ตอนที่13 เหรียญดอร์
เมื่อกริชเพชรเข้าไปถึงกล่อง
"เราทำยังไงถึงจะเปิดกล่องได้" กริชเพชรถามหญิงสาวเขาว่ายน้ำลอยขึ้นไปยืนอยู่บนฝากล่อง เพราะลำตัวของชายหนุ่มมีขนาดเล็กหัวโผล่เหนือกล่องนิดหน่อย นิ้วมือทั้งห้าเรียวยาวแหลมเล็กขาดความแข็งแกร่ง ทำให้นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าจะเปิดฝากล่องได้หรือเปล่า
"นายน้อยไม่ต้อง วิตกกังวลเื่เปิดหรอกกล่องต่างๆ ถูกกำกับด้วยคาถากล่องชิ้นนี้มันเป็กล่องนิมิตสีทองนี่เป็ กล่องระดับธรรมดา เดี๋ยวข้าจะสอนคาถาเปิดให้กับท่าน เพียงแต่ท่านนั่งลงสงบใจข้าจะประทับตราคาถาในบอลดวงจิตแก่นแท้ของท่าน ต่อไปถ้าเจอกล่องสีทองแบบนี้ ท่านเพียงแค่ร่ายคาถามันก็สามารถจะเปิดออกได้อย่างง่ายดาย"
หญิงสาวบอกให้ชายหนุ่มนั่งลงทำสมาธิซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเพราะกริชเพชร สมัยเป็มนุษย์ก็ทำอยู่บ่อยๆ ชั่วเพียงไม่กี่อึดใจเขาก็สามารถเห็นแสงสีเขียวที่พุ่ง เข้าไปในดวงจิตแก่นแท้สีรุ้ง จนก่อเกิดเป็ตัวอักษรเล็กๆ สีเขียว มันฝังไปในจิตสำนึกของชายหนุ่มอย่างแปลกประหลาด ทำให้สามารถอ่านและเข้าใจคาถานั้นได้อย่างอัตโนมัติ
"นายน้อยท่านลองร่ายคาถาดู"
สิ้นคำพูดของหญิงสาวอสูรตัวน้อยก็อ่านคาถาในดวงจิตแก่นแท้ของเขาได้ แสงส่องแสงประกายว่าเป็สีเขียวควบคุมกล่องสีทอง ฉับพลันมันก็เปิดออกอย่างง่ายดาย กริชเพชรทะลึ่งพรวดยืนขึ้นะโลอยตัวว่ายน้ำขึ้นไปเหนือตัวกล่อง้า ตาเขามองลงไปเห็นก้อนผลึกสีเหลือง เหมือนเกล็ดน้ำตาลขนาดใหญ่เท่ากับลูกซาลาเปาขนาดเล็กในเซเว่น มันมีอยู่เต็มกล่องชายหนุ่มรู้สึกงุนงง
"นี่หนิงหนิงมันเป็อะไรดูเหมือนกับว่าจะเป็ ก้อนบุษราคัม"
ชายหนุ่มค่อยๆ ใช้นิ้วมือเล็บยาวเขา หยิบเม็ดผลึกสีเหลืองขึ้นดูมันรู้สึกแข็งๆ ร้อนวูบวาบน้อยๆ
"อ๋อนี่มันคือเหรียญดอร์..ซึ่งเป็ของมีค่าในการซื้อขายแลกเปลี่ยนทุกอาณาจักรในโลกนี้ ที่นายน้อยกำอยู่นั่นมีค่าถึงหมื่นดอร์
อสูรระดับสี่ขึ้นไปต้องใช้มันมากๆ ในการชำระกายให้บริสุทธิ์ เพื่อจะรองรับดวงจิตแก่นแท้ที่ต้องพัฒนาให้เข้มแข็งขึ้นไปในระดับที่สูง
เพราะถ้าไม่มีกายอสูรที่เข้มแข็งและบริสุทธิ์ดวงจิตแก่นแท้ก็ไม่สามารถเติบโต เลื่อนระดับศักยภาพอสูรขึ้นสู่ขั้นต่อไปได้ พูดง่ายๆ มันเป็เชื้อเพลิง อาหารของดวงจิตแก่นแท้เมื่อได้รับเข้าไปปริมาณที่เหมาะสม
