"เ้าก็รู้ว่ากฎของ์ห้ามมีความรักเ้ายังจะมาพูดเื่นี้กับข้าอีกงั้นเหรอซูเซียว ทำไมเ้าถึงไม่ฟังในสิ่งที่ข้าสั่งเลย"
"ข้าไม่สนใจกฎ์บ้าๆ พวกนั้นข้าแค่อยากรู้ว่าตลอดหลายร้อยปีที่สวนดอกไม้์ข้าไม่มีความหมายในใจท่านแม้เพียงนิดเลยงั้นเหรอเฟลหลง"
"องค์ไท่จื่อจัดการนางเถอะ นางไม่สนใจกฎ์แถมนางยังมีความรักด้วย"
"หุบปาก! อย่าแม้จะคิดแตะต้องนาง"
"เ้าเป็เพียงเซียนดอกบัวที่เกิดจากน้ำทิพย์ในบ่อ์ เ้าไม่มีสิทธิ์วิจารณ์กฎของ์ว่าดีหรือไม่"
"ทำไมข้าจะมีความรักไม่ได้ ทำไม่ข้าจะรักท่านไม่ได้ ถ้าข้าทำผิดเพียงเพราะมีความรัก์แห่งนี้ก็คงไม่ใช่ที่ที่ข้าควรอยู่แล้ว"
"เ้าจะต้องได้รับโทษโดยอสนีบาตที่หน้าผาสังหารเซียน หลังได้รับโทษเสร็จข้าจะส่งเ้าไปที่แม่น้ำฮวงโหที่โลกมนุษย์สามร้อยปีถึงค่อยกลับคืน์ได้"
"ท่านไม่เคยรักข้าจริงๆ มีเพียงข้าที่คิดไปไกลเพียงผู้เดียว เอาเถอะข้าจะจบปัญหานี้เองในเมื่อท่านไม่้าข้า์ไม่ใช่ที่ของข้า ข้าจะไปเอง"
สิ้นคำซูเซียวก็ะโลงไปในผาสังหารเซียนพร้อมกับเสียงเรียกแทบขาดใจขององค์ไท่จื่อบุรุษที่เธอไม่อาจรัก ได้แล้วทุกอย่างก็ดับวูบหายไป
เฮือก!
อีกแล้วเธอฝันแบบนี้อีกแล้ว ั้แ่มะลิมาที่นี่เธอก็ฝันถึงเหตุการณ์นี้ซ้ำๆวนเวียนแบบเดิมทุกๆคืน และทุกคืนก็จบลงที่หญิงสาวคนนั้นะโลงไปในหน้าผาแล้วเธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ความรู้สึกของมะลิมันเหมือนเธอเป็ผู้หญิงคนนั้นและเป็คนะโลงไปเองอย่างนั้นเลย
และทุกครั้งที่เธอตื่นขึ้นมาเธอจะต้องมีน้ำตาไหลอาบแก้มทุกครั้ง แค่ฝันแต่เธอกลับร้องไห้จนแทบขาดใจทุกครั้ง มันทั้งรักทั้งเ็ปไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ หากไม่มีรักจากบุรุษผู้นั้น
"วันนี้ดูคุณหนูจะไม่สดชื่นนะเ้าคะ"
"ผิงเ้าเคยฝันเื่เดิมบ่อยๆ นานๆหลายวันไหม"
"ไม่เคยนะเ้าคะ คุณหนูฝันว่าอะไรเ้าคะ" ผิงถามด้วยความสนใจ
"ฝันว่ามีรักแต่ไม่สมหวังแล้วข้าก็ะโหน้าผา แล้วก็สะดุ้งตื่น" มะลิอธิบายให้ผิงฟัง
"อาจเป็เพราะท่านคงคิดมาก งั้นวันนี้ข้าพาท่านไปเดินเล่นในตลาดดีไหมเ้าคะ "
"ดีเลยผิงงั้นเ้ารีบมาแต่งตัวให้ข้าเถอะ"
มะลิลืมไปเลยว่าเธอหาคำตอบได้จากแม่หมอคนนั้นถ้าไปที่เดิมที่เคยเจอนางมันต้องมีอะไรมากกว่านี้ที่เธอสงสัยแน่ๆ
ทั้งสองแต่งตัวเสร็จก็รีบออกไป ตลาดที่นี่ก็เป็แบบที่มะลิเคยเห็นในหนังจีนมาก่อนเลยทั้งยังคึกคักของแปลกตามากมายด้วย
หญิงสาวแวะร้านนั้นออกร้านนี้อย่างมีความสุขพร้อมกับมองหาแม่หมอคนนั้นไปด้วยแต่ก็ไม่มีวี่แววจนเธอเริ่มเหนื่อย
"ข้าอยากไปนั่งโรงงิ้วหรือโรงเตี๊ยมแถวนี้มีไหมผิง "
"มีเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าพาท่านไป"
เธอมองไปรอบๆ ที่ที่ผิงพามาแล้วก็คิดชอบใจเคยเห็นในหนังต้องมีเหล้าอุ่นๆ ด้วยเธอเลยสั่งมาถือว่าเธอทะลุมิติมาที่นี่ได้เที่ยวเห็นอะไรแปลกใหม่เยอะแยะมากมายที่โลกปัจจุบันไม่มีแล้ว
คิดถึงจิราหากอยู่ด้วยกันป่านนี้ยัยนั่นคนตื่นเต้นร้องดีใจแถมมะลิยังมีเพื่อนดื่มจนเมามายแน่ อยู่ที่นี่แม้จะเหงาแต่เธอก็สบายอย่างหนึ่งคือชีวิตไม่ต้องดิ้นรนเพื่อเงินทองเพื่อดำรงชีวิตอีกแล้ว
