การเรียนผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา บาสเลิกเรียนแล้วกลับบ้าน โรงเรียนอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนัก เพียงข้ามถนนใหญ่ไปเดินไม่กี่ซอยก็ถึงบ้านแล้ว“เฮ้ เย็นนี้ไปเล่นน้ำกันมั้ย” อี๊ดเข้ามาพร้อมกับเพลิง ทั้งสองได้ตกลงกันแล้วว่าจะไปเล่นน้ำ “ไปมั้ย คนเยอะยิ่งสนุกนะเว้ย และกูรู้มาว่ามีเด็กม.1 จะไปเล่นด้วย แต่ละคนแจ่มๆทั้งนั้น” พูดไปแล้วเพลิงก็ฝันหวานว่าได้กอดกับรุ่นน้องเหล่านั้น “เล่นน้ำงั้นเหรอ?” สิ่งต่างๆดูเลือนราง แต่บาสก็จำได้ว่าท้ายหมู่บ้านก่อนถึงทุ่งนามีลำธารเล็กๆ หลังเลิกเรียนเมื่อก่อนชอบไปกระโดดน้ำ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนจะมีกระทั่งคนแก่ไปจนถึงเด็กตัวเล็ก“วันนี้กูไม่ว่างว่ะ ไว้วันหลังนะ” บาสปฏิเสธ เขายังมีเรื่องที่ต้องทำ “ทำไมไม่ว่างวะ? จะกลับบ้านไปทำอะไร?” อี๊ดมองแปลกๆ ปกติแล้วบาสไม่เคยปฏิเสธ แต่วันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วบาสดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด“แล้วมึงจะกลับไปทำไม ล้างจานเหรอ” เพลิงหัวเราะ “เออดิ กูต้องกลับไปล้างจาน ไม่งั้นไม่ได้เงินกินขนม” เมื่อได้ยินเพลิงพูดแบบนั้นก็เข้าทางน่ะสิ บาสจำได้ว่าเมื่อก่อนมักจะช่วยแม่ล้างจาน แต่มันก็ต้องมีค่าเหนื่อยสิบบาทยี่สิบบาท ในปี 2008 เงินสิบยี่สิบบาทถือว่าเยอะมาก หากเป็นในปี 2028 มันช่างเล็กจ้อยไม่พอยาไส้ “เออ งั้นพวกกูไปก่อนนะ” อี๊ดเลิกที่จะสงสัย เขาเองก็มีช่วงเวลาเหมือนบาสเช่นกัน หากจะขอเงินแม่จำต้องทำงานแลก ด้วยวัยอย่างพวกเขาแล้วคงทำงานบ้านหรือไม่ก็ล้างจาน หรือจะถอนผมให้คนแก่ ก็ได้เงินเหมือนกันโดยจะนับตามจำนวนเส้น
บาสมาถึงบ้านก่อนพี่เมย์พี่น้ำ พวกเธอเลิกเรียนสี่โมงเย็น ต้องนั่งรอรถรับส่ง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็น “ฉันจำทำอะไรดีนะ ให้ได้เงิน...” บาสนั่งอยู่สวนหลังบ้าน มีซุ้มไก่อยู่สองสุ่ม มันเป็นไก่บ้าน และไข่ที่นำไปทำอาหารก็มาจากมันนี่แหละ บาสมองในซุ้มไก่ก่อนจะส่ายหน้า ตอนนี้ไก่ชนยังไม่นิยมมากนัก มันยังไม่บูมเหมือนยุคปัจจุบัน ไก่ชนสามารถทำเงินได้มากมาย แต่หากแพ้อีกฝ่ายก็อาจหมดตัวได้เช่นกัน
คลื่นๆ อยู่ๆท้องฟ้าที่สดใสพลันมีเมฆครึ้มอย่างไม่บอกกล่าว ฝนตกลงมาหนักๆ เสียงจ้าดังไปทั่วหลังคาบ้าน เนื่องจากหลังคาบ้านเป็นสังกะสี เมื่อฝนตกมันจึงค่อนข้างดัง บาสหลบฝนอยู่ใต้ถุนบ้าน เขานั่งอยู่บนดินขณะมองเม็ดฝนตกลงมา เสียงฟ้าผ่าดังคลื่นๆ แม่หน่อยรีบถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ในบ้านของบาสมีทีวีสี 14 นิ้วจอแก้วเก่าๆ กับตู้เย็นเท่านั้น นี่คือเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านทั้งหมด ถึงมันจะน้อยนิดแต่ราคาค่อนข้างสูง
บาสเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ ในยุคนี้หากของเสียจำต้องซ่อม ถึงแม้ราคาซ่อมจะแพงก็ตาม แต่หากเป็นยุคอนาคตราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าถือว่าถูกมาก เมื่อเสียเมื่อไหร่ก็นั่นละโยนทิ้งอย่างเดียว ร้านซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าในยุคอนาคตไม่มี และการเรียนในสายนี้เองก็เช่นกัน คนที่จบช่างไฟฟ้าส่วนใหญ่จะทำงานโรงงาน เงินเดือนก็ไม่ต่างจากวุฒิม.6 มากนัก คนจึงไม่ค่อยนิยมเรียนเหมือนกับสมัยนี้
“ฉันจะทำอะไรดีนะ” สายฝนยังคงกระหน่ำมาอย่างต่อเนื่อง ใบหน้าของบาสขมวดมุ่นเมื่อคิดถึงอนาคต อนาคตที่จากมาคือปี 2028 และตอนี้คือปี 2008 มีหลายสิ่งที่สามารถทำได้และไม่สามารถทำได้เช่นกัน
“ก่อนอื่นเลยฉันต้องมีเงินทุน!” บาสไม่มีความรู้ในเรื่องธุรกิจหรือการสร้างเกมอย่างนิยายเรื่องอื่นๆ แต่เขาไม่ได้เสียใจแม้แต่น้อย การย้อนอดีตกลับมาได้ถือเป็นรางวัลของชีวิต ถึงแม้จะไม่มีระบบอย่างพวกโง่เขาก็ไม่ได้กังวล นิยายหลายๆเรื่องมักจะพึ่งระบบเสียส่วนใหญ่จนชนะตัวร้าย แต่หากไม่มีระบบคนพวกนี้ก็เหมือนกับตัวประกอบที่นางเอกใช้หางตามองพวกมันจะไม่มีอะไรเลยเมื่อไม่มีระบบ เป็นได้แค่คนโง่ที่ขโมยผลงานของคนอื่นมาหากินเท่านั้น ขณะครุ่นคิด เสียงบางอย่างได้ดังขึ้น เสียงนั้นได้ปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากภวังค์ มันเป็นเสียงร้องของอึ่ง!
“ยืนคิดอะไรอยู่เหรอลูก” แม่หน่อยเห็นบาสยืนนิ่งมานานจึงเข้ามาดู เมื่อเช้าเเกค่อนข้างประหลาดใจที่เห็นไปโรงเรียนได้เอง แต่เชื่อเถอะนั่นแค่เบาะๆ หลังจากนี้แม่หน่อยคงประหลาดใจ จนหายใจไม่ทั่วท้องเลยคอยดู
“แม่ได้ยินหรือเปล่าครับ” บาสไม่ตอบ หากเลือกถามแม่หน่อยงุนงง “เสียง? เสียงฝนไง ทำไมเหรอ”บาสส่ายหน้า “ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึงเสียงอึ่ง แม่ได้ยินมั้ย” “อ๋อ ได้ยินสิ มันแปลกยังไงเหรอ?” แม่หน่อยมองลูกชายแปลกๆ ทำไมเขาถึงถามเรื่องอึ่งนะ นี่ไม่ใช่นิสัยปกติของเขานี่ “แล้วแม่มัวยืนอยู่ทำไมล่ะ ทำไมถึงไม่ไปจับ เดี๋ยวพวกมันก็กลับลงหลุมหมดหรอก!” อึ่งจะมีฤดูของมัน และฤดูฝนเองที่พวกมันจะออกมาจากหลุม โดยส่วนใหญ่ชีวิตของอึ่งก็มีแค่นั้น อยู่ในหลุม ผสมพันธุ์ ร้องหาคู่ รอคนมาจับไปกิน ชีวิตช่างแสนสั้น แต่ฟังจากเสียงร้องปนสายฝน มันคงกำลังมีความสุข“จับ? ทำไมต้องไปจับล่ะ รออยู่ที่บ้านเดี๋ยวมันก็มาให้จับเอง”“รออยู่ที่บ้านเหรอ?” บาสมองแม่หน่อยงงๆ “ใช่ ดูสิเห็นมั้ยมานู่นแล้ว” แม่หน่อยชี้ไปที่หน้าบ้าน มีอึ่งตัวใหญ่กระโดดอยู่กลางสายฝน “ลูกอยากกินใช่มั้ย เดี๋ยววันนี้แม้จะทำให้กิน” ว่าแล้วแม่หน่อยก็หาถังไปใส่อึ่ง จากนั้นคว้าร่มที่แขวนกับผนังเดินออกไปหน้าบ้าน
บาสยังคงยืนอยู่กับที่ สมองอื้ออึงคิดอะไรไม่ออก หลายนาทีผ่านไปถึงได้สติกลับมา ใบหน้าเผยรอยยิ้มมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “บ้าเอ้ยนี่ฉันลืมไปได้ยังไงเนี่ย นี่คืออดีตที่ย้อนเวลากลับมา แน่นอนว่าอึ่งนั้นหาง่าย หากเป็นปี 2028 มันก็แทบจะไม่เหลือแล้ว ราคาต่อโลก็ประมาณ 1000 ส่วนไข่ 2000 แต่ตอนนี้เท่าไหร่กันนะ?”
ในปี 2028 อึ่งมีราคาแพงกว่าสัตว์ชนิดอื่น ในขณะที่เนื้อหมูถูกลงถูกลงจนล้นตลาด ราคาของเนื้อหมูจึงตกกิโลกรัมละ 40 ซึ่งถือว่าถูกมาก
“ยืนอะไรอยู่ล่ะบาส มาช่วยแม่จับอึ่งหน่อยเร็ว” แม่หน่อยกวักมือพร้อมกับยิ้มให้ “ครับแม่ บาสจะรีบไปเดี๋ยวนี้” บาสสลัดความคิดเหล่านั้นจากหัว ช่วงเวลาวัยเด็กคือช่วงปลดปล่อย และในเวลานี้เขารู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่ได้จับอึ่งกับแม่
“อยู่ในร่มดีๆสิลูก เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” แม่หน่อยเป็นห่วงเมื่อเห็นบาสเล่นน้ำฝน“โหแม่ จับอึ่งทั้งที่มันต้องจับแบบนี้สิถึงจะได้อารมณ์” เขายกอึ่งตัวใหญ่ที่กำลังดิ้นให้ดู“จ้าๆ แต่อารมณ์ที่ว่าจะทำให้ลูกเป็นหวัดนะ” “ฮ่าฮ่า” เขาหัวเราะกับแม่แล้วจับอึ่งต่อ สายตาของบาสดูพร่ามัวเมื่อมองไปยังอึ่งในถัง พวกมันตัวใหญ่มาก อีกอย่างยังเป็นอึ่งไข่ทั้งหมด ถ้าหากเป็นยุคอนาคตไม่รู้เหมือนกันว่าถังนี้จะได้เท่าไหร่ ที่แน่ๆคงหลายพันน่าดู
