ลำแสงสีเขียวอ่อนพุ่งออกจากฝ่ามือของโกส ด้วยปฏิกิริยาที่ว่องไว ทำให้มาวินพลิกหลบได้อย่างหวุดหวิด ถึงกระนั้นแสงประหลาดก็ยังถากแขนจนเกิดรอยแดงเถือก คล้ายถูกเปลวไฟแผดเผา
เด็กหนุ่มรู้สึกร้อนวาบตรงบริเวณที่ถูกลำแสง ทำให้ชะงักนิดนึง โกสจึงอาศัยจังหวะนั้นโดดถอยหลัง เพื่อหนีออกมาตั้งหลัก
“ แฮ่ก แฮ่ก เล่นข้าซะอ่วมเลยนะ ไอ้หนู ” โกสหอบเหนื่อย ร่างกายปรากฏรอยฟกช้ำเต็มไปหมด แต่มาวินไม่ตอบคำใด ดวงตายังไร้ความรู้สึกดุจเดิม ก่อนจะตั้งท่าต่อสู้
โกสเริ่มสั่นเทา ดวงตาฉายแววฉงน เพราะเด็กหนุ่มยังดูปกติ
“ แกโดนไบโอเข้าไป แต่ทำไมถึงไม่เป็นไร ”
แม้มาวินจะโดนเพียงเฉียดๆ แต่ก็แอบครั่นเนื้อครั่นตัว คล้ายจะเป็นหวัด ทว่าเด็กหนุ่มไม่คิดจะแสดงความอ่อนแอออกมาและเตรียมต่อสู้ท่าเดียว ราวกับว่าจิตวิญาณของเขาได้กลายสภาพเป็นอสูรสงครามไปแล้ว
“ อย่าเข้ามานะ ไบโอ ” โกสเห็นท่าไม่ดี จึงยิงคาถาออกไป ทว่าลำแสงที่พุ่งมาตรงๆและขาดความเร็ว ไม่อาจเฉียดกายของเด็กหนุ่มได้อีก เขาหลบมันอย่างง่ายดายด้วยการพลิกตัวเพียงนิดเดียว
“ เอาไปอีก ไบโอ ” โกสปล่อยคาถาใส่อีกครั้ง แต่เด็กหนุ่มก็หลบได้ง่ายๆ ทำให้การระดมยิงแบบสิ้นคิดบังเกิดขึ้น เขากระหน่ำอีก 10 กว่าที ก็ยิงเวทไม่ออก
“ บ้าเอ๊ย พลังเวทหมด ” โกสยกฝ่ามือขึ้นดู ท่าทางเสียขวัญ
“ จบโชว์ของแกแล้วเหรอ ” มาวินกล่าวช้าๆ ดวงตาเรียวหรี่นิดๆ ท่าทางของเขาในตอนนี้ดูเลือดเย็นและไร้อารมณ์ ผิดกับบุคลิกซุกซนที่ผ่านมา
โกสได้แต่ยืนกัดฟันกรอดใหญ่ ใบหน้าขาวซีดดูเคร่งเครียด เพราะทุกกระบวนท่าที่มี ไม่อาจทำอะไรเด็กหนุ่มได้เลย
“ ดูท่าแกจะมีแค่นี้สินะ ” มาวินขยับกาย เพื่อเตรียมเผด็จศึกครั้งสุดท้าย
“ บ้าที่สุด ทำอะไรไม่ได้เลย นี่ถ้ามันไม่หลบคาถาของเรา ก็คงไม่พ่ายแพ้แบบนี้ ” โกสแหงนหน้าขึ้นฟ้า เพื่อกู่ร้องตะโกนระบายความเจ็บปวดที่อัดแน่นในใจ
ทันทีที่มาวินได้ยิน คิ้วก็กระตุกเล็กน้อย เขาจึงหยุดโจมตีชั่วคราว จากนั้นก็กล่าวกับโกสด้วยเสียงห้าวหาญ
“ เมื่อกี้แกบอกว่าถ้ายิงคาถาโดนชั้น จะไม่แพ้ ใช่มั้ย ”
ใบหน้าขาวซีดของเนโครมันเซอร์หนุ่มกระตุกนิดๆ ดวงตาแดงก่ำจ้องมายังอริร่างเล็ก ท่าทางหวาดระแวง ครู่หนึ่งก็ตอบคำถามอย่างระมัดระวัง
“ ใช่แล้ว ขอแค่แกโดนคาถาเข้าไปเต็มๆเพียงทีเดียว ข้าก็จะชนะแน่นอน ”
มาวินมองเนโครมันเซอร์หนุ่มแบบเหยียดๆอยู่แวบหนึ่ง ก่อนเปิดโอกาส
“ แกใช้น้ำยาเติมพลังเวท แล้วยิงมา ชั้นจะไม่หลบเลย ดูซิว่าคราวนี้จะอ้างอะไรอีก ”
ดวงตาของโกสเบิกโพลง เพราะตั้งแต่ต่อสู้มา ไม่เคยมีใครท้าทายให้ยิงคาถาใส่ตัวเอง ไม่แน่ใจว่าสติของมาวินยังดีอยู่หรือไม่ ถึงกระนั้นเนโครมันเซอร์หนุ่มก็ไม่คิดปฏิเสธ เขารีบหยิบขวดน้ำยาสีขาวขนาดเล็กขึ้นมา แล้วกระดกมันอย่างรวดเร็ว
“ อ้า เยี่ยม พลังเวทข้ากลับมาแล้ว ” พอโกสกินน้ำยาหมดขวด เขาก็แหกปากร้องดังด้วยความดีใจ ถ้าเพ่งมองให้ดี จะเห็นประกายแสงสีขาวจางๆแผ่ออกมาจากกายผอมบาง
มาวินยิ้มเล็กน้อย เขาดูพอใจที่เห็นเนโครมันเซอร์หนุ่มฟื้นตัว ส่วนโกสก็มีกำลังใจขึ้นมามาก เพราะได้พลังเวทกลับคืน
เหมยลี่รู้สึกไม่สบายใจ ทุกสิ่งที่มาวินกระทำ ล้วนผิดหลักการต่อสู้ ไม่เคยมีใครปล่อยให้ศัตรูซึ่งแพ้แน่ๆได้กลับมามีโอกาส
“ นายเปลี่ยนไปมาก ”
พอมาวินเห็นโกสฟื้นพลัง เด็กหนุ่มก็กล่าวช้าๆ ท่าทางเลือดเย็น
“ พร้อมแล้ว ก็มาสนุกกันต่อ ชั้นยังเหลือความแค้นที่ต้องชำระ ”
โกสไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มพูดถึงอะไร แต่เขารู้สึกย่ามใจ เพราะได้พลังเวทกลับมา แถมคู่ต่อสู้ผู้โง่เขลายังเสนอให้ยิงคาถาใส่ ไม่ชนะตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะชนะตอนไหนแล้ว และคาถาที่เลือกใช้จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกเสียจาก…
“ เดท ”
ลูกบอลแสงขนาดเล็กปรากฏบนฝ่ามือของโกส มันดำสนิท ราวกับเป็นตัวแทนยมทูตที่คอยล่าดวงวิญญาณของเหล่ามนุษย์
“ เหวอ...” เสียงอุทานด้วยความหวาดกลัวฟังไม่ได้ศัพท์ ทั้งเหล่าชาวบ้านและอันธพาลต่างพากันถอยหนี เพราะรู้ซึ้งถึงพิษสงของคาถาบทนี้
โกสจ้องมองมาวิน ดวงตาถมึงทึง ปากก็หอบถี่ เพราะคาถาบทนี้แทบจะกินพลังเวททั้งหมด แต่เด็กหนุ่มไม่หวาดกลัว เขาย่อตัวลงเล็กน้อย มือซ้ายนำมือขวา แน่นอนว่ากระบวนท่าที่ใช้ก็คือ……
“ เสือดาวไล่เหยื่อ ”
“ ฮี่ๆ ตกลงแกจะไม่หลบจริงเหรอ ” โกสหัวเราะเบาๆ ดวงตามุ่งร้าย
“ ใช่ ชั้นจะล้างแค้น โทษฐานที่ทำให้ทุกคนมัวหมอง แกต้องตายด้วยกระบวนท่านี้ ” มาวินตอบเสียงเรียบเฉย แววตาฉาบไปด้วยไฟอาฆาต มุมปากแสะยิ้มเหี้ยมๆ ทันใดนั้นเองเสียงห้าวที่สดใสก็ดังมาจากด้านหลัง
“ เจ้าลิงหัวเขียวอย่าพุ่งเข้าใส่ตรงๆ เพราะเดทคือคาถามรณะ มันฆ่านายได้ในทีเดียว ”
โกสมองมา เพื่อดูว่าใครเป็นคนเตือน พอรู้ว่าเป็นเหมยลี่ เขาก็แกล้งหลิ่วตาให้เล็กน้อย แล้วกล่าวหยอกเย้า
“ สายไปแล้ว มันรับปากเองว่าจะไม่หลบ ลองดู กระบวนท่าของแกกับคาถาของข้า ใครจะแน่กว่ากัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”
เด็กหนุ่มหัวเขียวย่อตัวลงต่ำ ส่วนโกสก็เกร็งกาย เพื่อเตรียมปล่อยคาถาเด็ด แสงสีดำเริ่มหมุนวนแรงขึ้นจนดูคล้ายพายุขนาดเล็ก ทว่าเหมยลี่ยังคงร้องเตือน
“ มาวินใจเย็นก่อน เดทมีโอกาสหนึ่งในสามที่จะฆ่านายทันที! ต่อให้รอดก็อาจพิการ มันคุ้มแล้วหรือที่ต้องแลกชีวิตแบบนี้ ”
เด็กหนุ่มชะงักเล็กน้อย แววตาขุ่นมัวเริ่มคลายลง ทำให้เหมยลี่มีความหวัง เธอจึงเตือนสติอีก
“ ถึงนายจะชนะได้ แต่ก็ต้องฆ่าหมอนี่ จะยอมให้มือเปื้อนเลือดอย่างงั้นเหรอ และเมื่อเลือกเดินทางนี้ จะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว ”
คราวนี้ดวงตาที่ไร้แววของเด็กหนุ่มเริ่มมีประกาย สติสัมปชัญญะกำลังกลับคืน ใบหน้าเรียวคลายความเย็นชาลง แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ทุกสรรพสิ่งก็พลันดับ เหลือเพียงเสียงแหบพร่าที่ชวนขนลุก
“ ไอ้หนู เจ้าจะยอมให้ไอ้มนุษย์ชั้นต่ำเหยียบย่ำจิตใจหรือ ต้องจบด้วยการสังหารมัน ”
เมื่อได้ฟังคำของบุรุษปริศนาที่มองไม่เห็น ไฟแค้นของมาวินก็ลุกโชนอีกครั้ง เขากู่ร้องออกมาจนสุดเสียง
“ แกตายซะเถอะ กระบวนท่าเสือดาวไล่เหยื่อ ”
มาวินพุ่งเข้าใส่ มันรวดเร็วจนคนธรรมดาแทบมองไม่ทัน แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเข้าถึงตัว โกสก็ยิงคาถาสุดยอดออกมา
“ เดท ”
ลำแสงดำทะมึนพุ่งเข้าใส่มาวิน ไม่มีทางหลบคาถานั้นได้ เพราะเด็กหนุ่มได้วิ่งเข้าไปบวกสุดกำลังจนไม่อาจรั้งฝีเท้า มันจึงวิ่งปะทะหน้าอก
“ ตูม ”
เสียงกระทบดังสนั่น คล้ายถูกถุงกระสอบหนักๆกระแทกใส่ แม้จะโดนคาถาเข้าไปเต็มๆ แต่เด็กหนุ่มไม่สนอะไร เขายังวิ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วเท่าเดิม เสี้ยววินาทีต่อมา หมัดที่เต็มไปด้วยไฟแค้นก็อัดเข้าไปที่กระพุ้งแก้มของโกส
“ อุ้ก ” โกสเซถอยหลัง ส่วนมาวินก็สืบเท้าเข้าไปอัดต่อด้วยหมัดขวา จากนั้นก็ตามไปต่อยติดๆอีก 4-5 หมัด
“ อุ้ก อั้ก อึก ” โกสถอยหลังในทุกหมัดที่มาวินปล่อย และในหมัดที่สิบ เด็กหนุ่มได้ยิงขวาตรงไปที่ลิ้นปี่ ทำให้ผู้วิเศษยืนตัวงอด้วยความจุกเสียด
“ แกตาย หมัดสุดท้ายสำหรับคุณแม่ ” เด็กหนุ่มตวาดสุดเสียงจนทุกคนในที่นั้นได้ยิน ก่อนจะกระโดดขึ้นไปกลางอากาศ เพื่อเตรียมทิ้งหมัดคู่ใส่อริ เป้าหมายคือกลางกระหม่อม ช่วงเวลานั้นเอง เหมยลี่ก็ร้องห้าม
“ อย่า นายวิน ”
พอเด็กหนุ่มได้ยินเสียงร้องห้าม กายก็กระตุกเล็กน้อย คล้ายโดนไฟช็อต สติสัมปชัญญะพลันกลับคืน เนื่องจากน้ำเสียงและสำเนียงของเหมยลี่เหมือนกับ "จัน" อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ถึงกระนั้น เขาก็ไม่อาจหยุดยั้งกระบวนท่า เพราะได้ปล่อยพลังออกมาจนหมด
“ ตูม ”
เสียงระเบิดดังสนั่น ควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ไม่มีใครคิดว่าโกสจะรอด พอควันจางลง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาก็คือร่างผอมบางของเนโครมันเซอร์หนุ่มที่หยัดยืน ใบหน้ามีรอยยิ้มจางๆสถิตอยู่ ส่วนเด็กหนุ่มผู้บ้าคลั่ง บัดนี้อยู่ในท่าคุกเข่า เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหมัดคู่ที่ทิ้งลงมา ไม่ได้ทิ่มกลางกระหม่อม แต่กลับซัดไปที่พื้นจนก่อให้เกิดหลุมเล็กๆขนาดฝ่ามือ
โกสยืนโงนเงน พลางยิ้มให้มาวิน ท่าทางอ่อนแรง เขากล่าวยียวนเป็นการทิ้งท้าย
“ เป็นไง แกทำอะไรข้าไม่ได้ ใช่มั้ย ”
พอจบประโยค เนโครมันเซอร์หนุ่มก็ล้มลงไปนอนหงาย มาวินจึงลุกขึ้นยืนอย่างเต็มภาคภูมิ ใบหน้าเริ่มคลายความเย็นชาและกลับมาอ่อนเยาว์ดังเดิม เขาเหลือบมองศัตรูที่นอนสิ้นสภาพอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ
“ เฮ้อ....เกือบไปแล้ว ถ้าจัน เฮ้ย ยัยโย่งไม่ร้องห้าม เราคง…..”
เหมยลี่ถอนหายใจออกมาเช่นกัน อีกเพียงนิดเดียว มาวินก็จะกลายเป็นฆาตกร โชคดีที่เด็กหนุ่มยั้งมือไว้ได้ทัน เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"เป็นไงบ้าง เจ้าลิงหัวเขียว เมื่อกี้นายโดนคาถาเข้าไปเต็มๆเลยนี่ "
"ฮะๆ ก็พอไหว " มาวินยิ้มกวนๆให้เด็กสาว ก่อนจะตอบเบาๆ สีหน้าอ่อนล้า
พอพูดจบ มาวินก็ทรุดลง แต่เหมยลี่เข้ามาประคองได้ทัน สองตาเกิดสบกันโดยบังเอิญ มันเป็นการมองอย่างมีความหมาย สุดท้ายก็เป็นฝ่ายเด็กสาวที่เมินหนี
"นายนี่มันจริงๆเลย ไหนบอกว่าไหวไง " เสียงของเหมยลี่ดูกระชากนิดๆ คล้ายจะเคือง แต่ใบหน้ากลับแดงเล็กน้อย
"ทีแรกนึกว่าไหว แต่ที่ไหนได้ กลับหมดแรง แต่ดีแล้วที่มันจบแบบนี้ ฮะๆ " เด็กหนุ่มหัวเราะ
เด็กสาวไม่ตอบคำ แต่กลับมองตรงไปข้างหน้าอย่างปราศจากความหมาย ส่วนมาวินได้แต่ยืนหลับตา ใบหน้าเรียวแย้มยิ้มอย่างเป็นสุข ครู่หนึ่ง เสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าชาวบ้านก็ดังกึกก้อง
"เฮ....ชนะแล้ว พวกเราเป็นอิสระ "
เหมยลี่มองเหล่าชาวบ้าน หลายคนดีใจจนกระโดดกอดกันเอง บางคนถึงกับทรุดกายลงนั่งคุกเข่า พร้อมหลั่งน้ำตาแห่งความปีติ บรรยากาศในหมู่บ้านดูครื้นเครงขึ้นมาทันที นับว่าเป็นการปลดแอกที่สมบูรณ์
"ดูซิ พวกเขาดีใจกันใหญ่เลย ทั้งหมดนี่เป็นเพราะนายนะ เจ้าลิงหัว…"เด็กสาวร่างสูงกล่าวชมอย่างจริงใจ แต่ไม่ทันจบ เธอก็หยุด เพราะได้ยินเสียงกรนเบาๆ
"คร่อก......ฟี้ "
เหมยลี่หันไปทางคู่สนทนา จึงพบว่าเจ้าลิงหัวเขียวได้สลบไสลไปแล้ว เด็กสาวมองใบหน้ายามหลับใหลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก
" หลับให้สบายเถอะ เจ้าลิงน้อย นายทำได้ดีมาก "
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
