รอบลานประลองต่างนิ่งเงียบ จอมยุทธ10สำนักนอกต่างเกิดโทสะ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้
ลานประลองไร้คนขึ้นอยู่นานหลายร้อยลมหายใจเหมือนการประลองจะจบลง
อยู่ ๆ เวินรั่วเจียงนางเดิน ออกไปยืนบนลานประลอง นางมองมาที่อี้เฉินด้วยดวงตาคมกล้า เหมือนจะสื่อความหมายบางอย่าง
ทำให้อี้เฉินรู้สึกถึงลางร้าย หรือว่าที่นางจะเชิญข้ามาเพื่อเรื่องนี้ เวรเอ่ย
นางชี้นิ้วกวักมือมาที่อี้เฉินแฝงด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เหมือนอยากตบตีอี้เฉินให้อับอาย
อี้เฉินไร้ทางเลือก หากยังไม่รีบออกไปเหล่าเจ้าสำนักอาจเกิดโทสะ สั่งลงโทษเขาก็เป็นได้
อี้เฉินก้าวเดินขึ้นไปด้วย ด้วยแววตาโกรธเคือง
"ศิษย์น้องเหตุใดต้องทำหน้าแบบนั้นเล่า เรามาประลองกันหน่อยสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกัน"
นางยิ้มชื่นบาน ท่วงท่าการเดินส่วนเว้าส่วนโค้งกระเพื่อมไหว เหล่าจอมยุทธถึงกับจ้องมองไม่กะพริบตา
"ศิษย์ใหม่สำนักอักษรงั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไรเจ้าสำนักจะรีบศิษย์ด้วยตัวเองเท่านั้น"
เหล่าศิษย์ต่างตกตะลึง มีบางคนอยากเข้าสำนักอักษรแต่ก็ไม่สามารถเข้าได้เนื่องจากเจ้าสำนักเข้มงวดมากเรื่องการรับศิษย์
"ไอ้หมอนี้มันต้องมีดีอะไรแน่ ๆ ถึงกับทำให้เจ้าสำนักรับเป็นศิษย์"
"เหตุใดท่านไม่ท้าจอมยุทธสำนักเซียน"อี้เฉินไต่ถาม
"เจ้าเลิกพล่าม แล้วมาสู้กันด้วยอักขระ"
แม่นางคนนี้ไม่ฟังห่าอะไรเลย จะสู้อย่างเดียว อี้เฉินถึงกับหน้ามืดทะมึน อยากจะหนีให้รู้แล้วรู้รอด
นางวาดมือสร้างอักขระ เป็นอักษรเข้าโจมตีอี้เฉิน อักษร รอยร่องนับร้อยพุ่งเข้ากระแทก
อี้เฉิน ตัวอักษรเล็กนิดเดียวกลับรุนแรงเหมือนหินขนาดยักษ์ เข้าอัดกระแทกเขา
ขนาดอี้เฉินใช้อักขระสร้างเกาะป้องกันยังแตกสลาย กระอักเลือดคำใหญ่ ถอยร่นไปหลายก้าว
"ไม่เห็นจะเท่าไร่ โดนการโจมตีแค่ทีเดียวก็กระอักเลือด ออกมาแล้ว"
"ข้าก็ว่างั้น โดนแค่อักขระตัวเล็กนิดเดียวยังบาดเจ็บหนัก"
"ถ้าหากโดนการโจมตีของข้าป่านนี้ มันตายไปแล้ว"
กลุ่มคนดูต่างพากันพูดคุย แม้แต่บางคนยังส่งเสียงเชียร์แม่นางเวินรั่วเจียง
เวินรั่วเจียงระดมโจมตีปล่อยอักขระอักษรออกมาไม่ยั้งมือ แม้แต่ค่ายกลป้องกันยังพังทลายไปหลายส่วน
หลายคนยังใจสั่น"เหตุใดรุนแรงเช่นนี้ " พวกเขาไม่คิดว่าอักขระตัวเล็ก ๆ จะมีพลานุภาพมากขนาดนี้
คนที่พูดคุยตอนแรกต่างกลืนน้ำลายหากตัวเขาโดนคงไม่แค่กระอักเลือดแน่
"ท่านจะฆ่า ข้าหรือไง" อี้เฉินเริ่มรับการโจมตีไม่ไหว หากเขายังป้องกันแบบนี้ได้ตายจริง ๆ แน่
"ถ้าเจ้าไม่เอาจริง เจ้าได้ตายที่นี่แน่" แววตาของนาง แฝงด้วยความอำมหิต บ่งบอกถึงความจริงจังที่จะฆ่าอี้เฉินหากอี้เฉินไม่สำแดงพลังออกมา
อี้เฉินบ่นพึมพำ "ทำไมสาวงามมักจะดุร้าย เฉกเช่นนี้"
เขาไม่ป้องกันอีกต่อไป เขาลองสร้างอักขระที่หยั่งรู้มาใหม่ดู อี้เฉินวาดมือสร้างอักษรคำว่าปลาขึ้นมากลางอากาศ
มันเป็นอักขระตัวเดียวที่ อี้เฉินสร้างความหมายขึ้นมาเองได้ เขาเองก็อยากรู้ว่ามันมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน
อักขระอักษรก่อรูปสมจริง เป็นปลาตัวเล็กขนาดไม่ถึงฝ่ามือขึ้นมา มันแหวกไหว้กลางอากาศอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าหาแม่นางเวินรั่วเจียง
"ฮ่าๆ สร้างปลาตัวเท่าฝ่ามือเองหรือ เหตุใดมันถึงเล็กกระจ้อยร่อยเช่นนั้น"
ศิษย์หลายคน ต่างพากัน หัวเราะขบขัน
ไม่ทันสิ้นเสียง เจ้าสำนักอักษรพุ่งทะยานยาน เข้าไปในลานประลอง แล้วใช้ฝ่ามือปัดปลาที่อี้เฉินสร้างออกจาก ลานประลอง
เหล่าศิษย์ต่างพากัน อึ้งงง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น "มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดเจ้าสำนักอักษรเข้าไปในลานประลอง"
แม้แต่แววตาเจ้าสำนักอื่น ๆ ยังมองมาที่อี้เฉินด้วยแววตาคมกล้า พิจารณาอี้เฉินกันอย่างจริงจัง
กลายเป็นทุกสายตามารวมที่เขา เหมือนเขาทำผิดอะไร
ทันใดปลาที่เขาสร้างโดนเขตแดนป้องกัน
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ค่ายกลป้องกันที่จอมยุทธ ขั้นนภาทั้ง4 คอยขับเคลื่อนปราณพลังป้องกันกลับแหลกลาญ
ลานประลองหายไปกว่าครึ่ง เสียงกลืนน้ำลายคำใหญ่ ดังออกมา มีกระทั่งบางคนอ้าปากค้าง
ศิษย์หลายคน ต่างใจสั่นสะท้านถ้า เจ้าสำนักอักษรไม่เข้าไปขวางแม่นางเวินรั่วเจียง ได้กลายเป็นศพไร้ที่กลบฝังแน่ๆ
"นี้มันพลังอะไรกันแน่ ทำไมมันรุนแรงเช่นนี้"
"ข้าเองก็อยากรู้ ข้าเห็นเพียงแค่ปลาตัวน้อย ๆ กลับมีพลังโจมตีรุนแรงเฉกเช่นนี้"
"เจ้ามาอยู่สำนักเซียนข้าดีกว่า ถ้าเจ้าเกิดเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน"เจ้าสำนักเซียนเอ่ยชวนอี้เฉินอีกครั้ง
"ขอบคุณท่านเจ้าสำนักเซียน ข้าฝึกปรือที่สำนักอักษรก็ไม่เลว" อี้เฉินคำนับ
เจ้าสำนักเซียนกล่าวขึ้นอีกครั้ง
"งานเลี้ยงวันนี้ก็จบแค่เพียงเท่านี้แล้วกัน"
"แล้วเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง สวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลกำลังจะเปิดขึ้น"
ศิษย์หลายคนที่ได้ยินต่างอยากรู้ มันเป็นสถานที่แบบไหน ต่างพากันไต่ถาม เหล่าเจ้าสำนัก
เจ้าสำนักปราณโลหิตตอบเรียบ ๆ "ว่ากันว่าเป็นดินแดนปิดอยู่ติดชายแดนเหนือสุดที่นั่น เป็นเขตอันตราย แม้แต่มนุษย์ยังอยู่ไม่ได้
แต่ภายในดินแดนนั้น เต็มไปด้วยสมุนไพร หรือแม้กระทั่ง เมล็ดพันธุ์หายาก หากพวกเจ้าฝังเมล็ดพันธุ์
ไว้ในทะเลความรู้ไม่อาจคาดเขาได้ว่าจะ เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน"
เจ้าสำนักขลุยสวรรค์เอ่ยต่อ "มันไม่ได้หาง่าย ๆ เมล็ดพันธุ์ระดับ สามัญ ยังหายาก
แถมที่นั่นเต็มไปด้วยความลึกลับ ป่าเก่าแก่บรรพกาล อาจเจอสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่"
เจ้าสำนักเซียนค้าน "เอาละ เอาละ ถ้าใครไม่ไปก็ไม่มีใครห้ามความอันตรายนั้นมีสูงแต่ก็มีโชค คนดินแดนเซียนก็จะไปด้วย
หากใครอยากไป ข้าจะพาพวกเจ้าไปเอง"
"พวกเจ้าแยกย้ายกลับไปบอกข่าวภายในสำนักได้แล้ว"
จอมยุทธหลายคนต่างดีใจเป็นปีติ เมื่อรู้ข่าวสวนเมล็ดพันธุ์บรรพกาลกำลังจะเปิดให้เข้าในไม่ช้าที่นั่นเต็มไปด้วยของล้ำค่า
ว่ากันว่าใครที่ได้ เมล็ดพันธุ์ เข้าไปปลูกในทะเลความรู้ความสามารถจะเพิ่มทวี ชนิดที่คาดเดาไม่ได้
จนข่าวนี้แพร่กระจายออกไปทั่วสำนัก หลาย ๆ คนเลือกที่จะไปแสวงหาของล้ำค่า
หากได้เมล็ดพันธุ์มาสักเม็ด ตัวของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปถึงขนาดไหนก็ไม่อาจคาดเดาได้