หลังจากที่นนท์ ห้าภรรยาและสหายชุดเทาได้วิ่งออกมาจากถ้ำสิ่งสืบทอดได้ราวสิบลี้จึงหาที่หยุดพัก
" สหายข้าว่าเราพักที่นี่เถิด " นนท์เอ่ย
" ข้าเอี้ยชิง มาจากตระกูลเอี้ยแห่งแคว้นเหลย " เอี้ยชิงแนะนำตน
" ข้าโจวนนท์ มาจากตระกูลโจวแห่งเมืองจาง " นนท์แนะนำตนเองและห้าภรรยา
" พี่นนท์ท่านช่างมากความสามารถยิ่งนักที่สยบอาซ้อทั้งห้าได้ " เอี้ยชิงหยอกนนท์ที่มีภรรยาถึงห้าคน
" พี่ชิง หาเป็นเช่นนั้นไม่ มีแต่พวกนางทั้งห้าที่เป็นผู้สยบข้า " นนท์ยิ้มเจื่อน
" พี่ชิง เหตุใดท่านจึงต้องหนี " หลันอิงเย่เปิดปากถามบ้าง
" อาซ้อหลัน ขั้นฝึกของข้าอยู่เพียงจักรพรรดิ์เทวะไหนเลยจะสู้กับวิญญาณนิรัดร์ขั้นต้นได้ " เอี้ยชิงกล่าวอย่างซึมเศร้า
" พี่ชิง ท่านเดินทางมาที่เมืองจางเพียงผู้เดียวรึ " จูเม่ยเสียนเอ่ยถามบ้าง
" อาซ้อจู ข้ามากับคนรักและสหายของข้า พวกนั้นยังคงอยู่ที่ถ้ำสิ่งสืบทอด " นนท์พยักหน้า
" ข้าว่าพวกนั้นคงเร่งออกตามหาข้าแล้ว " เอี้ยชิงกล่าว
" พี่ชิงแล้วท่านจะกลับแคว้นเหลยเมื่อใด " นนท์นั้นคิดว่าหากมีคนที่รู้จักแคว้นเหลยเดินทางไปด้วยคงจะดีไม่น้อย
" ข้าคิดว่าจะรอให้คนรักและสหายของข้ามาก่อนจึงจะกลับ " เอี้ยชิงตอบน้ำเสียงฟังดูแล้วเหมือนมีของหนักกดทับอยู่ที่หลัง
" พี่ชิง เรื่องนี้ข้าเป็นคนทำเหตุใดท่านจึงออกรับแทนข้า เรื่องนี้อาจเป็นเหตุให้ตระกูลของท่านต้องลำบาก " นนท์รับรู้ได้ถึงความกังวลของเอี้ยชิง
" พี่นนท์ อย่าได้กังวล ตระกูลของข้ากับตระกูลฮัวนั้นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน " เอี้ยชิงพูดยังไม่จบ
" พี่ชิง ครั้งนี้มิเหมือนที่ผ่านมา เพราะท่านออกหน้าแทนข้านี่จะเป็นเรื่องที่ทางตระกูลฮัวเอามาใช้เป็นข้ออ้างได้ และที่สำคัญเรื่องนี้มีคนตายข้าว่านี่จะเป็นสาเหตุให้ตระกูลฮัวบุกตระกูลเอี้ยได้ " เอี้ยชิงเริ่มคิดตามนนท์
" พี่ชิง ฐานพลังของตระกูลฮัวเป็นเช่นไร " นนท์ถาม
" พี่นนท์ ข้าว่าเรื่องนี้มันมิเกี่ยวข้อง " เอี้ยชิงสงสัย
" พี่ชิง ท่านมิรู้จัก รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งรึ " นนท์ตอบ
" อืม บรรพบุรุษตระกูลฮัวอยู่ที่ขั้นปฐพีขั้นต้น ผู้นำตระกูลฮัวนั้นอยู่ที่วิญญาณนิรันดร์สูงสุดขั้นที่เก้า เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลก็อยุ่ที่ขั้นนี้ " เอี้ยชิงถอนหายใจยืดยาว
" แล้วตระกูลของท่านเล่า " นนท์ถาม
