The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    ตอนที่ 48 การแข่งนัดหยุดโลก(รีไรท์)

         เหล่าผู้ชมบริเวณนั้นต่างพากันเงียบกริบ  พวกเขาหันมามองเด็กหนุ่ม  ดวงตาฉายแววสงสัยและเกลียดชังอย่างชัดเจน


     

         เหมยลี่รับรู้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมา จึงรีบลากเด็กหนุ่มออกจากตรงนั้น  มาวินเลยแหกปากร้องท้วงเสียงดัง  แต่ก็เดินตามแบบจำใจ  


    “ ทำอะไรน่ะ ยัยโย่ง  ปล่อยชั้นนะ ”


     

          เด็กหนุ่มหัวเขียวถูกลากไปได้ครู่หนึ่ง  ทั้งสองก็มาถึงระเบียงรับลมนอกสนาม


    “ เธอทำบ้าอะไรเนี่ย ” มาวินไม่พอใจ  เหมยลี่จึงจ้องกลับ แววตาเงียบสงบดุจทะเลลึก  สะกดให้เด็กหนุ่มหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัว  ก่อนที่เธอจะเอ่ยถามเบาๆ


    “ ชั้นต่างหากที่ต้องถาม  นายตะโกนแบบนั้นทำไม ” 


    “ อ่ะ  อ่อ  เอ่อ.... ” ถึงตอนนี้มาวินเริ่มรู้ตัวแล้วว่าทำอะไรลงไป  อันที่จริง เขาเองก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน  เลยตอบไม่ถูก



           เหมยลี่มองเด็กหนุ่มอยู่พักใหญ่  เธอพยายามหาสาเหตุ แต่ก็พบเพียงความหวั่นไหวและสับสน ไม่นาน  เด็กสาวก็ลองหยั่งเชิงด้วยคำถาม


    “ นายอิจฉาพวกเขาเหรอ ”


     

        ปฏิกิริยาแรกของมาวินคือก้มหน้าลง  ก่อนนิ่งไปหลายอึดใจ  ท่าทางเซื่องซึมคล้ายคนจิตตก  ทำให้เหมยลี่สรุปได้ว่าสมมุติฐานของเธอน่าจะเป็นจริง  จึงถามต่อ


    “ ถึงนายจะบ้าบอ กวนประสาท  และปากมาก  แต่ก็ไม่ใช่คนขี้อิจฉา  การที่ออกอาการขนาดนี้ แสดงว่ามีปมบางอย่าง  นายอยากเล่าให้ชั้นฟังมั้ย ”


     

        หลังจากฟังเหมยลี่ร่ายยาว  เด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมา เขาอ้าปากอยู่นานจนคล้ายคนกรามค้างประมาณจะถามว่าตกลง  ชั้นมีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย


     

          ส่วนทางฝ่ายเหมยลี่ก็สบตากลับ ก่อนจะเริ่มถามซ้ำอีกครั้ง 


    “ ว่าไง อยากบอกอะไรมั้ย ” 


    “ เชอะ ” มาวินสะบัดสะบิ้งด้วยการหนีไปอยู่อีกมุม  เขากอดอกแน่น  พร้อมทำหน้าบึ้ง



         ใบหน้าของเหมยลี่เริ่มเปื้อนรอยยิ้ม เธอแน่ใจแล้วว่าสาเหตุแห่งความคลั่งเมื่อครู่คืออิจฉา  เด็กสาวจึงตามไปยืนตรงขอบปูนกั้นใกล้จุดที่มาวินอยู่  ก่อนจะเริ่มหยั่งเชิง


    “ สิ่งที่เกิดน่าจะมาจากความอิจฉา ชั้นเลยคาดว่านายมีบางสิ่งที่อยากทำมากๆ  แต่ทำไม่ได้ เพราะดันมาติดอยู่ที่นี่ ” 


    “ นะ….นี่เธอรู้ ” มาวินตกใจ  แล้วรีบหันไปมอง เขาไม่แน่ใจว่าเผลอเล่าอะไรให้เหมยลี่ฟังบ้าง 


    “ ตกลงจะเล่ามั้ย ” เด็กสาวสวนกลับ  แววตาดูคาดหวังกับคำตอบ แต่เด็กหนุ่มเล่นตัวด้วยการเบือนหน้าหนี



         เหมยลี่ผิดหวังเล็กน้อย เธอมองตรงไปข้างหน้า  ท่าทางเลื่อนลอย  ความเงียบเข้าเกาะกุมสถานการณ์จนได้ยินเสียงลมกระโชกแรงและเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย  ในที่สุด  มาวินก็ยอมเปิดปาก 


    “ ชั้นฝันอยากเป็นแชมป์โลกสเก็ตบอร์ด ”


     

         เหมยลี่รีบหันกลับไปมองมาวิน  จึงพบว่าเด็กหนุ่มกำลังมองตรงไปข้างหน้าเช่นกัน  ทว่าดวงตากลับปรากฏแววจริงจังและเด็ดเดี่ยว  ทำให้เธออึ้งไปชั่วขณะ  ภายในใจแอบขบคิด


    “ เจ้าหมอนี่มีมุมจริงจังแบบนี้ด้วยเหรอ ”


     

          ทั้งคู่ไม่เอ่ยคำใด แต่ต่อมา  เด็กสาวจึงฉุกคิดบางอย่างได้  เลยเป็นฝ่ายถามก่อน


    “ สเก็ตบอร์ดคือ….อะไร ”


     

          มาวินขมวดคิ้วนิ่วหน้า พร้อมถอนหายใจแรง  เขาทำแบบนี้อยู่หลายครั้ง  ก่อนตอบกลับมาแบบเซ็งๆ


    “ มันเป็นแผ่นกระดานติดล้อ  เราต้องขึ้นไปยืนบนนั้น  แล้วใช้เท้าข้างหนึ่งไถพื้นให้มันวิ่ง  ยิ่งไถแรงก็ยิ่งเร็ว ” 


    “ แล้วมันสนุกตรงไหน  เท่าที่ฟังไม่เห็นมีอะไรเลย  ไม่มีปะทะ  ไม่มีต่อสู้ ” คิ้วของเหมยลี่ขมวดนิ่ว  มาวินจึงโต้ตอบด้วยการถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วแจกแจง


    “ ความสนุกไม่ได้อยู่ที่อัดใครหรอก  แต่สนุกตรงที่เราต้องแข่งกับตนเอง  เพื่อสร้างสถิติใหม่ที่มีคนจดจำอย่างเช่นความเร็วสูงสุด คะแนนสูงสุด  ท่าที่สวยและยากที่สุด ”


     

          เด็กสาวมาดเข้มมองหน้าเด็กหนุ่มนิ่งๆ  จากนั้นเธอก็ไถ่ถามถึงสิ่งที่ยังสงสัย 


    “ กระดานติดล้อนั่นเล่นได้หลายท่าจริงเหรอ ” 


    “ ฮ่าๆ  จริงสิ  วันหลังชั้นจะลองทำสเก็ตบอร์ดขึ้นมาซักอัน  แล้วเล่นให้เธอดู จะได้รู้ว่ามันสนุกแค่ไหน” มาวินหัวเราะเบาๆ  สีหน้าดูเปี่ยมสุข



        เด็กสาวมาดขรึมยืนมองเด็กหนุ่มอยู่ครู่ใหญ่  ในใจเริ่มลังเล


    “ หรือสเก็ตบอร์ดนั่นจะสนุกจริงๆ ”


     

         เด็กสาวเกือบจะเชื่อแล้วว่าการเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่เจ๋งสุดๆ แต่แล้วก็ฉุกคิดถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้


    “ แต่ชั้นไม่เคยเห็นการแข่งสเก็ตบอร์ดมาก่อน มันยิ่งใหญ่ถึงขั้นชิงแชมป์โลกกันเลยเหรอ ” 


    “ ใหญ่สิ  เล่นกันหลายประเทศเลย...เฮ้ย  ไม่ใช่  หลายหมู่บ้านต่างหาก  เอ่อ...หมายถึงแถวบ้านชั้นน่ะ  คนเล่นกันเยอะมาก ” มาวินเกือบเผลอเล่าความจริง  แต่ก็ยั้งได้ทัน  เพราะถ้าขืนเผยออกมาหมด มีหวังถูกหมายหัวให้เป็นคนวิกลจริต


     

         เด็กสาวหรี่ตาลงนิดนึง ท่าทางเคลือบแคลง  เวลาต่อมา  เธอก็เริ่มจี้


    “ ตกลงนายมาจากหมู่บ้านไหนกันแน่ ” 


    “ เอ่อ.....บอกไปก็ไม่รู้หรอก  หมู่บ้านนั้น  เอ่อ....มันลึกลับมากน่ะ  ฮะๆ ” มาวินแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน ทำให้เด็กสาวรู้สึกสงสัยมากขึ้น


     

         เหมยลี่ยืนกอดอก พลางเอียงคอมองเด็กหนุ่มที่ยืนห่อกาย  แต่ก่อนจะได้คาดคั้นหาความจริง  สองวัยรุ่นก็ได้ยินเสียงเฮดังจากฝูงชน 


    “ เฮ...... ”


     

        ด้วยเหตุนี้  เลยทำให้เหมยลี่เลิกสนใจมาวิน พร้อมกล่าวรัวเร็ว


    “ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน  ไปดูการแข่งก่อน ”


     

         หลังพูดจบ เหมยลี่ก็วิ่งไปที่อัฒจันทร์  ทิ้งให้มาวินยืนเหงาเป็นหมาหงอย  เมื่อเด็กสาวหายลับไปจากสายตา  เขาก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อ  ในใจนึกโล่งอก


    “ เกือบไปแล้ว  ยังไม่ควรให้ใครรู้ความจริงในตอนนี้ ” 


    …………………….


        เมื่อมาถึงอัฒจันทร์ พวกเขาก็ต้องตกใจ  เพราะในเวลานี้  พื้นที่ทั้งหมดได้มีผู้คนมาสิงสถิต  กะคร่าวๆน่าจะประมาณ 50,000 เห็นจะได้ 


    “ โห.....คนเยอะจริงๆ ” มาวินอุทานดัง



        เด็กสาวพยายามหาที่ว่าง แต่ก็ไม่เจอ  จึงจำใจยืนดูตรงราวเหล็กกั้น  ซึ่งมีฝูงชนหลายร้อยประจำอยู่ก่อนแล้ว  เนื่องจากคนเหล่านั้นไม่สามารถหาที่นั่งได้เหมือนกัน



         วัยรุ่นทั้งสองแหวกฝูงชนไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็หามุมสวยๆสำหรับชมการแข่งได้  อันเป็นราวกั้นช่วงกลางอัฒจันทร์  ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของผู้เล่นในสนามอย่างชัดเจน มันดีเสียจนเหมยลี่ต้องแอบกระซิบที่ข้างหู


    “ มุมดีๆแบบนี้หายาก และถ้านายก่อเรื่องอีก  รับรองว่าโดนดีแน่ ”


     

         เมื่อได้รับคำขู่จากคนจริง มาวินก็ถึงกับขนลุกชูชันไปทั่วกาย  เขาสาบานกับตัวเองเลยว่าหัวเด็ดตีนขาด  ก็จะไม่บ้าบออีก  ด้วยกลัวว่าตนเองจะไม่แก่ตายในชาตินี้


      

        ระหว่างที่รอคอยการแข่งอย่างใจจดใจจ่อ  สุดขอบลานประลองทางด้านขวาได้ปรากฏชายฉกรรจ์จำนวนห้านายกรูเข้ามา พวกเขาล้วนกำยำ  ช่วงล่างสวมผ้าเตี่ยวสีแดงแบบคนหาปลา ท่อนบนสวมเกราะอ่อนสีเงินน่าเกรงขาม  ในมือกระชับสามง่ามเหล็กกล้า 


    " เฮ....." เพียงชายกลุ่มนี้ปรากฏตัว  เสียงเฮก็ดังสนั่นจนฟังไม่ได้ศัพท์


    “ นั่นมัฟฟิน ทีม ROD ประจำเมือง ” เสียงห้าวใหญ่ของเด็กสาวดังเข้ามาสู่โสตประสาท  มาวินได้แต่พยักหน้ารับ 


    “ เท่าที่ดู มัฟฟินคงเน้นเกมบุก  เพราะส่งไฟท์เตอร์มาถึงห้าตัว  นี่คงหวังบุกรวดเดียวถึงป้อมใหญ่แน่นอน ” เด็กสาวเริ่มวิเคราะห์เกมอย่างละเอียด  อันบ่งบอกว่าเธอเองก็คลั่งไคล้กีฬานี้พอสมควร


     

        มาวินนึกหวั่นแทนทีมราสอยู่หน่อยๆ  เพราะสมาชิกทีมมัฟฟินล้วนดูฉกาจฉกรรจ์กันทุกคน ระหว่างที่คิดเรื่อยเปื่อย  ก็ได้ยินเสียงนุ่มทุ้มลึกของโฆษก 


    “ สวัสดีครับ  ผู้ชมทุกท่าน ขอต้อนรับสู่การแข่งขัน ROD นัดหยุดโลก  ระหว่างทีมราส แชมป์โลกไร้พ่าย  กับทีมมัฟฟิน ขวัญใจประจำเมือง ” สิ้นเสียงบรรยายก็ปรากฏเสียงเฮของผู้คนดังสนั่นจนกึกก้องไปทั่วทั้งโคลอสเซี่ยม 


    “ เฮ...... ”


     

          มาวินตื่นเต้นเอามากๆ จากบรรยากาศที่สัมผัส  บอกให้รู้ถึงความยิ่งใหญ่ กายเริ่มสั่นเทา  ปากเผลออุทานออกมาแบบไม่รู้ตัว


    “ สุดยอด ”


     

        เสียงเฮดังยาวร่วมนาที  ในที่สุดก็เริ่มซาลง  เหลือไว้เพียงเสียงพูดคุย  อันเปิดช่องให้ทุกคนได้ยินเสียงนุ่มๆของโฆษกหนุ่มอีกครั้ง 


    “ ก่อนเริ่มเกม  มาพบกับรายชื่อผู้เล่นทีมมัฟฟินกันก่อน  คนแรก กัปตันทีมจอมแกร่ง อินอสต้า  ตำแหน่งไฟท์เตอร์ ”


     

         ทันทีที่โฆษกพูดจบ ชายร่างสูงผิวสองสี  ท่าทางองอาจ  ก็เดินออกมาโชว์ตัว  เขาชูสองแขนขึ้นสูง  เพื่อตอบสนองเสียงโห่ร้องของฝูงชน 


    “ อินอสต้า” เสียงขนานนามจากฝูงชนดังต่อเนื่อง  บ่งบอกให้รู้ว่ากัปตันทีมผู้นี้น่าจะมีชื่อเสียงพอสมควร



         เสียงเรียกดังได้ไม่นาน โฆษกหนุ่มก็ขนานนามผู้เล่นรายอื่น  แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ปังซักเท่าไหร่  สังเกตได้จากเสียงเฮที่ดังประปราย เมื่อการประกาศสิ้นสุด  ก็ถึงเวลาที่ฝูงชนเฝ้ารอ 


    “ และต่อไปคือแชมป์เปี้ยนที่ทุกคนรอคอย...ทีมราส! ”


    " เฮ......."


     

        เสียงฝูงชนดังขึ้นมาอีกครั้ง  คราวนี้มันสนั่นยิ่งกว่าตอนประกาศนามของ อินอสต้าหลายเท่าตัว  ทว่าโฆษกหนุ่มกลับกล่าวตะกุกตะกัก 


    “ อะ...เอ่อ...ดูเหมือนว่าทีมราสจะส่งผู้เล่นลงสนามแค่คนเดียวครับ ”


     

        ผู้ชมทุกคนล้วนเกิดอาการซวนเซ เพราะอยากเห็นราสแบบฟูลทีม  แต่ตอนนี้แชมป์กลับส่งผู้เล่นลงสนามมาแค่คนเดียวเท่านั้น



         ดูเหมือนว่าโฆษกจะเจนเวทีพอสมควร  พอเห็นบรรยากาศในสนามแย่ลง เขาก็พลิกลิ้นด้วยการประกาศใหม่


    “ แต่ผู้ชมไม่ต้องตกใจ  เพราะผู้เล่นคนนั้นก็คือ...กัปตันแม็กซ์  แทงค์อันดับหนึ่งของโลก ”


     

           เสียงเฮกลับมาดังอีกครั้ง  มันกัมปนาทยิ่งกว่าการโห่ร้องครั้งไหนๆ ส่งผลให้อัฒจันทร์สั่นสะเทือน 


    “ เฮ......แม็กซ์..... ” เสียงโห่ร้องสลับกับเสียงขนานนามดังต่อเนื่อง ราวกับว่าคนผู้นี้คือเทพเจ้าแห่งสังเวียน


    “ โห.... เสียงเชียร์ดังเป็นบ้า  เจ้ากัปตันแม็กซ์นี่เก่งขนาดนั้นเลยเหรอ ” มาวินเอ่ยถาม  ทว่าเด็กสาวร่างสูงไม่ตอบคำ ดวงตาคมเข้มจับจ้องไปที่สนาม  เพื่อมองหาแทงค์ชื่อดัง


      

         เสียงโห่ร้องดังนานเกือบห้านาที  เมื่อกระแสเบาลง  ก็มีชายผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในสนาม เขาสูงใหญ่จนเหลือเชื่อ  กะโดยประมาณน่าจะไม่ต่ำกว่าสองเมตร มิหนำซ้ำเรือนร่างยังอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม



          ท่อนบนของชายผู้นี้เปล่าเปลือย  มีเกราะหนังปกคลุมหัวไหล่ ช่วงล่างสวมกางเกงขาสั้นสีแดง  อันตัดกับผิวทองแดง  มีสนับหนังติดหัวเข่าและหน้าแข้ง  สองมือกระชับขวานใหญ่ทั้งซ้ายขวา


     

           แม้ไม่เห็นใบหน้าของแทงค์อันดับหนึ่ง  เพราะมองจากระยะไกล  แต่เมื่อพิจารณาจากผมสั้นที่ดำสนิท ประกอบกับร่างกายที่แข็งแกร่งผิดมนุษย์  ก็จินตนาการได้ว่าชายผู้นี้คงจะน่าเกลียด  น่ากลัว  ไม่ต่างไปจากอสูรร้ายในตำนาน



    สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องThe Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี ที่คุณอ่าน