคนดูแลอยู่ แต่ความเป็ห่วงยังไม่หายดีเลยต้องหันกลับไปถามอีกคำถาม
“แล้วอาการเป็ไงบ้าง คาโล”
“เธอเป็แฟนเฟริน” คำถามเรียบ ๆ สั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความตามแบบฉบับปรินซ์คาโล แต่ทำให้คนฟังตาเบิกกว้างอย่างใ เผลอตกหลุมพรางของคนตรงหน้าอย่างห้ามไม่ทัน
“จะบ้าหรอ ฉันจะเป็แฟนเฟรินได้อย่างไง ในเมื่อฉันกับเฟรินเป็ อุ๊บ...” เฟลิโอน่าทำหน้าเหยเก มือบางปิดปากแน่นเหมือนพูดอะไรไม่ดีออกไป ดวงตาสีน้ำตาลมองคนถามอย่างเอาเื่ เธออยากจะบ้า ดันไปตกหลุมพรางเ้าบ้าน้ำแข็งเดินได้ซะได้
“พี่น้องฝาแฝดกัน” คาโลต่อประโยคเดิมให้จบ
“นายรู้” หญิงสาวเปรยก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากัน “รู้ได้ไง”
คาโลขยับยิ้มกับท่าทางตกอกใของหญิงสาวที่ไม่ได้เห็นบ่อยนัก หรือเรียกได้ว่าไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอที่แต่คอยแกล้งเขา หรือไม่ก็คนนู่นคนนี่ให้ใมากกว่าจะเป็ตัวเขาเอง ดวงตาสีฟ้าอ่อนแสงลงอย่างอ่อนโยน
“เมื่อสองปีก่อน ฉันไปที่เดมอสกับท่านพ่อ เลยได้เห็นรูปของเธอสองคน แต่ก็ไม่ได้เจอตัวจริง เพราะเธอเพิ่งไปสโนว์ แลนด์ สวนกับ พวกฉันพอดี เลยไม่ได้เจอกัน ยังดีที่ตอนนั้คาลิน่าไม่ได้ไป เพราะไปเที่ยวอยู่ที่เวนอล ไม่งั้นคงรู้ความจริงไปนานแล้ว” ประโยคยาว ๆ ที่มาจากเ้าชายแห่งคาโนวาลที่เฉลย ข้อสงสัยที่ทำไม เ้าชายน้ำแข็งผู้ไม่เคยเจอพี่ของเธอ จะรู้ความจริงเื่นี้ได้ยังไง เรียกให้ร่างบางถอนใจอย่างเหนื่อยใจ หากแต่ก็ยังเบาใจว่าเพื่อนสาวของตน ยังไม่รู้ความจริง
“แล้วนายก็ไม่บอกฉันั้แ่แรก” เฟลิโอน่าโวยร่างสูงอย่างหมั่นไส้ ที่หลอกให้เธอใอยู่ตั้งหลายนาที
“ก็เธอไม่ได้ถามนี่” คาโลย้อน เฟลิโอน่าเบ้หน้าอย่างไม่พอใจ แก้มป่อง เหมือนทุกครั้งที่เธอขัดใจ แต่อาการที่ไม่มีใครเคยเห็น นอกจากเครือญาติและเฟรินที่เห็นบ่อยสุด เพราะคอยแหย่น้องสาว ทำให้ร่างสูงของคนตอบยิ้มกว้างขึ้นอย่างเอ็นดู
“แล้วนายจะบอกคาลินรึป่าว” ร่างบางเอ่ยถามเสียงอ่อย เพราะอย่างน้อยเธอก็เป็ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ความลับของพี่ชายแตกอยู่ดี
“ฉันไม่ใช่คนปากเบา” คาโลตอบเรียบ ๆ ร่างบางยิ้มอย่างพอใจก่อนจะถามอีกคำถามเครียด ๆ
“เฟรินเป็อย่างไงบ้างล่ะ คาโล”
“คาลิน่าดูแลอยู่ เมื่อกี้ฉันพึ่งชงยาบำรุงให้คาลิน่าไป คงไม่เป็ไรมาก” คาโลรายงานคร่าว ๆ เหมือนคุณหมอรายงานญาติผู้ป่วย แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นใบหน้าหวานเหยเกกับคำตอบของเขา
“ยาบำรุง?”
“ใช่”
“นายชงเองหรอ?”
