ร่างของวิญญาณสาวหยุดชะงักทันทีและฮวาชิงก็ใช้โอกาสนี้เคลื่อนไหวปราณกระบี่ของฮวาชิงโจมตีไปยังวิญญาณสาวทำให้อีกฝ่ายกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างมากร่างเริ่มแตกออกและจากลงอย่างเห็นได้ชัด
“หายไปซะ”ฮวาชิงโจมตีอีกครั้ง
“ใสหัวไป”เสียงที่เย็นชาดังขึ้น
หัวหน้าสาวใช้ที่เป็นวิญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มตบฝ่ามือออกไปกระแทกร่างของฮวาชิงจนพุ่งชนเข้ากับโรงเตี๊ยม
“ยังมีอีกงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินขมวดคิ้วยันต์สามแผ่นในมือส่องสว่างกลายเป็นเชือกสามเส้นพุ่งเข้ารัดวิญญาณสาวทั้งสามคนที่ได้รับบาดเจ็บจากนั้นก็โบกมือนำยันต์ขังวิญญาณที่เคยใช้กับพวกบิดามารดาของซ่งฉางออกมา
“คิดจะขังวิญญาณของพวกนางงั้นเหรอฝันไปเถอะ”หัวหน้าวิญญาณสาวเคลื่อนไหวมาถึงตรงหน้าเมิ่งเจี้ยนเฉินฝ่ามือวิญญาณที่เย็นจนถึงกระดูกโจมตีเข้ามาเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้หวาดกลัวปราณของผู้ฝึกยุทธในร่างระเบิดพลังอันป่าเถื่อนออกมาปราณหยางที่บริสุทธิ์ถูกชกออกไปปะทะกับฝ่ามือของอีกฝ่าย
“ตูม!!!!!!!!!!!!”พลังปราณสองสายปะทะกันอย่างรุนแรงร่างของทั้งสองถอยห่างจากนั้นแต่ขณะที่หัวหน้าวิญญาณสาวกำลังจดจ่ออยู่กับเมิ่งเจี้ยนเฉินฮวาชิงที่พุ่งออกมาจากโรงเตี๊ยมก็ถือยันต์ขังวิญญาณเอาไว้โยนไปยังวิญญาณสาวที่ถูกเชือกมัดเอาไว้
“หัวหน้าช่วยด้วย”พวกวิญญาณสาวสาวตนกรีดร้องออกมา
ไม่นานวิญญาณสาวก็ถูกขังอยู่ในกระดาษยันต์ขอแค่เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่อนุญาตพวกนางก็ไม่สามารถเปิดเผยร่างจริงออกมาได้
“รนหาที่ตายปล่อยพวกนางออกมาเดี๋ยวนี้”หัวหน้าวิญญาณสาวร่ายวิชาชั่วร้าย
พริบตาพื้นที่รอบๆก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนไอวิญญาณที่ชั่วร้ายพุ่งเข้ามาหลอมรวมบนร่างของนางทำให้พลังของนางแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“แย่แล้วจะปล่อยให้นางทำสำเร็จไม่ได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินดึงดาบและกระบี่ออกมาพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายและโจมตี
“อาวุธพวกนี้”หัวหน้าวิญญาณสาวสัมผัสได้ถึงอันตรายจากอาวุธทั้งสองนางจึงหยุดร่ายวิชาร่างหายไปจากจุดเดิม
เมิ่งเจี้ยนเฉินที่โจมตีพลาดก็มองไปรอบๆสัมผัสได้ถึงอันตรายร่างก็เคลื่อนไหวออกห่างจากจุดเดิมเช่นกัน
“ตูม!!!!!!!!!!”เห็นเพียงจุดที่เมิ่งเจี้ยนเฉินเคยยืนอยู่มีรอยฝ่ามือตบลงมา
“เมิ่งเจี้ยนเฉินจะทำยังไงต่อ”ฮวาชิงนำยันต์ขังวิญญาณสาวแผ่นมาส่งให้เมิ่งเจี้ยนเฉิน
“วิญญาณตนนี้เทียบได้กับขอบเขตหลอมรวมขั้นสมบูรณ์ไม่ง่ายที่จะจัดการมีเพียงรอให้ดวงตะวันขึ้นพวกเราถึงจะได้เปรียบ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แล้วนางละ”ฮวาชิงหมายถึงหรานซีที่หายไปไหนไม่รู้
“นางไม่เป็นอะไรหรอกด้วยสถานะของนางย่อมมีสมบัติปกป้องตัวเองอยู่แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“จริงสิใช้รูปปั้นของเจ้าไม่ได้งั้นเหรอ”ฮวาชิงกล่าว
“หากไม่จวนตัวจริงๆข้าไม่อยากใช้เพราะยิ่งใช้พลังของรูปปั้นก็ยิ่งหายไป”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
ฮวาชิงได้แต่ถอนหายใจมันก็ไม่แปลกถึงอย่างไรรูปปั้นก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเป็นเพียงสมบัติที่มีพลังของเทพจากยุคโบราณผสานอยู่เท่านั้นยิ่งใช้ก็ยิ่งหมดเร็วเมิ่งเจี้ยนเฉินถอยกลับไปที่ห้องของตนเองพร้อมกับฮวาชิงจากนั้นก็โยนแผ่นยันต์ออกไปอีกหลายแผ่นเพื่อวางค่ายกลใหม่อีกครั้ง
“เป็นอย่างไรบ้าง”ถิงจี้กล่าว
“อีกฝ่ายมีความสามารถในการซ่อนตัวได้ดีแม้แต่ยันต์คืนความจริงก็ไมอาจมองเห็นตัวของนสางได้หากต่อสู้กันด้านนอกย่อมถูกนางลอบโจมตีอย่างแน่นอน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เพราะงั้นเลยเลือกจะป้องกันเพื่อถ่วงเวลาสินะ”ถิงจี้เข้าใจทัน
“มีผีอยู่จริงๆงั้นเหรอ”หยูหยูน้อยกับหลิงเอ๋อที่ตื่นขึ้นมาหลังมีการต่อสู้ก็ยืนกอดกันด้วยความกลัวสายตามองไปยังรอบๆตลอดเวลา
“ไม่ต้องกลัวมีพวกข้าอยู่พวกวิญญาณพวกนั้นไม่อาจทำร้ายพวกเจ้าได้หรอก”เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
ขณะนั้นเองเสียงการต่อสู้ก็ดังขึ้นอีกครั้งร่างของหรานซีพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วใบหน้าของนางเต็มไปด้วยแผลพร้อมกับผมยุ่งเหยิงไปหมด
“เจ้าถอยทำไมไม่บอกข้า”หรานซีมองเมิ่งเจี้ยนเฉินด้วยความโกรธ
“แล้วข้าจะบอกเจ้าได้อย่างไรในเมื่อเจ้าไปอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แค่ตะโกนบอกข้าก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ”หรานซีกล่าว
“หากทำแบบนั้นศัตรูก็รู้ตัวแล้วมาขวางพวกข้าหนะสิ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“นี่เจ้า!!!!!!”
“เอาน่าทั้งสองคนใจเย็นๆกันก่อนตอนนี้เรามาคิดกันก่อนว่าจะทำยังไงต่อจากสถานการณ์ตอนนี้พวกเราน่าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ” ถิงจี้กล่าว
“ตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะรอให้ภรรยาของเจ้าเมืองลงมือไม่งั้นด้วยพลังของพวกนางตอนนี้ไม่อาจฝ่าค่ายกลของข้ามาได้แน่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
วิญญาณสาวที่เหลืออีกสองตนต่างมองมายังพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินกำแพงห้องที่ถูกทำลายมีอักขระสีทองลอยไปมาซึ่งเป็นพลังของค่ายกลและไม่ใช่ค่ายกลชั้นเดียวแต่มีสองชั้น
“พวกเจ้าคิดว่าจะปล่อยภัยงั้นเหรอเมื่อมุดหัวอยู่ห้างในนั้น”หัวหน้าวิญญาณสาวกล่าว
นางผสานมือเข้าด้วยกันจากนั้นก็มีร่างของเหล่าจอมยุทรที่ตายอยู่ในเมืองจำนวนมากพุ่งเข้าหาค่ายกลและเริ่มโจมตีทันที
“เปล่าประโยชน์วิญญาณระดับนั้นไม่อาจทำลายค่ายกลของข้าได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินควบคุมค่ายกลพริบตาอสนีม่วงก็กลายเป็นมังกรพุ่งเข้าทำลายวิญญาณที่หัวหน้าวิญญาณสาวสร้างขึ้นมาทันที
“ข้าละเกลียดพวกปรมาจารย์เต๋ายันต์จริงๆ”หัวหน้าสาวใช้กัดฟันด้วยความโกรธ
“โอ้ข้าก็นึกว่าทำไมถึงได้ช้านักที่แท้พวกเจ้าก็เป็นฝ่ายแพ้งั้นเหรอ” อยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนไปท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงฉานร่างหนึ่งลอยลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับกลิ่นอายโลหิตแผ่กระจายออกมา
ราวกับพื้นที่รอบๆได้เปลี่ยนไปกลายเป็นทะเลโลหิตสีแดงฉานพวกเมิ่งเจี้ยนเฉินมองรอบๆก็พบว่าโรงเตี๊ยมได้หายไปเหลือเพียงห้องของพวกตนที่ยังอยู่
“นี่มันเขตแดนวิญญาณของพวกวิญญาณร้ายนางถึงขอบเขตถ้ำสวรรค์แล้วจริงๆ” หรานซีสีหน้าเปลี่ยนไป
“คราวนี้พวกเราเจอของจริงเข้าแล้ว”ถิงจี้หัวเราะเสียงเบาแต่ใบหน้ากลับตรึงเครียด
“ทะเลโลหิตพวกนี้เกิดจากพลังของนางหรือเป็นเพราะนางสังหารผู้คนมามากจนเกิดเป็นทะเลโลหิต”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ไม่เกี่ยวกันส่วนใหญ่วิญญาณร้ายคือวิญญาณที่มีความยึดติดตอนมีชีวิตต่อให้ตายไปแต่ดวงจิตกลับไม่จากไปไหนกลายเป็นวิญญาณร้ายเกรงว่าในตอนที่นางตายย่อมต้องโกรธแค้นคนที่สังหารนางมากหรือไม่ก็นางตายนอนจมกองโลหิต”หรานซีกล่าว
“ขออภัยนายหญิงที่พวกเราทำพลาด”หัวหน้าสาวใช้กล่าว
“ไม่โทษเจ้าข้าก็พอจะเดาได้แล้วว่าในกลุ่มคนที่จัดการยากคงเป็นเขา” ภรรยาของเจ้าเมืองกล่าว
“ถูกต้องเขาไม่เพียงแต่เป็นเซียนกระบี่แต่ยังเชี่ยวชาญวิชายันต์ทำให้พี่น้องของเราถูกขังไปสาวคนแล้ว”หัวหน้าสาวใช้กล่าว
“คุณชายทำไมเราไม่มาพูดจากันดีๆละ”ภรรยาของเจ้าเมืองเดินเข้าไปใกล้พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินมากขึ้นเรื่อยๆ
เมิ่งเจี้ยนเฉินแววตาจริงจังร่ายวิชายันต์ออกไปสร้างค่ายกลขั้นที่สามขึ้นมาทันทีภรรยาของเจ้าเมืองหัวเราะยื่นฝ่ามือออกไปพริบตาทะเลโลหิตก็กลายเป็นหอกที่แหลมคมพุ่งแทงค่ายกลของเมิ่งเจี้ยนเฉินทันที
“แย่แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินตื่นตัวตบฝ่ามือไปที่พื้นค่ายกลก็ส่องสว่างกว่าเดิมแต่ทันทีที่หอกโลหิตสัมผัสกับค่ายกลแผ่นยันต์ที่ลอยอยู่ก็เริ่มเสื่อมสภาพทันทีจากนั้นค่ายกลก็เริ่มแตกสลายไป
“พลังของนางร้ายกาจถึงขั้นนี้แล้วงั้นเหรอ”หรานซีตกใจ
“หากอยากจะคุยแล้วทำไมต้องโจมตีพวกเรา”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เพราะคุณชายมัวแต่ไปในที่แบบนั้นแล้วพวกเราจะคุยกันได้อย่างไร”ภรรยาของเจ้าเมืองกล่าว
“เลิกไร้สาระได้แล้วบอกมาว่าต้องการอะไร”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ก่อนอื่นคุณชายควรจะปล่อยคนของข้าออกมาก่อน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“หากข้าปล่อยพวกนางพวกเจ้าก็คงจะโจมตีพวกเราต่อใช่หรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“คุณชายพูดเล่นแล้วข้าจะทำร้ายท่านได้อย่างไรบนตัวท่านมีกลิ่นอายที่ข้าสนใจอยู่ข้าจึงอยากจะพูดคุยกับท่านสักคืนแต่ท่านกลับเล่นตัวไม่ยอมตามคนของข้าไปนี่ทำให้ข้าลำบากใจนะรู้ไหม”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ฮูหยินล้อเล่นแล้วท่านคือหญิงสาวที่แต่งงานแล้วข้าจะกล้าอยู่กับท่านตามลำพังได้อย่างไร ไม่เหมาะสมไม่เหมาะสม” เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
พวกถิงจี้ยกนิ้วให้เมิ่งเจี้ยนเฉินที่สามารถต่อปากกับวิญญาณนางนี้ได้แม้ตอนนี้ภรรยาของเจ้าเมืองจะต่างจากวิญญาณสาวที่ไม่มีกายเนื้อมีแต่ร่างวิญญาณแต่นางกลับมีกายเนื้อมาแล้วและยังฝึกฝนถึงขอบเขตถ้ำสวรรค์
“คุณชายต่างหากที่ล้อเล่นข้าและเจ้าเมืองไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อยเขาก็แค่ฝันหวานถึงข้าทุกวันแต่ไม่อาจสัมผัสตัวของข้าเลยสักครั้งแต่หากเป็นคุณชายละก็ข้ายินยอม” ภรรยาเจ้าเมืองกล่าว
“ได้รับเกียรติจากฮูหยินแน่นอนว่าข้าย่อมดีใจแต่เสียดายที่ข้ามีคนรักแล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“จะเป็นอะไรไปข้าสามารถเป็นชู้รักของคุณชายได้ด้วยพลังหยินที่บริสุทธิ์ของข้ากับพลังหยางที่บริสุทธิ์ของท่านหากพวกเราบ่มเพราะคู่กันย่อมต้องมีประโยชน์มากแน่”ภรรยาของเจ้าเมืองกล่าว
“ไม่ละข้าไม่กล้าเสี่ยง” เมิ่งเจี้ยนเฉินยิ้ม
“ดูเหมือนไม่ว่าอย่างไรคุณชายก็จะปฏิเสธ”ภรรยาของเจ้าเมืองดีดนิ้วค่ายกลชั้นที่สองก็ถูกทำลายเหลือเพียงแค่ค่ายกลชั้นเดียว
เมิ่งเจี้ยนเฉินนำหุ่นไม้แม่ทัพออกมาไว้ในมือแล้วหากสถานการณ์เลวร้ายจริงก็จำเป็นต้องใช้แล้ว
แต่ขณะนั้นเองกลิ่นอายที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้จุดที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินอยู่อย่างรวดเร็ว
“ชิตามมาจนได้สินะ เจ้านักบวชมารนั่น คุณชายข้าจะฝากเหล่าน้องสาวของข้าไว้ที่ท่านก่อนไว้วันหน้าข้าจะมารับพวกนางคืนและถึงตอนนั้นหวังว่าคุณชายจะตอบรับคำขอของข้านะอ้อข้ามีนามว่าเยว่ฉาน คุณชายเมิ่งสามารถเรียกข้าว่าฉานฉานหรือฉานเอ๋อก็ได้”ภรรยาของเจ้าเมืองขยิบตาให้เมิ่งเจี้ยนเฉินแล้วยิ้มเย้ายวนก่อนร่างจะหายไปพร้อมกับพวกวิญญาณสาวที่เหลือ
“ไปแล้วงั้นเหรอ”ถิงจี้ถอนหายใจ
“มันยังไม่จบ”เมิ่งเจี้ยนเฉินเคร่งเครียดกว่าเดิมเพราะไอวิญญาณชั่วร้ายที่พุ่งเข้ามาทางตนดูน่ากลัวกว่าเยว่ฉานอีกด้วย
“กลิ่นอายแบบนี้ไม่ผิดแน่เป็นนักบวชที่ถูกจิตมารกลืนกินนักบวชมาร” หรานซีกล่าว
ไม่นานร่างที่เต็มไปด้วยไอมารก็มาถึงนักบวชหัวล้านยืนอยู่บนอากาศมองไปยังทิศทางที่ภรรยาเจ้าเมืองหนีไปก่อนจะเค้นเสียงและมองลงมาที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉิน
“โอ้มีของดีอยู่ไม่น้อยเลยจริงๆ หญิงสาวที่บริสุทธิ์ปราณหยินคงจะมีคุณภาพไม่น้อย”นักบวชมารแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา