“ท่านนอส เก็บเขี้ยวของงูตัวนี้ไปด้วยซิคะ เขี้ยวมันดูจะเป็วัตดุดิบที่พอจะใช้ได้อยู่นะ”
ลิลิธร้องบอกให้นอสเก็บเขี้ยวทั้งสองของงู
“นั่นสิ เก็บไว้เอาไปขายน่าจะได้ราคาดีอยู่นะ”
“ใครบอกให้ท่านเอาไปขายกันล่ะ ฉันหมายความว่าให้ท่านเก็บมันแล้วนำเอาไปเป็ส่วนประกอบของอาวุธใหม่ค่ะ อย่างน้อยๆ มันก็ดีกว่าตัวที่ท่านนอสใช้อยู่ตอนนี้แน่นอน”
“อ่า เป็ความคิดที่ดี”
หลังพูดเสร็จนอสเก็บผลึกเข้ากระเป๋าแล้วเดินไปเก็บเขี้ยวมา เขี้ยวของบารันด้านั้นมีความยาวประมาณหนึ่งศอกได้ นอสเก็บมันอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อให้วัตถุดิบไม่เสียหายมากจนเกินไป
“เอาล่ะ เท่านี้คงหมดธุระกับเ้านี่แล้ว รีบออกจากพื้นที่ดีกว่า ก่อนที่จะมีตัวอะไรมาเพิ่ม”
การออกจากพื้นที่คือสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด นอสกังวลว่าเ้าเสือที่เจอเมื่อคืนก่อนอาจจะได้กลิ่นเืของงูตัวนี้แล้วก็ได้ การรีบออกห่างอาจจะเป็ทางเลือกที่ดีกว่าสู้ การสู้กับเ้างูบารันด้าตัวนี้ทำให้นอสอ่อนแรงพอสมควร
แล้วถ้าเจอแล้วเผลอได้สู้กับมันตอนนี้นอสคิดว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ นอสจะได้กลายเป็อาหารเย็นของมันแน่นอน
“ท่านนอสกำลังมุ่งหน้าไปที่ไหนกันคะ”
ลิลิธถามนอสขณะที่นอสกำลังวิ่งออกมา
“ฉันว่าจะเข้าไปดูร่องรอยของพวกหวังลิ่วก่อนเพราะมันอยู่ใกล้ๆ กันพอดี ไหนจะเจอศึกหนักมาตั้งกี้ฉันต้องหาที่พักเอาเเรงก่อนด้วย”
นอสอธิบาย
นอสวิ่งมาหลายชั่วโมงก่อนจะมาถึงบริเวณที่เคยมีการประทะกันกับฮันนี่แบร์ครั้งก่อน พื้นป่าบริเวณโดยรอบล้มระเนระนาดเต็มไปหมดพื้นทื่
นอส้าที่จะตรวจสอบโดยละเอียดที่สุด นอสเดินตรงไปจุดที่เคยมีคนโดนฮันนี่แบร์คำรามแล้วเกิดคลื่นพลักให้กระแทกหินแล้วเสียชีวิต แต่ตอนนี้ศพมันหายไปอย่างไร้ร่องรอย นอสคิดว่าอาจจะเป็พวกสัตว์แถวนี้ที่จัดการไป
บริเวณโดยรอบปกติทุกอยู่อย่างจนนอสมาสะดุดตากับที่ที่หนึ่ง ตรงพื้นมันมีรอยคราบเืที่เยอะมากกว่าปกติจนน่าสงสัย
“คราบเืนี่มันอะไรกัน คนคนหนึ่งเืไหลออกมาเยอะแบบนี้ไม่ได้แน่น่อน”
คราบเืไหลเป็ทางยาวเหมือนกับถูกลากไปกองไว้จุดจุดหนึ่ง ด้วยความสงสัยนอสก็เดินตามมันไปด้วยความระมัดระวัง เพราะสิ่งที่ลากมันไปอาจจะไม่ใช่พวกหลังลิ่วก็ได้
นอสเดินตามไปได้สักพักก็เจอกับต้นตอของคราบเืแล้ว
“บ้าอะไรวะเนี่ย ไอ้พวกสารเลวนั่นทำจริงๆ ตามที่เฟิงบอกสินะ”
ภาพที่นอสเห็นตอนนี้ คือศพทั้งหมดของพวกที่เคยรับงานกับหวังลิ่วในการปราบฮันนี่แบร์ทั้งหมด ศพแต่ละคนอวัยวะบางส่วนขาดหายไป เหมือนกับถูกทรมาน
ใบหน้าเต็มไปด้วยความทรมาน นอสได้แต่กำหมัดถ้าเขาไม่ได้ล่อฮันนี่แบร์ออกไปพร้อมกับซิท พวกเขาสองคนอาจจะมีสภาพแบบนี้ก็ได้