“ใช่” เขาไม่เข้าใจแค่ยาบำรุง มันจะอะไรกันนักหนา
“เฟรินดื้อยาจะตายไป ปานนี้คงอาละวาดน่าดูแล้วน่ะสิ” เฟลิโอน่าเฉลยแหย ๆ เธอเคยเจอฤทธิ์ดื้อยาของพี่ชายมาหลายครั้ง ทานยากทานเย็น กว่าจะทานได้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ขนาดยาที่เธอชงออกจะหวานนิด ๆ ด้วยซ้ำ พี่เธอยังโวยได้ แต่นี่อีตาน้ำแข็งชงให้ เฮ้อ~ ไม่อยากคิดว่าคาลิน่าจะเจออะไร
คาโลคิ้วขมวด ไม่คิดว่าเพื่อนหัวขโมยเ้าเล่ห์นั่นจะดื้อยาอย่างที่หญิงสาวพูด แต่ในเมื่อหญิงสาวเป็คนพูดเองจะไม่เชื่อก็ไม่ได้ เฮ้อ~ งานนี้คาลิน่าคงลำบากไม่น้อย ขนาดน้องสาวยังดื้อได้ขนาดนี้ แล้วเ้าหัวขโมยจอมปลอมที่หลอกคนทั้งป้อมได้จะขนาดไหน แต่ก่อนจะนึกออกจึงถามหญิงสาวอีกคำถามทันที
“แล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกับ เฟริน”
ใบหน้าหวานของหญิงสาวเศร้าลงถนัด จนเขานึกเสียใจที่ถามเธอออกไปอย่างนั้น หญิงสาวจมอยู่ในห้วงคิดอยู่นานสองนาน จนเขาไม่คิดว่าจะได้คำตอบจากเธออีกแล้ว
“นายก็รู้ฉันกับเฟรินเป็สายเืของสองแผ่นดิน” คาโลพยักหน้า “มีคำสาปหนึ่งเคยสาปในเดมอสว่า ถ้าสายเืใดเกิดจาก สองแผ่นดิน จะต้องเ็ปทุกพระจันทร์เต็มดวง” คาโลพยักหน้าแล้วเขาก็เริ่มเข้าใจอะไรราง ๆ จึงหันไปมองหญิงสาว
“ใช่ คาโล เพราะเ้าพี่กับฉันเป็ฝาแฝด คนใดคนหนึ่งจึงต้องได้รับคำสาปนั่น เ้าพี่เป็คนยอมรับคำสาปแทนฉันที่เป็น้องสาว เ้าพี่ต้องเ็ป เ็ปมากขนาดไหน ฉันรู้ดี คาโล” เสียงหวานสั่นอย่างเสียใจ ทำให้คนใจไม่เคยแข็งพอกับเธอต้องกอดปลอบประโลม เสียงสะอื้นดังในอ้อมแขน
เธอต้องกลายเป็ต้นเหตุให้เฟรินเ็ป แต่ถ้าเธอเลือกยอมรับคำสาปนั่นแทน คนที่จะเ็ปยิ่งกว่าโดนคำสาปคงจะเป็เฟริน
คาโลค่อย ๆ ลูบเรือนผมนุ่มเบามือ เหมือนปลอบประโลม ปากแข็ง ๆ ที่ไม่เคยเอ่ยปลอบใครมาก่อนในชีวิต ขนาด คาลิน่า น้องสาวฝาแฝดของเขาก็ยังไม่เคยร้องไห้ให้เขาปลอบเลยสักครั้ง
“มีแต่เด็กที่ร้องไห้”
หญิงสาวทุบอกแกร่งอย่างหมั่นไส้ พยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมอกที่เธอซุกอยู่ จนคาโลต้องเบ้หน้า
“ไม่ต้องมาทำดีกับฉันเลย จะไปไหนก็ไป ไอน้ำแข็งเดินได้”
ดื้อ... ชายหนุ่มประณามในใจ
“เธอเป็ลูกหนี้ฉัน” คำตอบกลับตอบไปนู่น ทำให้อารมณ์ขุ่น ๆ ยิ่งขุ่นหนักขึ้น ร่างบางจึงเริ่มดิ้นไปดิ้นมา แต่ยิ่งดิ้นไออ้อมแขนบาง ๆ นี่ก็ยิ่งรัด
“แล้วนายจะเอาอย่างไร หา? ปรินซ์คาโล” ร่างบางโวย คาโลยิ้มนิด ๆ
“ฉันยังคิดไม่ออก ดังนั้นตอนนี้ยังถือว่าเธอเป็ลูกหนี้ฉันอยู่ก็แล้วกัน”เสียงทุ้มเอ่ยกระซิบข้างหูร่างบางที่เริ่มสงบ แต่ก็ยังแก้มป่องเหมือนเด็ก ๆ คาโลยิ้มกว้างอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นและโชคดีที่หญิงสาวไม่ได้มองหน้าชายหนุ่มเลยไม่เห็น
“อย่าคิดมาก เฟรินทำเพื่อเธอ ยิ่งเธอเสียใจในสิ่งที่มันเลือก มันก็ต้องยิ่งเสียใจที่ทำให้เธอไม่สบายใจ” ประโยคปลอบยาว ๆ ที่หญิงสาวไม่คิดจะได้รับ ทำให้น้ำตาที่เคยแห้งหายกลับไหลออกมาอีกครั้ง อย่างสะกดกลั้นไว้ไม่ไหว
เสียงสะอื้นและบรรยากาศอบอุ่น ปน เศร้า ห้อมล้อมชายหนุ่มและหญิงสาวที่เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น ความทุกข์ถูกแบ่งปัน ความอบอุ่นถูกส่งต่อ ความแข็งกระด้างและเ็าค่อย ๆ โดนลบ โดยพวกเขาไม่มีใครรู้ตัว
..........................................................