ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 42 จูเยี่ยน

            วังหลวงต้าชิง

            หวังเค่อมองดูจางเจิ้งเต้าหลอกล่อเนี่ยเมี่ยเจวี๋ยออกไปแล้วค่อยโล่งอกภายในวังหลวงแห่งนี้ ตัวอันตรายที่สุดก็คือเนี่ยเมี่ยเจวี๋ย มีนางคุ้มครองอยู่ใครจะพาตัวองค์หญิงโยวเยว่ออกไปได้?

            หวังเค่อนำลูกปัดโหยหาออกมานำทางก่อนรีบเคลื่อนไหวผ่านวังหลวง

            ยามค่ำคืนเช่นนี้ ภายในวังยังมีทหารองครักษ์คอยเดินตรวจตราอยู่แม้หวังเค่อจะหลบเร้นมาได้อย่างน่าหวาดเสียวแต่สุดท้ายยังไม่พ้นถูกองครักษ์กลุ่มหนึ่งพบตัวเข้าให้

            “เจ้าเป็นคนสังกัดไหน? ดึกดื่นปานนี้มาทำอะไรคนเดียว?”หัวหน้าองครักษ์แค่นเสียงเย็น

            แม้หวังเค่อจะสวมเครื่องแบบองครักษ์และหมวกปิดบังใบหน้าแต่การเดินไปมาในวังหลวงตอนกลางคืนก็ยังน่าสงสัยอยู่ดี

            หวังเค่อก้มศีรษะต่ำสีหน้าแปรเปลี่ยนชายหนุ่มรู้ตัวแล้วว่าจำต้องลงมือทันที เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแทรกซ้อนมันต้องลงมือสยบองครักษ์กลุ่มนี้ให้ได้ในพริบตา

            หวังเค่อชี้นิ้วไปเบื้องหน้า“ข้าได้รับคำสั่งให้ไปยังตำหนักแห่งนั้น!”

            เดิมหวังเค่อคิดรอให้องครักษ์หันหลังกลับไปมองคนเตรียมพร้อมลงมือในพริบตาดุจลูกเกาทัณฑ์ทะยาน

            แต่องครักษ์ทั้งหลายกลับไม่ได้มองตามนิ้วหวังเค่ออย่างที่คาดหากล้วนพากันหน้าเปลี่ยนสี

            “น้องชาย ล่วงเกินเสียแล้ว! ขอตัวก่อน! เชิญเลยเชิญเลย!” หัวหน้าองครักษ์ทำความเคารพให้ก่อนจะรีบพาลูกน้องตนเองหนีไป

            หวังเค่อ “...!”

            นี่เรื่องอะไร? พวกมันคิดไปก็ไป? ไม่มีคาดคั้นไต่สวน? ไม่สนด้วยซ้ำว่าข้าเป็นใคร? ถึงกับรีบแจ้นปานนั้น?

            พวกองครักษ์เหล่านั้นไม่สนใจหวังเค่ออีกเลยจริงๆแถมยังวิ่งหนีไปด้วยเนื้อตัวสั่นเทาอีก หนีไปเฉยๆ?

            “บ้าจริง! ข้าอุตส่าห์ชักกระบี่บินออกมาแท้ๆ!”หวังเค่อมองดูกลุ่มองครักษ์ที่วิ่งหนีไป

            หวังเค่อมองดูตำหนักที่มันชี้นิ้วไปเมื่อครู่ “หากจำไม่ผิดนั่นสมควรเป็นตำหนักของราชินีกระมัง? ลูกปัดโหยหาชี้ไปทางตำหนักนั่นทำไมองครักษ์กลุ่มนั้นพอได้ยินว่าข้ากำลังจะไปที่นั่นถึงตกใจรีบหนีไปกัน? แถมยังทำตัวเหมือนไม่เคยเจอข้าด้วย?”

