บทที่3 :การสอบปลายภาค [ต้น]
เสียงระฆังเตือนก่อนเข้าสอบดังขึ้นทั่วอาคารเรียน
"แย่แล้ว ๆ ๆ ๆ!"
เซร่าลากแขนน้องสาววิ่งผ่านระเบียงอย่างร่าเริง
ทั้งที่ปากบอกว่ารีบ
แต่สีหน้ากลับดูสนุกเสียมากกว่า
"ฉันบอกแล้วให้ตื่นเร็วกว่านี้!"
"คนที่มัวแต่แซวฉันอยู่เมื่อกี้คือใครกัน..."
เซเล่ถอนหายใจ แม้จะพูดแบบนั้น แต่ก็ยังยอมเดินตามพี่สาวไป
"ก็ถ้าไม่แซว น้องสาวสุดน่ารักของพี่จะยิ้มเหรอ~"
"ฉันไม่ได้ยิ้ม"
"เมื่อกี้มุมปากขยับหนึ่งมิลลิเมตร"
"นั่นเรียกกระตุก"
"คิกๆ"
เซร่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ลมเช้าพัดผ่านเส้นผมสีทองของเธอจนพลิ้วไหว ต่างจากเซเล่ที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม แต่คนที่รู้จักเธอดีพอจะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของเซเล่ดีขึ้นกว่าตอนตื่นนอนมาก
"ว่าแต่สอบนิเวศวิทยาโลกใหม่อ่านมาหรือยัง"
เซร่าถาม
"อ่านแล้ว"
"บทอาณาจักรสัตว์กลายพันธุ์ด้วย?"
"อือ"
"บทระบบนิเวศในดันเจี้ยน?"
"อือ"
"บทการสืบพันธุ์ของเผ่าอสูร?"
"..."
เซเล่เงียบ
เซร่าหัวเราะลั่นทันที
"ฮ่าๆๆๆๆๆ!"
"เธอก็ไม่ได้อ่านเหมือนกันไม่ใช่เหรอ"
"เอ่อ..."
"หยุดหัวเราะเลย"
"คิกๆ"
ทั้งสองคุยเล่นกันไปตลอดทาง
จนกระทั่งเห็นอาคารสอบอยู่ตรงหน้า
และนาฬิกาขนาดใหญ่บนกำแพง
08:59
"..."
"..."
สองพี่น้องมองหน้ากัน
แล้วรีบพุ่งเข้าอาคารทันที
"เหลือหนึ่งนาทีแล้ว!!"
"วิ่งสิ!!"
พวกเธอเข้าไปถึงห้องสอบได้ก่อนเสียงกริ่งดังเพียงไม่กี่วินาที
เรียกได้ว่าเฉียดฉิวอย่างแท้จริง
หลังจากลงชื่อเรียบร้อย
นักเรียนทุกคนก็แยกย้ายไปนั่งตามเลขที่
เซร่านั่งอยู่แถวหน้า ส่วนเซเล่อยู่ถัดไปทางด้านหลังหลายแถว
เมื่อทุกอย่างสงบลง
เซเล่จึงนั่งลงบนเก้าอี้
ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
"...เดี๋ยวนะ"
หู
หูของเธอ
เมื่อครู่ในดินแดนน้ำแข็งเธอมีหูสัตว์กับหางถึงสี่หางเซเล่รีบยกมือลูบศีรษะตัวเอง ผมสีขาวนุ่มลื่นผ่านปลายนิ้ว
ไม่มีอะไรโผล่ออกมา
ไม่มีหู
ไม่มีหาง
หญิงสาวจึงถอนหายใจเบา ๆ
"พอออกจากที่นั่นก็หายไปสินะ..."
"อะไรหายเหรออ~"
เสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆ
เซเล่หันไปมอง
แล้วก็พบกับหูกระต่ายสีดำคู่หนึ่งที่กำลังตั้งตรงด้วยความสนใจ
เ้าของหูคู่นั้นคือ
จิยะ
เด็กสาวผมสีดำยาว ดวงตาสีม่วงสดใส
หนึ่งในเพื่อนสนิทของเธอ
และเป็คนที่ขึ้นชื่อเื่ความอยากรู้อยากเห็นที่สุดในห้อง
"ไม่มีอะไรหรอก"
เซเล่ตอบเรียบ ๆ
จิยะโน้มตัวเข้ามาใกล้อีก
"เมื่อกี้ฉันได้ยินนะ"
"อะไรหาย?"
"ขนม?"
"เงิน?"
"สมุด?"
"ความรัก?"
"..."
เซเล่ถอนหายใจ
ก่อนใช้นิ้วจิ้มแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆ
นุ่ม
เด้ง
แล้วดันใบหน้าจิยะให้หันกลับไปทางเดิม
"อย่าหันมาสิ"
"เดี๋ยวโดนอาจารย์ไล่ออกจากห้องสอบหรอก"
"งื้อ..."
จิยะทำแก้มป่อง
"แล้วมันคืออะไรล่ะ"
เซเล่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ก่อนตอบ
"ความลับจ๊ะ"
จิยะนิ่งไปหนึ่งวินาที
แล้วบุ้ยปากทันที
"เชอะ~"
หูกระต่ายสีดำตกลงเล็กน้อยอย่างน่ารัก
เซเล่เกือบหลุดหัวเราะออกมา
แต่ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยไว้ได้
ในจังหวะนั้นเอง
ประตูห้องสอบเปิดออก
อาจารย์ผู้คุมสอบเดินเข้ามา
เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบลงทันที
"นักเรียนทุกคน นั่งประจำที่"
อาจารย์วางเอกสารกองใหญ่ลงบนโต๊ะ
ก่อนมองไปรอบห้อง
"วันนี้เป็วันสอบประจำภาค"
"ขอแจ้งกำหนดการอีกครั้ง"
จอภาพขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นหน้าห้อง
ตารางสอบฉายขึ้นมา
ภาคเช้า
วิชานิเวศวิทยาโลกใหม่ เวลา 1 ชั่วโมง
วิชาคณิตศาสตร์มนตรา เวลา 2 ชั่วโมง
พักกลางวัน 50 นาที
ภาคบ่าย
วิชาต่อสู้ เวลา 3 ชั่วโมง
ทันทีที่เห็นบรรทัดสุดท้าย
นักเรียนจำนวนมากเริ่มหน้าซีด
"สามชั่วโมง..."
"อาจารย์จะฆ่าพวกเรา..."
"ทำไมต้องสอบปฏิบัติด้วย..."
"ฉันยังไม่หายปวดตัวจากสัปดาห์ก่อนเลย..."
เสียงคร่ำครวญดังขึ้นทั่วห้อง
แม้แต่จิยะก็ยังหูตก
ส่วนเซเล่กลับไม่ได้กลัววิชาต่อสู้ แต่กลัววิชาคณิตมากกว่า….
เสียงสัญญาณเริ่มสอบดังขึ้น
อาจารย์ผู้คุมสอบเริ่มแจกข้อสอบวิชานิเวศวิทยาโลกใหม่
เซเล่รับกระดาษมาอย่างสงบ
อย่างน้อยวิชานี้เธอก็อ่านมาทั้งคืน
น่าจะพอทำได้...
...น่าจะนะ
หญิงสาวเปิดหน้าข้อสอบ
แล้วอ่านคำถามข้อแรก
ข้อที่ 1 จงอธิบายความแตกต่างระหว่าง "ผู้หวนคืน" และ "ผู้พิทักษ์"
"...หืม?"
เซเล่ขมวดคิ้ว
ปากกาที่กำลังจะเขียนหยุดค้างกลางอากาศ
ผู้หวนคืน?
ในหนังสือเมื่อวานมีบทนี้ด้วยเหรอ?
หญิงสาวเริ่มพยายามเค้นความทรงจำ
แต่สมองกลับนึกออกแต่เพื่อนร่วมชั้น
"ผู้หวนคืน..."
ในห้องของเธอมีอยู่สามคน
คนแรก ยามิซากิ จิยะ
เด็กสาวหูกระต่ายสีดำที่ชอบถามไม่หยุด
วันเปิดเรียนเ้าตัวเคยยืนแนะนำตัวอย่างภูมิใจว่า
"ฉันคือ『กระต่ายแห่งอินเล』!"
พร้อมชูสองมือเป็รูปหูกระต่าย
จนทั้งห้องเงียบไปสามวินาที
ก่อนมีคนเริ่มปรบมือ
คนที่สอง ซิเดริส อูรานอส
นักเรียนแลกเปลี่ยนผมสีเงินจากสหพันธ์เทอร์รา
เ้าตัวประกาศอย่างจริงจังว่า
"ข้าคือ『อาเอโตส ดีออส』"
จากนั้นก็โดนอาจารย์บอกให้พูดภาษาคนปกติ
ส่วนคนสุดท้าย มหิศร รณชัย
เด็กหนุ่มร่างใหญ่ที่สุดในห้อง ผู้แนะนำตัวสั้น ๆ ว่า
"สวัสดีครับ มหิศร รณชัย เป็ผู้หวนคืน มหิษาสูร"
แล้วก็นั่งลง
"..."
"..."