" บรรพบุรุษตระกูลข้านั้นอยู่ที่ขั้นปฐพีขั้นกลาง ส่วนบิดาของข้าเป็นผู้นำตระกูลนั้นอยู่ที่วิญญาณนิรันดร์ขั้นสูงสุดขั้นที่เก้า เหล่าผู้อาวุโสต่างๆก็เช่นกัน " เอี้ยชิงสีหน้าดูไม่ดีนัก
" แต่บรรพบุรุษของข้านั้นอายุเกือบห้าหมื่นปีแล้ว หากมิสามารถทะลวงขั้นพลังไปที่ขั้นนภาได้ คงต้องจบชีวิตที่ห้าหมื่นปี " เอี้ยชิงกล่าวด้วยสีหน้าที่เศร้าโศก
" คงเป็นเรื่องนั้ที่ตระกูลฮัวมิกล้าที่จะล่วงเกินตระกูลท่าน " นนท์กล่าว เอี้ยชิงพยักหน้า
" พี่ชิง ท่านอย่าได้เป็นกังวล เรื่องที่ท่านออกรับแทนสามีของข้า สามีของข้านั้นย่อมมีทางออกในเรื่องนี้แน่ " หลันอิงเย่กล่าวปลอบ
" อาซ้อหลัน ข้ามิได้กังวลเรื่องนี้ เพียงแต่หากคิดถึงสงครามของทั้งสองตระกูลแล้วความสูญเสียช่างมากนัก " เอี้ยชิงถอนหายใจ
" พี่ชิง " เสียงหวานลอยมา
" น้องหนิง " เอี้ยชิงเอ่ยทัก เอี้ยชิงได้แนะนำฉีซีหนิงและสหายให้นนท์และห้าภรรยาของนนท์ได้รูจัก
" พี่นนท์ พวกข้าจะเร่งกลับแคว้นเหลย หากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีก " เอี้ยชิงกล่าวลา
" พี่ชิง เดิมทีข้าและภรรยานั้นตั้งใจจะเดินทางไปที่แคว้นเหลยอยู่แล้วเพียงแต่มิรู้ทาง หากท่านมิรังเกียจข้าและภรรยาขอร่วมเดินทางไปด้วยได้รึไม่ ข้ารับรองว่าจะมิเป็นตัวถ่วงพวกท่านแน่นอน " นนท์บอก
" หึ พวกมดปลวก " สหายร่างผอมคนหนึ่งเอ่ยขึ้น หลางจี้เสวี่ยสะบัดมือที ร่างผอมนั้นลอยไปไกลนับลี้ หลางจี้เสวี่ยทะยานร่างตามไป
" ไหนเจ้าลองพูดอีกทีสิ " หลางจี้เสวี่ยกางค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน แล้วปลดปล่อยพลังขั้นกายนิรันดร์ขั้นต้นขั้นที่เก้าสูงสุดเข้าใส่ร่างผอมที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้น
" อาซ้อ โปรดหยุดมือ " เอี้ยชิงร้องขึ้น หลางจี้เสวี่ยพยักหน้าแล้วเก็บค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน
" ข้าหวังว่านี่จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของเจ้า หากเจ้ายังมิปรับตัวเจ้าจะเป็นผู้ที่ตายก่อนผู้อื่น " ว่าจบจึงเดินจากมา นนท์ยิ้มให้ภรรยาใหญ่ของตน
" หนิงเอ๋อร์นี่เป็นโอสถเหลวทิพย์ปฐพีเจ้าเอาไปให้มันกิน " นนท์ยื่นขวดหยกให้ ฉีซีหนิงรับขวดหยกแล้วเร่งไปที่ร่างผอมเพื่อทำการรักษา
" พี่นนท์และอาซ้อทั้งห้า ข้าต้องขออภัยต่อสหายของข้าเป็นอย่างยิ่ง " เอี้ยชิงค้อมหัว
" พี่ชิง หาใช่เรื่องใหญ่ไม่ ก่อนนี้เป็นมันเองที่เริ่มดูถูกภรรยาของข้าก่อน จนครั้งนี้ภรรยาของข้าจึงมิอาจทนได้อีก " นนท์กล่าวพร้อมยกมือขึ้นแล้วโบกไปมา
