โทมัสกับคนอื่นๆหลบหนีไปไกลหลายสิบกิโลเมตรแล้ว แรงปะทะรุนแรงถึึงขนาดพวกเขากระเด็นไปไกล ขนาดนั่นเขาเห็นเย่ชิงหยูหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เข้าปะทะกับสัตว์อสูรขนาดตัวใหญ่โตราวกับขุนเขาโดยที่ไม่พ่ายแพ้ ซ้ำยังสังหารไปได้หลายตัว พวกเขาถึงกับกำหมัดแน่น ไร้พลังอย่างถึงที่สุด สาบานกับตนเองว่าจะต้องมีพลังมากกว่านี้ให้จงได้
ทางฟากพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์เริ่มรวมเปลวเพลิงไว้ที่ปากควบแน่นเป็นบอลพลังงานเพลิงสีแดงใหญ่ปล่อยเข้าใส่
เฟยเซียนลากเสียงคำรามยาว ร่างพลังงานรัศมีสีครามส่องสว่าง มันปลดปล่อยลำแสงขนาดใหญ่เข้าปะทะ
"ปัง" แรงระเบิดกัปนาทดังสนั่น แรงปะทะกระจายไปหลายร้อยกิโลเมตร
พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์กับเฟยเซียนกระเด็นไปไกลหลายร้อยกิโลเมตร ตามเนื้อตัวของแต่ละคนปรากฏบาดแผลมากมาย
เฟยเซียนหอบหายใจแฮ่กๆ เขาใช้พลังงานมากเกินไป ร่างพลังงานขนาดยักษ์เริ่มเรือนรางราวกจะสูญสลาย
ทางพยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ก็ส่งเสียงคำรามในลำคออย่างเจ็บปวด "กรรรรร" ผิวหนังที่หลังเขาปรากฏรอยแพ้เป็นทางยาว ดวงตาจ้องเขม็งไปที่เฟยเซียนอย่างเคียดแค้น
ในขนาดนั่นทั้งสองคนก็สัมผัสถึงบางอย่างได้ เฟยเซียนสีหน้าถึงกับโล่งใจ แต่ส่วนทาง พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์พลันตื่นตระหนัก มันส่งเสียงคำรามตะโกนบอกบอกลูกน้องของมันทันที
"หนีเร็ว" ตัวมันไม่รอช้ากระโจนหันหลังหนีทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขนาดนั่น ออร่ามังกรสีทองตัวยาวหลายพันเมตรพุ่งทะยานราวกับความเร็วแสง เข้าใส่มันมันที มังกรกางกรงเล็บขนาดมหึมาเข้าตะปบใส่ แรงกดดันพลันหนักอึ้ง
"โฮกกกก" พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์คำรามส่งเสียงดัง ตะปบกรงเล็บเข้าปะทะ "ตึงงงง" ตัวมันปรากฏบาดแผลขึ้นอีกหลายสิบแห่ง มันหันไปมองทางลูกน้องของมัน ขนาดนั่นดวงตาขนาดใหญ่แดงฉาน ส่งเสียงอาฆาตแค้น
"มันไม่จบแค่นี้แน่" เสียงคำรามของมันสั่นสะเทือนสะท้านปฐพี ขนาดนั่นมันแบกร่างใหญ่โตกระเสือกกระสน พุ่งทะยานหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
"เหอ หนีไปจนได้" ขนาดนั่นก็มีผู้เฒ่าคนนึงปรากฏตัว เขาผมรุงรัง เนื้อตัวมอมแมมราวกับว่าไม่ได้อาบน้ำยังไงยังงั้น
เฟยเซียนหันมามอง
"ดีที่เจ้ารีบมา จักรพรรดิยาจก" เฟยเซียนส่งเสียงออกมา เขารู้สึกโล่งใจอย่างมาก