ก็จะสามารถผ่านทะลุขั้นระดับต่อไปได้ แต่ละระดับก็ใช้จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เหรียญดอร์นี้ถ้าข้าคำนวณไม่ผิดมันมีพลังส่งเสริม ให้ดวงจิตแก่นแท้นายน้อยสูงถึงระดับห้าได้อย่างสบาย แต่นั่นก็ต่อเมื่อท่านสามารถพัฒนากายอสูรให้ถึงระดับสี่ก่อนนะ เหรียญนี้ถึงจะมีประโยชน์มันใช้ชำระกายอสูรระดับสี่ ให้ขึ้นไประดับห้านั่นเอง"
หญิงสาวพูดพร้อมกับอธิบายให้ชายหนุ่มเข้าใจ ถึงเหรียญดอร์สีเหลืองที่อยู่ตรงหน้า นางรู้ว่าแม้นเขาเพิ่งเกิดออกจากไข่ แต่สติปัญญาความรู้ความฉลาดเหนือกว่าอสูรทั่วๆ ไปที่เกิดใหม่ ตลอดชีวิตที่นางเคยพบเห็น หญิงสาวจึงไม่เบื่อหน่ายที่จะอธิบาย ความรู้ให้กริชเพชรเข้าใจโดยไม่ปิดบัง เพราะเธอเชื่อว่าอสูรตัวน้อยนี้มีพลังสติปัญญาเด่นล้ำกว่าผู้อื่น
"ดูสิหนิงหนิงตรงนี้มีกล่องเล็กๆ อยู่ด้วย" เขาใช้สองมือเล็กยาว คุ้ยเขี่ยลงไปบน กองผนึกดอร์ซึ่งมีกล่องเล็กๆ สีเขียวอ่อนวางอยู่ด้านใน
"โอ้โห!! ..นายน้อยท่านพบของดีแล้วล่ะ"
หญิงสาวร้องอุทานอย่างดีใจ
"นายน้อยพวกเราพบกล่องหัวใจนิมิตระดับสูงด้วยสีเขียวอ่อนนี้มันบ่งบอก ถึงพลังอำนาจในการเก็บของวิเศษได้ถึงระดับเทพเลยท่านรู้หรือเปล่า"
หญิงสาวพูดด้วยอาการตื่นเต้นทำให้กริชเพชรรู้สึกแปลกใจ
"อะไรคือกล่องเทพหรอ"
ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัยใช้มือโกยเหรียญดอร์สีเหลืองให้ออกไป จน งัดกล่องขนาดเล็กขึ้นมาอุ้มไว้ในอก
"นายน้อยท่านวางกล่องลงก่อน กล่องประเภทนี้จะต้องหากุญแจไขไม่สามารถใช้คาถาเปิดออกได้ มันเป็กล่องระดับเทพหากุญแจไม่เจอก็หมดสิทธิ์ดูของด้านใน"
กริชเพชรรีบทำตามที่หนิงหนิงบอก เขาค่อยคุ้ยเขี่ยจนพบกับกุญแจดอกสีเขียวเล็กๆ มีความเข้มข้นของพลังงานสูงกว่ากล่องเทพนิมิตจนชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงพลังกดดัน
"นั่นแหละนายน้อย มันมีรูตรงนั้นเสียบมันลงไปเลย"
กุญแจเป็แท่งผลึกสีเขียวมีทรงหกเหลี่ยม ้าใหญ่กว่าด้านล่างเป็ทรงหกเหลี่ยม ยาวประมาณสามนิ้ว แหลมเล็กลงไป กริชเพชรหันไปที่กล่องมันมีรูเล็กๆ อยู่ด้านซ้ายของกล่องจริงๆ คล้ายกับว่าลูกกุญแจกับรูมันถอดออกมาจากบล็อกและพิมพ์เดียวกัน สามารถใส่ลงไปได้เหมือนจิ๊กซอ ชายหนุ่มทำทันทีเสียบลูกกุญแจหายเข้าไปในตัวกล่อง
วาบๆ ๆ!!
"อ้าสสส!! "
ควับ!!
ฉับพลันแสงสีเขียวอ่อนพุ่งวาบออกมาจากกล่อง จนกริชเพชรต้องะโหลบ เขาไม่รู้ว่าแสงนั้นเป็อันตรายหรือเปล่า
"นายน้อยดูซิว่าข้างในมันเป็อะไร ข้าอยากรู้"
หนิงหนิงรีบเตือนสติชายหนุ่มที่ตอนนี้ผงะหงายหลังลงหลบแสงสีฟ้าเขียว เขาค่อยๆ ลุกขึ้น ชะโงกหน้าเข้าไปดูในกล่องมันมีของอยู่สามสิ่งวางอยู่อย่างเป็ระเบียบ
"นายน้อยหยิบมันขึ้นมาดูซิว่าเป็อะไร?!! "
หญิงสาวรีบบอกเขาอย่างตื่นเต้นเธออยากรู้จริงๆ ว่าสมบัติที่เ้านายของเธอเห็นในกล่องเทพนี้มันมีอะไรเก็บซ่อนอยู่ จึงสามารถทำให้อสูรทั้งสองตัวเข่นฆ่ากันตายเพื่อแย่งชิง มันต้องคุ้มค่ากับการเสี่ยงชีวิตต่อสู้กันแน่ ชายหนุ่มแบมือออก สิ่งที่อยู่ในมือเขาเป็เหมือนเกล็ดปลารูปทรงกลมกริชเพชรเอาขึ้นมาส่องดู
"นายท่านนี่มันเป็อาวุธเทพนะ ดูสิมันเป็กระดูกอสูรโบราณมีกลิ่นอายอันทรงพลังจนข้ารู้สึกได้ว่ามีความลี้ลับซ่อนอยู่ในอาวุธชิ้นนี้ นายน้อยดูสิว่ามันมีอักษร ไหม อาวุธอสูรผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไว้ต้องมีอักษรกำกับเราสามารถปลุกิญญาอาวุธเหล่านี้ออกมาช่วยรบได้"
เธออธิบายให้กับ ชายหนุ่มเข้าใจ
"อาวุธที่ได้จากชิ้นส่วนอสูร ไม่ได้มีเอาไว้สู้รบกันเหรอทำไม? ต้องร่ายคาถาให้มันยุ่งยากด้วย"
กริชเพชรถามหนิงหนิงอย่างสงสัย
"คำว่าอาวุธก็จะมีไว้ให้ผู้ถือช่วยป้องกันตัวหรือเข้าต่อสู้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ไม่เข้าใจว่าอาวุธประเภทใดที่ต้องใช้คาถา"
หญิงสาวหัวเราะในความไร้เดียงสาของเขาสงสัยได้ทุกเื่ราว
"หึๆ ..ข้าเคยบอกนายน้อยแล้วไม่ใช่รึว่า..อาวุธของสัตว์อสูร.. มันเป็ส่วนหนึ่งของอิทธิฤทธิ์พลังอำนาจการสู้รบของอสูรผู้ให้กำเนิดมัน เมื่ออสูรมีตบะเก่งกล้ามันสามารถผลิตอาวุธของตนเองขึ้นมาได้ตามระดับความสามารถของกายมันซึ่งเมื่อมันตายลงไป จะทิ้งอาวุธไว้ พร้อมกับพลังการต่อสู้ทั้งหมด สิงไว้ในอาวุธดังนั้น..จึงต้องใช้คาถาเฉพาะของเ้าของอาวุธกำกับไว้ จึงจะสามารถปลุกพลังของมันขึ้นมาช่วยรบ เหมือนกับว่าปลุกทั้งตัวอสูรออกมาพร้อมประสิทธิภาพในการรบของมัน ไม่เป็เพียงแต่อาวุธที่ใช้ทิ่มแทงหรือต่อสู้เข็นฆ่า แต่สามารถเรียกพลังการรบของอสูรตนนั้นออกมาจากอาวุธได้ เท่ากับว่าดึงอำนาจอิทธิฤทธิ์ของมันมาเป็นักรบช่วยท่านอีกแรงหนึ่ง..ท่านเข้าใจหรือไม่"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วใช้ความคิดไม่เข้าใจในสิ่งที่นางอธิบายมากนัก แต่ก็พอเห็นเค้าลางหญิงสาวััได้ถึงความรู้สึกงงงวยของนายน้อย
