สองวันต่อมาก็ถึงเวลาที่สองพี่น้องจะต้องจากกันไปไกล
ฝ่าบาทและฮองเฮาทรงไปส่งองค์ชายรองและพระชายาที่หน้าประตูเมือง
“หากพระองค์ทรงมีอะไรให้กระหม่อมรับใช้ทรงสามารถส่งพิราบสื่อสารสั่งการมาได้เลยพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“เราอยากให้เจ้าอยู่ที่เมืองหลวงมากกว่าแต่เพื่อความสบายใจของเจ้า เราจะยอมปล่อยเจ้าไป” ฝ่าบาททรงยังคงเสียดาย
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“นี้คือสายสิญจน์ที่สามารถป้องกันภัยอันตรายใดๆได้เราจะสวมให้เจ้านะฉู่หลิน” ฮองเฮาทรงสวมสายสิญจน์ที่ข้อมือของฉู่หลิน
“ขอบพระทัยเพคะ” ฉู่หลินกล่าว
“กลับมาเยี่ยมเราบ้างเราคงคิดถึงเจ้าแย่” ฮองเฮาทรงเห็นฉู่หลินเป็นสหายคนนึง
“ถึงตอนนั้นหม่อมฉันจะเตรียมสมุนไพรบำรุงครรภ์มาให้นะเพคะ”ฉู่หลินคาดการณ์ว่าฮองเฮาทรงจะต้องตั้งครรภ์ในไม่ช้า
ฮองเฮาทรงมีพระพักตร์แดงด้วยความเขินและตรัสว่า“ขอบใจมาก ถ้าผ่านเดือนนี้ไปได้ เจ้าก็จะรอดพ้นเคราะห์กรรมต่างๆจงอดทนไว้นะฉู่หลิน”
“เอ่อหมายความว่าหม่อมฉันยังต้องเจอเคราะห์กรรมอีกงั้นหรือเพคะ” ฉู่หลินเริ่มกังวล
“เราบอกอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แต่จงจำไว้ คุณงามความดีของเจ้าจะคอยคุ้มครองเจ้าเอง”ฮองเฮาทรงเชื่อบาปบุญคุณโทษ
“ได้เวลาแล้วกระหม่อมและชายาขอทูลลาพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองทรงดำริว่าจะต้องเดินทางอีกไกล
ฝ่าบาททรงรู้สึกเสียดายในความสามารถของทั้งน้องชายและน้องสะใภ้
“พระองค์ทรงมีนัดประชุมขุนนางเย็นนี้นะเพคะทรงหิวมั้ย เดี๋ยวหม่อมฉันจะไปเตรียมพระกระยาหารให้เพคะ” ฮองเฮาตรัส
“พาเราไปสุสานของเสด็จแม่ก่อนได้มั้ยเราอยากให้เจ้าไปไหว้เสด็จแม่ของเรา”ฝ่าบาทตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ได้สิเพคะ” ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรเห็นสีหน้าอันเศร้าหมองของฝ่าบาท
ฝ่าบาททรงจูงพระหัตถ์ของฮองเฮาเสด็จไปที่สุสานของอดีตฮองเฮาพระองค์แรกหลังจากนั้นค่อยพากันกลับไปที่ห้องพระกระยาหารก่อนเข้าประชุมขุนนาง
******************************
ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่าบาทและฮองเฮาทรงแน่นแฟ้นมากขึ้นเรื่อยๆทั้งสองพระองค์ทรงรักกันมากจนสามารถตายแทนกันได้ จนกระทั่งวันหนึ่ง
“ทูลฝ่าบาทท่านอ๋องแห่งแคว้นเปอร์เซียทรงส่งพระราชสาส์นเชื่อมสัมพันธไมตรีว่าด้วยการส่งองค์หญิงซีน่าให้มาอภิเษกกับพระองค์พะย่ะค่ะ” ราชทูตรายงาน
“แต่เรามีฮองเฮาอยู่แล้วเราไม่อยากมีใครอีก” ฝ่าบาทตรัสเสียงแข็ง
“ทรงให้องค์หญิงซีน่าเป็นพระสนมของพระองค์ก็ได้นี่พะย่ะค่ะ”ท่านเสนาบดีกล่าว
“เราขอปฏิเสธ” ฝ่าบาททรงปฏิเสธเสียงแข็ง
“ได้โปรดพิจารณาดูอีกทีเถิดพะย่ะค่ะ”ท่านอำมาตย์กล่าว
“พวกเราคุยเรื่องอื่นเถิดเราขอยืนยันคำเดิม” ฝ่าบาทตรัสตัดบท
ขุนนางทำได้เพียงเก็บไว้ในใจแต่ก็ยังคงแอบกังวลเพราะพวกเขาเกรงกลัวว่าหากไม่รับน้ำพระทัยจากท่านอ๋องแคว้นเปอร์เซีย อาจมีผลต่อความขัดแย้งระหว่างแคว้นได้
******************************
ดังนั้นท่านเสนาบดีจึงนำความไปกราบทูลองค์ไทเฮา
“เราเคารพการตัดสินใจของฝ่าบาทนะ”ไทเฮาตรัส
“แต่ว่าหากทางเราปฏิเสธไม่ยอมรับองค์หญิงซีน่านั่นหมายความว่าทางเราไม่ยอมเชื่อมสัมพันธไมตรี บางทีอาจจุดฉนวนสงครามได้นะพะย่ะค่ะ”ท่านเสนาบดีเตือน
“แล้วจะให้เราทำอย่างไรเจ้าเองก็รู้จักฝ่าบาทเป็นอย่างดี หากฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยอะไรไปแล้วใครก็เปลี่ยนพระทัยไม่ได้” องค์ไทเฮาตรัส
“ทรงเกลี้ยกล่อมฮองเฮาได้มั้ยพะย่ะค่ะ”ท่านเสนาบดีกล่าว
“เอาเป็นว่าเราจะลองคุยกับฮองเฮาดูก็แล้วกันแต่เราไม่รับรองผลนะ” ไทเฮาทรงยอมรับปาก
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ”ท่านเสนาบดีกล่าว
******************************
องค์ไทเฮาเสด็จไปพบฮองเฮาถึงที่ตำหนักของพระนาง
“ทรงส่งคนมาเรียกหม่อมฉันให้เข้าเฝ้าก็ได้เพคะไม่เห็นต้องมาด้วยพระองค์เองเลย” ฮองเฮาทรงเกรงพระทัย
“เรา เอ่อมีเรื่องจะขอร้องเจ้า” ไทเฮาตรัสตามตรง
“ทรงว่ามาได้เลยเพคะ”ฮองเฮาทรงรอฟัง
“เจ้าได้ข่าวที่ท่านอ๋องแห่งแคว้นเปอร์เซียทรงส่งพระราชธิดามาอภิเษกกับฝ่าบาทหรือไม่”ไทเฮาทรงเกริ่น
“หม่อมฉันเพิ่งจะทราบเพคะ”ฮองเฮาตรัส
“เจ้าเป็นคนฉลาดคงรู้ใช่มั้ยว่าการอภิเษกครั้งนี้เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้น” ไทเฮาตรัส
“หม่อมฉันทราบเพคะ”ฮองเฮาทรงทราบวัตถุประสงค์ของไทเฮาแล้ว
“แต่ฝ่าบาทกลับทรงปฏิเสธยอมรับไมตรีครั้งนี้นั่นอาจก่อความวุ่นวายระหว่างแคว้นในอนาคตได้” ไทเฮาทรงกังวล
“แล้วจะให้หม่อมฉันช่วยยังไงเพคะ”ฮองเฮาทรงถาม
“บางทีการที่ฝ่าบาททรงไม่กล้ายอมรับไมตรีอาจเป็นเพราะเจ้า”ไทเฮาตรัส
“ไว้หม่อมฉันจะลองเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทดูก็ได้เพคะ”ฮองเฮาทรงยอมช่วย
“รบกวนเจ้าแล้วเราดีใจจริงๆที่ฝ่าบาททรงเลือกเจ้ามาเป็นฮองเฮา” ไทเฮาตรัส
“ทรงหิวมั้ยเพคะหม่อมฉันจะได้สั่งนางกำนัลยกสำรับเข้ามา” ฮองเฮาตรัสเปลี่ยนเรื่อง
“ก็ดีเหมือนกันเราทานคนเดียวก็เหงา” ไทเฮาทรงยอมเสวยพระกระยาหารร่วมกับสะใภ้
ฮองเฮาจึงมีรับสั่งให้นางกำนัลยกพระกระยาหารเข้ามา
******************************
ณ ที่ประทับของฝ่าบาท
“เจ้ามีอะไรอย่างนั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัส
“หม่อมฉันได้ยินว่าองค์หญิงซีน่าแห่งแคว้นเปอร์เซียกำลังเสด็จมาที่นี่เพื่ออภิเษกกับพระองค์ใช่มั้ยเพคะ”ฮองเฮาตรัสถาม
“เราสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะมีเจ้าเพียงคนเดียวเราไม่ตระบัดสัตย์หรอก” ฝ่าบาทตรัสคำมั่น
“ทรงพิจารณาใหม่เถิดเพคะทรงกระทำเพื่อส่วนรวมยอมอภิเษกกับองค์หญิงซีน่าเถิดเพคะหากทรงไม่รับน้ำพระทัยของท่านอ๋องอาจทำให้ทางเปอร์เซียไม่พอใจจนถึงขั้นก่อสงครามได้นะเพคะ”ฮองเฮาทรงกังวล
“เราคิดว่าจะรอให้องค์หญิงมาที่นี่ก่อนค่อยตกลงกันอย่างประนีประนอม” ฝ่าบาททรงใช้วิธีเจรจา
“ช่วงนี้เป็นเทศกาลทานเจดังนั้นหม่อมฉันอยากไปไหว้พระสวดมนต์ที่วัดหมิงต้าเพคะ” ฮองเฮาทรงใช้วิธีหนีไปที่อื่นเพื่อให้ฝ่าบาททรงมีอิสระในการตัดสินพระทัยอย่างเต็มที่
“ไปกี่วันงั้นหรือ”ฝ่าบาททรงอยากรู้
“สักสิบวันเพคะมันเป็นช่วงที่องค์หญิงเปอร์เซียเสด็จมาถึงที่นี่พอดี” ฮองเฮาตรัส
“เจ้าจะทิ้งเรางั้นหรือ”ฝ่าบาททรงรู้สึกเคว้ง
“หม่อมฉันจะสวดมนต์เพื่อฝ่าบาทเพคะ”ฮองเฮาตรัสกล่าวอ้าง
“ก็ได้แล้วเจ้าจะไปเมื่อไหร่” ฝ่าบาททรงยอมอนุญาต
“พรุ่งนี้เพคะ” ฮองเฮาตรัส
“เจ้าไม่ได้น้อยใจเราใช่มั้ย”ฝ่าบาททรงพยายามอ่านใจ
“หม่อมฉันมิกล้าหรอกเพคะหม่อมฉันยอมรับการตัดสินพระทัยของพระองค์และพร้อมจะสนับสนุนพระดำริของพระองค์ทุกเรื่อง” ฮองเฮาตรัส
“น่าเสียดายคืนนี้เราต้องอ่านฎีกาเราเลยไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนเจ้าคืนนี้ได้” ฝ่าบาททรงอยากอยู่กับฮองเฮาแต่ทรงติดงาน
“ไม่เป็นไรเพคะทรงอย่าห่วงหม่อมฉันเลย โปรดถนอมพระวรกายด้วย หม่อมฉันทูลลาเพคะ” ฮองเฮาทรงเข้าพระทัย
เพื่อให้ฝ่าบาททรงมีอิสระในการตัดสินพระทัยครั้งนี้ฮองเฮาจึงทรงตัดสินพระทัยออกจากวังหลวงชั่วคราวหนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ของพระองค์เอง เพราะความจริงคือพระนางทรงรู้สึกหึงหวงแต่ก็ต้องพยายามเก็บความรู้สึกไว้ในพระทัยสองเพื่อให้ฝ่าบาททรงสามารถทำเพื่อส่วนรวมยอมอภิเษกกับองค์หญิงซีน่าโดยที่ไม่ต้องได้รับแรงกดดันจากพระนาง
ฮองเฮาเสด็จไปพักที่อารามแม่ชีพระองค์ทรงตั้งพระทัยว่าจะถือศีลกินเจและสวดมนต์ตลอดสิบวัน
“หากทรงขาดเหลืออะไรบอกมาได้เลยนะเพคะ” ซือไท่กล่าว
“ขอบคุณมากท่านซือไท่”ฮองเฮาตรัส
******************************
ทางด้านองค์ชายรองและพระชายาได้เสด็จไปถึงครึ่งทางแล้วแต่อยู่ดีๆกลับมีหญิงสาวมาดักขบวนเสด็จไว้
“องค์ชายรองเพคะ”
“เผิงเหนียงเจ้ามาทำอะไรที่นี่”องค์ชายรองทรงตกพระทัยที่ได้พบบุตรสาวของท่านอำมาตย์
“หม่อมฉันมีเรื่องจะคุยกับพระองค์เพคะ”เผิงเหนียงต้องการคุยกับองค์ชายรองตามลำพัง
“งั้นหม่อมฉันไปเตรียมพระกระยาหารนะเพคะและจะได้ให้ทหารตั้งกระโจมที่นี่ไปเลย”ฉู่หลินมองออกว่าหญิงสาวต้องการคุยเรื่องส่วนตัว
“ได้ เราคุยไม่นานหรอก”องค์ชายรองตรัส
องค์ชายรองทรงรอให้ชายาเสด็จไปก่อนแล้วจึงตรัสถาม “ฝ่าบาททรงอภัยโทษให้เจ้าแล้วเจ้ายังมีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ”
“พระองค์ทรงยังมีพระทัยให้หม่อมฉันอยู่หรือไม่เพคะหม่อมฉันยินดีจะเป็นสนมของพระองค์นะเพคะ” เผิงเหนียงยื่นข้อเสนอ
“เราขอโทษที่แกล้งแสดงว่าชื่นชอบในตัวเจ้า แต่ความจริงคือเพราะเรารู้ว่าเจ้าไม่เคยมีใจให้เรา เราก็เลยแกล้งตามตื๊อเจ้าไปอย่างนั้นเองเราในตอนนี้รักฉู่หลินมาก และไม่อยากมีสนมให้นางเจ็บช้ำน้ำใจอีก” องค์ชายรองตรัสตามตรง
“ช่างอิจฉาพระชายายิ่งนักนะเพคะ”เผิงเหนียงรู้สึกผิดหวัง
“ต่อไปในภายภาคหน้าเจ้าจะเจอคนที่รักเจ้าด้วยความจริงใจเอง” องค์ชายรองตรัส
“งั้นหม่อมฉันขอตัวเพคะ”เผิงเหนียงยอมจากไป
เผิงเหนียงเดินจากไปด้วยความเจ็บแค้นและรู้สึกริษยาพระชายาฉู่หลินยิ่งนักด้วยความหลงผิดจึงทำให้เผิงเหนียงตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
******************************
เผิงเหนียงยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ครอบครององค์ชายรองทั้งนี้เพราะฝ่าบาททรงปฏิเสธนาง และหากนางกระทำความผิดอีกนางจะได้รับโทษทัณฑ์ถึงขั้นถูกประหารชีวิต ดังนั้นเผิงเหนียงจึงมุ่งเป้าหมายมาที่องค์ชายรองแทน
ครั้งนี้เผิงเหนียงหวังพึ่งไสยศาสตร์อำนาจมนตร์ดำ
“ท่านพ่อหมอโปรดช่วยให้ข้าสมหวังในรักด้วยเถิด” เผิงเหนียงกล่าว
“ชายที่เจ้าปรารถนานั้นมีอำนาจจิตแข็งมากคงไม่อาจใช้ยาเสน่ห์กับเขาได้” ท่านพ่อหมอกล่าว
“แล้วจะทำยังไงล่ะเจ้าคะ”เผิงเหนียงสงสัย
“ย้ายไปอยู่ในร่างคนรักของชายผู้นั้นดีมั้ย” ท่านพ่อหมอเสนอ
เผิงเหนียงนึกถึงฉู่หลินผู้ซึ่งงดงามหมดจดใครเห็นก็ต้องอิจฉาในความงามของนาง “ก็ได้ข้ายอมย้ายไปอยู่ในร่างของพระชายา”
“แต่ข้ามีข้อแม้” พ่อหมอกล่าว
“ข้อแม้อะไรว่ามาได้เลย หรือจะให้มอบทรัพย์สินข้าก็ยินดี”เผิงเหนียงยอมแลกทุกอย่าง
“ข้าต้องการตัวเจ้าอยู่กับข้าคืนนี้ ข้าถึงทำพิธีให้” พ่อหมอพอใจในรูปลักษณ์ของเผิงเหนียง
เผิงเหนียงเม้มปากเพราะนางไม่พอใจในรูปลักษณ์ของฝ่ายชายที่ทั้งอ้วน ผิวดำ ลักษณะไม่น่าคบหาด้วยนางเลยกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ดีมั้ยหลังจากที่ข้าสลับร่างกับพระชายาฉู่หลิน เจ้าจะทำอะไรกับร่างนี้ก็เชิญเจ้าทำได้ข้าอนุญาต”
“ช่างฉลาดยิ่งนัก ก็ได้หลังท่านย้ายร่างไปแล้วดวงวิญญาณผู้หญิงที่ย้ายมาอยู่ในร่างนี้ต้องตกเป็นฮูหยินของข้า” พ่อหมอถูกใจในความงามของเผิงเหนียงโดยที่ไม่สนใจว่าดวงวิญญาณดวงใดจะย้ายมาอยู่ในร่างนี้
“และถ้างานสำเร็จข้าจ่ายท่านไม่อั้น” เผิงเหนียงยอมทุ่มทุน
“ข้าจะส่งลูกน้องไปลักพาตัวชายาฉู่หลินให้เอง” พ่อหมอกล่าวแผน
“ข้าจะรอท่านทำพิธีคืนนี้ก็แล้วกัน”เผิงเหนียงรู้สึกมีความหวัง
******************************
พ่อหมอเสิ่นเว่ยสั่งให้ลูกน้องเผาสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทำให้สลบพวกเขาใช้พัดช่วยกันพัดควันให้กระจายไปทั่วทั้งค่ายขององค์ชายรอง
และแล้วทุกคนก็หลับไปอย่างง่ายดาย
พ่อหมอที่ใช้ผ้าปิดจมูกรีบเข้าไปอุ้มพระชายาฉู่หลินออกมาแล้วพากันไปที่ถ้ำแห่งหนึ่ง
พ่อหมอสั่งให้ลูกน้องจัดปรัมพิธีสลับร่างระหว่างเผิงเหนียงและฉู่หลิน
พ่อหมอถือไหเหล้ากระดกดื่มพร้อมกับพ่นไปที่กระบี่เขาร่ายรำและฟันกระบี่ไปมาจนกระทั่งเกิดฟ้าผ่ามาที่บริเวณใกล้กับแท่นหินที่วางร่างของสองสาวไว้
ผ่านไปไม่นานพิธีสลับร่างก็เสร็จสิ้น
แต่ทว่า องค์ชายรองทรงนำทีมทหารเข้าปะทะกับลูกน้องของพ่อหมอทำให้ลูกน้องถูกจับไปทั้งหมด
พ่อหมอรีบอุ้มร่างของเผิงเหนียงและหนีไปด้วยกันเขาใช้เส้นทางลับทำให้สามารถหลบหนีกองกำลังขององค์ชายรองได้สำเร็จ
องค์ชายรองทรงรีบไปดูอาการของฉู่หลินที่กำลังนอนสลบไสลไม่ได้สติเมื่อไม่สามารถปลุกนางให้ฟื้นได้พระองค์ก็เลยรีบอุ้มชายาให้กลับไปที่ค่ายของพระองค์
“น่าเจ็บใจจริงๆเราไม่น่าประมาทเลย เราขอโทษจริงๆนะฉู่หลินที่ไม่สามารถคุ้มครองเจ้าได้” องค์ชายรองทรงรู้สึกผิด
“กระหม่อมจะรีบไปตามหมอชาวบ้านมาดูพระอาการนะพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์อาสา
“รีบไปเร็วเข้า” องค์ชายรองทรงร้อนพระทัย
ผ่านไปครึ่งชั่วยามหมอชาวบ้านก็เข้ามาดูพระอาการ
“เอ่อพระนางแค่บรรทมหลับไปเท่านั้นพะย่ะค่ะ” หมอชาวบ้านกล่าว
“ค่อยโล่งอกไปทีทหารจ่ายอัฐให้หมอด้วย” องค์ชายรองตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” ทหารหยิบห่ออัฐให้
แต่ทว่า องค์ชายรองทรงเฝ้าพระชายาฉู่หลินถึงสองวันสองคืนนางก็ยังคงไม่ฟื้น พระองค์ทรงหมดความอดทน และทรงดำริว่าอาจเป็นเพราะพิธีทางไสยศาสตร์นั่นดังนั้นพระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยกลับเมืองหลวงเพื่อให้ฮองเฮาเอิ่นลั่วทรงดูอาการของนางให้
ขบวนเสด็จขององค์ชายรองยังไม่ถึงเมืองหลวงองค์ชายรองก็ทรงได้ยินข่าวลือว่าฮองเฮาเอิ่นลั่วเสด็จหนีออกจากวังไปอยู่วัดหมิงต้า เนื่องจากฝ่าบาททรงรับองค์หญิงซีน่ามาเป็นพระสนมอีกพระองค์
องค์ชายรองทรงไม่มีเวลามาพิจารณาข่าวลือพระองค์ทรงรีบเสด็จไปที่วัดหมิงต้าเพื่อเข้าเฝ้าฮองเฮาเอิ่นลั่วทันที
******************************
ณ ห้องพักในอารามวัดหมิงต้า
องค์ชายรองทรงวางพระชายาฉู่หลินบนเตียงเบาๆ
“ชายาฉู่หลินเป็นอะไรงั้นหรือ”ฮองเฮาทรงสงสัย
“ลูกน้องพ่อหมอเสิ่นเว่ยสารภาพว่าพ่อหมอทำพิธีสลับร่างระหว่างเผิงเหนียงกับฉู่หลินพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“ทำไมล่ะในเมื่อเผิงเหนียงมีใจให้ฝ่าบาทไม่ใช่หรือ” ฮองเฮาทรงสงสัย
“นางเปลี่ยนเป้าหมายมาที่กระหม่อมพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“ท่านเองก็ไม่น่าแกล้งมีใจให้กับนางตั้งแต่แรก”ฮองเฮาทรงเคยเตือนองค์ชายรองแล้ว
“อย่าเยาะเย้ยกระหม่อมสิพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“พ่อหมอเสิ่นเว่ยเชี่ยวชาญเรื่องไสยศาสตร์มนตร์ดำแล้วท่านรีบตามหาร่างเผิงเหนียงได้หรือยังบางทีการสลับร่างอาจจะสำเร็จไปแล้วก็ได้นะ” ฮองเฮาทรงกลัวว่าวิญญาณเหวยเซียงจะอยู่ในร่างของเผิงเหนียง
“กระหม่อมละอายใจกระหม่อมตามหาพ่อหมอและเผิงเหนียงไม่เจอเลยพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“เราจะทำพิธีตรวจสอบดวงวิญญาณให้แต่เราไม่รับปากนะว่าจะช่วยอะไรได้” ฮองเฮาทรงยอมช่วย
“กระหม่อมยอมแลกทุกอย่างขอเพียงให้ฉู่หลินปลอดภัยพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัส
“คืนนี้เราจะทำพิธีก็แล้วกัน”ฮองเฮาทรงเห็นพระทัย
ฮองเฮาเอิ่นลั่วทรงจุดเทียนล้อมรอบร่างของฉู่หลินจากนั้นก็จุดธูปใหญ่หนึ่งดอก พร้อมกับสวดคาถาบางอย่าง แล้วพระนางก็ทรงนั่งสมาธิ
ทหารองครักษ์ปฏิบัติหน้าที่คอยคุ้มกันไม่ให้ใครแตะต้องร่างของฮองเฮาในระหว่างที่พระนางทำพิธีเพื่อไม่ให้ธาตุไฟเข้าแทรก
ผ่านไปสามชั่วยามเต็มๆฮองเฮาถึงทรงลืมดวงเนตร แล้วเสด็จไปคุยกับองค์ชายรอง
“เป็นอย่างไรบ้างพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงรีบตรัสถาม
“พิธีสลับร่างไม่สำเร็จ”ฮองเฮาตรัส
“งั้นก็ดีสิพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงดีพระทัย
“แต่เรามีข่าวร้ายจะบอกดวงวิญญาณฉู่หลินต้องการทวงร่างของนางคืน อีกทั้งดวงวิญญาณฉู่หลินและร่างของนางมีสายใยเชื่อมโยงกันดังนั้นในระหว่างที่เหวยเซียงออกจากร่างนี้ไปแล้วเราไม่อาจรับประกันได้ว่าเหวยเซียงจะสามารถกลับเข้าร่างของฉู่หลินได้อีกต้องรอประมาณสิบวันถึงรู้ว่าดวงวิญญาณของใครเข้าร่างของฉู่หลิน” ฮองเฮาตรัส
“กระหม่อมรักเหวยเซียงคนเดียวเท่านั้นหากดวงวิญญาณไม่ใช่นาง กระหม่อมจะตัดสัมพันธ์ทันทีพะย่ะค่ะ” องค์ชายรองตรัสคำมั่น