" พี่นนท์และอาซ้อทั้งห้า ข้าแปลกใจยิ่งนักที่พวกท่านมีขั้นฝึกฝนระดับกายนิรันดร์ ทั้งที่เมืองจางนั้นถูกพลังฟ้าดินกดไว้ " เอี้ยชิงประหลาดใจยิ่งนัก
" พี่ชิง เป็นเพราะค่ายกลตัดขาดฟ้าดินจึงทำให้ข้าและภรรยาสามารถทะลวงขั้นพลังที่เมืองจางได้ " นนท์ยกความดีให้กับค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน
" ข่าว่ารอให้มันฟื้นตัวก่อนแล้วเราค่อยเร่งออกเดินทาง " นนท์กล่าว เมื่อทุกอย่างพร้อมเอี้ยชิงเหาะลอยนำทางไป สามสิบวันผ่านไปในที่สุดทุกคนก็เดินทางมาถึงเขตแดนแคว้นเหลย
" พี่นนท์ เราเข้าเขตแคว้นเหลยแล้ว " เอี้ยชิงเอ่ย นนท์พยักหน้า
เมื่อถึงเขตเมืองหลวงของแคว้นเหลย ปรากฎกำแพงสีดำยาวไกลสุดสายตา นนท์ใช้เนตรมังกรตรวจสอบ
" กำแพงยาวราวๆหนึ่งพันลี้ สูงราวหนึ่งร้อยจั้ง " นนท์ตะลึงในความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองหลวง
" พี่ชิง เมืองหลวงแห่งนี้ช่างร่ำรวยยิ่งนัก " นนท์กล่าวกับเอี้ยชิง
" พี่นนท์ ข้าอยากเตือนท่านหากเข้าไปแล้วท่านอย่าได้ใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา เพราะท่านมิมีตระกูลหนุนหลัง " เอี้ยชิงกล่าวเตือนนนท์ นนท์พยักหน้า
" ข้าว่าเราควรแยกกันก่อนเข้าเมือง และนี่เป็นหยกสื่อสารเอาไว้พูดคุยกับข้า เพียงท่านถ่ายลมปรานก็จะสามารถพูดคุยกับข้าได้ " นนท์ยื่นหยกสื่อสารให้กับเอี้ยชิง
" ได้พี่นนท์หากข้ามีเรื่องด่วนอันใดข้าจะส่งเสียงหาท่าน " เอียชิงกล่าวอย่างเกรงใจ นนท์พยักหน้า แล้วแยกกันเข้าประตูเมือง
" ผู้เข้าเมืองจ่ายคนละหนึ่งเหรียญทอง " นนท์ยื่นเหรียญทองหกเหรียญให้กับทหารยามหน้าประตูเมือง แล้วจึงพาห้าภรรยาเข้าไปภายในเมือง
" สามี ข้าว่าเราควรหาโรงเตี้ยมเสียก่อน " หลางจั้เสวี่ยกล่าว นนท์พยักหน้า นนท์ใช้จิตตรวจสอบเหรียญทองของตน
" เหลือเหรียญไม่มากต้องหาเพิ่ม " นนท์พึมพำ
" ท่านพี่ ข้าอยากได้ปิ่นปักผมนี่ " หลิงซือซือร้อง
" ข้าต้องการปิ่นหยกนี่ห้าอัน เจ้าคิดราคาเท่าใด " นนท์จ่ายเหรียญทองแล้วเดินสำรวจเมือง พร้อมกับห้าภรรยา เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนที่กล่าวถึงห้าภรรยาของนนท์ดังออกมาเป็นระยะ
" ท่านพี่ เมืองหลวงแห่งแคว้นเหลยใหญ่โตยิ่งนัก ร้านค้าแต่ละแห่งนั้นตกแต่งอย่างสวยงามและยังใหญ่โต
" นายน้อย ท่านดูสิ สามงามห้านางเดินอยู่ที่ถนน " ลิ่วล้อร้องบอกเจ้านายตน
" อา นางฟ้าทั้งห้า ช่างงดงามยิ่งนัก " ว่าแล้วโยนเหรียญทองให้กับลิ่วล้อ แล้วเร่งเดินออกจากร้านอาหาร
" แม่นางทั้งห้า ข้าฮัวหยางชวี่ เป็นนายน้อยจากตระกูลฮัว อยากจะเชิญแม่นางทั้งห้าไปดื่มชากับข้ามิทราบว่าแม่นางทั้งห้าจะว่าเยี่ยงไร " ฮัวหยางชวี่กล่าวชวนห้าภรรยาของนนท์
" เข้าเมืองวันแรกเรื่องก็มาหาทันที " นนท์คิดในใจ
" เรียนคุณชายฮัว ข้าและน้องหญิงทั้งสี่ของข้าได้แต่งงานแล้ว เกรงว่าจะมิสมควรหากต้องนั่งร่วมโต๊ะกับผู้อื่น " หลางจั้เสวี่ยกล่าวอย่างสุภาพ
" ถึงแม้นว่าแม่นางทั้งห้าจะแต่งงานแล้วข้าก็มิขัดอันใด " กล่าวจบหันไปมองนนท์ด้วยสายตาดูหมิ่น
" เจ้าคงเป็นสามีของพวกนางสินะ อย่างเจ้าคงมิสามารถมอบความสุขและเงินทองให้กับพวกนางได้ " ฮัวหยางชวี่เริ่มกดดัน
" ข้าจะมีให้รึมิมีให้ แล้วเกียวอันใดกับเจ้า " นนท์เริ่มเดือด
" เสี่ยวชวี่เจ้ายังเด็กนัก ยังมิรู้ประสาครั้งนี้ข้าจะละเว้นให้เจ้า หากครั้งหน้าเจ้าก่อกวนภรรยาข้าอีก ข้าคงมิอาจจะนิ่งเฉยได้ " นนท์ท้าทายฮัวหยางชวี่
" เสี่ยวชวี่ หากเจ้ามิมีตระกูลหนุนหลังข้าก็มิอาจคิดว่าเจ้าจะมีจุดจบเช่นไร " นนท์กล่าวยั่ว
" เจ้าหนุ่ม เจ้าคงมิอยากมีชีวิตอยู่แล้วสิ ถึงได้กล่าววาจาล่วงเกินนายน้อยเช่นนี้ " ผู้ติดตามของฮัวหยางชวี่กล่าวเตือนนนท์
" ข้าจะอยู่หรือตาย มิเกี่ยวอันใดกับพวกเจ้า " นนท์เริ่มใส่อารมณ์มากขึ้น
" หากเป็นเช่นนี้ คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่เจ้าจะได้รับ ส่วนแม่นางทั้งห้านั้นข้าจะนำมาเป็นนางบำเรอให้ " ผู้ติดตามกล่าวยังมิทันจบ นนท์ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ทันที
" เปรี้ยง " ฝ่ามือของนนท์พุ่งเข้าใส่ผู้ติดตาม ผู้ติดตามฟาดฝ่ามือเพื่อตั้งรับ
" แคร๊ก " เสียงกระดูกที่หักของผู้ติดตามพร้อมร่างที่ลอยออกไป นนท์เหลียวไปมองที่ฮัวหยางชวี่พร้อมกับฟาดฝ่ามือเข้าใส่
" เปรี้ยง " ฝ่ามือขนาดหนึ่งจั้งลอยเข้าใส่ฮัวหยางชวี่ ฮัวหยางชวี่เห็นฝ่ามือยักษ์ลอยเข้าตน พลันความกลัวบังเกิดขึ้นจับใจ ทรุดลงคุกเข่าพร้อมน้ำสีเหลืองไหลนองออกมาจากกางที่สวมใส่
ฉับพลันแรงกดดันจากฝ่ามือของนนท์หายวับไป " เป็นผู้ใดที่ขัดขวางข้า " นนท์เปล่งเสียงอันดัง
" พ่อหนุ่ม เจ้ามิรู้รึว่าที่เมืองหลวงแห่งนี้มิให้ก่อเหตุวิวาท " เสียงทรงพลังของชายวัยกลางคนดังลอยออกมา
นนท์เพ่งมองหาไปตามต้นเสียงแต่มิพบทั้งยังใช้เนตรมังกรตรวจสอบก็ยังหาไม่พบ
" หากเป็นเช่นนี้ วันนี้ถือว่าเจ้ารอดไป " นนท์หมุนตัวกลับพร้อมเดินจากไป
" ฮ่าๆๆ เจ้าดูนายน้อยฮัวสิ ตกใจกลัวจนฉี่แตก "
" ข้าว่าเจ้าหนุ่มนั่นคงมิได้ตายดีเป็นแน่ เสียดายก็แต่ห้าสาวงามนี่สิที่ต้องไปเป็นนางบำเรอให้กับนายน้อยฮัว "
" ผู้ใดกันที่ทำลายฝ่ามือนั่น "
" นายน้อยฮัวถูกหยามเช่นนี้ ตระกูลฮัวจะว่าเยี่ยงไร "
นนท์เดินนำห้าภรรยาไปที่ตรอกเล็ก แล้วพาห้าภรรยาเข้าไปในเจดีย์แปดเหลี่ยม
ที่อ่างอาบน้ำ " สามี นี่เป็นปัญหาใหญ่กว่าที่คิด ต่อจากนี้ท่านจะทำเยี่ยงไร " หลางจี้เสวี่ยเป็นกังวลยิ่ง
" เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้กังวลไป ข้าจะไปทดสอบเลื่อนขั้นเป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับที่แปด เพื่อจะใช้อิทธิพลของหอโอสถคุ้มครอง " นนท์บอกกับห้าภรรยาให้วางใจ
" ก่อนอื่นเรามาผสานหยินหยางกันเถิด " นนท์สลัดชุดทิ้งพร้อมเดินลงไปที่อ่างอย่างสบายใจ ห้าภรรยาจึงทำตาม ร่างเปลือยทั้งหกนัวเนียกันที่อ่างอาบน้ำ เสียงครวญครางอย่างเปี่ยมสุขดังออกมาเป็นระยะจนเงียบลง นนท์จึงพาห้าภรรยาไปต่อที่เตียงใหญ่ในห้องนอนอีกครั้งจนมังกรน้อยสิ้นฤทธิ์อยู่ในรอยแยกของหลันอิงเย่
หลังจากเผด็จศึกกับห้าภรรยาในช่วงเช้า นนท์นำหม้อหลอมโอสถสีดำทมิฬออกมา แล้วกระตุ้นร่างเงาของหงษ์สวรรค์ พลันร่างเงาของหงษ์สวรรค์ลอยฉวัดเฉวียนอยู่เบื้องบน แล้วชี้นิ้วออกไปบังเกิดภาพกฎเกณฑ์แห่งเต๋า
" ภรรยาข้า พวกเจ้าทำการหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งหงษ์สวรรค์เถิด " นนท์กางค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่า แล้วให้ทั้งห้าภรรยาเข้าไปในค่ายกลเร่งเวลาเพื่อทำการหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งหงษ์สวรรค์และกฎเกณฑ์แห่งเต๋า
" สามี แล้สท่านจะทำสิ่งใด " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยถาม
" ข้าจะไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยมชั้นที่สอง เพื่อศึกษาวิธีหลอมโอสถ " นนท์กล่าวพร้อมเร่งไปที่เจดีย์แปดเหลี่ยม
เมื่ออยู่ในเจดีย์แปดเหลี่ยมชั้นที่สอง
" จะหลอมโอสถอะไรดี " นนท์หยิบตำราสูตรหลอมโอสถออกมาดู
" โอสถทะลวงนภารึ เอาไว้ทะลวงขั้นพลังปฐพีไปยังขั้นพลังนภา " นนท์พยักหน้า แล้วเพ่งจิตไปที่สวนสมุนไพร
" โอสถทะลวงนภาสมุนไพรมีครบ เอ โอสถปรานปฐพีก็น่าสน เอาไว้ทะลวงขั้นย่อยของขั้นปฐพี " นนท์เพ่งมองไปที่สวนสมุนไพร
" สมุนไพรมีครบทั้งสองโอสถ งั้นก็เริ่มกันเลย " นนท์กางค่ายกลเร่งเวลาหนึ่งพันเท่าแล้วเริ่มชักนำจิตให้ผสานกับจิตทัศนะแห่งโอสถ จากนั้นจึงเริ่มทำการหลอมโอสถในห้วงมิติแห่งความคิด