"คุณหนูอย่าดื่มเยอะนะเ้าคะ ท่านคอไม่แข็งเดี๋ยวเมานะเ้าคะ"
"ม่ายมาวหรอก เอ๊ะ! ทำไมเสียงข้าเป็แบบนี้"
คนที่บอกว่าตัวเองไม่เมาแต่ทั้งใบหน้าที่แดงก่ำและเสียงที่เริ่มฟังไม่ค่อยรู้เื่ขนาดตัวเธอเองได้ยินยังใ
ถ้าเป็เธออีกคนกินเหล้าแค่ไม่กี่แก้วคงทำอะไรไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าร่างกายของฟางเหนียงจะอ่อนแอขนาดนี้
"พอเถอะนะเ้าคะเดี๋ยวข้าพาท่านกลับ"
ผิงพยายามเข้าไปประคองตัวคุณหนูของตนกลับจวนแต่มันก็ช่างทุลักทุเลซะเหลือเกินด้วยพวกเธอทั้งสองมีร่างกายที่เท่าๆกัน
"มายยกลับ ข้าจะกินอีก เอิ้ก! ไปเอาเหล้ามาผิง"
คนเมาเริ่มอาละวาดและขืนตัวออกจากการพยุงของผิงจะเกือบล้มหน้าคะมำลงไปพร้อมกัน
"ข้าพานางกลับเอง"
"ท่านอ๋อง! "
แม้จะเจอกันแค่ไม่กี่ครั้งแต่ผิงก็จำไม่ทันทีว่าชายที่ใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าคนนี้คืออ๋องจางิ่แน่ๆ
สิ้นเสียงร่างใหญ่ก็ดึงคนเมาที่ตัวอ่อนระทวยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตน ใบหน้าเ็ามองนางด้วยสายตาที่คุกรุ่นเมื่อคิดไปถึงจดหมายฉบับนั้นของนาง
"หนายอ๋อง อ๋องอยู่หนายย นี่เหรอไหนขอดูหน้าหน่อยสิ"
เพี๊ยะ!
"บังอาจ! นี่ยืนนิ่งๆ"
จางิ่ปัดมือของนางที่เอื้อมจะมาเปิดหน้ากากของเขาออกทันทีพร้อมกับมองคนเมาที่ดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดไม่อยู่นิ่ง
ตัวนางหอมกลิ่นดอกไม้...
"คนบ้าทำไมดูแค่นี้ไม่ได้ ปล่อยเลยนะบอกให้ปล่อยไง ข้ามีคนรักแล้วได้ยินไหมว่ามีแล้ววว"
เสียงร้องโวยวายของคนเมาที่โดนอุ้มออกไปจากโรงเตี๊ยมดังจนผู้คนแถวนั้นหันมามอง แต่เพียงเห็นว่าเป็ผู้ใดหรือเพียงแค่สายตาเ็าตวัดขึ้นมองทุกคนก็ต้องรีบหลบตาหนีทั้งนั้น
"ปล่อยนะ ปล่อยยยย"
มะลิร้องจนเหนื่อยแต่ชายปริศนาคนนี้ก็ไม่ยอมปล่อยแถมยังทำหน้าดุใส่เธออีกถึงแม้จะมีหน้ากากบดบังแต่เธอก็ััได้ผ่านสายตา
"ไม่ต้องตามเข้ามา"
เมื่อมาถึงห้องแล้วจางิ่ก็บอกคนติดตามทันทีเขา้าจัดการปราบพยศเมียที่กล้าส่งจดหมายมาขอหนังสือหย่าจากเขา
"โอ้ยย.. ข้าเจ็บนะ จะโยนทำบ้าอะไร"
มะลิแว้ดด่าคนตรงหน้าด้วยความเมาและไม่พอใจมือเรียวลูบสะโพกเล็กด้วยความเจ็บที่ถูกโยนลงที่นอนที่ไม่ได้นุ่มเด้งอะไรเลย
"เ้าจะได้รู้สึกตัวไงว่าอย่าได้ไปกินเหล้าเมาเช่นนี้อีก"
จางิ่ที่ไม่พอใจนางเป็ทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งเห็นนางทำตัวเช่นนี้ก็ยิ่งโมโห
"ไอ้คนบ้าคอยดูนะ ข้าจะบอกสามีข้าว่าเ้ามันคนไม่ดี" เพราะความเมาหรืออะไรไม่รู้ทำให้มะลิโพล่งคำนี้ออกไป
"สามีเ้า มันเป็ใครบอกข้ามา"
แค่ได้ยินว่านางปันใจให้ชายอื่นจางิ่ก็รู้สึกหึงหวงตีขึ้นหน้าจนกระชากแขนเรียวขึ้นมาถามเสียงเหี้ยม
"อ๋องจางิ่ ถ้าข้าบอกเขาว่าเ้าทำอะไรข้า เ้าตายแน่!"
"ไอ้อ๋องจางิ่คนนี้มันคือผู้ใด...เดี๋ยว! เ้าว่าใครนะ"
เพราะความหึงหวงจนทำให้ท่านอ๋องผู้สุขุมอยู่ตลอดเวลาะเิอารมณ์ออกมาแต่คำตอบที่ได้รับทำเอาวูบโหวงในอกขึ้นมาทันที
"อ๋อง...จาง...ิ่ ได้ยินแล้วก็ปล่อย!"
คนเมาสะบัดแขนออกจากจากจับกุมที่เจ็บแขนแทบหักออกแล้วล้มตัวลงนอนด้วยความมึนเมา มองรอบตัวหมุนติ้วไปหมดนอนดีกว่า