“ใช่แล้วว!…พวกเราไม่ยอมรับคนอย่างแกหรอก”
“ที่1อย่างแกมันขี้โกง”
“ออกไปจากเวทีนั่นซะ!!!”
หลังจากที่มีขุนนางคนหนึ่งขึ้นมาพูดความในใจ..ก็ทำให้คนอื่นๆทยอยตะโกนขึ้นตามมา เพราะความอัดอั้นในใจที่ไม่ชอบเรเวลตั้งแต่แรกแล้ว
ห้องประชุมวุ่นวายทันที..จนแม้กระทั่งอาจารย์ก็ยังเอาไม่อยู่
มีสิ่งของมากมายปาไปยังจุดที่เรเวลอยู่ทันที
“ออกไปซะ!”
“ออกไป..!”
“เจ้าหนูสกปรก”
“คนอย่างแกไม่คู่ควรกับที่แห่งนี้ตั้งแต่แรกแล้ว”
“ถ้าคนอย่างแกอยู่ห้องSได้…พวกฉันเองก็อยู่ได้เช่นกัน…ออกไปนะ!!!”
“นี่!!!…หยุดนะ!!” เซซิเลียที่ทนเห็นคนจำนวนมากดูหมิ่นเรเวลอย่างหนัก..จนตัวเองทนไม่ไหวเลยพยายามพูดปกป้องเขาทันที…แต่เสียงของเธอคนเดียวก็สู้เสียงของคนทั้งหอประชุมไม่ไหว
“หนอยแน่แก!!..บังอาจจุดชนวนนี้ได้นะ” ลูน่าจ้องไปยังขุนนางผู้ชายคนหนึ่งที่เสื้อเขามีสัญลักษณ์ตัวB ติดอยู่..ซึ่งตัวเขาคนนั้นแหละที่เป็นตัวจุดชนวนตะโกนออกไปคนแรก..โดยที่ตัวเขาในตอนนี้กำลังยิ้มเยาะเย้ยนั่งลงแบบสบายใจให้กับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนี้
ลูน่าเปล่งจิตสังหารอย่างรุนแรงแล้วพยายามลุกขึ้นไปทันที
“เดี๋ยวก่อน..พี่ลูน่า” ชีน่ารีบดึงมือห้ามปรามลูน่าทันที
“ใจเย็นก่อนลูน่า…ผมเชื่อว่าเรเวลต้องหาทางออกในสถานการณ์นี้ได้แน่” รูอันกล่าวแบบนั้นพร้อมกับห้ามปรามลูน่า..ที่คิดจะทำอะไรแผลงๆ
จากการพยายามกล่าวปกป้องเด็กหนุ่มเป็นคนแรกของเซซิเลีย..ก็เริ่มทำให้สมาชิกห้องSคนอื่นๆเริ่มคล้อยตาม
“ฉันก็ไม่ได้ชอบไอผมขาวนั่นเท่าไรหรอก..แต่พวกฉันก็อยู่ห้องเดียวกับหมอนั่น..อย่างน้อยก็ไม่ควรพูดจากดูถูกห้องSแบบนั้นนะ”
“ใช่แล้วล่ะ..แถมห้องพวกเราก็มีขุนนางชั้นสูงกับราชวงศ์อยู่กันด้วย…เจ้าพวกนี้มันไม่มีมารยาทกันเลย”
แต่ถึงอย่างนั้นห้องประชุมก็ยังวุ่นวายไม่หยุด
เรเวลยืนนิ่งอยู่กับที่โดยไม่ได้หลบสิ่งของที่ปาเข้ามาเลยแม้แต่น้อย
สิ่งของจำนวนมากกระแทกใส่ตัวเขา
ภาพนั้นทำให้เซซิเลีย และเพื่อนของเขาอีก3คนต่างมองเขาด้วยความความเจ็บปวด
แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มคนนั้นก็ก้มหน้าลง
เขาทำสีหน้ามืดมนอีกครั้ง
เขากำหมัดแน่น
และตอนนั้นเองเขาก็ได้ทำสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดขึ้น
เขาเรียกอาร์ติเฟกซ์หอกศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองออกมา... กระโดดขึ้นไปเหยียบที่โพเดี้ยม..แล้วยืนขึ้นในตำแหน่งที่เหนือไมค์ทันที
นักเรียนหลายคนรวมทั้งอาจารย์ตกใจในปฎิกิริยาของเขา
ห้องประชุมเริ่มเงียบทันที
“พวกแกบอกว่าฉันเป็นชนชั้นล่างบ้าง เป็นหนูสกปรกบ้าง เป็นคนไร้ค่าบ้าง เป็นคนที่ไม่คู่ควรบ้าง ..โอเคฉันจะยอมรับในสิ่งนั้นก็ได้"
หลังจากนั้นเด็กหนุ่มได้ก้มหน้าลง..แล้วกำไปที่หอกศักดิ์สิทธิ์แน่นกว่าเดิม..จนมือเขาเริ่มเลือดออกเนื่องจากแรงบีบอันมหาศาล
เลือดเริ่มไหลหยดลงพื้น
"แต่ว่า…พวกแกน่ะ…พวกแกน่ะ..เป็นถึงขุนนาง… มีหน้าที่ปกป้องปวงประชาและบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ราษฎร แต่สิ่งที่พวกแกและราชวงศ์ทำคือการทอดทิ้งชนชั้นล่างอย่างพวกเรา ทั้งที่แข็งแกร่งมากกว่าแท้ๆ ทั้งที่มีอันจะกินและเสวยสุขมากกว่าแท้ๆ แต่พลังอันแข็งแกร่งของพวกแกล้วนแต่ใช้เพื่อตัวเองไม่เคยใช้เพื่อคนอื่นเลยสักครั้ง!!!!!!!!”
ห้องประชุมเงียบกริบยิ่งกว่าเดิม..เนื่องจากพฤติกรรมอันสะดุดตาของเด็กหนุ่มอย่างการขึ้นเหยียบบนโพเดี้ยม..และการพูดจาเสียดสีราชวงศ์ที่แม้แต่พวกขุนนางชั้นสูงยังไม่กล้าทำ
“ถึงฉันจะเกิดมาเป็นชนชั้นล่าง…เป็นเด็กกำพร้า..เป็นหนูสกปรก หรือเป็นผู้คนที่ถูกทอดทิ้ง…แต่คอยดูเถอะ..สักวันหนึ่ง…สักวันหนึ่ง”
เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น…แล้วตะโกนด้วยเสียงดังยิ่งกว่าเดิม
“ฉันจะสั่งสมผลงานของตัวเองไปเรื่อยๆจนตัวเองแข็งแกร่งขึ้น แล้วสักวันฉันจะขึ้นเป็นจักรพรรดิ์เวทย์มนต์..แล้วหุบปากพวกแกทุกคนให้ดู!!!!!!!!!!!!!…”
“…”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบ…หลายคนอ้าปากค้าง…หลายคนตกตะลึง ในตอนนั้นเองมีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาเป็นคนแรก
“ว้าวววววววววววววววว ><” เซซิเลียมองภาพนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ดะ..เดี๋ยวสิ!!..เซซิเลีย ไอหมอนั่นมันหลอกด่าพวกเราด้วยนะ…เธอจะไปปลื้มมันทำไม!?”เซเลน่าที่อยู่ข้างเซซิเลียก็ตกใจไม่แพ้กัน..แต่ทึ่งในพฤติกรรมของเซซิเลียมากกว่า
“จะ..จักรพรรดิเวทย์มนต์งั้นหรอ!…ไอหมอนั่นเอาจริงงั้นสินะ” แม้กระทั่งลูน่าเองก็ยังตกใจ
“วะ…เหวออออ..ไอหมอนั่นมันบ้าไปแล้ว!!” ชีน่าพูดพร้อมอ้าปากค้าง
“อะ…อะ..อะ…กะ..” รูอันก็อ้าปากค้างเหมือนกัน..ถึงแม้ว่าตัวเองจะรู้ความฝันของเรเวล..แต่ตัวเองก็นึกไม่ถึงว่าทางออกจากสถานการณ์แบบนี้เรเวลจะขึ้นไปยืนบนโพเดี้ยมหน้าห้องประชุม..แล้วตะโกนออกมาแบบนั้น เล่นเอาซะการกล่าวสุนทรพจน์พังไม่เป็นท่าเลย
แม้กระทั่งขุนนางคนอื่นหลายคนก็อ้าปากค้าง..จนถึงขั้นบางคนตาถลนออกมาเลยเช่นกัน…เพราะคำว่าจักรพรรดิ์เวทย์มนต์สำหรับโลกใบนี้มันยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้น..และยิ่งใหญ่ไป..เกินกว่าที่เด็กหนุ่มบ้านนอกคนหนึ่งจะมาฝันเพ้อเจ้อไร้สาระแบบนี้
“ฮึ..อึบ..” มีขุนนางคนนึงพยายามกลั้นขำตัวเอง
ในตอนนั้นเองก็ได้ปรากฎเสียหัวเราะดังลั่นทั่วห้องประชุมทันที
“ฮึๆ…ฮ่าฮ่าฮ่า”
"ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ”
“ฮ้าากกก..ฮะฮะฮ่าาๆๆๆๆ…ได้ยินมั้ย..ไอไพร่นั่นมันบอกว่ามันอยากเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ว่ะ…ฮะะฮะ”
“ก๊ากกกกก..มุขนี้แมร่งโคตรตลกเลย ฮะฮ่า”
“นี่มันวันปฐมนิเทศหรือทอล์กโชว์วะเนี่ย…แมร่งฮาชิบหาย…ฮ่ะฮ่ะฮาา”
“พวกแกอย่าขำกันมากสิวะ..ฉันเองก็กลั้นขำไม่อยู่แล้วเหมือนกันนะเนี่ย…ฮะๆๆๆ”
“ถ้าคนอย่างแกเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ได้..งั้นฉันก็เป็นได้โว้ยยย….คอยดูละกันฉันจะอัดคุณว่าที่จักรพรรดิเวทย์มนต์ปากดีให้ดูเอง”
‘อาร์ติเฟกซ์-ดาบสถิตธรณี’
ปรากฎอาร์ติเฟกซ์ประเภทดาบโค้งขึ้นที่มือขุนนางห้องBคนนั้นทันที
‘เวทย์ดิน-ดาบดินเฉือนเนื้อ’ ปรากฎคมมีดดินจำนวนมากพุ่งใส่เรเวลทันที
เรเวลยืนนิ่งโดยไม่หลบแม้แต่น้อย
‘เวทย์ไฟ-สเปียร์โพรเท็คชั่น' ปรากฎโล่แห่งเปลวเพลิงคลุมป้องกันรอบตัวทันที..ซึ่งป้องกันการโจมตีนั้นได้โดยไม่มีรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
“เหอะ..ป้องกันการโจมตีแค่นั้นได้อย่าได้ใจล่ะ..งั้นเจอนี่หน่อยเป็นไง”
‘เวทย์ดิน-..’
ในตอนนั้นเองเรเวลถีบพื้นแล้วปรากฎตัวที่ด้านข้างสมาชิกห้องBคนนั้นทันที..โดยที่เขายังไม่ได้ทันร่ายสกิลจบ.. และตอนที่เขาจะหันหน้าไปทางเรเวลด้วยความตกใจนั้นเอง
“แกน่ะ…บอกว่าจะโค่นฉันไม่ใช่หรอ” เรเวลกล่าวแบบนั้นแล้วใช้หมัดเสริมพลังเวทย์ชกไปที่ท้องของสมาชิกห้องBคนนั้นแบบสุดแรง..จนเขาลอยกระเด็นทะลุออกนอกประตูห้องประชุมแล้วหมดสภาพในทันที
สมาชิกห้องBคนอื่นที่อยู่แถวเดียวกับเขามองภาพนั้นด้วยความตกใจอย่างมาก
“นี่แก..บังอาจทำเซิร์คหรอ…อย่าได้ใจให้มันมากนักนะ!”
สมาชิกห้องBบริเวณนั้นเกือบ20คนต่างเรียกอาร์ติเฟกซ์ของตัวเองออกมา…แล้วรุมโจมตีพร้อมกันไปที่เรเวล...