เซเล่จ้องข้อสอบ
ก่อนนึกถึงอีกคน
หลิน มู่ฉือ
เด็กสาวเงียบขรึมผู้แทบไม่พูดกับใคร
เธอเป็คนเดียวในห้องที่ถูกจัดประเภทเป็
"ผู้พิทักษ์" และเผ่าของเธอคือ "กิเลน"
เซเล่ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
ก่อนเขียนคำตอบลงไป
ผู้หวนคืนมีต้นกำเนิดจากตัวตนในตำนานหรือเื่เล่าที่ฟื้นกลับมาในยุคปัจจุบัน
ส่วนผู้พิทักษ์เป็ผู้ได้รับสายเืหรือพลังจากสิ่งมีชีวิตศักดิ์สิทธิ์
ความแตกต่างหลักน่าจะอยู่ที่อัตลักษณ์และเผ่าพันธุ์
จากนั้นเซเล่มองคำตอบตัวเอง
"...น่าจะมั้ง"
เธอเริ่มรู้สึกว่าคะแนนสิบคะแนนกำลังบินจากไป
อย่างช้า ๆ
โชคดีที่หลังจากนั้น
ข้อสอบส่วนใหญ่เป็เื่สมุนไพร
ข้อ 2 ถึงข้อ 40
เต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับพืชกลายพันธุ์
สมุนไพรปราณ
ดอกไม้วิเศษ
เห็ดเรืองแสง
และพืชในดันเจี้ยน
เซเล่ยิ้มเล็กน้อย
นี่คือสนามถนัดของเธอ
คำตอบไหลออกมาแทบไม่ต้องคิด
ส่วนข้อ 41 เป็ต้นไป
กลายเป็เื่แร่เวทมนตร์
โลหะิญญา
การตีอาวุธวิเศษ
และการจำแนกเกรดวัตถุดิบ
ซึ่งเธอพอทำได้บ้าง
พอเดาได้บ้าง
พอภาวนาได้บ้าง
ในที่สุด
เสียงหมดเวลาก็ดังขึ้น
"วางปากกา"
เซเล่ปล่อยลมหายใจยาว
ผ่านไปหนึ่งวิชา
อย่างน้อยก็คงไม่ตก
...มั้ง
หลังพักสิบ นาที
ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์มนตราก็ถูกแจกลงบนโต๊ะ
เซเล่รับกระดาษมา
สูดหายใจลึก
เปิดหน้าแรก
แล้วเงียบ
"..."
เธออ่านอีกครั้ง
"..."
อ่านรอบที่สาม
"..."
จากนั้น
ตุบ
หน้าผากกระแทกโต๊ะเบา ๆ
นักเรียนรอบข้างหันมามอง
เซเล่อยากร้องไห้
"ภ...ภาษาต่างดาวหรือไงเนี่ย..."
เธอคิดในใจ
หน้ากระดาษเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ประหลาด
สมการเวทหลายชั้น
วงจรรูน
การคำนวณเสถียรภาพมิติ
และอะไรอีกมากมายที่ดูเหมือนมนุษย์ไม่ควรเข้าใจ
เซเล่เริ่มสงสัย
คนออกข้อสอบเป็นักคณิตศาสตร์
หรือจอมมารกันแน่
โชคดีอย่างเดียวคือ
ข้อสอบส่วนใหญ่เป็แบบปรนัย
อย่างน้อยยังสามารถใช้ศาสตร์โบราณ
"ตัดช้อยส์"
"เดา"
"ขอพรจากโชคชะตา"
และ
"เลือกข้อที่หน้าตาดูฉลาดที่สุด"
ได้
มีเพียงข้อเขียนท้ายสุดข้อเดียว
ที่บังคับให้คิดจริง
หลังจากจ้องโจทย์อยู่ห้านาที
เซเล่ตัดสินใจเขียนทุกสิ่งที่ตัวเองรู้ลงไป
แม้จะไม่แน่ใจว่ากำลังตอบคำถามเดียวกันอยู่หรือไม่ก็ตาม ในที่สุด เสียงหมดเวลาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"นักเรียนทุกคนส่งกระดาษคำตอบ"
เซเล่ส่งข้อสอบออกไป
ก่อนเดินออกจากห้องด้วยสีหน้าว่างเปล่า
ดวงิญญาราวกับหลุดออกจากร่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง
สนามหญ้าด้านนอกยังคงสดใส
ท้องฟ้ายังคงสวยงาม
เพื่อนร่วมชั้นยังคงพูดคุยกันคึกคัก
แต่สำหรับเซเล่
โลกทั้งใบดูหม่นลงเล็กน้อย
หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้า
ก่อนพึมพำเสียงแ่
"...ยังเหลือสอบต่อสู้อีกสามชั่วโมง"
"...ชีวิตช่างโหดร้าย"