"ท่านจะเข้าใจเมื่อกายอสูรท่านถึงระดับ สี่เมื่อไหร่ ข้าจะสอนคาถาปลุกิญญาอาวุธให้กับท่านเองไม่ต้องกังวล วันนี้ดูที่เกล็ดอสูรมีคาถากำกับเพื่อเป็เ้าของอาวุธหรือไม่ถ้าหาไม่พบท่านก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะอาวุธขั้นเทพนี้"
กริชเพชรเมื่อได้ยินนางพูดแบบนั้นเขาพยายามใช้ฝ่ามือพลิกดู
"มีตรงนี้เป็อักษรตัวเล็กๆ เ้าเห็นหรือไม่หนิงหนิง"
กริชเพชรยกขึ้นส่องดูเห็นตัวอักษรเขาถามภูตอสูรสาว
"ใช่ๆ ..นายน้อยมันเป็อักษรกำกับการอาวุธอสูร เดี๋ยวข้าจะถ่ายทอดให้ท่านหลับตาลงสิ "
วาบๆ ๆ!!
กริชเพชรหลับตาลงแสงสีเขียวเข้มก็พุ่งวาบเข้าในส่วนสมองของเขาอักษรต่างๆ ที่อยู่บนเกล็ดก็ถูกถ่ายทอดจนชายหนุ่มสามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว
"นายน้อยร่ายคาถาเลยเสร็จแล้วก็กัดปลายนิ้วให้เืออก แต้มที่เกร็ดท่านก็เป็เ้าของมันอย่างสมบูรณ์"
หญิงสาวพูดพร้อมกับแนะนำการ วิธีอาวุธอสูร
"เอาเืออกเลยหรอ ได้สิ"
กริชเพชรค่อยๆ กัดนิ้วมือตัวเองสะกิดจนิัขาดออกเืไหลซิบๆ พอประมาณเขาใช้นิ้วมือที่มีเืนิดหน่อย แตะไปที่เกล็ดอาวุธอสูร
วูบ
"โอ๊ะ!! "
กริชเพชรอุทานอย่างใ เือสูรของเขาที่ออกจากนิ้ว เมื่อยื่นไปถึงเกล็ดอาวุธตรงหน้ามันเหมือนมีพลังดูดเม็ดเืเขาที่กระจายอยู่ในน้ำ พุ่งวาบเข้าไปในเกล็ดอสูรเกิดปฏิกิริยาส่งแสงวูบวาบร้อนผ่าวในหัวใจของชายหนุ่ม เหมือนมีเงารางๆ ขนาดใหญ่ประทับเข้าไปในดวงจิตแก่นแท้ มันใหญ่มากๆ มืดดำจนมองไม่เห็นเลยว่ามันเป็ตัวอะไร รู้สึกััได้ว่าสีมันเหมือนเกล็ดที่กริชเพชรถืออยู่ แต่บดบังทุกสัดส่วน
"นายน้อยในดวงจิตแก่นแท้ของท่านจะเกิดตราประทับเป็รูปร่างของสัตว์อสูรท่านลองอธิบายดูซิว่า มันเป็ตัวยังไงแล้วข้าจะบอกท่านได้ว่ามันเป็อสูรชนิดไหน"
หนิงหนิงััได้ว่าชายหนุ่มได้ตีตราประทับเป็เ้าของอาวุธอสูรชิ้นนี้แล้วเธออยากรู้เหลือเกินว่ามันเป็อสูรประเภทใด เพราะสิ่งที่อยู่ในมือบอกได้คำเดียวว่า มันเป็อสูรประเภทมีเกล็ด
"ไม่รู้สิหนิงหนิง..มันมืดดำกดทับข้ามองไม่เห็นเลยว่ารูปร่างมันเป็ยังไง คล้ายกับว่าข้าถูกเกล็ดขนาดใหญ่บดบังไว้ไม่สามารถดูรูปร่างของมันได้"
เขาบอกหญิงสาวขณะที่ลืมตาขึ้นจ้องมองเกล็ดในมือตอนนี้ มันไม่เย็นจืดชืดอีกต่อไปแล้ว เหมือนกับว่าเืของเขาเพิ่มไออุ่นให้กับมันเหมือนมีกระแสจิตส่งผ่านติดต่อกันได้
วูบๆ ๆ!!
"หนิงหนิงข้าเห็นอักษรตัวสีดำสนิทมันเข้ามาในดวงจิตแก่นแท้ของข้า เ้าสอนข้าอ่านได้หรือไม่"
กริชเพชรถามหญิงสาวขณะที่เขามองเห็นอักษร มันลอยขึ้นมาอยู่ในความนึกคิดอย่างอัตโนมัติ แต่ไม่สามารถทำความเข้าใจกับตัวอักษรเหล่านี้
"นายน้อยข้าไม่สามารถเข้าไปเห็นในดวงจิตของท่านได้หรอกนะ รอให้ท่านเรียนคาถาปลุกอาวุธอสูรก่อนท่านก็จะสามารถเข้าใจเอง
ต้องรอให้กายอสูรท่านระดับสี่ก่อนนะ ถึงจะเริ่มเรียนได้มันเป็คาถาชั้นสูงกายอสูรของท่านยังไม่ถึงขั้น
แต่ท่านลองใช้คาถาที่ข้าสอนการควบคุมเป็เ้าของใช้อาวุธนั่นในระดับหนึ่งได้นะ ไม่สามารถเรียกพลังอิทธิฤทธิ์ของมันออกมา แต่สามารถใช้ทักษะพิเศษประจำตัวของมันให้สำแดงออกมาได้ นายน้อยรองทำดูซิว่ามันมีความสามารถเยี่ยงไร"
กริชเพชรมองลงไปที่เกร็ดนึกถึงความสามารถของมัน เขารู้สึกถึงพลังที่ถ่ายทอดมาในดวงจิต ชายหนุ่มเริ่มเรียนรู้ว่าอาวุธในมือของเขานั้น มันสามารถขยายตัวได้ตามใจปรารถนา
"ใหญ่ขึ้น"
วูบๆ!!
เพียงแค่เขานึกมันก็ขยายตัวขึ้นช้าๆ ชายหนุ่มรู้สึกดีใจ อาวุธนี้มันย่อส่วนและขยายตัวได้ แต่เมื่อมันขยายใหญ่เท่ากับกระทะใบบัว มันก็หยุดการขยายลง
"หนิงหนิงข้าบอกให้มันขยายตัวมันก็ขยายใหญ่ขึ้นแต่ทำไมหยุดแค่นี้ข้าอยากให้มันใหญ่ขึ้นกว่านี้อีกเผื่อว่าจะได้เป็ที่พักอาศัย"
ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย
"คิกๆ ..นายท่านสามารถให้มันขยายได้เท่านี้ก็ดีถมไปแล้ว กายอสูรของท่านอยู่แค่ระดับหนึ่งตอนต้นเท่านั้น ทำได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งโคตรๆ แล้วเ้าค่ะ.."
หญิงสาวกลั้นหัวเราะทำให้กริชเพชรรู้สึกเขินนิดๆ
"เ้าก็ไม่น่าประชดข้าแบบนี้เลย..ข้าไม่รู้นี่แต่มันเหมือนกระทะเหมือนกันนะเนี่ยเ้าอาวุธอสูรอันนี้ ถ้ามันให้ความร้อนก็คงจะแจ่มแมวเลย"
วูบๆ ๆ!!
สิ้นเสียงคำพูดของชายหนุ่มเกร็ดอาวุธอสูรที่ลอยอยู่ตรงหน้า ก็เริ่มแผ่ความร้อนออกจนกริชเพชรััได้
"โอ้ววว..หนิงหนิงมันให้ความร้อนได้ด้วย!! "
……………………………… ….