            “หรือ หรือพวกมันจะคิดว่าข้าเป็นชายชู้ที่ราชินีเรียกตัวมา?พวกมันเลยไม่กล้ายืนยันตัวตนข้า? อ๋องต้าชิงสิ้นใจแล้วหรือไร?ราชินีถึงได้ใจกล้าปานนี้? วังหลังของวังหลวงต้าชิงกลายเป็นเละเทะแบบนี้ได้ยังไง?”หวังเค่อรำพึงอย่างแปลกใจ

            ยิ่งคิดยิ่งสงสัย ลูกปัดโหยหายังคงชี้ไปทางตำหนักบรรทมราชินีหวังเค่อเองก็สาวเท้าไปยังจุดหมาย แน่นอนว่าระหว่างทางไม่มีใครหยุดมันสักคน

            ไกลออกไป เหมือนองครักษ์บางคนจะสังเกตเห็นหวังเค่ออีกแล้วแต่พวกมันก็ไม่กล้าเข้ามาห้ามปรามองครักษ์ทั้งหลายเพียงส่งสายตาเวทนามาให้พร้อมมองดูตำหนักบรรทมราชินีด้วยเนื้อตัวสั่นเทิ้ม

            “แอ๊ด!”

            หวังเค่อเดินส่ายอาดๆ มาถึงหน้าตำหนักบรรทมราชินีที่ว่างเปล่าก่อนจะเปิดประตูออกอย่างง่ายดาย

            “ไม่ใช่แล้ว มันจะเข้ามาได้ง่ายดายปานนี้เชียว?”หวังเค่อเผยสีหน้าพิกลพอมองดูจนมั่นใจว่าไม่มีอันตรายแล้วจึงค่อยเดินเข้าไป

            ภายในวังหลวง ข้างใต้ตำหนักบรรทมราชินีมีวังใต้ดินมืดมิดปิดทึบอยู่แห่งหนึ่ง

            แสงไฟหม่นมัวในวังใต้ดินสาดแสงใส่กองซากศพศพเหล่านี้ล้วนตกตายในสภาพน่าอดสูถึงขีดสุดราวกับเลือดทุกหยาดหยดในร่างถูกรีดออกมาจนเหลือเพียงซากแห้งเหี่ยวอยู่บนพื้น

            บนเครื่องทรมานห่างออกไปไม่ไกล บุรุษผมเผ้ายุ่งเหยิงคนหนึ่งถูกจับมัดขึงไว้สีหน้ามันเต็มไปด้วยความหวาดผวา

            “อ๋องชิง? อ๋องชิง? เจ้า เจ้าคบค้าสมาคมกับพวกมาร? เจ้ากลายเป็นมารไปแล้ว?ไม่นะ ไม่จริง ไม่!” นักโทษบนเครื่องทรมานกรีดร้องโหยหวนด้วยความกลัว

            ตรงหน้านักโทษผู้นั้นมีชายวัยกลางคนในอาภรณ์มังกรยืนอยู่ คนผู้นี้ก็คืออ๋องแห่งต้าชิง

            ด้านหลังอ๋องชิงยังมีเงาดำกลุ่มหนึ่งแอบซ่อนอยู่ในความมืดนี่ก็คือเหล่ามารที่นักโทษพูดถึง

            “จุ๊จุ๊จุ๊? ศิษย์สำนักเซียนรึ?ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ความจริงสมควรถูกอ๋องชิงกลืนกินเฉกเช่นซากศพพวกนี้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”มารร้ายในเงามืดหัวเราะลั่น

            นักโทษผู้นั้นไม่สนใจคำเย้ยหยันของมารร้ายหากเบิกตาจ้องอ๋องในอาภรณ์มังกรตรงหน้าตาเขม็ง

            “อ๋องชิง? เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากกลายเป็นมารชะตากรรมเจ้าจะลงเอยอย่างไร? สามราชวงศ์แห่งแดนมนุษย์ ไม่สิจะเป็นราชวงศ์ที่ไหนผู้เป็นราชาก็ไม่อาจเข้าร่วมพรรคฝ่ายธรรมะหรืออธรรมได้เพราะถ้าเจ้าเข้าร่วมพรรคธรรมะ มารร้ายจะสังหารเจ้า หากเจ้านับถือพรรคอธรรมสำนักเซียนฝ่ายธรรมะจะลงทัณฑ์เจ้า! เจ้าเป็นราชาผู้ครองแคว้นเจ้าทำได้แค่เป็นกลาง! แต่เจ้า เจ้ากลับเข้าร่วมกับพวกมาร? แถมยังก่อกรรมทำเข็ญในที่แห่งนี้อีก?”นักโทษผู้นั้นจ้องมองอ๋องชิงพลางเอ่ยอย่างเคียดแค้น

            “หรือก็คือ ถ้าหากข้ายังต้องการเป็นอ๋องข้าก็ทำได้เพียงยอมรับอายุขัยอันแสนสั้น?” อ๋องชิงเอ่ยเสียงเย็น

