บทที่ 25 รอยยิ้มอันสวยงาม
"หืม? ผู้ใดกัน?"
บรรดาขุนนางต่างหันไปมองบุรุษหนุ่มหล่อเหลาผู้นั้นด้วยความประหลาดใจ
แต่เมื่อมองดูดี ๆ โอ้? ทำไมถึงแต่งชุดขันทีเล่า?
ด้วยบรรยากาศหมดหวังซึ่งมีความกดดันเป็อย่างยิ่ง ความเดือดดาลของขุนนางน้อยใหญ่จึงปะทุขึ้นมาทันที
จ้าวอู่เจียง?
ขันทีข้างกายขององค์ฮ่องเต้มาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้?
เป็เื่โง่เขลาอย่างยิ่งที่ปรากฏตัวในสถานการณ์เช่นนี้ หลี่เฉินซวีขมวดคิ้วใช้ความคิด
กลุ่มคณะทูตจากแคว้นไป๋เยว่ชำเลืองมองผู้มาใหม่ คนผู้นี้มีหน้าตาหล่อเหลาก็จริง แต่จะมีประโยชน์อันใด?
คิดหรือว่าจะทำให้องค์หญิงยิ้มได้?
เมื่อจ้าวอู่เจียงปรากฏตัว ดวงตาของฮ่องเต้หญิงก็เป็ประกายระยิบระยับ นางลุกขึ้นยืนทันที จ้าวอู่เจียงเป็พวกหน้าด้านไร้ยางอาย บางทีอาจมีวิธีแก้ปัญหาที่คิดไม่ถึงก็เป็ได้
เสียงซุบซิบของกลุ่มขุนนางยิ่งดังมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกเขาตั้งใจระบายความโกรธแค้นไปที่ขันทีหนุ่ม แต่ทันใดนั้น ขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งก็ร้องะโขึ้นด้วยความตกตะลึง
"ดูนั่น องค์หญิงกำลังยิ้ม!"
"ว่าไงนะ? เกิดอะไรขึ้น?"
"องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ยิ้มออกมาแล้ว!"
เมื่ออวี้เซวียนเห็นหน้าจ้าวอู่เจียง นางก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง หัวใจนางพองโตด้วยความตื่นเต้น
นางถึงกับดึงชายกระโปรงขึ้น และวิ่งลงมาหาจ้าวอู่เจียงด้วยตนเอง
เมื่อเห็นองค์หญิงกำลังวิ่งเข้ามาหาตน ชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก และรีบเดินตรงเข้าไปหานางเช่นกัน
"จ้าวอู่เจียง ข้าคิดถูกจริง ๆ ด้วย ที่แท้เ้าก็เป็ขุนนางของแคว้นต้าเซี่ย!"
ใบหน้างดงามขององค์หญิงเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข นางกลับมามีชีวิตชีวาสดใสอีกครั้ง
นางจับข้อมือของขันทีหนุ่มแน่น เกือบจะโถมตัวเข้าไปกอดเขาเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าอยู่ในห้องโถงใหญ่ของหอผิงคัง และไม่ได้มีบรรดาขุนนางจากทั้งสองประเทศคอยเฝ้ามองอยู่ นางก็คงสวมกอดคนผู้นี้ไปแล้ว
"องค์หญิงวางแผนล่อกระหม่อมออกมาหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่แลบลิ้นอย่างน่าเอ็นดูแล้วพยักหน้า ไม่ปิดบังเจตนาของตนเอง
จ้าวอู่เจียงยกมือลูบเส้นผมสีขาวราวกับหิมะของอวี้เซวียน
"เป็อย่างไร? ไม่มีผู้ใดทำให้พระองค์ตกหลุมรักได้เลยหรือ?"
"ไม่มี ข้ากำลังรอคอยเ้าอยู่ เหตุใดเ้าถึงมาปรากฏตัวเอาตอนนี้?"
องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ทำปากยื่น เขย่าแขนของจ้าวอู่เจียงอย่างแง่งอน
เมื่อทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ใบหน้าของขุนนางน้อยใหญ่ต่างแสดงความตกตะลึง พวกเขาไม่อยากเชื่อสายตาตนว่า องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ที่มีแต่ความเ็ายิ่งกว่าราชินีน้ำแข็ง กลับส่งยิ้มอันงดงามให้แก่ขันทีหนุ่มด้วยความอ่อนหวานถึงเพียงนี้
พวกเขาเห็นอย่างชัดเจนว่าหากทั้งสองคนอยู่กันตามลำพัง องค์หญิงอวี้เซวียนก็คงแสดงความใกล้ชิดสนิทสนมออกมามากกว่านี้อย่างแน่นอน
แท้จริงแล้วองค์หญิงก็หาใช่คนเ็า แต่เป็หญิงสาวที่อบอุ่นมากทีเดียว
บรรดาชายหนุ่มที่เข้ารับการเลือกคู่ต่างรู้สึกอิจฉาริษยา บางคนยิ้มเจื่อน บางคนมีใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความขุ่นเคือง
นี่หรือผู้หัวใจองค์หญิงอวี้เซวียน หลังจากพวกเขาเต้นแร้งเต้นกาแสดงความสามารถแปลกประหลาดพิสดารกันอยู่หลายชั่วยามเนี่ยนะ?
สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่คนสนิทของฮ่องเต้?
ในขณะนี้ เซวียนหยวนจิ้งก็มีความตกตะลึงไม่แพ้ทุกคน นับว่านางประเมินจ้าวอู่เจียงต่ำเกินไปจริง ๆ แต่นอกจากความตกตะลึงแล้ว ฮ่องเต้หญิงก็รู้สึกโล่งใจในเวลาเดียวกัน
ส่วนคณะทูตจากแคว้นไป๋เยว่ ต่างตกตะลึงมากกว่าผู้ใด เหตุใดองค์หญิงผู้สูงส่งของพวกเขาจึงได้ประพฤติตนเช่นนี้ ในเวลาสำคัญเยี่ยงนี้?
"เฮอะ! นี่หรือองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่?"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นทำลายความตกตะลึงของผู้คน และขัดจังหวะการสนทนาด้วยความสนิทสนมระหว่างจ้าวอู่เจียงกับองค์หญิงอวี้เซวียนอีกด้วย
ทุกคนมองหาที่มาของเสียง และพบว่าผู้พูดคือชายหนุ่มคนหนึ่ง
"นับว่าเป็องค์หญิงที่มีสายตาดีเลิศประเสริฐนัก นางไม่สนใจชายหนุ่มฉกรรจ์ แต่กลับแสดงความกระตือรือร้นในตัวขันทีผู้หนึ่ง"
"เขาเป็ขันที บุรุษก็ไม่ใช่ สตรีก็ไม่เชิง ข้าไม่เข้าใจเลยว่าองค์หญิงจะยิ้มให้เขาด้วยเหตุอันใด?"
"ที่แท้นางก็มีความชื่นชมในตัวขันทีนี่เอง"
คำว่า 'ขันที' ทำให้ดวงตาอันงดงามขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่วูบไหว เมื่อได้ยินว่าจ้าวอู่เจียงเป็ขันที นางกลับรู้สึกผิดหวังเป็อย่างยิ่ง
ทว่าเมื่อนางได้ยินกลุ่มชายหนุ่มเ่าั้หัวเราะเยาะใส่จ้าวอู่เจียง นางก็เริ่มเกิดโทสะขึ้นมา จึงจับแขนเสื้อของจ้าวอู่เจียงแน่นมากขึ้นเช่นกัน
"แล้วอย่างไร? พวกเ้าหาได้มีค่าในสายตาของข้าไม่ จ้าวอู่เจียงมีความดีงามมากกว่าพวกเ้าหลายพันหลายหมื่นเท่านัก!"
ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะในกลุ่มคน
ขันทีหนุ่มเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากหางตาขององค์หญิงอวี้เซวียนอย่างแ่เบา ดึงนางให้ไปหลบอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะจ้องมองไปยังกลุ่มบุรุษที่หัวเราะตน
"หมายความว่าอย่างไรน่ะหรือ? หมายความว่าบุรุษอย่างพวกท่านมีดีสู้ขันทีอย่างข้าไม่ได้! ความจริง ไม่ใช่ว่าองค์หญิงมีสายตาสูงส่งเกินไป แต่เป็พวกท่านที่ต่ำต้อยเกินไปต่างหาก!"
"สามหาว!" ใครคนหนึ่งในกลุ่มขุนนางะโขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว ขันทีน้อยจ้าวอู่เจียงกล้าพูดเหยียดหยามบุตรชายของตน นับเป็เื่น่าขบขันอย่างยิ่ง
"เ้านั่นแหละที่สามหาว!"
เซวียนหยวนจิ้งใบหน้าบึ้งตึง
"แคว้นไป๋เยว่้าหาคนพิชิตใจองค์หญิงของพวกเขา พวกเ้ามีปัญญาทำได้หรือไม่ หรือพวกเ้า้าทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ เพราะความไม่รู้จักการยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง?"
กลุ่มขุนนางน้อยใหญ่เงียบงันไปในทันที พวกเขารีบคุกเข่าลงก้มศีรษะ ไม่กล้าพูดอันใดออกมาอีก
เซวียนหยวนจิ้งมีดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ หันหน้ากลับไปมองคณะทูตจากแคว้นไป๋เยว่ คิ้วเข้มเป็ประกายมุ่งมั่น
"ในเมื่อองค์หญิงได้ค้นพบผู้ที่ทำให้นางหัวใจสั่นไหวได้แล้ว เงื่อนไขในการส่งอาหาร และม้าพันธุ์ถือเป็อันยกเลิก"
นี่คือสิ่งที่คณะทูตจากแคว้นไป๋เยว่ไม่ยินยอม แต่องค์หญิงของพวกเขาก็กำลังยิ้มหวานอยู่ต่อหน้าทุกคนจริง ๆ ดังนั้น พวกเขาจึงทำได้เพียงยอมรับเท่านั้น
"ทูลฝ่าา ในเมื่อองค์หญิงของพวกกระหม่อมไม่ได้สนใจบรรดาลูกหลานขุนนางที่ทางฝ่าาจัดหามาให้ องค์ฮ่องเต้ของเราจึงมีคำขออีกประการหนึ่ง และฝ่าาสมควรตอบตกลงเป็อย่างยิ่ง!"
"คำขออันใด?" เซวียนหยวนจิ้งขมวดคิ้ว
หัวหน้าคณะทูตมีสีหน้าเคร่งเครียด
"ฮ่องเต้ของกระหม่อมทรงมีคำขอว่าหากองค์หญิงไม่ได้มอบรอยยิ้มให้บุตรหลานของขุนนาง องค์หญิงก็ต้องอภิเษกสมรสกับฝ่าาเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ!"
ว่าอย่างไรนะ จะให้นางอภิเษกสมรสกับฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ?
กลุ่มขุนนางน้อยใหญ่ส่งเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง จ้าวอู่เจียงเบิกตาโต นี่หมายความว่านางกำลังจะแต่งงานกับเขาไม่ใช่หรือ?