“ไอ้พวกหวังลิ่ว ฉันจะชำระแค้นพวกแกแน่คอยดูเถอะ”
นอสคิดเขาเคียดแค้นที่พวกมันหลอกใช้ประโยชน์จากตัวเขา และนอสก็้าจะแก้แค้นให้กับพวกศพที่อยู่ที่นี่ด้วย
……………
นอสปักหลักอยู่ที่นี่สักพักใหญ่ๆ แล้วั้แ่วันนั้น ทุกๆ วันนอสจะขุดหลุมศพและพยายามฝังศพที่อยู่ตรงนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไว้อาลัย และระหว่างนั้นนอสก็ซึมซับแกนของงูบารันด้าไปพรางๆ ด้วย โดยผลึกของพวกระดับสีส้มขึ้นไปนั้นจะต้องใช้เวลานานหลายเท่ากว่าพวกระดับสีเขียวหรือสีเหลือง
นอสเลยใช้เวลาว่างหลังจากที่ต้องดูดซึมผลึกแล้วมาขุดหลุมศพแทน วันนี้เป็ศพสุดท้าย ศพที่สมบูรณ์ที่สุด นอสจำเธอได้เธอเป็ผู้หญิงคนที่จะแย้งหวังลิ่วบางอย่างแต่ก็ถูกหวังลิ่วเมินไปในตอนนั้น
เธอน่าจะคิดว่าแผนของหวังลิ่วมีอะไรแปลกๆ ั้แ่ตอนนั้นจึงจะแย้งเื่นั้นแน่ๆ เมื่อคิดแบบนั้นก็ทำให้นอสโกรธและแค้นหวังลิ่วมากกว่าเดิม นอสอุ้มศพของเธอคนนี้เพื่อจะได้เอาไปฝั่งไว้ที่หลุมที่นอสขุดเตรียมไว้
กริ้งๆ!!~
นอสอุ้มเธอขึ้นพร้อมกับเสียงของอะไรบางอย่างตกลงมาจากศพของเธอ
“อะไรน่ะ แหวนหรอ?”
นอสเหลือบสายตามอง ั้แ่ศพแรกๆ นอสไม่เคยพบของอะไรเลย นอสคิดว่าพวกหวังลิ่วขโมยมันไปหมดแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่นอสได้พบของสักชิ้นจากศพพวกนี้ เพื่อเป็การให้เกียรติศพของเะอนอสเลือกจะนำเธอไปฝังก่อนแล้วเขาจะมาตรวจสอบมันอีกที
ผ่านไปสักพักนอสก็ฝังศพที่อยู่ตรงนี้หมดแล้ว
“ฟู่ว~ เสร็จสักที เอาล่ะได้เวลาตรวจสอบแหวนวงนั้นแล้ว”
ั้แ่ฝังศพเธอแล้วนอสก็รีบเก็บมันเอาไว้เพราะกลัวว่ามันจะหายไปถ้านอสมาเก็บอีกทีหลังจากฝังทุกศพแล้ว นอสควักแหวนออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง มันส่องประกายสวยงาม ตรวจสักพักนอสก็รู้ว่ามันเป็แหวนมิติ
“ถ้าเธอมีแหวนมิติแสดงว่าเธอมาจากครอบครัวที่มีฐานะพอสมควรเลยสินะ ขอดูหน่อยแล้วกันว่าคนรวยๆ เขาใส่อะไรกันไว้บ้าง”
นอสหยิบมาสวมไว้ที่นิ้วมือตัวเอง หลังจากนั้นก็ส่งพลังเวทย์เข้าไปเล็กน้อย แล้วนอสก็ทำท่าเหมือนล้วงอะไรบางอย่างที่กลางอากาศ ทันใดนั้น
มือของนอสหายไปที่กลางอากาศมันเป็เหมือนช่องว่างที่กลางอากาศ นอสค้นของที่อยู่ข้างในสักพักแล้วก็หยิบมันออกมา
ส่วนมากจะเป็อาหาร เสื้อผ้าและของจิปาถะต่างๆ ของพวกผู้หญิง และที่สำคัญมีเงินอยู่ข้างในนี้เยอะมากๆ พอสมควร
“นี่สิคนรวยๆ เขาก็ต้องพกพวกเงินทองกันแบบนี้แหละ ไม่ต้องห่วงนะฉันจะใช้เงินเธอเพื่อเป็ทุนในการแก้แค้นไอ้พวกหวังลิ่วเองนะ ฮิๆ …”
นอสหัวเราะออกมาแปลกๆ เพราะดีใจที่ได้เงิน
นอสค้นต่อไปเรื่อยๆ ก็เจอกับบัตรประจำตัวของเธอเข้า เธอคนนี้ชื่อ ติช่า อาย เบอร์โทน เธออายุ 20 ปี
นอกนั้นก็ไม่มีอะไรบอกถึงเธออีกเลย
“นี่มัน….”