            “เจ้าเกิดมาใช้ชีวิตบนกองเงินกองทองชื่อเสียงลาภยศแซ่ซ้องทั่วหล้ายังไม่พออีกหรือ?” นักโทษคำราม

            “ไม่พอ ไม่พออยู่แล้วกับแค่ชื่อเสียงลาภยศเงินทองจะไปพอได้ยังไง? ข้าไม่อยากเป็นแค่ราชาแต่ข้าอยากเป็นราชาเซียน! มนุษย์ปุถุชนรึ? ข้าทนมาพอแล้ว!ข้าอยากอายุยืน อยากมีชีวิตยืนยาว! สำนักเซียนรวมหัวกันไม่ยอมรับข้าเป็นศิษย์?ไม่ยอมให้ข้ามีชีวิตยืนยาว? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าแต่ข้าอยากยืนยงชั่วกาล!” อ๋องหวังตะโกนเสียงเย็นเยือก

            “เจ้า เพราะบรรพชนเจ้าทำบุญสร้างกุศลทั้งธรรมะอธรรมถึงต่างอวยพรให้ตระกูลเจ้าขึ้นเป็นราชาแห่งแดนปุถุชนขอเพียงใช้ชีวิตต่อไป เจ้าก็สามารถดื่มด่ำกับชื่อเสียงลาภยศเงินทองไปชั่วชีวิตแต่ตอนนี้ไม่มีใครคุ้มกะลาหัวเจ้าอีกแล้ว ไม่มีอีกต่อไป ต้าชิงจบสิ้นแล้วฮ่าฮ่าฮ่า ต้าชิงพินาศแล้ว! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” นักโทษกล่าวอย่างหดหู่

            “เจ้าต่างหากที่จบ!” อ๋องชิงเดินเข้าหาอีกฝ่าย

            “เจ้าถูกมารสิงสู่แล้วซ้ำยังขุดวังใต้ดินขึ้นมาทำเป็นคุกเพื่อก่อกรรมทำเข็ญ!มิน่าเล่าถึงมีข่าวลือมากมายว่าขนาดแม้แต่ในความฝันเจ้าก็ยังเข่นฆ่าผู้คนวันใดที่เจ้าพำนักในตำหนักบรรทมราชินีก็มักมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นเสมอ ถ้าหากองครักษ์เข้ามาตรวจสอบก็จะถูกเจ้าสังหารที่แท้ทั้งหมดก็ทำไปเพื่อปกปิดเรื่องวังใต้ดินแห่งนี้? ฮ่าฮ่ากระดาษไม่อาจห่อไฟ! มารอย่างไรก็คือมาร! มารยิ่งก่อกรรม ไอมารยิ่งเพิ่มพูนเจ้าเข่นฆ่าศิษย์สำนักเซียนบ่มเพาะผลกรรมจนพลังฝีมือเพิ่มพูนแต่ไอมารของเจ้าเองก็ย่อมต้องเติบโตเป็นเงาตามตัวขอเพียงเจ้าเผลอปล่อยไอมารเล็ดรอดออกมาสักนิด ศิษย์สำนักเซียนก็จะรู้ทันทีพวกเขาจะตรงดิ่งมาฆ่าเจ้า เจ้าปิดเรื่องนี้ไม่ได้หรอก! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”นักโทษคำรามลั่นอย่างเกรี้ยวกราด

            “ถ้าปิดไม่ได้แล้วทำไมเจ้าถึงดูไม่ออก? สุดท้ายก็โดนจับเป็นนักโทษไม่ใช่หรือ?” อ๋องชิงแค่นเสียง

            “ข้า? ไม่ใช่สิ ทำไมเจ้าถึง…?”

            “ไอมารรึ? ฮ่าฮ่าฮ่าเช่นนั้นจงแหกตาดูว่าข้ามีไอมารหรือเปล่า ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” อ๋องต้าชิงหัวเราะลั่น

            ขณะเปล่งเสียงหัวเราะ ใบหน้าของอ๋องชิงก็บิดเบี้ยวไปมาเขี้ยวใหญ่สองข้างจะงอกออกมาจากปากมัน ก่อนจะกัดใส่ลำคอของนักโทษ

            “เป็นไปได้ยังไง? เป็นไปได้ยังไง?เจ้ากลายร่างเป็นมาร เปล่งสัจปราณออกแล้วไฉนถึงไม่มีไอมารแฝงอยู่เลย ทำไมร่างเจ้าถึงไม่สำแดงไอมาร? เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้!” นักโทษกรีดร้องอย่างหวาดผวา

            แต่เขี้ยวของอ๋องชิงก็งับใส่ลำคอมันไปแล้วโลหิตและพลังชีวิตของมันถูกดูดเข้าสู่ร่างอ๋องชิง

            “ครืนนนน!”

            ร่างของนักโทษแห้งเหี่ยวลงอย่างรวดเร็วจนเห็นชัดได้ด้วยตาเปล่า

            “ข้าอยากมีชีวิตอยู่ตลอดไปเป็นอ๋องเซียนอมตะปกครองทั่วหล้าชั่วกาล…!” อ๋องชิงเอ่ยเสียงเย็นขณะดูดเลือดและพลังชีวิตของนักโทษอย่างโหดเหี้ยม

            “เป็น เป็นไปไม่ได้ ไอมารของพวกมารไม่อาจปลอมแปลงไฉนเจ้า ไฉนเจ้า ม่ายยย~~~~~~~!” นักโทษส่งเสียงกรีดร้องก่อนจะเงียบหายไป

            นักโทษกลายเป็นซากศพแห้งกรังอยู่บนพื้นเหลือเพียงหนังเหี่ยวย่นติดกระดูก

            “ฮ่าห์!”

            อ๋องชิงถอนเขี้ยวออกก่อนจะเก็บเขี้ยวไปกระแสลมปราณเดือดพล่านพวยพุ่งออกจากร่างมัน

            “บรึ้ม!”

            คลื่นกระแสลมปราณพวยพุ่งออกรอบด้านจนอ๋องชิงยังตะลึง

            “ขอแสดงความยินดีกับอ๋องต้าชิงด้วยท่านบรรลุถึงเซียนเทียนขั้นสูงสุดแล้ว!”

            อ๋องชิงลืมตาขึ้นพลางยิ้มบาง “ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยข้าจับตัวศิษย์สำนักเซียนมากมายมาที่แดนมนุษย์ให้ข้าได้ดูดพลังชีวิตจากตัวพวกมันไม่อย่างนั้นข้าคงไม่พัฒนาเร็วปานนี้!”

            “พูดอะไรอย่างนั้น ฮ่าฮ่านี่เป็นเพราะความกล้าหาญของอ๋องชิงต่างหาก!เสด็จอาของท่านเคยมีคำสั่งให้พรรคมารห้ามศิษย์สำนักเปลี่ยนท่านเป็นมารครั้งนี้พวกเราละเมิดคำสั่งล่วงเกินเสด็จอาท่าน หากเรื่องนี้ถูกเปิดโปงขอท่านโปรดอย่าซัดทอดมาด้วย!” มารตนหนึ่งหัวเราะร่า

            “ไม่ต้องห่วงไป ท่านช่วยข้าเดินในมรรคาอายุวัฒนะข้าจะหักหลังท่านได้อย่างไร? อีกอย่างนอกจากท่านแล้วใครจะรู้อีกว่าข้ากลายเป็นมาร? ข้าจะเป็นมารไปได้อย่างไร?ไอมารอะไรก็ไม่เห็นมี? ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” อ๋องชิงหัวเราะร่วน

            “จริงด้วย เมื่อเดือนก่อน จู่ๆ ท่านก็มาขอให้พวกเราเปลี่ยนท่านเป็นมารตอนนั้นข้ายังคิดว่าท่านรนหาที่ตาย แต่ตลอดเวลาท่านกลับไม่แผ่ไอมารออกมาเลยสักนิด?ผู้ที่ฝึกวิชามารมีเพียงมารอริยะเท่านั้นที่ปิดบังอำพรางไอมารด้วยกันได้แนบเนียนขนาดนี้ท่านทำได้อย่างไร…?” มารตนหนึ่งถามอย่างสงสัย

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”อ๋องชิงหัวเราะพลางยกสองมือไพล่หลังโดยไม่อธิบาย

            อ๋องชิงอดใช้มือขวาแตะสัมผัสลูกปัดคำนึงที่ข้อมือซ้ายตนไม่ได้หากหวังเค่ออยู่ด้วย เพียงมองปราดเดียวก็ย่อมจำได้นั่นคือลูกปัดคำนึงขององค์หญิงโยวเยว่ที่ผนึกแมลงคำนึงตัวเมียเอาไว้หวังเค่อสามารถใช้ลูกปัดโหยหาเพื่อตามมาได้แต่ไหนเลยมันจะคิดว่าลูกปัดคำนึงกลับอยู่ในมืออ๋องชิง

            ลูกปัดคำนึงแท้จริงแล้วยังมีคุณสมบัติปิดบังอำพรางไอมารด้วย

            ฝูงมารคิดถามไถ่อีกครั้ง ก่อนจะพลันได้ยินเสียงกระดิ่งกังวาลในตำหนัก

            “กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~~~~!"

            พอได้ยินเสียงกระดิ่งมารทั้งหมดล้วนต่างพากันหน้าเปลี่ยนสีก่อนเงยหน้าขึ้น

            “มีคนบุกเข้ามาในตำหนักบรรทมราชินีอีกแล้ว?” มารตนหนึ่งกระซิบเสียงแผ่ว

            “มีผู้บุกรุก พวกท่านซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก่อนข้าจะขึ้นไปจัดการเอง เหอะ ข้าอยากรู้นักว่าองครักษ์คนไหนไม่รักชีวิตกล้าบุกรุกเข้ามา?ดูเหมือนข้าจะยังฆ่าคนไม่พอสินะ!” อ๋องชิงเอ่ยเสียงเย็น

            เหล่ามารพยักหน้ารับอ๋องชิงหลังตรวจสอบจนมั่นใจแล้วว่าบนเนื้อตัวไม่มีคราบโลหิตมันค่อยเดินขึ้นบันไดกลับขึ้นตำหนักบรรทมราชินีไป

            หวังเค่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องบรรทมราชินีพลางมองดูลูกปัดโหยหาในมือด้วยคิ้วขมวดมุ่น

            “ลูกปัดโหยหาสมควรนำทางมาที่นี่? ที่นี่รึ? แล้วองค์หญิงโยวเยว่จะมาอยู่อะไรในตำหนักบรรทมราชินีต้าชิง?คงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกใช่ไหม?” หวังเค่อเดินเข้ามาด้วยสีหน้าบูดเบี้ยว

            ภายในห้องมีเตียงนอนใหญ่โตโอ่อ่า บนเตียงมีสตรีในชุดผ้าแพรโปร่งนอนหลับเป็นตายคล้ายถูกวางยาสลบอยู่

            หวังเค่อสีหน้าแปรเปลี่ยนคนรีบเร่งฝีเท้าเข้าไปพลิกตัวสตรีในชุดผ้าแพรโปร่งขึ้นมาดู

            “ฟู่ววว~~~ ตกใจแทบแย่นึกว่าองค์หญิงโยวเยว่จะถูกมอมยาเล่นงานเสียแล้ว โชคดีนักแล้วนี่ราชินีต้าชิงไม่ใช่รึ? จุ๊จุ๊ข้าจากแดนมนุษย์ไปไม่กี่สิบปี เจ้าจูเยี่ยนเปลี่ยนตัวราชินีอีกแล้ว?” หวังเค่อได้แต่ส่ายหน้าทอดถอนใจ

            หวังเค่อมองดูราชินีที่หมดสติอยู่ในอ้อมแขนก่อนขมวดคิ้ว “ไม่ถูกต้องทำไมราชินีถึงถูกวางยานอนหลับล่ะ?ทิ้งนางเอาไว้บนเตียงทั้งแบบนี้? แถมคนนอกยังไม่กล้าเข้ามาใกล้ตำหนักอีก?ฝีมือใครกัน? วังหลังของต้าชิงโกลาหลเหลือเกิน?”

            ยามนี้สีหน้าหวังเค่อพลันตึงเครียดมันสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเดินมาจากห้องข้างๆ

            “กอดพอหรือยัง?” เสียงเย็นชาดังแว่วมา

            แต่หวังเค่อกลับเห็นอ๋องชิงในอาภรณ์มังกรก้าวเดินมาหาท่ามกลางแสงเทียนริบหรี่

            “อ๋องต้าชิงจูเยี่ยน?” หวังเค่อหรี่ตามอง

            อ๋องชิงพอเห็นหวังเค่อก็ม่านตาหดวูบ “หวังเค่อ เจ้ากลับมาแล้ว?”

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน