ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๔๐ กระตุกหนวดเสือเฒ่า (re-edition)

            ในความมืดของป่าทึบมีเพียงแสงจันทร์สาดส่อง .. ผิวหนังเฒ่าปักษาวายุเขียวคล้ำด้วยปราณพิษ เส้นเลือดปูดโปนร่างกายพองขยายใหญ่ พลังปราณเข้มข้นโหมพัดกระพือทำยอดต้นสนไหวลู่

            “ไอ้หัวเกรียน .. ข้าจะนำเลือดหัวของเจ้าออกมา ..” เสียงอันแหบแห้งดังภูตผี ทำอุทัยขนลุกเกรียว

            "มีฝีมือก็เข้ามาสิ .. ตาเฒ่า .." อุทัยยังปากกล้ากล่าวท้าทาย

            ตาเฒ่าพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ท่าร่างมองเห็นเป็นวิหคปราณตัวใหญ่สีเขียวทะมึนด้วยพิษร้ายแรง

            อุทัยสงบจิตใจดังน้ำใสกระจ่างจนมองเห็นก้นบึ้ง มันโคจรปราณอรุณโรจน์ ร่างกายก่อเกิดอักขระยันต์สีทองเรืองรอง

            กรงเล็บพิษแห้งเหี่ยวตรงเข้าตะปบลำคอของอุทัย อุทัยเบี่ยงกายใช้แขนซ้ายปัดกระแทก

            .. ปุกกก !!! กรงเล็บถูกปัดออก

            แล้วอุทัยจึงปล่อยแข้งขวาเตะเข้าใส่ ตาเฒ่ายังว่องไวยกแขนซ้ายขึ้นป้องกัน

            .. พลักกก !!! แข้งขวาอุทัยถูกสกัดไว้

            อุทัยฟันศอกซ้ายตามต่อ เข้าใส่ใบหน้าตาเฒ่าในบัดดล

            .. ผั๊วววะ !!! ศอกนั้นฟาดเข้าใบหน้าตาเฒ่าอย่างแรง

            เฒ่าปักษาวายุหน้าหงายเลือดกบปาก แต่ก็ยังปล่อยเท้าขวาถีบเข้ายอดอกอุทัย

            .. พลักกก !!! อุทัยถูกถีบลอยกระเด็นตามแรงตีน

            .. โครมมม !!! ร่างของอุทัยปลิวกระเด็นไปติดต้นไม้ใหญ่

            ตาเฒ่าตั้งหลักได้พุ่งกายเข้ามาหาอีก อุทัยใช้เท้าถีบต้นไม้เป็นแรงส่งพุ่งเข้าปะทะ

            .. พลักกก !!! .. พลักกก !!! .. พลักกก !!!

            พวกมันชกต่อยแลกอาวุธกันอย่างรุนแรงไม่มีใครยอมใคร

            .. ผั๊วววะ !!! .. พลักกก !!! .. ผั๊วววะ !!!

            อุทัยประเคนหมัดเท้าเข่าศอกเข้าใส่โดยไม่ยั้ง

            .. เปรี๊ยงงง !!! .. ป๊าบบบ !!! .. ป๊าบบบ !!!

            เฒ่าปักษาวายุโต้ตอบใช้หมัดฝ่ามือระดมฟาดใส่อุทัย

            “!!!” เฒ่าปักษาวายุ มันฟาดฝ่ามือนับสิบเข้าใส่อย่างจัง ความทรหดของอุทัยสร้างความแปลกใจแก่มัน นี่เพียงแค่ระดับมัธยะปราณเท่านั้นเด็กหนุ่มยังถึกทนถึงเพียงนี้

            ไม่เพียงแต่รับการทุบตี อุทัยยังสวนหมัดเท้าใส่ตาเฒ่าอย่างดุดัน โดยเฉพาะเข่าศอกในระยะประชิด ทำอวัยวะภายในของตาเฒ่าแทบสลับแทนที่กัน

            แต่สภาพอุทัยก็ไม่ดีเลิศเท่าใด ทุกหมัดเท้าที่เข้าปะทะรู้สึกราวกำลังชกหน้าหินผา ความเจ็บปวดแผ่สรรพางค์ไปตามอวัยวะ ฝ่ามือของตาเฒ่าที่ฟาดตบมาแต่ละครั้งทำมันลมปราณปั่นป่วน เลือดไหลออกปากจมูก

             

            ห่างไปนับโยชน์ .. วงแสงสีแดงเข้มส่องสว่างออกเป็นวงกว้าง ร่างญานินดาแผ่กระจายเปลวอัคคีร้อนแรงสะบัดพัดพลิ้ว ดวงจิตของนางถูกผนึกจนสงบนิ่ง สายลมพัดนำผงเถ้าของร่างกายปักษาลิขิตกระจายออกไป เผยให้เห็นดวงจิต ‘ปักษาอัคคีสวรรค์’ ทั้งห้าเป็นดวงแสงหมุนวนอย่างช้าๆ

            ร่างญานินดาลอยขึ้นเหนือพื้น ดวงจิตทั้งห้ายังหมุนรอบในเส้นแนวที่แตกต่างกัน และเริ่มหมุนเร็วขึ้น

            … รวดเร็วขึ้น

            ….. รวดเร็วขึ้นอีก

            ……. เร็วกว่านี้อีกนับสิบๆ เท่า

            …….. รวดเร็วจนเห็นเป็นวงแหวนอัคคีสีแดงห้าวงล้อมรอบญานินดาไว้

            ญานินดาหลับตาลงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นแนบอก ดวงจิตทั้งห้าปลดปล่อยพลังอันร้อนแรง พร้อมกระจายแสงส่องสว่างวาบออกมา

            ก่อเกิดห้วงมิติภายในจิตของญานินดา มิติยืดขยายเป็นแสงสว่างขาวนวลโดยหาที่สิ้นสุดมิได้

            ดวงตาสีแดงเพลิงยาวเหยียดใหญ่โตคู่หนึ่งลืมตาตื่นขึ้น!!!

            ที่สาดส่องเป็นพลังอัคคีสุดกร้าวแกร่ง ดวงตาแขวนอยู่บนผืนฟ้าภายในมิตินั้นดุจภาพวาด

            ดังช่วงเวลาถูกผนึกทำให้หยุดนิ่งไว้

            “เจ้าคือใคร ..” ญานินดาถาม จ้องมองไปยังดวงตาคู่นั้น

            “ข้าคือเจ้า .. ฮิ ฮิ ..” น้ำเสียงดุจเดียวกันกล่าวตอบ

            “เจ้าคือข้า ..” ญานินดากล่าวทวน

            “ถูกต้อง .. เจ้าคือข้า .. ข้าก็คือเจ้า .. เราคือหนึ่งเดียวกัน ..” เสียงภายในมิติตอบ ดวงตาปักษาอัคคีสีแดงยกยิ้มเล็กน้อย

            “เราคือหนึ่งเดียวกัน .. เราทั้งหมดคือหนึ่งเดียวกัน .. หรือ” ญานินดากล่าวพึมพำ คล้ายนางเริ่มรับรู้ด้วยจิตสำนึก

            ดวงตาปักษาอัคคีกล่าว

            “ถูกต้อง .. เราทั้งหมดคือหนึ่งเดียวกัน ..”

            “ดูท่าจะยังงุนงงอยู่ไม่น้อย .. อิ อิ”

            “ข้าคือบันทึกแห่งจิตที่เจ้าสร้างเอาไว้ ..”

            “จิตวิญญาณที่กำเนิดใหม่ .. ค้นหาคำตอบสิ ..”

            “คำตอบของตัวเจ้าเอง แล้วเจะเข้าใจเองในไม่ช้า ..”

            “จงไปยังสถานที่หนึ่ง .. ยอดเขา ‘นพปักษา’ คำตอบของจิตวิญญาณเจ้าอยู่ที่นั่น ..”

            ญานินดากล่าวย้ำ “ยอดเขา ‘นพปักษา’ หรือ ..”

            ดวงตาปักษาอัคคีกล่าวไปหัวเราะไป

            “อิ อิ ใช่แล้ว .. จงไปที่นั่น ..”

            “ก่อนอื่น .. มาทำเรื่องราวในค่ำคืนนี้ให้เสร็จสิ้นกันเถิด ..”

            ดวงตาปักษาสั่นกระตุก .. นิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ..

            “เอ๊ะ .. ดวงจิตขาดไปสองส่วน !!!”

            มันตรวจสอบพบบางสิ่ง .. สิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นได้

            “เหตุใด .. จึงเป็นเยี่ยงนี้ ..”

            “ดวงจิตทั้งเก้ายังมาไม่ครบ .. เหตุใดจึงรวมดวงจิตได้ ..”

            ดวงตานั้นพลันเบิกกว้าง .. และกลับมาหรี่เล็กลงอีก .. สลับกันไปมา

            “ข้าไม่เข้าใจ .. ข้าไม่เข้าใจ .. ข้าไม่เข้าใจ..”

            .. อ๊ากกกกกกกกกกก !!! ดวงตาคู่นั้นถลนร่ำร้องแทบฉีกขาด .. เปลวอัคคีสีแดงเข้มข้นแผ่ขยายออก ทั่วทั้งมิติเบื้องหน้าถูกอาบย้อมด้วยสีแดงเพลิง โดยมีดวงจิตของญานินดาเป็นศูนย์กลาง ดวงจิตทั้งห้าหมุนวนบีบรัดพุ่งเข้าใส่ เกิดแสงเจิดจ้าเป็นลำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

             

            เฒ่าปักษาวายุกระโดดลอยตัวค้างกลางอากาศ มันตัวเขียวคล้ำตาแดงฉานดังโลหิต ปราณพิษของตาเฒ่าแผ่ขยายออกโดยทั่ว ต้นไม้ใบหญ้ารอบสถานที่ต่างแห้งเหี่ยวถูกพิษเผาไหม้เป็นวงกว้าง

            .. ว๊าบบบบบบบบบ

            เสียงลมถูกดูดรั้งมาจากทุกทิศทุกทาง เฒ่าปักษาวายุกำลังดูดรั้งวายุธาตุเข้ามา

            .. ว๊าบบบบบบบบบ

            .. ว๊าบบบบบบบบบ

            เฒ่าปักษาวายุดูดรั้งวายุธาตุอย่างต่อเนื่อง ผมเผ้าหนวดเคราเว้าๆ แหว่งๆ ของตาเฒ่าโบกสะบัด ร่างกายมันโป่งพองขึ้นกว่าเดิม

            "ฮึ .. ตาเฒ่าหน้าผี .. พิษอ่อนด้อยเพียงนี้ .. ยังมีหน้ามาคุยโอ่อีก" ถึงแม้เป็นรอง แต่อุทัยยังปากกล้าเช่นเดิม

            อุทัยรู้สึกแสบร้อนตามผิวหนัง มันโคจรปราณ 'เทวะแท้จริง' เข้าต่อต้านกับพิษร้ายที่เฒ่าปักษาวายุปล่อยออกมา

            พลังกดทับของอากาศทำอุทัยไม่สามารถเคลื่อนขยับได้ เฒ่าปักษาวายุหน้าถมึงทึงหัวเราะอย่างชั่วร้าย

            “ฮี ฮี ฮี .. ไอ้เกรียน ...”

            “เจ้านี้รนหาที่ ข้าสัญญาว่าจะเหลือศีรษะเจ้าเอาไว้ ...”

            “จำไว้ ฮี ฮี ... วันนี้ของปีหน้าคือวันครบรอบวันตายของเจ้าาาาาา ..”

            เฒ่าปักษาวายุผนึกพลังธาตุวายุผสมกับปราณพิษภายในร่างกาย ใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดสิบส่วน บินพุ่งตรงดิ่งเข้าหาอุทัย

            .. วายุหมื่นพิษล้างปฐพี !!!

            พลังปราณสุดรุนแรงของพลังยุทธ์ระดับปรมะปราณถาโถมเข้าใส่ดังพายุหมุนสุดแรงกล้า กดดันจนอุทัยขยับเคลื่อนที่ไม่ได้

            อ๊ากกกก !!! .. อุทัยกระอักโลหิต ลมปราณปั่นป่วน หนีไม่ทันแล้ว

            สยบจักรภพ !!!

            อุทัยพลันคิดถึงดาบสั้นคู่กาย ‘สยบจักรภพ’ ดาบสั้นที่สามารถเปล่งผ่านพลังปราณแล้วขยายเป็นเท่าทวีคูณนับสิบนับร้อยเท่า มันผืนแรงกดดันเอื้อมมือไปด้านหลัง

            “!!!” อุทัย

            มันถึงกับใจหายวาบ !!!

            ดวงตาของมันสั่นสะท้าน

            “ไม่มีดาบ !!! ดาบไม่อยู่ !!!”

            เบื้องหลังมันว่างเปล่า !!!

            ในความเป็นความตายเช่นนี้ !!!

            “มารดา เอ้ยยย!!! .. ลืมดาบไว้บนเรือแล้ว !!!”

            กรงเล็บคู่ของเฒ่าปักษาวายุพุ่งตรงเข้าหาอุทัยห่างเพียงห้าศอก วายุธาตุหมุนวนปั่นกระชากจนต้นไม้ใหญ่รอบข้างปลิวขาดนับสิบๆ ต้น

            อุทัยดวงตาวูบวาบด้วยเงาสีทอง มันหยัดยืนอย่างมั่นคงเปลี่ยนเป็นตั้งแขนไคว้เป็นกากบาท ระเบิดพลังที่มีทั้งหมดที่มีจนหมดสิ้น

            .. ก้องเกราะมังกร !!!

            แสงสีทองสว่างวาบ ปรากฏเป็นโล่ปราณแน่นหนา รูปทรงจานทรงกลมกว้างสองศอก โล่ปราณมีสีทองเรืองรอง อักขระโบราณเรืองแสงวิ่งวนอย่างรวดเร็ว

            .. เปรี๊ยงงง !!!

            กรงเล็บปราณสีเขียวคล้ำปะทะกับโล่ปราณสีทองอย่างรุนแรง แรงกระแทกทำต้นไม้รอบข้างปลิวกระเด็นหลุดออกทั้งรากขุดขึ้นมาทั้งดิน

            อั๊กกก !!! .. อุทัยกระอักก้อนโลหิตออกมาคำโต

            พลังกรงเล็บปราณยังกดโถมกระแทกเข้ามา อุทัยกัดฟันส่งพลังทั้งหมดเข้าต่อต้าน

            .. เปรี๊ยงงง !!!

            กร๊อดดดด ! เฒ่าปักษาวายุกัดฟันคั่งแค้น .. มันอัดพลังปราณเพิ่มขึ้นอีก ผมเผ้าเสื้อผ้าของมันปลิ้วพริ้วสะบัด

            .. แกร๊กกกกก!

            "!!!" อุทัยตาโตปากอ้าค้าง เกิดรอยร้าวที่โล่ปราณของมัน

            .. แกร๊กกกกก !

            .. แกร๊กกกกก !

            .. แกร๊กกกกก !

            รอยแตกร้าวแผ่กระจายออกอย่างรวดเร็ว

            .. แกร๊ก ! .. แกร๊ก ! .. แคร๊ง !!! .. แคร๊งงงงงง !!! .. โล่ปราณสีทองแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

            .. เปรี๊ยงงงงงง !!! อุทัยถูกพลังจากกรงเล็บคู่ของเฒ่าปักษาวายุกระแทกเข้าอย่างจัง .. แขนซ้ายขวาถึงกับบิดเบี้ยว หน้าอกยุบเข้าไป เลือดสาดกระจายออกทั้งปากหูจมูก

            อ๊ากกกก !!! .. อุทัยร่างลอยปลิดปลิว ดังว่าวน้อยสายป่านขาดแล้วถูกลมพายุหอบพัดพาไป

            เฒ่าปักษาวายุไม่รอช้าพุ่งตัวติดตาม เกร็งพลังปราณที่สันมือหมายใช้ตัดศีรษะของอุทัยลงมา

            .. แต่ !!!

            ท่าร่างของเฒ่าปักษาวายุพลันหยุดชะงักกึก !!!

            มันเหลียวหน้ามอง เห็นลำแสงสีแดงเป็นลำพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า ลำแสงชัดเจนจนมองเห็นไกลนับโยชน์

            “เกิดอันใดขึ้น!!!”

            “ดวงจิตปักษาของข้า!!! เกิดอันใดขึ้น!!!”

            “ดวงจิตปักษาอัคคีของข้าาาาา!!!”

            เฒ่าปักษาวายุหน้าขาวซีดร่ำร้องดังคนเสียสติ .. มันละทิ้งอุทัย แล้วจึงพุ่งเหินบินไปยังทิศทางของลำแสงนั้นด้วยความเร็วดังเทพวายุ

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน