“ท่านอังเก้! ”
นาฟพูดเสียงเย็นเฉียบน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความหนักแน่นและความมั่นใจที่มากพอจะทำให้อังเก้รู้สึกอุ่นใจ
ขณะที่นาฟพูดจบเขาก็ปล่อยพลังที่แฝงอยู่ในตัวออกมา โล่รูปโดมครึ่งวงกลมเริ่มสว่างขึ้นเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับและหายไปในกำไลข้อมือซ้าย
ด้วยพลังที่แปลกประหลาด พร้อมกับแรงกดดันที่แผ่ออกมาโดยรอบผู้ใช้พลังของสมาคมใต้ดินที่ยืนอยู่ต่างต้องผงะถอยไปด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น
อังเก้ที่แทบจะหมดสติไปแล้ว ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะสบตากับนาฟดวงตาสีดำเข้มของนาฟฉายความแน่วแน่และมุ่งมั่น ขณะจับจ้องไปยังศัตรูเบื้องหน้า
ร่างของชายหนุ่มแผ่พลังที่ไม่เคยพบมาก่อนออกมาอย่างมั่นคงคล้ายดั่งโล่ที่ไม่มีวันแตกหัก
นาฟหันกลับมาสบตากับอังเก้
เขาค่อย ๆ นึกย้อนไปถึงอดีต วันที่เขาได้พบกับนาฟครั้งแรก
ในช่วงเวลานั้น นาฟยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มผู้ไร้ความทรงจำจากแดนนอกแต่วันนั้นอังเก้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเด็กหนุ่มอย่างไร้เงื่อนไข หยิบยื่นไม้โบราณที่เก็บไว้ให้นาฟไม้ที่มีพลังบางอย่างซ่อนอยู่ เป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและความหวัง
จากนั้นมานาฟฝึกฝนพลังในตัวและเรียนรู้ที่จะปกป้องคนอื่น และเข้าสู่อาณานิคมในที่สุด
อังเก้รู้สึกถึงความอบอุ่นที่เคยหายไปกลับมาอีกครั้งความหวังที่เขามอบให้คนคนหนึ่งเมื่อวันวาน ได้กลับมาปกป้องเขาในวันนี้
นาฟยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าอังเก้สายตาเย็นเยียบและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เขาจ้องมองไปยังกลุ่มผู้ใช้พลังระดับสี่ทั้งห้าคนตรงหน้าในดวงตาคู่นั้นมีประกายของความอาฆาตที่ยากจะปิดบังเขาไม่หวาดหวั่นต่อพลังที่เหนือกว่า หากแต่กลับตั้งท่าเตรียมพร้อมโอบรวมพลังของตนขึ้นมาด้วยความชำนาญอย่างเงียบสงบ
พลังของนาฟที่รวบรวมขึ้นในขณะนี้นั้นทอแสงสว่างจ้ารอบตัวเขาปรากฏพลังคลื่นแรงกดดันที่แทบจับต้องได้ทั้งพลังอันเกรี้ยวกราดและกระแสจิตอันแรงกล้าก่อตัวขึ้นในอากาศจนสัมผัสได้ชัดเจนราวกับสายฟ้าที่หมุนวนรอบตัวเขา
ความรุนแรงและมั่นคงของพลังนั้นทำให้เหล่าผู้ใช้พลังฝั่งสมาคมใต้ดินต่างต้องชะงักลงชั่วขณะ
หนึ่งในผู้ใช้พลังฝั่งสมาคมซึ่งเป็นชายร่างกำยำและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะหันไปกระซิบเตือนเพื่อนร่วมทีม
“อย่า.....ประมาท!
“ถึงจะเป็นแค่เด็กหนุ่มระดับพลังขั้นสาม แต่ก็เป็นคนที่สมาคมเราหมายหัวไว้...และเขาดูจะทรงพลังยิ่งกว่าที่คาด”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีความเคร่งขรึมและระแวดระวังเริ่มกระจายออกมาจากกลุ่มสมาคมใต้ดิน แต่สำหรับนาฟเขาไม่มีแม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้า รังสีของความจริงจังฉายชัดทุกครั้งที่เขาขยับตัวความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมในตัวเขานั้นชัดเจนว่ามีความลับที่พวกศัตรูไม่อาจคาดเดาได้
“.......สมาคมใต้ดิน…!”
นาฟเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่ามั่นคงในน้ำเสียงราวกับสายฟ้าที่สะท้อนออกมา สิ้นคำพูดของเขาพลังที่เก็บซ่อนอยู่ในตัวของนาฟก็ปะทุขึ้น กลายเป็นแรงกดดันที่หนาหนักเสมือนกำแพงอันหนาทึบ
นาฟหลับตาลงครู่หนึ่ง สูดลมหายใจลึกก่อนจะเปิดตาขึ้นพร้อมความมุ่งมั่นดวงตาเต็มไปด้วยประกายแสงที่ซ่อนเร้นบางสิ่งไว้อย่างลึกลับ
มือของเขาเคลื่อนไหวช้า ๆ ผ่านอากาศ ปลดปล่อยพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในเข้าสู่ทักษะอันลึกลับที่เขาฝึกฝนมาอย่างยาวนาน
“ก้าวไรเงา!”
เขากระซิบเบา ๆ กับตัวเองก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งออกไปเบื้องหน้าเหมือนสายลม เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นเขาก็หายไปจากสายตาของเหล่าผู้ใช้พลังฝั่งสมาคมใต้ดิน ร่างของนาฟสลายกลืนหายไปกับเงามืดราวกับภาพลวงตาที่ไร้ตัวตน
“ฟ้าวว!” “ฟ้าวว!” “ฟ้าวว!”
ขาทั้งสองของเขาก้าวผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็วและไร้เสียงจนดูราวกับเขากลายเป็นเงาอันไร้รูปร่างที่หลุดออกจากโลกแห่งความจริง
“ระวังตัว! มันหายตัวได้!”
หนึ่งในผู้ใช้พลังฝ่ายสมาคมใต้ดินตะโกนเตือนพลางกวาดตามองรอบกายอย่างหวาดระแวง มือของเขายกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ซู่!"
เรียกใช้พลังสร้างกำแพงมิติไร้รูปขนาดใหญ่ล้อมรอบตัวและเพื่อนร่วมทีมอีกสี่คนกำแพงโปร่งแสงนั้นกระเพื่อมแผ่วเบาเหมือนคลื่นน้ำ ราวกับแผ่นกระจกที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่มีความหนาแน่นทรงพลังปกป้องพวกเขาไว้ภายใน
เหล่าผู้ใช้พลังในกำแพงมิติชะงักงันและเตรียมพร้อมทว่าเงามืดรอบตัวพวกเขากลับเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันความเงียบงันนั้นเพิ่มความตึงเครียดในอากาศราวกับมีเงาของภูติพรายเคลื่อนไหวอยู่รอบตัวพวกเขาทุกทิศทุกทางนาฟอาจจะเป็นเพียงผู้ใช้พลังระดับสามแต่การเคลื่อนไหวราวสายลมและความเร็วเหนือธรรมชาตินั้นทำให้เขาแทบจะกลายเป็นภัยเงียบที่พวกเขายากจะมองเห็น
ภายในกำแพงมิติเสียงของผู้ใช้พลังแต่ละคนเงียบงันรู้ดีว่าหากพวกเขาประมาทหรือพลาดพลั้งไปแม้แต่น้อย อาจจะต้องเผชิญกับการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัว
และนั่นคือสิ่งที่นาฟวางแผนเอาไว้เขายังคงล่องลอยในเงามืด เคลื่อนไหวอย่างไร้ร่องรอยเตรียมพร้อมที่จะจู่โจมด้วยความเด็ดขาด
กำแพงมิติไร้รูปที่เคยมั่นคงดั่งป้อมปราการถูกพลังลึกลับจากภายนอกโจมตีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นเอง
“เปรี้ยง!”
ปรากฏแรงกระแทกมหาศาลที่กระหน่ำซัดเข้าใส่กำแพงราวกับคลื่นพายุที่มองไม่เห็นทุกทิศทางถูกปกคลุมไปด้วยพลังที่ไร้รูปร่างแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจอันน่าสะพรึงทำให้กำแพงโปร่งแสงที่เคยป้องกันได้แทบทุกอย่างเริ่มสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะระเบิดออกจากภายใน