Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 73 หน้าแหก

    ตอนที่ 73  หน้าแหก

     

    และก็มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ตะโกนขึ้นมา เธอมีรูปร่างที่สวยและหุ่นที่ดีมาก

    " เป็นแค่ร่าม อย่ามาสะเอ่อะขัดจังหวะได้มั้ย "

    เมื่อได้ฟังเสียงที่ดังลั่นออกมานั่นทำให้ โทชิโอะนั้นหน้าซีดขึ้นเลยทีเดียว และเขาได้คิดในใจพร้อมกับสั่น

    " ตาย แน่ ตาย แน่  " 

    โทชิโอะเขาเคยได้ยินว่าริวจิเคยฆ่าคนมากแล้ว เขาสามารถฆ่า Hunter หลายร้อยคนได้ด้วยตัวคนเดียว และตอนนี้มันก็กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ถึงแม้โทชิโอะจะกล้าพูดแซวริวจิบ้างในบางครั้ง แต่เขาก็ยังเกรงใจในหลายๆเรื่อง เขาไม่เคยตะคอกใส่ริวจิแบบผู้หญิงหน้าสวยนี่เลยสักครั้ง 

     

    มิโกะ : คุณโทชิโอะเธอพูดเป็นภาษาเกาหลีหนูฟังไม่ออก เขาพูดว่าอะไรอย่างงั้นหรอคะ 

    โทชิโอะเนื่องจากเขาเป็นนักบินและเขาบินไปหลายประเทศยิ่งเป็นประเทศเกาหลีที่อยู่แค่ พันกว่ากิโลนั่นยิ่งใกล้เข้าไปใหญ่มันแปลกที่เขาจะพูดหรือฟังเกาหลีได้  

    แต่โทชิโอะทำท่าทำทางอ่ำๆ อึ่งๆ จะพูดก็พูดไม่ออก เขาได้แต่สั่น 

    " เอ่อ อ่าา อะ เออ " 

    มิโกะ : เอิ่มมม ! 

    ทางด้านอายูเธอก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวพูดเหมือนกัน แต่เธอนั่นได้สังเกตไปที่ปฏิกิริยาของริวจิแทนว่าเขาจะตอบโต้ยังไง ถ้าริวจิไม่ว่าหรือตอบโต้อะไรก็แสดงว่ามันไม่มีอะไร และเธอก็จะไปจัดการซอมบี้ต่อ 

     

    ส่วนทางด้านของริวจิ เขาได้ยินทุกคำพูดที่หญิงสาวพูด แต่ริวจิก็ได้หันไปรอบๆ ด้วยความขุนงงที่ว่า

    " นี่เธอกำลังบอกว่าฉันเป็นร่ามหรอเนี่ยะ Ha ha "

     

    ก่อนที่ริวจิจะได้พูดตอบโต้มันจาก็พูดขัดขึ้นมาทันที 

    " เอ่อต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่คนของผมพูดแรงไปหน่อย แต่ตอนนี้ผมกำลังคุยกับหัวหน้าของพวกคุณอยู่ ช่วยถอยไปด้วยเถอะครับ " 

    มันจาพูดอย่างสุภาพเขาไม่อยากลงมือทำร้ายพรรคพวกของอายูแบบต่อหน้าต่อตาเธอ เพราะไม่อย่างงั้นแผนการรักษาสัมพันธภาพของเขาต้องล้มเหลวแบบไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน และตอนนี้เขาก็เชื่ออย่างหมดใจว่าริวจิเป็นแค่ร่ามเท่านั้น 

     

    เมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของมันจาแล้ว เขาก็เข้าใจสถานการณ์คร่าวๆได้แล้วว่า คนพวกนี้เข้าใจว่าเขานั่นเป็นลูกน้องของอายู แต่การที่เขามาที่เกาหลีเขาไม่ได้มาเล่น ริวจิมาเพื่อหาอาหารและต้องการเมล็ดพืชเพื่อนำไปปลูกที่ญี่ปุ่น และเขามีเวลาแค่ 7 วันเท่านั้น ถ้ามัวแต่มาปาร์ตี้เม้ามอยอยู่นี่ละก็ ไม่ทันกินกันพอดี  

    " เอาละ! ตอนนี้ฉันมีเวลาไม่มาก เอาเป็นว่าหัวหน้าของพวกนายอยู่ที่ไหนฉันอยากจะคุยกับเขา " 

     

    ริวจิพูดเป็นภาษาเกาหลีทำให้พวกเขาทั้งหมดเข้าใจได้ไม่ยากในคำพูดของเขาที่สื่อออกมา และหลังจากที่ฟังคำพูดของริวจิพวกเขาก็เกาหัวด้วยความงงงวย พร้อมกับมีเสียงพูดตอบกลับไป 

    " มันลืมกินยามารึเปล่าวะ " 

    " สงสัยยามันจะหมดละมั้ง นี่ก็ผ่านมา 2 เดือนละ 5555 " 

    " ไอ้บ้า! แกเป็นใครใหญ่มาจากไหนถึงจะมาขอพบกับหัวหน้าของพวกเราง่ายๆแบบนี้ " 

    " แกคิดว่าเขาเป็นหมูปิ้งรึไง จะได้พบเห็นตามข้างถนนหน่ะ อย่าอวดดีไปหน่อยเลย ไอ้ร่าม ถึงแกจะรู้จักกับอันดับ 2 ของโลกก็เถอะ " 

    ในขณะที่ริวจิกำลังฟังคำด่าที่ถาโถมและพยายามเข้าใจกับมันอยู่นั่นก็มีเสียงด่าเข้ามาไม่หยุด 

    " อ่าว! ง่อย 5555 มันซึมไปเลยวะ " 

    " ยืน แอ็ค อาร์ท สมาท ด็อก อยู่ได้ ไปชิ่ว ! " 

     

    ริวจิได้เกาหัวและคิดในใจ 

    " เกาหลีนี่คนปากดีเยอะมากพอๆ กับญี่ปุ่นเลยนะ แถมยังเล่นสำนวนอีกเข้าใจยากฉิบหาย "  

     

    ถึงเขาจะดูไม่โกรธอะไร แต่ว่าการกระทำนั่นแตกต่างออกไป 

    ฟึ้บบบบ 

    ริวจิได้แผ่กลิ่นอายออกไปเล็กน้อย พอที่จะทำให้พวกเขาสลบไปเท่านั้น เนื่องจากเขาตรวจสอบสถานะของคนส่วนใหญ่แล้วว่าสามารถรับแรงกดดันได้มากน้อยแค่ไหน 

    ผู้คนหลายร้อยคนได้หมดสติไปอย่างรวดเร็ว และมีบางคนเท่านั้นที่ยังสามารถยืนอยู่ได้ แต่ถึงอย่างงั้นขาพวกเขากลับสั่นด้วยความกลัวเนื่องจากแรงกดดัน และหนึ่งในนั้นก็ได้อุทานออกมาด้วยริมฝีปากสั่น

    " Sanyangkkun ( ซันย่างกุน แปลว่า Hunter ในภาษาเกาหลีนะครับ)" 

    " ไม่ใช่แค่ Sanyangkkun กระจอกๆ แน่ที่ทำได้ถึงขนาดนี้ "

    " พวกเราซวยแล้ว "

    มันจาสัมผัสได้จากแรงกดดันแต่เขาก็สามารถทนรับกับมันได้ จากนั่นเขาก็ได้คิดกับตัวเอง 

    " บ้าเอ่ย ! เราพลาดไป คนที่แข็งแกร่งถึงอันดับ 2 ใน Red Tower จะไปเอาลูกน้องกระจอกๆ ได้ยังไงกัน " 

    พร้อมกับเดินไปหาหญิงสาวที่พูดด่าทอริวจิ 

    เพรี๊ยะ !! 

    ฝ่ามือของมันจาได้เข้าไปกระแทกกับใบหน้าของหญิงสาวเต็มๆ   และสีหน้าของหญิงสาวก็แสดงออกว่าเธอช็อกเป็นอย่างมาก ในการกระทำของชายหนุ่ม

     

    " มันจา คุณตบฉันหรอ "

    " ก็เออหนะสิ ' ฮารัง ' เธอเกือบทำให้ทุกคนตายแล้วรู้ตัวมั้ย " 

    ในใจของมันจาเขาอยากจะฆ่าสะตอนนี้เลย ที่เธอไปหาเรื่องใส่ตัวแบบนี้ แต่ถึงอย่างงั้นเขาก็เลือกที่จะไม่ทำมันเพราะเขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของเขาเอาไว้ต่อหน้าของอายูนั่นเอง 

    เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่แยแสของมันจาแล้ว น้ำตาก็ไหลของมาจากตาของหญิงสาว 

    ฮื้อออ 

    " คุณมันเลวที่สุด " 

    จากนั่นเธอก็วิ่งหนีไป ส่วนทางด้านของมันจานั่นเค้าไม่ได้สนใจอะไรกับเธอมากนัก เขาเดินกลับมาหาริวจิก่อนที่จะพูดขอโทษ 

    " ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่คนของผมแสดงกิริยาที่ไม่สุภาพกับคุณ รวมถึงตัวผมด้วย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ " 