พี่เมย์และพี่น้ำกลับมาแบบเปียกๆ นี่คือยุคที่อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย เพราะงั้นการจะดูสภาพอากาศในแต่ละวันจำต้องดูผ่านโทรทัศท์ ซึ่งในยุคอนาคตโทรทัศท์ที่ว่าได้หายไปจากโลกแล้ว
“แม่ บาส ทำอะไรอยู่” พี่เมย์ถาม เธอยืนอยู่กลางสายฝน
“จับอึ่งมาต้มเย็นนี้ไง แล้วนี่ลูกมัวยืนทำอะไรอยู่ กลับเข้าบ้านไปได้แล้ว” แม่หน่อยเตือน บาสคนเดียวก็แย่พอทนแล้ว หากลูกสาวอีกสองคนเป็นไข้ จะเอาเงินที่ไหนไปรักษา
“ดูน่าสนุกดีนะคะเเม่ เดี๋ยวเมย์ช่วยจับนะ” พี่เมย์ปรี่เข้ามา แล้วแย่งถังจากแม่หน่อยไป“เอ๊ะ อย่าทำแบบนี้สิลูก เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก” แม่หน่อยเตือน “แล้วกระเป๋าล่ะไม่เก็บหรอ เดี๋ยวหนังสือเรียนก็เปียกหมดหรอก”“เก็บแล้ว อยู่กับพี่น้ำ” แม่หน่อยหันไปมองน้ำ เธอยืนโบกมือให้อยู่ใต้ถุนบ้าน ในมือมีกระเป๋าสะพายของพี่เมย์
“เฮ้อ ไอ้ลูกคนนี้ งั้นจับไปสองคนแล้วกัน แม่เข้าบ้านแล้วนะ” แม่หน่อยบอกแล้วกลับเข้าบ้าน“ค่ะแม่” พี่เมย์มองบาสยิ้มๆ “นึกยังไงถึงจับอึ่งฮะ ช่วงนี้แปลกๆ นะเราอะ”“ก็เห็นมันน่าสนุกดี” บาสยิ้ม “อีกอย่างอากาศก็ร้อนมาก ถือโอกาสนี้เล่นน้ำฝนไปในตัวไง พี่ว่าดีมั้ย”“ดีดีดี” พี่เมย์เห็นด้วย “นี่เรามาแข่งกันมั้ย”“แข่งอะไรเหรอ?”“ก็แข่งว่าใครจะจับอึ่งได้มากกว่ากันไง คนแพ้จะต้องถูกทำโทษ!” พี่เมย์ว่างั้น“แล้วคนชนะล่ะ” ถ้าหากเกมไม่มีรางวัล มันคงไม่สนุกหรอกจริงมั้ย “คนชนะหรอ...อืมม์ ตอนนี้ยังคิดไม่ออก เอาไว้จับให้ได้เยอะๆก่อนแล้วกัน ถึงตอนนั้นน่าจะคิดออก” พี่เมย์ไม่รอให้บาสตอบ รีบจับอึ่งหน้าบ้านใส่ถังตัวเอง
ส่วนบาสนั้นได้แต่ยืนงงๆ “เฮ้ นี่มันโกงกันนะพี่ ถังนี้แม่จับมาก่อนจนเกือบเต็ม แล้วรวมกับของพี่มันก็มากกว่าของบาสดิ” “ฮ่าฮ่า ฉลาดนะเรา รู้ทันตลอด” “นี่ รีบๆเข้าบ้านไปอาบน้ำสระผมได้แล้ว เดี๋ยวพ่อมาเห็นเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง” ถึงแม้พ่อรุ้งดูเหมือนคนอารมณ์ดี หากแกมาเห็นแม่ปล่อยให้ลูกเล่นน้ำฝนล่ะก็ คงมีไม้เรียวฟาดก้นเขียว
ทั้งสองมองหน้ากัน วางถังอึ่งไว้ใต้ถุนบ้านแล้วแย่งกันเข้าห้องน้ำ“หลังจากอาบน้ำอย่าลืมทานยาพารานะลูก” แม่หน่อยตะโกนบอก “ครับ/ค่ะ” สองพี่น้องตอบพร้อมกัน พวกเขายืนอยู่หน้าห้องน้ำ ตัดสินกันไม่ได้สักทีว่าใครควรเข้าก่อน สุดท้ายจึงเป็นการเป่ายิ้งฉุบ พี่เมย์ชนะส่วนบาสต้องกลับมารอใต้ถุนบ้านอย่างจำใจ