“เราเสียใจที่ไม่อาจช่วยท่านได้จริงๆ”ฮองเฮาทรงรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองทรงดำริว่าฮองเฮาทรงทำเต็มที่แล้ว
องค์ชายรองทรงกังวลหนักมากเพราะพระองค์ทรงกลัวว่าวิญญาณที่เข้าร่างของฉู่หลินจะเป็นฉู่หลินที่มีนิสัยร้ายกาจหาใช่เหวยเซียงที่เป็นหมอที่มีจิตเมตตาไม่ดังนั้นในระหว่างสิบวันที่อยู่ในวัดหมิงต้าองค์ชายรองทรงเฝ้าร่างของฉู่หลินอยู่ไม่ห่างเพราะกลัวว่าพ่อหมอจะกลับมาทำร้ายชายาของพระองค์อีก หลังจากที่ทำพิธีกรรมไม่สำเร็จ
******************************
ณ ถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่นอกเมืองหลวง
เผิงเหนียงนอนบนแท่นหินนางตื่นขึ้นมาก็ไม่พบใครอยู่ในถ้ำเลยดังนั้นนางจึงเดินไปที่ลำธารเพื่อจะดูว่าในตอนนี้นางงดงามมากแค่ไหน
แต่ทว่า “ทำไม ทำไมเราถึงยังอยู่ในร่างเดิม”เผิงเหนียงพยายามดูแล้วดูอีก
“ตื่นแล้วหรอ เผิงเหนียงไม่ใช่สิชายาฉู่หลิน” พ่อหมอมั่นใจมากว่าพิธีกรรมต้องสำเร็จ
“ท่านเป็นนักต้มตุ๋นล่ะสิข้าไม่เห็นย้ายร่างได้เลย ข้าคือเผิงเหนียงต่างหาก” เผิงเหนียงกล่าวอย่างเอาเรื่อง
“ข้าไม่เชื่อหรอก ข้าไม่เคยทำงานพลาด”พ่อหมอไม่เชื่อ
“ข้าไม่น่าหลงเชื่อเจ้าเลยในเมื่องานไม่สำเร็จ ลืมอัฐไปได้เลย” เผิงเหนียงไม่ยอมจ่ายอัฐ
“เดี๋ยวสิ จะไปไหนเล่า”พ่อหมอเข้าไปกอดหญิงสาวอย่างไม่เกรงใจ
“ปล่อยข้านะ จะทำอะไร”เผิงเหนียงตกใจที่ฝ่ายชายพุ่งตัวเข้ามากอดนาง
“ข้าเปลี่ยนใจแล้วข้าอยากเป็นลูกเขยของท่านอำมาตย์” พ่อหมอมีเป้าหมายใหม่
“ไม่นะ! หากพ่อข้ารู้ว่าเจ้าข่มเหงรังแกข้า เจ้าตายแน่” เผิงเหนียงรีบขู่
“งั้นมาลองดูกัน” พ่อหมอไม่กลัว
“ไม่! ปล่อยข้า ปล่อยข้า” เผิงเหนียงพยายามตะโกนสุดเสียง
พ่อหมอเสิ่นเว่ยโมโหที่เผิงเหนียงชอบพูดจาดูถูกตนดังนั้นเขาจึงกระทำย่ำยีนาง บัดนี้เผิงเหนียงได้ตกเป็นของเขาไปแล้ว
พ่อหมอปลอมเป็นชายชราไปซื้อเสื้อผ้าให้เผิงเหนียงเปลี่ยนแล้วค่อยพานางกลับจวนท่านอำมาตย์
พ่อหมอแสดงตัวว่าเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเผิงเหนียงอย่างเปิดเผยในขณะที่เผิงเหนียงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตายอมรับผิดกับท่านพ่อ
“เจ้าต้องการอัฐเท่าไหร่ถึงยอมเลิกยุ่งเกี่ยวกับลูกสาวของข้า” ท่านอำมาตย์กล่าว
“ข้าอยากแต่งงานกับนางขอรับ”พ่อหมอกล่าว
“ไม่! ข้าไม่แต่ง” เผิงเหนียงปฏิเสธเสียงแข็ง
“ท้องขึ้นมาจะว่ายังไงยอมท้องไม่มีพ่องั้นหรือ เจ้าไม่อายงั้นหรือที่เป็นถึงบุตรสาวท่านอำมาตย์กลับชิงสุกก่อนห่ามเช่นนี้”พ่อหมอขู่
“ออกไปเดี๋ยวนี้ข้าเกลียดเจ้า” เผิงเหนียงโมโห
“ท่านจะเอายังไงขอรับลงโทษข้า ฆ่าข้า แล้วปล่อยให้ลูกสาวตั้งครรภ์กลายเป็นขี้ปากของชาวบ้าน” พ่อหมอกล่าว
“ก็ได้ เราจะจัดงานแต่งงานให้”ท่านอำมาตย์จำใจยอมรับลูกเขยคนนี้
“ขอบคุณมากนะขอรับท่านพ่อตา” พ่อหมอกล่าวยิ้มๆ
“ไม่นะท่านพ่อ ข้าไม่แต่ง”เผิงเหนียงกล่าวทั้งน้ำตา
“คิดให้ดีๆเจ้าไปทำร้ายชายาขององค์ชายรอง พระองค์ทรงไม่ยอมปล่อยเจ้าเป็นแน่แต่ถ้ายอมแต่งงานกับข้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” พ่อหมอกล่าว
เผิงเหนียงรู้ดีว่าองค์ชายรองทรงมีวรยุทธ์สูงมากแค่ไหนนางเองก็กลัวตาย เลยยอมหลงเชื่อและยินยอมแต่งงานกับพ่อหมอเสิ่นเว่ยด้วยความจำใจ
******************************
สามวันต่อมาทหารองครักษ์มารับองค์ฮองเฮากลับเข้าวัง
“ยังไม่ครบสิบวันเลยนะ” ฮองเฮาตรัส
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้พระองค์กลับวังเพื่อเข้าร่วมพิธีอภิเษกพะย่ะค่ะ”ทหารองครักษ์รายงาน
“ทรงตัดสินพระทัยแล้วงั้นหรือก็ได้ งั้นกลับวังกัน”ฮองเฮาทรงแอบปวดพระทัยแต่ก็ทรงพยายามเก็บไว้ภายในพระทัย
ความจริงฮองเฮาเอิ่นลั่วก็ทรงรู้สึกหึงหวงแต่เพื่อส่วนรวมพระนางทรงจะต้องระงับสติอารมณ์และมีพระทัยกว้างให้ได้มากที่สุด
ฮองเฮาทรงเสด็จกลับมาที่ตำหนักของพระองค์โดยภายนอกตำหนักฮองเฮานั้นยังคงวุ่นวายกับการจัดเตรียมพิธีอภิเษกระหว่างฝ่าบาทกับองค์หญิงซีน่าแห่งแคว้นเปอร์เซีย