    คำพูดของมันจานั่นนับว่า Perfect เลยทีเดียว แต่ถึงอย่างงั้นริวจิกลับตอบกลับไปอีกแบบนึง 

    " เออรู้แล้ว ! ตอนนี้ก็พาฉันไปคุยกับหัวหน้าของนายได้แล้ว " ริวจิไม่คิดว่ามันจาที่อยู่เบื้องหน้าของเขานั่นจะเป็นหัวหน้าของที่นี่เพราะเขานั้นอ่อนแอก่อนไป 

    เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่มีเยื่อใยของริวจิ มันจาก็ถึงกับโกรธขึ้นมา แต่ก็ยังพยายามกัดฟันเพื่ออดทน 

     

    " เอ่อ ? ผมก็เข้าใจอยู่หรอกนะครับ แต่เรื่องแบบนี้ให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าคุยไม่ดีกว่าหรอครับ " 

    พูดจบมันจาก็ไม่สนใจริวจิและเดินตรงดิ่งไปหาอายู ในความคิดของมันจานั่น เขาคิดว่าริวจินั่นอวดดีคนหนึ่งที่ชอบอวดเบ่ง โชว์พลังต่อหน้าหัวหน้าเท่านั้นเอง

    ต๊อก 

    ต๊อก 

    มันจาเดินมาพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้น

    " เรามาคุยเรื่องของเราต่อกันเลยมั้ยครับ  คุณอายู " 

    อายูยังนิ่งเฉย และตอบกลับไปโดยไม่ได้คิดอะไร 

    " คุยอะไร ไม่ใช่ว่านายคุยกับหมอนั่นแล้วหรอ " 

    คำพูดของอายูนั่นทำให้มันจาสตั้นขึ้นมาทันที เขาไม่คิดว่าอายูไม่ไว้ใจริวจิถึงขนาดนี้ ขนาดที่ว่าให้ตัดสินใจได้เลยว่าจะให้ไปที่ไหน และเขาก็มีความคิดขึ้นมาในใจ 

    " ฮ่า ฮ่า ดูเหมือนว่าเธอจะไว้ใจหมอนั่นมากเลยสิน่ะ ฉันแค่ใช้ผู้หญิงล่อนิดล่อหน่อยก็น่าจะเสร็จฉันล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า " 

    ในขณะที่เขากำลังนึกคิดอยู่ในภวังค์นั่นเอง ได้สะดุ้งขึ้นมาด้วยความตกใจ 

    " จะไปกันได้รึยัง "

    " เอ่อ อ๋อได้สิ ไปกันเถอะ "

    แต่ในใจของมันจานั่นรู้สึกขุ่นเคืองเป็นอย่างมากที่ริวจิ พูดแทรกขึ้นมาโดยไร้มารยาท 

    " อวดดีไปเถอะ เดี๋ยวถึงทีฉันเมื่อไหร่ แกก็สุนัขดีดีนี่เอง " 

    จากนั่นมันจาก็ได้จำใจนำพวกริวจิเพื่อที่จะไปเจอกับหัวหน้าที่เป็นผู้นำ ถ้าเป็นปกติละก็เขาคงไม่พาพวกริวจิไปแบบง่ายๆ อย่างแน่นอนแต่นี่เป็นเพราะว่าอายูเธอแข็งแกร่ง และเป็นถึงอันดับที่ 2 ของ Red Tower 

     

    เมื่อเดินไปได้สักพักมันจาก็บอกกับอายูและพวกของริวจิให้รอเขาสักพัก เพื่อเขาจะได้เอาเรื่องนี้ไปบอกกับเบื้องบนได้ และสถานการณ์ที่ของพวกริวจิอยู่นั่นมันผู้คนมากมายหลายตา นั่นทำให้มิโกะผู้ซึ่งที่เป็นน้องสาวอดไม่ได้ที่จะแซวพี่ชายของเธอ 

    มิโกะ : พี่คะ สาวเกาหลี สวยๆ ทั้งนั้น พี่จะเอากลับไปสักคนสองคนหนูก็ไม่ว่านะคะ 5555 

