20.เที่ยวตลาดท่าเรือ
เช้าวันใหม่ที่สดใสิเยว่ถูกปลุกด้วยเสียงนกน้อยร้องที่เกาะอยู่บนต้นไม้บ่งบอกสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่แล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นชุนชุนยังนอนโกงตูดอยู่ข้างๆส่วนพี่ใหญ่ก็คงตื่นแล้วเพราะไม่เห็นอยู่บนที่นอนแล้ว ิเยว่ค่อยๆเดินหัวฟูออกมาที่ในห้องครัว
“ท่านแม่~" น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยเรียกทันทีเมืองเห็นท่านแม่กำลังทำอาหารเช้าอยู่ในครัว
“เยว่เยว่ตื่นแล้วหรือลูกไปล้างหน้าล้างตาก่อน แล้วชุนชุนเล่า”
“น้องเล็กยังไม่ตื่นเ้าค่ะแต่เดียวข้าจะไปปลุกเดี๋ยวนี้เ้าค่ะ”
“จ้า” ท่านแม่ตอบรับแล้วหันกลับไปทำอาหารต่อเมื่อิเยว่ลากชุนชุนออกจากที่นอนแสนสบายได้แล้วก็มาล้างหน้าแปรงฟันด้วยกันเมื่อออกมาท่านแม่ก็ตั้งโต๊ะจัดอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว
“ไปเรียกท่านพ่อกับพี่ใหญ่เ้ามากินเข้าได้แล้ว”
“เ้าค่ะิเยว่รับคำแล้วรับวิ่งออกจากบ้านไปที่หลังบ้านซึ่งท่านพ่อกับพี่ใหญ่กำลังช่วยกันรดน้ำแปลงผักกับแปรงต้นเฉ่าเหมยั์อยู่
“ท่านพ่อพี่ใหญ่ท่านแม่เรียกกินข้าวได้แล้วเ้าค่าาาา” เสียงใสๆะโมาแต่ก่อนที่ขาสั้นๆ จะวิ่งจู๊ดไปแปรงผักหลังบ้าน
“ได้ๆ เดี๋ยวตามไปนี้จะเสร็จแล้วล่ะ” ท่านพ่อกล่าวตอบ
“เร็วๆ นะเ้าคะเยว่เยว่หิ๊วหิว” ิเยว่ลูบท้องไปด้วย
“ได้ๆ” ท่านพ่อรับคำทั้งยิ้มเอ็นดู เด็กน้อเด็กหิวเก่งเสียจริง
รอไม่นานท่านพ่อกับพี่ใหญ่ก็เข้ามากินข้าวเช้าด้วยกันครอบครัวหยางทั้งห้าคนค่อยๆกินข้าวไม่ได้เร่งรีบเพราะวันนี้เป็วันหยุดค้าขายของบ้านนางซึ่งวันนี้ท่านพ่อสัญญาไว้แล้วว่าจะพาไปเที่ยวที่ตลาดขายของท่าเรือของเมืองโจวเจียงิเยว่นั้นตื่นเต้นอยากเห็นมากๆว่าจะเป็อย่างไรจะมีชาวต่างชาติให้เห็นด้วยมั้ยนะ อย่าว่าแต่นางที่ตื่นเต้นเลยแม้แต่ท่านแม่พี่ใหญ่และชุนชุนก็ยังไม่เคยไป ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันดังนั้นเมื่อกินข้าวเสร็จแล้วเด็กๆต่างเร่งรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ท่านแม่เย็บให้ใหม่ทันที
เมื่อบ้านหยางขับเกวียนออกมาจากบ้านผ่านหน้าบ้านโจวก็จอดแวะบ้านโจวเพื่อชวนไปด้วยกันแต่โจวต้าเป่าและถงเหยียนกำลังเตรียมปรับหน้าดินเพื่อเพาะปลูกจึงไม่ได้ไปด้วยแต่เสี่ยวเหมยด้วยความที่เป็เด็กน้อยก็ย่อมอยากไปเที่ยวบ้างเป็ธรรมดาิเฟิงที่มองอยู่ก่อนแล้วจึงจับเสื้อท่านพ่อ