ต่อมานอสก็เจอเข้ากับตำราเวทย์เล่มหนึ่ง นอสตาเบิกกว้าง นี่มันไม่ใช่สิ่งของที่จะพบได้ทั่วไปซะทีเดียว
ตำราเวทย์ สิ่งที่ถูกคัดกรองและคัดลอกมาจากอารยธรรมโบราณจากดาวที่ค้นพบประตูยูโทเปียครั้งแรก มันเป็เหมือนกับเคล็ดวิชาที่ให้คนได้ฝึกและเรียนรู้มัน แต่ทางสหพันธ์ไม่ได้ปล่อยให้กับคนทั่วไปฝึก มีเพียงตระกูลใหญ่ๆ หรือพวกครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย หรือคนที่มีบัตรโควตา เท่านั้นที่จะสามารถซื้อหรือพวกตำราเวทย์ได้
นอสหยิบขึ้นมาพร้อมกับมือที่สั่น แต่นอสไม่ได้สั่นเพราะความกลัวแต่กำลังดีใจสุดๆ เพราะโอกาสจะได้ฝึกของพวกนี้มันยากมากๆ นอสรีบค้นข้างในแหวนอีกเผื่อจะเจออีกสักเล่ม แต่จนสุดท้ายมันก็มีเพียงเล่มนี้เล่มเดียว
หนังสือที่ดูมีความทันสมัยแต่ที่หน้าปกได้สลักไว้ว่า ‘เนตรมนตรา’
แค่ดูชื่อก็รู้ว่ามันต้องเป็วิชาที่เกี่ยวข้องกับตาแน่ๆ โดยทั่วไปที่นอสได้ยินมาพวกวิชาที่เกี่ยวกับตาจะเป็การเสริมให้มองเห็นไกลขึ้นหรือดีขึ้นเพียงแค่นั้นเอง
“สายตาฉันมันก็ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าฝึกไว้มันอาจจะช่วยเสริมประสิทธิภาพขึ้นกว่าเดิมก็ได้นะใครจะไปรู้”
นอสตั้งใจจะฝึกแต่ การจะฝึกวิชาจากตำราเวทย์พวกนี้โดยปกติทั่วไปมันจะต้องใช้ยาปรับสภาพกล้ามเนื้อร่วมด้วยเพื่อที่จะทำให้ร่างกายของคนคนนั้นพร้อมสำหรับฝึกวิชานั้นๆ
แต่นอสค้นดูทั่วแหวนมิติของติช่าหมดแล้วก็ไม่เจอกับยาที่ว่าเลย
“แสดงว่าติช่าฝึกมันไปแล้วสินะ”
ยาปรับสภาพกล้ามเนื้อเมื่อซื้อตำราเวทย์มาทางสหพันธ์ก็จะแถมมาให้พร้อมๆ กัน และทางสหพันธ์จะไม่ขายปรับสภาพกล้ามเนื้อแยกเป็อันขาด ทำให้นอสคิดหนักว่าจะฝึกวิชานี้ยังดี
“ถ้าเราฝึกด้วยตัวเองก็น่าจะได้ แต่ก็อันตรายแล้วนานกว่าคนใช้ยาหลายเท่าเลย…..แต่ฝึกไว้มันก็ดีกว่านี่หว่า โอกาสที่จะได้ตำราเวทย์มันไม่ได้มีบ่อยๆ นะ”
นอสตบหน้าตัวเองไปหนึ่งทีเพื่อเพิ่มความฮึกเหิม การที่นอสจะฝึกโดยไม่ใช้ยาเลยถ้าเขาฝึกพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจทำให้นอสพิการเลย
ความเสี่ยงนี้นอสก็เตรียมจะแบกรับเพราะเขา้าที่จะแข็งแกร่งขึ้น ถึงนอสเก็บไว้มันก็เสียเปล่า และถ้าเขาจะขายมันก็ทำไม่ได้ถ้าสหพันธ์รู้ว่าเขาขายตำราเวทย์แล้วละก็จะถือว่าทำผิดกฎหมายร้ายแรงของสหพันธ์