    ริวจิ : นี่คิดว่าพี่เป็นคนยังไงกันเนี่ยะ มิโกะ 

    มิโกะ :  ก็ไม่รู้สิคะ ฮิฮิ 

    ริวจิ : เอาละ พี่ว่าหยุดการเล่นไว้แค่นี้ก่อนน่ะ 

    เมื่อพูดจบเขาก็หันไปมองทางอายูและถามขึ้น 

    ริวจิ : เฮ้ เธอโอเคมั้ย 

    อายู : ก็ไม่แย่เท่าไหร่ ทีนี้มันน่าเบื่อฉันอยากออกไปข้างนอก 

    หลังจากที่ได้ยินที่อายูพูดมาแบบนั้น ริวจิก็พอรู้ได้ว่าการออกไปข้างนอกของเธอนั่นก็คือการไปฆ่าซอมบี้นั่นแหละ และถ้าเธอจะออกไปเขาก็ไม่มีวิธีติดต่อหาเธอได้ทันที นั่นมันจะทำให้เกิดปัญหาภายหลังอย่างแน่นอน แต่เขาก็ยังมีสกิล Red Zone Area อยู่  ถึงอย่างงั้นริวจิก็ไม่อยากเห็นอายูทรมานไปมากกว่านี้และรีบๆ ให้เธอรีบเลเวลอัพสักที 

    ริวจิ : เธอสามารถไปได้น่ะ แต่ว่าถ้าเธอเลเวลอัพเธอควรเพิ่มสถานะทั้งหมดไปที่ความอดทนนะ และถ้าเธอไปเจอเข้ากับซอมบี้ G4 ละก็ให้ถอยออกมาให้ไวที่สุด 

    อายูเธอไม่ได้ตอบอะไรเธอพยักหน้าและใช้สกิล Steal หายไป ซึ่งอายูนั่นไม่ได้โกรธหรืออะไรเขาแต่นี่คือ วิธีปฏิบัติตัวตอนอยู่กับคนหมู่มาก แต่ถ้าเธอและริวจิอยู่ด้วยกันแค่ 2 ต่อ 2 ละก็นิสัยของเธอก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบทันที

     

    ณ ห้องประชุม 

     

    ชายผมสีน้ำตาลหน้าตาหล่อเหลา กำลังยืนเบื้องหน้าโต๊ะประชุม และกำลังพูดบางอย่างออกไป 

    " มีคนมาจากประเทศญี่ปุ่นมาขอพบหัวหน้าครับ เรารู้เหตุผลของพวกเขาไม่แน่ชัดแต่ว่า หลักๆ น่าจะเป็นเรื่องของอาหารและ คนที่นำกลุ่มนั่นก็คือ อายู Rank SS อันดับที่ 2 ใน Red Tower ครับ

    ชายที่กำลังอธิบายสรรพคุณของอายูนั่นก็คือ มันจานั่นเอง เมื่อได้ยินที่มันจาพูดแล้วทั่วทั้งห้องก็เงียบสงัดขึ้น ไม่มีเสียงพูดตอบโต้มาสักคำ นั่นทำให้ใจของมันจาเสียเล็กน้อย แต่เขาก็อยากที่จะเสี่ยงดู เพราะถ้าอายูเธอคือตัวจริงแล้วล่ะก็ และเขาสามารถเอาเธอมาเป็นหญิงของเขาได้ เขาก็จะครองความยิ่งใหญ่ในโลกยุคมืดนี้ได้อย่างแน่นอน แต่ว่าทุกสิ่งไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด 

    ได้มีชายวัยกลางคนสวมแว่น ทรงผมของเขาเซตจัดทรงแบบผู้ดีเป็นอย่างมาก ( ทรงผมซากาโมโต้ ถ้าใครคิดภาพไม่ออก )

    " เราจะเชื่อได้ยังไงว่าพวกเขามาจากญี่ปุ่น คุณมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์บ้างมั้ย จริงอยู่ว่าพวกเขาอาจจะขาดแคลนอาหารจริงๆ แต่ว่าญี่ปุ่นก็ผ่านการทดสอบรอบแรกมาแล้วไม่จำเป็นถึงขนาดนั้นที่พวกเขาจะข้ามประเทศมาถึงเกาหลี แถมเกาหลีและญี่ปุ่นก็มีทะเลกั้นอยู่ซึ่งในยุคนี้มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะมีเฮลิคอปเตอร์ อีกอย่างประชากรที่เหลือรอดของญี่ปุ่นก็น่าจะเหลือไม่มาก และห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นก็มีมากมาย และเรื่องนี้มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย ผมจึงสันนิษฐานว่า พวกเขาน่าจะอ้างชื่อของเธอ และมาทีนี่เพื่อหวังผลประโยชน์ก็เป็นได้ "

    ทุกคนได้ฟังการวิเคราะห์สถานการณ์ที่ชายสวมแว่น ทำให้พวกเขาคล้อยตามและพูดขัดแย้งขึ้นทันที นั่นทำให้มันจาที่พยายามอธิบายสรรพคุณทั้งหมดของพวกอายูนั่นทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว 

     

     

    ฝากกดติดตามกดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