“ท่านพ่อเช่นนั้นก็พาเสี่ยวเหมยไปเที่ยวด้วยกันสิขอรับข้าคิดว่านางก็อยากไปเที่ยวกับเราเช่นกัน”
“อืม เช่นนั้นได้หรือไม่เล่าอาเป่าอย่างไรบ้านข้าจะดูแลเสี่ยวเหมยอย่างดีแน่นอน”
โจวต้าเป่าเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันมองบุตรสาวของตนเองทันที“ว่าอย่างไรเล่าเสี่ยวเหมยเ้าอยากไปเที่ยวกับบ้านท่านอาิฮุ่ยหรือไม่เล่า”
เสี่ยวเหมยพยักหน้าแรงๆ ติดกันหลายๆครั้งพร้อมหน้าแดงแอบอยู่หลังท่านแม่
“ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าลูกคนนี้นี่ขี้อายจริงๆเช่นนั้นก็ฝากเสี่ยวเหมยด้วยนะอาฮุ่ย”
“ได้ไม่ต้องเป็ห่วงไป” ถงเหยียนจึงพาเสี่ยวเหมยเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมให้ถุงเงินที่มีอยู่50 อีแปะแก่บุตรสาวเพราะก่อนนี้ต้าเป่าขายโสมคนได้เงินมาเยอะพอสมควรเรียกว่าสามารถพลิกชีวิตได้เลยแต่บ้านโจวก็เหมือนบ้านหยางที่ไม่อยากให้ใครผิดสังเกตจึงยังใช้ชีวิตธรรมดาตามปกติต่อไปก่อนค่อยๆขยับขยายไปภายหน้า
ทั้งหมดก็ขึ้นเกวียนพร้อมออกเดินทางไปตลาดท่าเรือกันทันทีใช้เวลาเดินทางเพียงครึ่งชั่วยามก็เข้าสู่ตลาดเมืองท่าเรือซึ่งตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองโจวเจียง
ิฮุ่ยนำเกวียนเข้าไปจอดที่รับฝากเกวียนทันทีมีค่าฝาก5 อีแปะจากนั้นก็พาทุกคนเริ่มออกเดินเที่ยวกันทันทีตลาดท่าเรือแห่งนี้ใหญ่มากๆ มีพื้นที่ขายของกินพื้นที่เยอะมากทีเดียวมีข้าวของขายที่แปลกตามากกว่าตลาดในเมือง เพราะเป็จุดกระจายสินค้าทั้งส่งขายที่เมืองอื่น ทั้งรับเข้าจากเมืองอื่นเข้ามากผู้คนที่มาเดินส่วนมากก็เพื่อ้าหาซื้อของแปลกๆ หรือข้าวของที่หายาก
ิเยว่อยากมาดูว่าจะมีอะไรที่แปลกตาหรือนอกเหนือจากที่ช่องว่างมิตินางมีบ้างเมื่อเดินดูก็พบว่าของส่วนใหญ่ที่นำมาขายกันจะมีผ้าไหมสีสันสวยงามจากต่างเมืองอยู่มากและที่นี่ยังมีชาวต่างชาติอีกด้วยล่ะ คนที่นี่จะเรียกพวกเขาว่าชาวตาฟ้า
“ท่านพ่อข้าอยากไปที่ร้านนั้นเ้าค่ะ”ิเยว่จูงมือท่านพ่อพร้อมกับชี้ไปด้านที่สนใจทันที ส่วนท่านแม่ก็จูงมือชุนชุนพี่ใหญ่ก็จูงมือเสี่ยวเหมยเพราะคนค่อนข้างเยอะจึงต้องคอยจับจูงกันเพื่อไม่ให้เกิดพลัดหลงกันได้
“พ่อค้านี้ต้นอันใดขอรับ”ิฮุ่ยเอ่ยถามเมื่อเดินมาถึงร้านที่เยว่เยว่สนใจ
“โอ้ว!! นายท่าน เชิญดูก่อนขอรับนี้เป็ต้นอิงเถา (เชอร์รี่)ข้าน้อยได้ต้นพันธุ์มาจากชาวตาฟ้าเมื่อตอนที่เดินทางไปแลกเปลี่ยนสินค้าจึงคิดลองนำมาขายดูขอรับเพราะเห็นว่าลูกมันอร่อยแต่เพราะคนที่นี่ไม่รู้จักและไม่ค่อยมีใครปลูกผลไม้กัน จึงยังไม่มีใครซื้อ”พ่อค้าบอกเล่าที่มาอย่างละเอียดอีกทั้งยังบอกอีกด้วยว่าขายไม่ได้