"อืม ก็ได้รับสัญญาณฉุกเฉินจากเจ้าไม่ไกล คิดไม่ถึงว่ามันจะส่ง พยัคฆ์เพลิงโลกันตร์ออกมาไล่ล่าพวกเจ้านะ" จักรพรรดิยาจกส่งเสียงเยียบเย็น
ขนาดนั่นเสียงการปะทะของอีกฟากก็จบลงพวกเขาทั้งสองหันไปมองทันที ในดวงตาของพวกเขาตื่นตะลึง
เย่ชิงหยูราวกับเทพสงคราม เนื้อตัวเขาปรากฏบาดแผลมากมาย แต่ไม่ได้สาหัสมากนัก รอบๆมีสัตว์อสูรยักษ์หลายสิบตัวนอนตายอยู่รอบๆ งูเหลือมมรกตเบิกตากว้าง กำลังจะตาย เนื้อตัวปรากฏแผลขนาดใหญ่หลายสิบแผล ในขนาดนั่นตอนที่ผู้นำของพวกมัน สั่งการให้หนีแต่อยู่ดีๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม หอกสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งทะยานลงมาเข้าใส่พวกมัน แทงทะลุร่างอันใหญ่โต โดยที่ไม่สามารถต้านทานได้ การโจมตีนั่นสังหารพี่น้องของพวกมันจนหมด งูเหลือมมรกตส่งเสียงฟู่ๆเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เสียงของมันจะเงียบไป
เย่ชิงหยูสูดหายใจเข้าไปลึกๆ หอกสายฟ้าที่ปล่อยออกมาในครั้งสุดท้ายนั่น ถ้าเทียบกับตอนที่ใช้กับอูเซิงมันรุนแรงและมีขนาดใหญ่กว่าเป็นสิบๆเท่า เย่ชิงหยูรอจังหวะปิดฉากอยู่พอดี เขาใช้พลังงานไปมากมาย แต่ถึงอย่างงั้นก็ยังไม่หมดง่ายๆ เขาราวกับมีพลังไม่สิ้นสุด ร่างกายเขาร้อนรุ่ม หลังจากผ่านการต่อสู้ที่หนักหน่วง เขาก็ได้รับประสบการณ์ขึ้นไปอีกขั้น
เย่ชิงหยูหันมองไปที่ทิศทางของเฟยเซียนขนาดนั่นพวกเขาก็ทะยานเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
โทมัสกับคนอื่นๆเมื่อเห็นว่าจบลงแล้ว พวกเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เรื่องในวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ลืมเลยสำหรับพวกเขา ส่วนเย่ชิงหยูนั่นพวกเขาไม่อยากคิดถึงมันอีก ยิ่งอยากจะแข่งยิ่งห่างไกลมากยิ่งขึ้น พอคิดได้ดังนั่นพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจ สัตว์ประหลาดแบบนั่นอย่าเอามาเทียบจะเป็นการดีที่สุด พวกเขามองหน้ากันไปมา หัวเราะขึ้นเบาๆ
เหินก็เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ส่วนเหยี่ยวยักษ์ปีกทองก็ถูกเหินกินศพเข้าไปแล้ว พลังงานมหาศาลช่วยให้สัตว์อสูรพัฒนาได้ดีมากยิ่งขึ้น
เมื่อทุกคนมารวมตัวกัน เฟยเซียนถามกับทุกคนทันทีว่าปลอดภัยกันไหม พวกเขาพยักหน้า แต่เมื่อหันมามองที่เย่ชิงหยูเขาก็จ้องเขม็ง จักรพรรดิยาจกที่ยืนอยู่ข้างๆก็สีหน้าจริงจัง เขาเอ่ยออกมา
"เจ้าเด็กน้อยนี้นะหรอ เย่ชิงหยู สมแล้วจริงๆ ที่เป็นสัตว์ประหลาดน้อยในรอบหมื่นปี"
"ขั้นขุนพลปฐพีขั้นต้นสังหารสัตว์อสูรขั้นขุนพลนภาขั้นปลายหลายสิบตัวด้วยตัวคนเดียว" เขาเอ่ยออกมาเสียงของเขาตื่นตระหนก
เฟยเซียนกับจักรพรรดิยกจกหันมองหน้ากัน
"ข้าคงแก่แล้วจริงๆ" เฟยเซียนถอนหายใจ
"นั่นสินะ เมืองหน้าด่านรู้ข่าวนี้จะต้องตกตะลึงแน่" จักรพรรดิยาจกพยักหน้ารับ การต่อสู้ทำลายรอบบริเวณ ผืนป่ากลางเป็นที่โล่งหลายร้อยกิโลเมตร พวกเขาว่าจะพักที่นี้วันนึง เพื่อฟื้นพลังงาน ขนาดนั่นก็เริ่มทำอาหารกินกัน ใช้ซากสัตว์อสูรมาทำอาหาร ราวกับเป็นงานเลี้ยงฉลอง
โทมัสกับคนอื่นๆก็พลันตื่นเต้น เนื้อสัตว์อสูรระดับขุนพลนภามากมายเช่นนี้ พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน หลังจากปรุงสุกแล้ว
เย่ชิงหยูแค่คนเดียวก็กินไปหลายสิบตัน คนอื่นๆที่ถือเนื้ออสูรไว้ถึงกับอึ้ง ต้องบอกว่าเนื้ออสูรขั้นขุนพลนภาในแต่ละชิ้น มีพลังงานอัดแน่นมหาศาล แต่เย่ชิงหยูกินราวกับเป็นเหวลึกไร้ที่สิ้นสุด พวกเขาส่ายหัวไปมาหัวเราะเบาๆ โทมัสกับคนอื่นๆก็กินไปหลายสิบชิ้น พลังงานอัดแน่นในร่างราวกับว่าจะเริ่มทะลวง
เฟยเซียนพยักหน้า ดูเหมือนว่าเจ้าพวกเด็กๆจะได้ประโยชน์กันไม่น้อย แต่ละคนเริ่มนั่งขัดสมาธิเริ่มทะลวงพลังในทันที
ส่วนเย่ชิงหยูพลังงานในร่างเริ่มฟื้นคืนกลับมาเต็มแล้ว เขาก็เอาหมอนออกมาจากแหวนมิติ หนุนหัวนอนหลับไปทันที คนอื่นๆถึงกับหัวเราะร่า เจ้าหนูนี่มันตัวแสบจริงๆ
เช้าวันถัดมาทุกคนเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เหินก็เริ่มฟื้นตัวเช่นกัน พวกเขาก็ออกเดินทางกันต่อทันที แต่คร่าวนี้มีจักรพรรดิยาจกติดมาด้วย เพื่อป้องกันภัยอีกชั้นนึง
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง พวกเขาก็มาถึง กำแพงใหญ่โตมโฬหาร ทอดยาวออกไปแทบลับสายตา เมืองกว้างใหญ่ไพศาล ใจกลางเมืองปรากฏตึกสูงเสียดฟ้ามองเห็นอยู่ข้างๆ นั่นคือสำนักงานใหญ่ ส่วนถัดไปไม่ไกล ก็มีหอคอยลึกลับที่สูงยิ่งกว่าตึกเสียดฟ้า สีดำสนิทกลิ่นอายปลดปล่อยออกมาราวกับของโบราณ เย่ชิงหยูพลันเมื่อเห็นพลันรู้สึกสนใจทันที
ขนาดนั่นเมื่อพญาอินทรีปีกเงินบินมาถึงกำแพง ก็ต้องถูกตรวจสอบ รอบเมืองพลันปรากฏออร่าพลังงานครอบคลุมไว้ มันเป็นค่ายกลขนาดยักษ์ที่เอาไว้ตรวจจับพวกสัตว์อสูร ถ้าเกิดมีสัตว์อสูรผ่านม่านพลังงานนี้จะถูกจับได้ทันที
เมื่อแสงพลังงานสาดส่องไปที่ทุกคนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อเห็นดังนั่นเหินบินทะยานเข้าไปในเมืองทันที