นอสจึงไม่อยากเสี่ยงที่จะโดนจับเพราะอยากจะได้เงินเพียงไม่เท่าไหร่และไม่คุ้มเสี่ยงเอาเสียเลย
“ถ้าจะฝึกก็ต้องหาที่เงียบๆ หน่อย….นึกออกแล้วว่าที่ไหนดีที่น่าจะใช้ได้”
นอส้าหาที่เงียบๆ นอสนึกได้ที่เดียวแถวๆ นี้ นั่นคือถ้ำของฮันนี่แบร์นั่นเอง แต่มันก็หลายวันแล้วอาจจะมีตัวอะไรเข้าไปอยู่แทนหมีแล้วก็ได้ แต่โซนแถวๆ นี้มันก็ไม่ค่อยมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเกินระดับเหลือมากเท่าไหร่ทำให้นอสรู้สึกว่าคุ้มเสี่ยงที่จะไปยึดเอาถ้ำของหมีมาเป็ของตัวเอง
นอสเก็บของทั้งหมดแล้วรีบตรงไปที่ถ้ำของฮันนี่แบร์ เดินมาได้ไม่ไกลนอสก็ถึง นอสเดินตรงเข้าไปในถ้ำช้าๆ นอสบอกให้ลิลิธช่วยสังเกตรอบๆ ด้วยเผื่อตัวของนอสเองจะไม่ทันระวัง
แต่เมื่อนอสเดินไปสักพักมันกลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เลยอยู่ที่นี่
“ทำไมไม่มีตัวอะไรเข้ามาอาศัยที่นี่เลยนะ ทั้งๆ ที่หมีมันตายไปแล้วตั้งหลายวัน หรือว่าเพราะกลิ่นของมันยังคงอยู่ในถ้ำเลยทำให้พวกมอนสเตอร์ระดับต่ำๆ กลัวจนยังไม่กล้าเข้าใกล้”
ความคิดของนอสเป็เื่ที่ถูกต้อง เพราะกลิ่นหมีที่ทิ้งไว้มันยังอบอวลอยู่รอบๆ ทำให้พวกมอนสเตอร์ยังคิดว่าหมีตัวนั้นยังมีชีวิตอยู่และไม่กล้าเข้าใกล้นั่นเอง นอสที่เดินถือคบเพลิงเข้ามาในที่สุดก็เจอเข้ากับรังของฮันนี่แบร์แล้ว หญ้าแห้งที่ถูกวางไว้เป็ที่นอนขนาดใหญ่แล้วไหนจะเศษซากของกระดูกมอนเตอร์เต็มไปหมด เป็สถานที่ที่ดูสยองขวัญใช้ได้เลย แต่สำหรับนอสถือว่ามันสงบสุขมาก
เพราะมันไม่มีสิ่งใดมารบกวนได้ยกเว้นแต่เพียงเสียงหยดน้ำที่ดังก้องอยู่ภายในถ้ำเท่านั้นเอง นอสก่อไฟไว้เพื่อเพิ่มแสงสว่างแล้วกับถ้ำ เมื่อมีแสงสว่างพอ นอสก็พร้อมที่จะเริ่มต้นการเรียนรู้แล้ว นอสเรียกตำราเวทย์ออกมา
นอสเตรียมเปิดมันด้วยความตื่นเต้น
“มาเลยๆ ฉันพร้อมแล้ว แฮะๆ”
ลิลิธที่เงียบอยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นนอสยิ้มหัวเราะด้วยความตื่นเต้นแบบแปลกๆ เธอก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรแต่กลับหันหน้าหนีเพราะความเอือมระอากับสีหน้าของเ้านายตัวเอง
……………………..