เชอร์รี่นั้นนางมีในช่องว่างมิติแต่ยังไม่เคยเอาออกมาให้ทุกคนกินเลย อีกทั้งนางมีแต่ที่เป็ผลไม้ไม่มีเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าที่จะปลูกได้
“ท่านพ่อเ้าขา เยว่เยว่อยากได้ต้นอิงเถานี้เ้าค่ะ” ิเยว่หันไปอ้อนท่านพ่อให้ซื้อให้ทันที
“ได้ๆ ไม่ทราบท่านมีมากี่ต้นหรือขอรับ”ิฮุ่ยเอ่ยถามทันทีเพราะเข้าใจว่าบุตรสาวต้องอยากนำไปปลูกขายที่บ้านเป็แน่
“มีไม่มากนักขอรับข้ามีมา 10 ต้นพวกท่านจะรับกี่ต้นขอรับ”พ่อค้าดีใจมากที่จะขายต้นอิงเถาได้ สินค้าอื่นเขาขายได้หมดยกเว้นก็ต้นอิงเถานี้แหละที่ขายไม่ได้เสียที
“เช่นนั้นเอาทั้งหมดเ้าค่ะ” ิเยว่กล่าวออกมา
“ไม่เยอะไปหรือเยว่เยว่” ท่านแม่ที่ยื่นฟังอยู่เอ่ยทักขึ้นมา
“ไม่เยอะหรอกเ้าค่ะท่านแม่ 10 ต้นก็ปลูกรอบๆริมแปลงผักผลไม้ยังมีพื้นที่เหลืออยู่มากเ้าค่ะ” ิเยว่จะเอาเข้าไปเพิ่มจำนวนในช่องว่างเก็บไว้ก่อนเพราะนางเพราะเมล็ดไม่ได้ก็จะได้มีต้นกล้าเก็บไว้เพื่ออนาคตหากมีที่ดินเพื่อจะได้เอาออกมาปลูกให้เยอะๆ
เมื่อตกลงซื่อมาเรียบร้อยแล้วก็ฝากต้นไม้ไว้ที่ร้านก่อนตอนกลับจึงจะเอาเกวียนมาขนไปส่วนมากของที่ขายนอกจากผ้าไหมแล้วยังมีพวกเครื่องแก้ว เครื่องประดับเช่นสร้อย แหวนอาวุธที่แปลกตาอีกทั้งยังมีน้ำหอมด้วยล่ะดีเลยยามใดที่คนเอ่ยทักเื่กลิ่นหอมจากตัวของบ้านหยางก็อ้างได้ว่าเป็น้ำหอมของชาวตาฟ้าที่ซื้อจากตลาดท่าเรือของเมืองครอบครัวหยางยังเดินซื้อของกินกันได้ขนมปังสอดไส้ที่ซึ่งเป็อาหารของชาวตาฟ้าที่อยู่มานานจนพูดคุยภาษาจีนได้มาเปิดร้านทำขายทำสดใหม่ร้อนๆ มากินกันคนละอันด้วย
บ้านหยางกินกันไปแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมาในใจต่างคิดเป็ในทางเดียวกันว่าขนมที่เยว่เยว่ เคยนำออกมาให้กินนั้นอร่อยกว่านี้มากนักแต่เสี่ยวเหมยสหายตัวน้อยของเยว่เยว่นั้นยังไม่เคยกินแบบนี้มาก่อนจึงรู้สึกว่ามันอร่อยมากๆอร่อยที่สุดเลยเด็กน้อยจึงซื้อกลับไปฝากท่านพ่อท่านแม่ด้วย
“เ้ากินเรอะหมดแล้วเสี่ยวเหมย”ิเฟิงหยิบผ้าเช็ดหน้าที่ท่านแม่เย็บให้มาเช็ดปากให้เด็กน้อย
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ิเฟิง” เสี่ยวเหมยกล่าวขอบคุณทั้งแก้มป่องยังมีขนมปังอยู่
“อืม กินน้ำก่อน” ิเฟิงส่งน้ำให้เสี่ยวเหมยดื่มทันที
จากนั้นเมื่อเดินจนทั่วแล้วก็พากันไปเอาเกวียนมารับเอาต้นอิงเถาที่ร้านแล้วพากันเดินทางกลับหมู่บ้านซานซี…...