ฮองเฮาทรงไม่ต้องการดำริอะไรมากวันนี้พระนางจึงทรงบรรทมแต่หัวค่ำ
“ทูลฮองเฮาองค์หญิงซีน่าขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” กงกงรายงาน
“ดึกป่านนี้แล้วพระนางมีเรื่องสำคัญอะไรงั้นหรือ” ฮองเฮาทรงหาวฟอด
“องค์หญิงทรงมารอที่ห้องรับรองแล้วพะย่ะค่ะ” กงกงกล่าว
“ขอเราแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนเราถึงจะออกไปพบ” ฮองเฮาตรัส
“พะย่ะค่ะ” กงกงกล่าว
ฮองเฮาทรงแปลกพระทัยที่เห็นองค์หญิงซีน่าทรงสวมฉลองพระองค์เต็มยศน่าจะเป็นชุดที่ใช้สำหรับออกเดินทาง
“มีอะไรงั้นหรือองค์หญิงซีน่า” ฮองเฮาตรัสถาม
“นี่คือกล่องสมบัติมีทั้งหมด 2 กล่องไว้เป็นเครื่องบรรณาการเพคะ” องค์หญิงซีน่าตรัส
“ทำไมถึงไม่ถวายฝ่าบาทด้วยพระองค์เองล่ะ”ฮองเฮาทรงสงสัย
“หม่อมฉันจะฝากให้พระองค์ถวายฝ่าบาทให้เพคะ”องค์หญิงซีน่าทรงยืนยันที่ทำแบบนี้
“ในวันพรุ่งนี้ท่านจะต้องเข้าพิธีอภิเษกอยู่แล้วนี่ค่อยมอบให้ฝ่าบาทตอนนั้นก็ไม่สาย” ฮองเฮาตรัส
“หม่อมฉันจะรีบออกเดินทางกลับแคว้นเปอร์เซียคืนนี้เลยเพคะ”องค์หญิงซีน่ายอมเผย
“แล้วพิธีอภิเษกล่ะ”ฮองเฮาทรงสงสัย
“หม่อมฉันขอยกเลิกงานอภิเษกเพคะและในเมื่อหม่อมฉันเป็นฝ่ายผิดทางแคว้นเปอร์เซียจึงขอมอบกล่องเพชรนิลจินดาอันล้ำค่าให้กับฝ่าบาทแทนเพคะ” องค์หญิงซีน่าตรัส
“บอกเหตุผลได้หรือไม่”ฮองเฮาทรงอยากรู้
“หม่อมฉันไม่อยากแต่งงานเพคะ”องค์หญิงซีน่ากล่าวตามตรง
“เอาล่ะในเมื่อพระองค์ทรงตัดสินพระทัยไปแล้วเราจะถวายเครื่องบรรณาการเหล่านี้แก่ฝ่าบาทให้เอง” ฮองเฮาทรงยอมช่วย
“ขอบพระทัยเพคะหม่อมฉันทูลลา” องค์หญิงซีน่าทรงทำท่าคารวะแล้วรีบเสด็จออกเดินทางทันที
ฮองเฮาทรงแปลกพระทัยเหตุใดองค์หญิงทรงไม่เข้าเฝ้าฝ่าบาทด้วยพระองค์เองและเหตุใดถึงทรงไม่ยอมอภิเษกกับฝ่าบาท
ข่าวที่องค์หญิงซีน่าเสด็จกลับแคว้นเปอร์เซียแพร่กระจายอย่างรวดเร็วทำให้เหล่าขุนนางไม่อาจทักท้วงใดๆได้อีกได้แต่ยอมรับการตัดสินพระทัยขององค์หญิงซีน่า
******************************
เช้าวันถัดมาฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้กงกงยกกล่องสมบัติเพื่อนำไปถวายฝ่าบาทในที่ประทับของพระองค์
“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท”ฮองเฮาทรงทำท่าคารวะ
ฝ่าบาททรงหันหลังให้และตรัสอย่างเย็นชาว่า“มีอะไรงั้นหรือ”
“เอ่อเมื่อคืนองค์หญิงซีน่ามาพบหม่อมฉันที่ตำหนักพร้อมกับฝากถวายกล่องสมบัติทั้งสองกล่องนี้ให้กับพระองค์จากนั้นองค์หญิงก็เสด็จออกเดินทางกลับแคว้นเปอร์เซียทันทีพระนางคงมีธุระด่วนเลยไม่ได้ล่ำลาพระองค์ด้วยตนเองเพคะ” ฮองเฮาตรัส
“เจ้ามีธุระเท่านี้ใช่มั้ย”ฝ่าบาทตรัสอย่างเย็นชา
“เอ่อ เพคะงั้นหม่อมฉันขอทูลลา” ฮองเฮาทรงกำลังหันกลับไปที่ตำหนักของพระองค์
“ช้าก่อนฮองเฮา” ฝ่าบาทตรัสรั้ง
“มีอะไรงั้นหรือเพคะ”ฮองเฮาทรงรอฟัง
ฝ่าบาททรงหันกลับมา
“ท่านเป็นใครท่านไม่ใช่ฝ่าบาทนี่”ฮองเฮาทรงตกพระทัยกับรูปลักษณ์ของชายตรงหน้า
“เราเองจำเราไม่ได้เลยงั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัส
“เหตุใดพระองค์ถึงทรงมีสภาพเช่นนี้เพคะทั้งผิวดำ ไว้หนวดไว้เคราดูน่าเกรงขาม แบบนี้ผู้หญิงก็กลัวพระองค์กันหมดสิเพคะ”ฮองเฮาตรัส
“เราอุตส่าห์ทำเพื่อเจ้าเลยนะ”ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ
“เพื่อหม่อมฉันหรือเพคะ”ฮองเฮาทรงย้ำคำตรัส
“เราต้องการให้องค์หญิงซีน่าเป็นฝ่ายกลัวเราและไม่ยินยอมแต่งงานกับเราเสียเอง ดังนั้นเราถือว่าเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดท่านอ๋องแห่งแคว้นเปอร์เซียทรงไม่มีสิทธิ์ตำหนิเราได้” ฝ่าบาทตรัสแผนการ
“แต่ถึงพระองค์ทรงมีสภาพเช่นนี้พระองค์ก็ทรงดูดีนะเพคะองค์หญิงไม่น่าเกรงกลัวพระองค์จนถึงขั้นที่ไม่อยากเข้าเฝ้าพระองค์เลยนี่เพคะ”ฮองเฮาทรงสงสัย
“ก็ฝ่าบาทเล่นแสดงอารมณ์โกรธเกรี้ยวตลอดเวลาใครพูดไม่ถูกหูเข้าหน่อยก็ตะคอกต่อว่า แบบนี้ใครจะไม่กลัวฝ่าบาทล่ะ” องค์ไทเฮาตรัส
“แหมเสด็จแม่ก็กล่าวเกินไป”ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ
“ถวายบังคมเพคะไทเฮา”ฮองเฮาทรงคารวะผู้อาวุโส
“เจ้ารีบพาฝ่าบาทไปโกนหนวดโกนเคราชำระล้างร่างกายให้สะอาดเถิด เราเองก็เริ่มรู้สึกกลัวลูกชายตัวเองแล้ว” ไทเฮาตรัสสั่งลูกสะใภ้
“เพคะไทเฮา” ฮองเฮาทรงรับคำ
ฮองเฮาเอิ่นลั่วทรงจำต้องนั่งโกนพระมัสสุ(หนวด) ให้เรียบร้อย จากนั้นก็ช่วยสรงน้ำให้ฝ่าบาท
“โอ๊ย! ขัดเบาๆหน่อยสิ เราเจ็บนะ” ฝ่าบาทตรัสท้วง
“ฝ่าบาทเพคะทรงทาอะไรเพคะ เหตุใดถึงล้างออกยากเช่นนี้” ฮองเฮาทรงบ่น
“ก็เราเกรงว่าองค์หญิงทรงจะอยู่หลายวันเราเลยจำต้องเลือกสีที่ติดผิวหนังได้นานที่สุดไง” ฝ่าบาทตรัส
“ทรงลงทุนถึงขนาดนี้เลยงั้นหรือเพคะ”ฮองเฮาตรัส
“เราสัญญากับเจ้าแล้วว่าจะมีเจ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”ฝ่าบาททรงตรัสด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ไม่ต้องทำเพื่อหม่อมฉันขนาดนั้นก็ได้เพคะ”ฮองเฮาตรัส
“เรารักเจ้ามากนะเอิ่นลั่วเจ้าไม่รักเราบ้างเลยงั้นหรือ” ฝ่าบาททรงน้อยพระทัย
“หม่อมฉันก็รักพระองค์มากเพคะแต่ไม่อยากควบคุมหึงหวงพระองค์มากจนทำให้พระองค์ทรงรู้สึกอึดอัดพระทัย” ฮองเฮาทรงเปิดเผยความในพระทัย
“เราอาบน้ำเสร็จแล้วไปกันเถอะ” ฝ่าบาทสวมฉลองพระองค์แล้วอุ้มหญิงสาว
“ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะทรงอุ้มหม่อมฉันทำไม” ฮองเฮาทรงตกพระทัย
“เจ้าหายไปเป็นสิบวันแบบนี้เจ้าไม่สงสารเราบ้างเลยงั้นหรือ” ฝ่าบาทตรัส
“เดี๋ยวสิเพคะ” ฮองเฮาทรงพยายามยั้งแต่ก็ไร้ผล
ฝ่าบาททรงอุ้มฮองเฮาไปที่พระแท่นบรรทมพระองค์ทรงจุมพิตหญิงอันเป็นที่รักด้วยความคิดถึงและเสน่หา
ฮองเฮาทรงเคลิบเคลิ้มแต่ก็ทรงพยายามตั้งสติพอฝ่าบาททรงเปลี่ยนเป็นจูบหน้าผาก พระนางก็เลยรีบตรัสว่า “เบาๆนะเพคะ หม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์”
“เป็นความจริงงั้นหรือ”ฝ่าบาททรงดีพระทัย
ฮองเฮาทรงยิ้มและลูบไปที่ท้องเบาๆ
“เราจะถนอมทั้งเจ้าและลูกเราจะทำอย่างอ่อนโยนที่สุด ตกลงมั้ย” ฝ่าบาทตรัส
ฮองเฮาทรงพยักพระพักตร์
และแล้วฝ่าบาทก็ทรงแสดงความรักต่อฮองเฮาจนถึงเช้าเช่นเคย
เช้าวันรุ่งขึ้นฝ่าบาททรงกอดฮองเฮาไว้แน่นราวกับว่ากลัวพระนางจะหายไป
“ไหนว่าพระองค์ทรงจะถนอมหม่อมฉันไงเพคะ ทำไมถึงเนิ่นนานถึงเช้าแบบนี้”ฮองเฮาทรงท้วง
“เราบอกแค่ว่าทำเบาๆเฉยๆนี่” ฝ่าบาทตรัสยิ้มๆ
“หม่อมฉันไม่ห้ามพระองค์เรื่องมีสนมนะเพคะ”
“เราอยากมีเจ้าเพียงคนเดียว เราไม่อยากซ้ำรอยเสด็จพ่อเจ้ารู้มั้ยว่าเสด็จแม่ของเราคือองค์หญิงต่างแคว้นที่ยอมอภิเษกกับฝ่าบาทพระองค์ก่อนเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีแม้ว่าฝ่าบาททรงให้เกียรติแต่งตั้งเสด็จแม่เป็นฮองเฮาแต่พระองค์ทรงไม่เคยรักเสด็จแม่เลยในพระทัยฝ่าบาททรงมีแต่องค์ไทเฮาองค์ปัจจุบันเท่านั้นเสด็จแม่บังเกิดเกล้าของเราจึงทรงตรอมพระทัยและจากเราไปตลอดกาล เราก็เลยไม่อยากทำร้ายผู้หญิงคนที่เราไม่ได้รักอย่างนั้น” ฝ่าบาททรงเผยความในพระทัย
“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ” ฮองเฮาทรงกอดฝ่าบาทเพื่อปลอบประโลมสักพักพระนางก็ทรงนิทราเพราะความเหนื่อยล้า
ฝ่าบาททรงหอมแก้มพระนางด้วยความหมั่นเขี้ยวและนิทราไปด้วยกันพระองค์ทรงดำริในพระทัยว่า “ต่อไปเจ้าห้ามหนีเราไปไหนอีกนะเอิ่นลั่ว”
******************************
ณวัดหมิงต้า
องค์ชายรองทรงเฝ้าพระชายาที่ยังคงหลับใหลไม่ได้สติเป็นเวลาสิบวันแล้วตอนนี้พระองค์ทรงทำพระทัยได้แล้วว่าหากคนที่ตื่นมาไม่ใช่เหวยเซียง พระองค์จะทรงเขียนหนังสือหย่าให้
ฉู่หลินค่อยๆรู้สึกตัวตื่นตามคำตรัสของฮองเฮาทุกอย่าง
องค์ชายรองทรงรีบเข้าไปดู“ฟื้นแล้วงั้นหรือ”
“ที่นี่ที่ไหนเพคะ”
“เจ้าเป็นใคร” องค์ชายรองทรงอยากรู้
“เหตุใดถึงตรัสถามเช่นนี้เพคะ”
“เจ้าคือฉู่หลินหรือเหวยเซียงกันแน่” องค์ชายรองทรงรอฟัง
“ถ้าหากหม่อมฉันเป็นฉู่หลินล่ะเพคะ”
“เราจะปล่อยเจ้าไปเป็นอิสระ โดยมอบหนังสือหย่าให้”องค์ชายรองตรัส
“ทำไมล่ะเพคะ”
“เรารักเหวยเซียงคนเดียว เราใช้ชีวิตคู่อยู่กับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้”องค์ชายรองตรัสตามตรง
“ทั้งๆที่ร่างก็ยังเป็นฉู่หลินเหมือนกันงั้นหรือเพคะ”
“ใช่! ถึงรูปลักษณ์เหมือนกันแต่ดวงวิญญาณคือคนละคนเราก็ทนอยู่ด้วยไม่ได้” องค์ชายรองตรัส
“ผู้ชายปกติชอบหญิงงามนี่เพคะ”
“หากเป็นเจ้า ถ้ามีดอกไม้รูปลักษณ์สวยแต่มีพิษกับดอกไม้สวยทั้งรูปลักษณ์และมีกลิ่นหอม เจ้าจะเลือกดอกไหน” องค์ชายรองทรงเปรียบเทียบ
“หม่อมฉันคือเหวยเซียงเพคะ”
“เราไม่เชื่อ” องค์ชายรองตรัส
“แล้วทำยังไงพระองค์ถึงทรงยอมเชื่อหม่อมฉันล่ะเพคะ”
“นวดให้เราหน่อย เราเมื่อย” องค์ชายรองตรัส
“การนวดไม่เห็นพิสูจน์ได้เลยเพคะอีกอย่างหม่อมฉันไม่ค่อยได้นวดให้พระองค์เสียหน่อย”
“ร้องเพลงกล่อมเรานอนด้วย” องค์ชายรองตรัสอีก
“หม่อมฉันร้องเพลงไม่ไพเราะหรอกเพคะ คงทำไม่ได้หรอก”
“เราเชื่อแล้ว ว่าเป็นเจ้า เหวยเซียง” องค์ชายรองทรงมั่นพระทัย
“ทรงทราบได้ยังไงเพคะ” เหวยเซียงสงสัย
“หากเป็นฉู่หลินเข้าร่าง นางคงยอมทำตามที่เราขอร้อง แต่ถ้าเป็นเจ้าเจ้ามักจะขัดเราอยู่เรื่อย” องค์ชายรองตรัส
เหวยเซียงกอดองค์ชายรองและมีน้ำตาคลอ“หม่อมฉันคิดว่าจะไม่ได้พบพระองค์อีกแล้วเพคะ”
“พวกเราเป็นเนื้อคู่กัน ยังไงเจ้าก็ต้องกลับมาหาเรา เราเชื่อเช่นนั้นเอาเป็นว่าตอนนี้พวกเราเข้านอนกันเถอะนะ ที่นี่เป็นวัดเราเลยมีอะไรกันกับเจ้าตอนนี้ไม่ได้ทั้งๆที่อยากทำมาก” องค์ชายรองตรัสตรงๆ
“ไม่ต้องตรัสตรงขนาดนั้นก็ได้เพคะ” เหวยเซียงกล่าว
ดังนั้นทั้งสองพระองค์จึงแค่นอนคุยกันตามประสาสามีภรรยา
“เจ้าเล่าให้เราฟังบ้างสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น” องค์ชายรองทรงอยากรู้
“หลังจากที่พ่อหมอประกอบพิธีย้ายร่าง คาถาของพ่อหมอทำให้ดวงวิญญาณของหม่อมฉันและของเผิงเหนียงหลุดออกมาจากร่างของตนเผิงเหนียงรีบรุดไปที่ร่างของฉู่หลินแต่นางเข้าร่างนั้นไม่ได้เพราะมีสายสิญจน์ของฮองเฮาเอิ่นลั่วคุ้มครองร่างนั้นไว้ทำให้ดวงวิญญาณของเผิงเหนียงกลับเข้าร่างเดิมเพคะ แต่สำหรับหม่อมฉันนั้นกลับโดนดวงวิญญาณฉู่หลินฉุดหม่อมฉันให้ไปอีกมิติหนึ่งในมิตินั้นดูมืดมนไร้หนทาง นางบอกหม่อมฉันว่าจะทวงร่างคืนนางจึงพาหม่อมฉันไปที่ทางออกของมิตินั้นนายทวารบอกว่าให้ไปที่ทางออกได้เลยแต่ให้เลือกประตูให้ถูกต้องถึงจะได้กลับเข้าร่างได้หม่อมฉันมองเห็นว่ามันมีทั้งหมดสามประตูด้วยกันเพคะแต่ฉู่หลินกลับมองเห็นเพียงแค่ประตูเดียว นางจึงเดินไปที่ประตูตรงกลางพอถึงคิวหม่อมฉัน ในตอนนั้นหม่อมฉันเลือกไม่ถูกจริงๆเพคะทำให้หม่อมฉันยืนลังเลอยู่นานจนกระทั่งดวงวิญญาณของฮองเฮาเอิ่นลั่วเสด็จออกมาจากประตูซ้าย พอพระนางทรงทอดพระเนตรเห็นหม่อมฉันพระนางก็ทรงรีบจูงหม่อมฉันให้กลับเส้นทางเดิมก็คือประตูซ้ายนั้นในระหว่างที่เดินไปด้วยกันพระนางตรัสว่าต้องใช้เวลาสิบวันเพื่อให้ร่างของฉู่หลินประสานกับดวงวิญญาณของหม่อมฉันเพคะและพระนางตรัสอีกว่าฉู่หลินดวงถึงฆาตแล้ว นางไม่อาจกลับไปยังร่างของตัวเองได้อีกดังนั้นนางจึงมองเห็นแค่ประตูตรงกลางเท่านั้นเพคะ” เหวยเซียงเล่ายืดยาว
“แสดงว่าฮองเฮาทรงทราบว่าเจ้าสามารถกลับเข้าร่างฉู่หลินได้นี่พระองค์ทรงตั้งพระทัยแกล้งเราล่ะสิเราก็กังวลตั้งนานว่าดวงวิญญาณของฉู่หลินจะเข้าร่างนี้ไม่ใช่เจ้าแต่ไม่เป็นไรในเมื่อฟ้ายังคงเห็นใจในความรักระหว่างเรา ยอมส่งเจ้ากลับคืนมาแค่นั้นเราก็พอใจแล้ว” องค์ชายรองตรัส
“ขอบพระทัยนะเพคะ ที่ทรงช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้” ก่อนไปอีกมิติหนึ่งดวงวิญญาณของเหวยเซียงมองเห็นองค์ชายรองพาทหารบุกเข้ามาช่วยนางไว้
“เจ้าพักผ่อนเถิดนะร่างกายของเจ้ากำลังฟื้นตัว” องค์ชายรองทรงลูบหัวของนางอย่างเอ็นดูและทรงดำริในพระทัยว่า “เราจะปกป้องเจ้ายิ่งชีวิตจะไม่ยอมให้ใครมาทำอันตรายเจ้าได้อีก เราสัญญา”
องค์ชายรองทรงกอดพระชายาเหวยเซียงอย่างทะนุถนอมและหลับใหลไปด้วยกันอย่างสบายใจ
จบบริบูรณ์