เมื่ออาบน้ำเสร็จพบว่าสามียกอาหารมารอที่ห้องเรียบร้อยแล้วเถาฮวาเหลยจากตอนแรกตื่นเต้นที่จะได้กินตะพาบ แต่พอเห็นตัวมันจริงๆกลับกินไม่ลงเนื่องจากว่าสามีต้มทั้งตัว เลาะเพียงกระดองมันออกเท่านั้น
“มากินน้ำซุปนี่สิครับ ดีต่อร่างกายมากเลยนะครับ”กู่เซียวจ้านเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกันเนื่องจากว่าเขาอาบน้ำที่ลำธารมาแล้ว จึงทำเพียงแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เท่านั้น
“เอ่อ กินทั้งตัวแบบนี้เลยหรือคะ?” เถาฮวาเหลยเดินไปนั่งตรงข้ามสามีตอนนี้กู่เซียวจ้านกำลังตักน้ำซุปยื่นให้กับภรรยา
“ดื่มน้ำซุปนี่ก่อนครับ” กู่เซียวจ้านตักน้ำซุปใส่ถ้วยจากนั้นก็ซดเสียงดังให้ภรรยาดู ว่ารสชาติของมันนั้นเหนือจะเปรียบ
เถาฮวาเหลยรับถ้วยน้ำซุปมาจากมือสามีตอนนี้มือเธอกำลังสั่นเล็กน้อย เมื่อหันไปมองเห็นตะพาบน้ำเป็ตัวๆ อยู่ในกระทะขนาดใหญ่สามีของเธอยกมาทั้งกระทะ
“ผมใส่เนื้อไก่ลงไปด้วย คุณจะได้กินง่ายขึ้น”กู่เซียวจ้านซดน้ำซุปจนหมดถ้วย
“งะ งั้นหรือคะ” เถาฮวาเหลยพยามฝืนยิ้มจากนั้นก็กลั้นใจซดน้ำซุปในถ้วยจนหมดพร้อมทั้งพูดปลอบใจตัวเองว่าตอนนี้เธอกำลังซดน้ำซุปของไก่ดำอยู่ จึงทำให้กลืนได้คล่องคอมากขึ้นแต่เมื่อกลืนลงไปแล้วกลับพบว่ารสชาติมันช่างแตกต่างจากหน้าตาที่เธอเห็นมันหอมและกลมกล่อมอย่างคาดไม่ถึงทีเดียวเชียว
“เป็อย่างไรบ้างครับ?” กู่เซียวจ้านนั่งลุ้นจนตัวโก่งเพราะเขาไม่ค่อยได้ลงมือทำอาหารสักเท่าไหร่ จึงไม่มั่นใจในฝีมือ ภรรยาเขาเป็คนทำอาหารอร่อยเกรงว่่าเธอจะกินอาหารฝีมือเขาไม่ได้
“อร่อยมากค่ะ” เถาฮวาเหลยพยักหน้า จากนั้นก็ส่งยิ้มพอใจให้สามีมองแค่ภายนอกอย่างเดียวไม่ได้สินะ
อาหารมื้อนี้เป็มื้อที่เถาฮวาเหลยคิดว่าอร่อยที่สุดั้แ่มาอยู่ที่นี่ มันทั้งอบอวลไปด้วยความรัก และความเอาใจใส่ของทั้งสองคนเธอไม่เคยคิดเลยว่าการมีครอบครัว มันจะสุขใจมากถึงเพียงนี้ถึงว่าทำไมคนอื่นถึงอยากจะมีคนรัก ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเธอมองว่าวุ่นวายและเป็ภาระแต่ความจริงแล้วมันคือการแชร์ความทุกข์และความสุขกันมากกว่าอีกอย่างคือขึ้นอยู่กับว่าคู่ไหนจะมีความสุขมากกว่าความทุกข์ก็แค่นั้นเอง
“นอนไม่หลับหรือคะ?” เถาฮวาเหลยตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะสามีนอนกระสับกระส่ายไปมา ทำให้เธอต้องฝืนลืมตาขึ้นมาถามเผื่อว่าเขาอาจจะไม่สบายหลังจากที่กินอาหารแปลกๆเข้าไป
“ผมทำคุณตื่นหรือเปล่าครับ?” กู่เซียวจ้านรู้สึกกระสับกระส่ายแต่ไม่ใช่เพราะไม่สบาย เป็เพราะอย่างอื่นมากกว่า
“รู้แล้วยังจะถามอีกหรือคะ” เถาฮวาเหลยยิ้มในมุมมืดเธอไม่ได้จุดตะเกียงเพื่อเพิ่มแสงสว่าง ตอนนี้สายตากำลังปรับสภาพกับความมืดในห้องโชคดีที่ยังมีแสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในหน้าต่างอยู่บ้างทั้งสองคนไม่ได้ปิดหน้าต่างนอน เนื่องจากว่าอากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าว จึงเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ
“ยุงกัดผมน่ะครับ” กู่เซียวจ้านพูดขึ้นรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ทำให้ภรรยาต้องตื่นขึ้นมากลางดึกแบบนี้แต่เขาก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
เนื่องจากวันนี้อากาศร้อนมากเป็พิเศษอีกทั้งมาอยู่ที่นี่เดือนกว่าแล้วก็ไม่เห็นว่าสามีจะรุ่มร่ามกับตัวเองเลยสักครั้งเถาฮวาเหลยจึงใส่ชุดนอนที่ตัดขึ้นมาเอง เป็ผ้าผืนบางลื่นๆ เนื้อััดี ใส่แล้วรู้สึกเย็นสบายแต่ติดตรงที่ผ้าค่อนข้างที่จะบาง ทำให้เวลาที่ผิวขาวนวลต้องแสงจันทร์แล้วชวนให้มองยิ่งนัก
“ปิดหน้าต่างดีไหมคะ? มันน่าจะเข้ามาทางหน้าต่างพรุ่งนี้ฉันค่อยเผาหญ้าไล่ยุงให้” เถาฮวาเหลยไม่พูดเปล่า แต่เธอยังทำท่าจะลุกเพื่อไปปิดหน้าต่างให้สามีอีกด้วย
หมับมือหนาคว้าเอวบางเอาไว้ได้
“ผมไปเองดีกว่าครับคุณนอนเถอะ” กู่เซียวจ้านลุกขึ้น เถาฮวาเหลยหน้าแดง รู้ถึงสาเหตุที่ทำไมสามีถึงนอนกระสับกระส่ายไปมาเพราะตอนนี้ตรงกึ่งกลางของสามี มันกำลังตื่นขึ้นมาอย่างเต็มตัวโชคดีที่เขายังใส่เสื้อผ้าครบ ไม่เช่นนั้นเธอได้หัวใจวายตายก่อนแน่
หลังจากที่สามีปิดหน้าต่างเสร็จเรียบร้อยแล้วภายในห้องจึงมืดสนิท กู่เซียวจ้านจ้องมองเพียงร่างบาง ที่อยู่บนเตียงนุ่ม พร้อมทั้งหายใจหอบถี่คล้ายคนเพิ่งไปวิ่งมาอย่างไรอย่างนั้น
“ฮวาเหลยครับ” กู่เซียวจ้านเรียกภรรยาเสียงนุ่ม
“………..”เถาฮวาเหลยยังคงเงียบ เพื่อรอฟังว่าสามีจะพูดอะไรต่อ
“คุณหลับแล้วหรือครับ?” กู่เซียวจ้านเริ่มหน้าเสียเมื่อคิดว่าภรรยาได้หลับลงไปแล้วเพราะหากว่าเป็เช่นนั้น เขาคงไม่คิดจะปลุกเธอขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน
“ยังค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เถาฮวาเหลยขานรับสามี
“ไม่มีอะไรครับ ห้องมันมืดผมแค่อยากได้ยินเสียงคุณ จะได้เดินตามเสียงไปถูกน่ะครับ”กู่เซียวจ้านพูดขึ้น พร้อมทั้งเดินเข้าไปใกล้เ้าของเสียงหวาน จริงๆ แล้วภายในห้องก็ไม่ได้กว้างขนาดที่เขาไม่สามารถเดินกลับเตียงไม่ถูก แต่คนเราควรจะมีชั้นเชิงกันบ้าง
“ให้ฉันจุดตะเกียงดีหรือไม่คะ?” คนมีประสบการณ์กับคนที่ไร้ประสบการณ์ย่อมคิดเห็นแตกต่างกันไม่แปลกอะไรหากเถาฮวาเหลยจะไม่เข้าใจในสิ่งที่สามีกำลังทำเพราะเธอไม่เคยมีคนรักมาก่อนแม้กระทั่งคนคุยก็ยังไม่เคยมี
“ไม่ต้องครับ แค่เสียงคุณก็พอแล้ว” กู่เซียวจ้านส่ายหน้า พร้อมทั้งยิ้มเอ็นดูในความไม่ประสีประสาของภรรยาหากว่าเถาฮวาเหลยมาเห็นรอยยิ้มภายใต้มุมมืดนี้ ไม่แน่ว่าเธออาจจะเข้าใจในสิ่งที่สามี้าในคืนนี้ก็เป็ได้
“ถ้าอย่างนั้นก็เดินดีๆ นะคะฉันจะรอคุณที่เตียงนี้” เถาฮวาเหลยพยักหน้าเข้าใจเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เพื่อให้ไม่เงียบจนเกินไป ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วไม่รู้สึกง่วงอีกต่อไป
หมับกู่เซียวจ้านคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้ สายตาของเขาตอนนี้สามารถปรับสภาพได้แล้วทำให้มองเห็นร่างบางพอเลือนราง แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
“ขะ ขึ้นมานอนเถอะค่ะ ยุงน่าจะไม่มีแล้ว”เถาฮวาเหลยใที่จู่ๆสามีก็คว้าข้อมือของเธอไปจับ แต่ทว่าตอนนี้เขากลับมานั่งอยู่ข้างๆปลายเตียงไม่ยอมให้มานอนอย่างที่ควรจะเป็
“ภรรยาครับ นี่มันก็นานแล้วนะครับที่เรา”กู่เซียวจ้านหยุดเอาไว้เพียงเท่านั้น ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ เมื่อสันดารดิบ้าจะออกมาคำหวานต่างๆ นานาก็สามารถพรั่งพรูออกมาไม่ขาดปากได้เช่นเดียวกัน สงสารก็เพียงกระต่ายน้อยที่ไม่ประสีประสาจะโดนหม่าป่าขย้ำ ยังนั่งตาแป๋วฟังคำที่สามีกำลังจะพร่ำบอกอย่างตั้งใจ
“ทำไมหรือคะ?” ไม่รู้ว่าเธอแกล้งหรือยังไม่ตื่นดีเมื่อกู่เซียวจ้านได้ยินคำนี้เข้าไปจึงคิดว่าภรรยากำลังแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เขาที่ซึ่งไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินเสียงหวานที่เปล่งออกมาจึงรั้งต้นคอของเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม
เถาฮวาเหลยใกับกระทำของสามีแต่ก็ไม่ได้ผลักไสเหมือนอย่างที่ควรจะเป็แม้ว่าจะไม่เคยมาก่อนแต่ก็ใช่ว่าจะเรียนรู้ไปด้วยกันไม่ได้ จูบเงอะงะๆ ที่เธอจูบตอบสามีทำเอาอีกคนอดหัวเราะไม่ได้พร้อมทั้งคิดในใจว่า นี่เธอความจำเสื่อมแม้กระทั่งบทรักที่เคยทำร่วมกันมาอย่างนั้นหรือ
ลิ้นสากสอดแทรกมาในช่องปากคล้าย้าสำรวจโพลงปากของอีกฝ่ายทุกซอกทุกมุม ความหอมหวานที่ไม่ได้ลิ้มรสมานานแน่นอนว่ากระตุ้นให้หมาป่านั้นกระหายเพิ่มมากขึ้น
“อืม”ชายหนุ่มคำรามในลำคออย่างพอใจ เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้ผลักไส
ฉกชิงความหวานจนพอใจก็ถึงเวลาสำรวจส่วนอื่นๆ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ไปตามซอกคอขาวหอม พลางใช้ปากขบเม้มเบาๆให้เกิดความสยิวเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย
“อ่าห์เซียวจ้าน” เถาฮวาเหลยรู้สึกวาบหวามเกินกว่าจะกลั้นเสียงครางเอาไว้ได้และรู้สึกว่าอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะพอใจ เมื่อเธอเปล่งเสียงวาบหวิวนั้นออกมา
“หวานไปทั้งตัวเลยครับ”เสียงแหบพล่ากระซิบเบาๆที่ข้างหู พร้อมทั้งวกกลับมาจูบที่ปากหวาน แลกลิ้นกันอย่างดูดดื่มเถาฮวาเหลยเหมือนนักเรียนหัวดีที่สามารถเรียนรู้ได้เร็ว
******* cut******
“เซียวจ้านฉัน” เถาฮวาเหลยรู้สึกทรมาน ้าจะปลดปล่อย แต่ไม่รู้จะบอกกับสามีอย่างไรดี
“ว่าอย่างไรครับ”เหมือนเขาจะรู้ว่าเธอ้าอะไรแต่คนที่อยู่้ากลับแกล้งไม่ยอมให้ในสิ่งที่้า
“ฉัน...้ามากกว่านี้”
พรึ่บ
สิ้นเสียงของภรรยาเขาก็ไม่สามารถทนต่อความ้าได้อีกใช่เธอคนเดียวเสียที่ไหนที่ทรมาน เพราะเขาเองก็ทรมานอยากจะระบายความคับแน่นนี้เสียเต็มทน
******* cut******
ครั้งแรกเถาฮวาเหลยคิดว่ามันคงจะเจ็บมากแม้ว่าไม่เคยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนมาเล่าให้ฟังยิ่งเื่พวกนี้สาวๆในโรงงานหลายๆคนมองว่าเป็เื่น่าภูมิใจทางด้านทคนที่ฟังกลับสงสัยว่าถ้าหากว่ามันเจ็บขนาดนั้นทำไมยังทำ? วันนี้เธอเข้าใจทั้งหมดอย่างถ่องแท้แล้วโชคดีที่ร่างนี้ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ทำให้เธอไม่ต้องผ่านเหตุการณ์ที่แสนยากลำบากนั้นแต่อาจจะเป็เพราะไม่ได้ร่วมรักกันมานาน ทำให้ช่องทางคับแน่นคล้ายสาวแรกแย้มก็ไม่ปาน
กว่าจะผ่านพ้นคืนวันอันแสนหวานก็เล่นเอาหมดแรงไปตามๆกันทั้งสองคนเนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อและคิดว่าไม่น่านอนหลับได้หากไม่ได้รับการชำระล้างคราบเหล่านี้ออกจากตัวกู่เซียวจ้านอาสาอุ้มภรรยาที่แข้งขาหมดแรงหลังจากที่ถูกเขาจับกินน่าแปลกตรงที่ชายหนุ่มกลับไม่เป็อะไรเลยแถมยังยิ้มอารมณ์ดีอีกด้วย
“ยิ้มอะไรคะ” เถาฮวาเหลยพูดเสียงกระซิบ เพราะเกรงว่าจะมีคนมาได้ยินแม้จะมั่นใจว่าเวลานี้คงไม่มีใครมาเล่นน้ำกลางดึก หากไม่ใช่เธอและสามี
“ขอบคุณครับ” กู่เซียวจ้านไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับพูดคำขอบคุณแทน
“ขอบคุณเื่อะไรคะ?” เถาฮวาเหลยขมวดคิ้วสงสัยเธอต่างหากที่ต้องขอบคุณเขาที่อุ้มมาถึงลำธารหลังบ้านนี้
“ทุกเื่เลยครับ โดยเฉพาะเื่ในคืนนี้” กู่เซียวจ้านตอบคำถาม พร้อมทั้งมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเวลานี้เธอดูสวยสะพรั่งทำให้เขาแทบจะอดใจไม่ไหวทั้งๆ ที่เพิ่งจะกินอิ่มไปหมาดๆ
“กลับเข้าบ้านกันเถอะค่ะ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี”เถาฮวาเหลยเห็นสายตา อีกทั้งยังน้ำเสียงกระเส่าที่สามีพูดออกมาก็ทำให้เธอขนลุกขนพองเริ่มจะจับสังเกตได้แล้วว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
แต่เมื่อกลับถึงห้องเขาทำเพียงคว้าเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเท่านั้นนอกจากนั้นยังเป็คนเดินไปเปิดหน้าต่่าง เพราะบ่นว่าอากาศร้อนอบอ้าวจนเกินไปเื่ที่บอกว่ายุงกัดเมื่อ่ก่อนหน้านั้นก็คงจะเป็เพียงเื่ที่กุขึ้นมาอย่างนั้นสินะ
“เ้าเล่ห์นักนะคะ”เถาฮวาเหลยหยิกที่มือหนาเบาๆในยามที่เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพร้อมทั้งซบหน้าลงมาตรงซอกคอหอมกรุ่นของเธอ
“หึ…นอนเถอะครับก่อนที่ผมจะอดใจไม่ไหว” เขาไม่ได้พูดขู่หากเพียงแต่ว่าเหมือนกึ่งกลางของเขาตอนนี้มันกำลังจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
เถาฮวาเหลยตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เป็ความเคยชินที่เธอต้องตื่นในเวลานี้ เพราะต้องทำมื้อเช้าให้สามีพบว่าสามียังคงกอดเธอเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“นอนต่ออีกหน่อยเถอะครับ” กู่เซียวจ้านพูดทั้งที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมา
“คุณนอนต่อเถอะค่ะฉันขอไปทำมื้อเช้าก่อน”เถาฮวาเหลยพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของสามีแม้ว่าในใจจะยังอยากอยู่กับเขาต่ออีกสักหน่อยก็ตาม
“ขอเวลาสักพักนะครับ” กู่เซียวจ้านกระชับกอดแน่นขึ้นไม่ยอมให้ภรรยาลุกขึ้นไปโดยง่าย
“ให้แค่ครู่เดียวนะคะ” ในที่สุดก็ใจอ่อนกับคำอ้อนของเขาจนได้
“อืม” ชายหนุ่มขานรับในลำคอด้วยความพึงพอใจ
ด้วยความเพลียหรือนอนไม่พอก็ไม่ทราบได้ เมื่อสามีบอกให้นอนต่ออีกสักหน่อยเถาฮวาเหลยจึงเผลอหลับไปในอ้อมกอดของเขาจริงๆ คล้ายกับว่าฝันหรือเป็ความจริ งเมื่อรับรู้ถึงััเย็นๆที่บริเวณหน้าผากแต่ตาเ้ากรรมก็หนักอึ้งเกินกว่าเปิดออกมาดูได้จึงได้แต่ขดตัวอยู่ในผ้าห่มหนาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
เถาฮวาเหลยสะดุ้งตื่นรู้สึกแสบตาเนื่องจากว่าแสงจากภายนอกสาดส่องเข้ามาและเมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่าที่นอนข้างๆว่างเปล่าผ้าห่มถูกพับเก็บเป็ระเบียบเรียบร้อย มีเพียงผ้าผืนบางที่คลุมตัวของเธออยู่
นอกจากนั้นยังมีอาหารที่ถูกคลอบเอาไว้บนโต๊ะกินข้าวอีกด้วยสายป่านนี้แล้วสามีน่าจะออกไปทำงานที่ทุ่งนาแล้ว เธอจึงลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัว แม้จะรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกายบ้างแต่ก็ยังพอลุกได้ไม่ถึงกับไข้จับลุกไม่ขึ้นคิดไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วก็รู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่คิดว่าสามีจะร้อนแรงได้ขนาดนี้ แค่ก!!
วันนี้ตั้งใจว่าจะทำแปลงผักขึ้นมาใหม่เพราะยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าหิมะจะตก คิดว่าน่าจะทันเวลาพอดี จะได้มีผักดองเอาไว้กิน่ฤดูหนาวส่วนหน่อไม้ดองนั้นเธอมีมากพอสมควร เถาฮวาเหยไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่าในแต่ละวันจนพ่อแม่สามีรับรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่เฉยๆ เมื่อสังเกตดูจากเปลือกของหน่อไม้ที่เป็กองสูงเธอไม่ได้เอาไปทิ้งตั้งใจว่าจะทำปุ๋ยหมักสำหรับรดน้ำต้นไม้
กินมื้อเช้าที่สามีเตรียมเอาไว้ให้แล้วเขาทำอาหารง่ายๆนั่นก็คือข้าวต้มเกลือกับไข่ต้ม 2ฟอง แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับในตอนเช้ากินอิ่มมีแรงก็ลงมือทำแปลงผัก อยากจะทำเอาไว้หลายๆแปลง เพราะในยุคที่เธอจากมาไม่ได้มีพื้นที่เหลือมากขนาดนี้มีโอกาสแล้วก็อยากจะทำให้เยอะๆไปเลยจะได้คุ้มค่าเหนื่อยก่อนจะปลูกผักก็ต้องทำการเตรียมหน้าดินเสียก่อน โดยใช้มูลของลูกหมูให้เกิดประโยชน์นี่คือปุ๋ยชั้นดีทีเดียวเชียวล่ะ
เวลาประมาณ15.00 น.หญิงสาวก็วางมือจากแปลงผักซึ่งในตอนนี้ขุดไปมากถึง 5 แปลงใหญ่แล้วเหลือเพียงให้สามีมาล้อมรั้วเพื่อป้องกันไม่ให้ไก่ มาเขี่ยกินเมล็ดผักเวลาที่หว่านเท่านั้นที่บ้านใหญ่เลี้ยงไก่เอาไว้ 5 ตัวซึ่งแม่สามีไม่ได้แบ่งให้ครอบครัวของเธอเลยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะในมิติเธอมีไข่อยู่จำนวนมากเลยทีเดียว
เถวฮวาเหลยตั้งใจจะทำก๋วยเตี๋ยวเปรี้ยวเผ็ดเส้นทำจากมันฝรั่งให้สามีลองชิมเธอเป็คนชอบกินเส้นมากจึงทำให้ส่วนใหญ่อาหารมักจะมีเมนูเส้นเป็หลัก ก่อนอื่นเลยเริ่มจากนวดแป้งใช้แป้งจากมันฝรั่งที่เคยทำทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นปอกกระเทียมจากนั้นก็หั่นสอยเป็ชิ้นเล็กๆ หั่นพริกแดง ซอยต้นหอมเตรียมเอาไว้
เถาฮวาเหลยทำน้ำปรุงเตรียมไว้คือ ใส่หอมซอย กระเทียมสับ พริกแดงซอย พริกป่น งาขาวสุก ผสมลงไปจากนั้นก็ราดน้ำมันร้อนๆลง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เฉินชู (น้ำส้มสายชูดำซานซี)น้ำตาลทราย ผงปรุงรส คนให้ทักอย่างเข้ากันดี
ใกล้เวลาที่สามีจะกลับมาพอดีจึงต้มน้ำเพื่อลวกเส้นใช้น้ำที่ต้มเส้นผสมลงไปในน้ำปรุงที่เตรียมเอาไว้ก่อนหน้าจากนั้นก็นำเส้นที่ลวดเสร็จแล้วมาใส่ลงน้ำปรุงอีกที โรยหน้าด้วยถั่วลิสงต้ม ผักชีต้องบอกว่ากลิ่นหอมของน้ำปรุงลอยออกไปถึงด้านนอกคนที่เลิกงานมาเหนื่อยๆได้กลิ่นหอมจากครัวของสะใภ้สี่ ต่างก็กลืนน้ำลายไปตามๆกัน
ทางด้านกู่เซียวจ้านวันนี้ได้กลับบ้านเร็ว เนื่องจากว่างานในส่วนของกรรมการไม่มีอะไรมากเขาจึงรับหน้าที่ให้อาหารหมูในตอนเย็น และล้างเล้าหมูไปด้วยเลยแต่เมื่อเหลือบไปเห็นแปลงผักที่เพิ่งผ่านการขุดใหม่ๆก็ได้แต่ถอนหายใจคงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากภรรยาของเขาไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ให้เธอเลิกทำงานที่ทุ่งนา เพราะดูเหมือนว่าเธอจะทำงานหนักกว่างานที่ทุ่งนาเสียด้วยซ้ำไป
“กลับมาแล้วครับ” กู่เซียวจ้านเข้าไปหาภรรยาในครัวตอนนี้เธอกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารซึ่งกลิ่นหอมของมันทำให้ท้องของเขาร้องออกมาเสียงดัง
“ไปล้างเนื้อล้างตัวสิคะ จะได้มากินมื้อเย็นกำลังร้อนๆเลย”เถาฮวาเหลยคิดในหัวตลอดทั้งวันว่าจะเข้าหน้าสามีติดได้อย่างไร แต่ทว่าพอกลับมาเขาก็ทำตัวปกติคล้ายว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงทำให้เธอหายอึดอัดใจลงได้บ้าง
“คุณเป็คนทำแปลงผักพวกนั้นหรือครับ?” แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าต้องเป็ฝีมือภรรยาแต่ยังอดที่จะถามไม่ได้
“ใช่ค่ะ ทำไมคะคุณแม่ท่านว่าอะไรหรือเปล่า?” เถาฮวาเหลยเริ่มขนลุกเมื่อพูดถึงแม่สามี
“ไม่น่าจะว่าหรอกครับ แต่คุณน่าจะบอกให้ผมเป็คนทำมากกว่า”กู่เซียวจ้านส่ายหน้ายิ้มๆเมื่อเห็นสีหน้าของภรรยาเวลาที่พูดถึงแม่ของเขา
“ฉันทำได้ค่ะ คุณอย่างมองฉันอ่อนแอขนาดนั้นสิคะ”เถาฮวาเหลยไม่ใช่คนี้เี ไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่ต้องทำตัวอ่อนแอเพื่อให้ผู้ชายมาปกป้องขืนเป็แบบนั้นก็ไม่ทันกินกันพอดี ถ้าหากจะมัวมารอแต่ให้สามีทำให้
“ผมกลัวคุณจะเหนื่อยน่ะครับ”
“ขอบคุณสามีมากค่ะที่เป็ห่วง ฉันซาบซึ้งใจมาก แต่ตอนนี้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะจะได้มากินมื้อเย็นกัน”เถาฮวาเหลยพูดตัดบทไปเขามักจะรู้สึกผิดทุกครั้งที่เธอลงมือทำอะไรสักอย่างที่เกินตัว
“ครับ” กู่เซียวจ้านไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบไปจัดการตัวเองตามที่ภรรยาบอกเพราะวันนี้เขากินเพียงไข่ต้ม 1 ฟองเท่านั้นจึงทำให้รู้สึกหิวมากเป็พิเศษ
ได้ยินภรรยาเรียกตัวเองว่าสามีอีกทั้งยังพูดทีเล่นทีจริงกับเขาครั้งแรกก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าครอบครัว ต้องมีผ่อนคลายกันบ้าง ไม่ใช่จริงจังไปเสียหมดทุกอย่างเขาไม่ใช่ผู้ชายถือตัวที่ผู้หญิงจะต้องมาล้างเท้าให้ก่อนนอนหรือเลิกจากงานมาต้องคอยยกน้ำชา ทุกคนมีหน้าที่เท่าเทียมกันอยู่ที่ว่าใครรับผิดชอบตรงส่วนไหนก็เท่านั้นแต่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี เท่านี้ปัญหาภายในครอบครัวก็ะไม่เกิด
“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” เถาฮวาเหลยขมวดคิ้วสงสัย ตอนนี้หลานชายคนเล็กกำลังมายืนด้อมๆมองๆอยู่ข้างๆครัวของเธอ
“เปล่าครับ” กู่หนิงเจี้ยน ลูกชายคนเล็กของพี่ชายใหญ่พูดขึ้น
“พี่ยังไม่กลับหรือ?” เถาฮวาเหลยเอ่ยถามด้วยความเอ็นดูในความทรงจำของเธอ เด็กน้อยคนนี้มักจะชอบแอบมองเธออยู่เป็ประจำไม่แน่ว่าเธออาจจะถามเื่ที่เกิดขึ้นในวันที่ถูกทำร้ายจากเด็กคนนี้ได้
“…..”เด็กน้อยทำเพียงส่ายหน้าเท่านั้นเขาเป็เด็กคนเดียวในบ้านที่ยังไม่ได้ไปทำงานเก็บผักแลกแต้มค่าแรงหลังเลิกเรียน
“อาสะใภ้ทำก๋วยเตี๋ยวเอาไว้ ถ้าหนิงเจี้ยนไม่รังเกียจ อาจะแบ่งให้”เถาฮวาเหลยพูดกับหลานชาย กว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะเข้าครัวทำอาหารเย็นเสร็จ เด็กคงหิ้วท้องรอได้ไม่นานเหมือนคนโตเห็นสภาพหลานชายแล้วก็รู้สึกสงสารเพราะเขาช่างผอมแห้งแรงน้อยเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น
“จะดีหรือครับ” กู่หนิงเจี้ยนเริ่มลังเลเขาถูกสั่งห้ามเด็ดขาดจากผู้เป็แม่ว่าห้ามมายุ่งเกี่ยวกับอาสะใภ้อีก แต่เด็กชายก็อดไม่ได้เพราะเมื่อก่อนเขาก็มักจะมานั่งเป็เพื่อนอาสะใภ้ และคอยปลอบใจยามที่เธอร้องไห้
“ดีสิจ๊ะ แต่อาจจะต้องเข้าไปกินกับอาสี่ในห้อง ตกลงไหม?” เถาฮวาเหลยพยักหน้า
ตอนนี้ไม่มีใครสนใจใครพี่ใหญ่ยังไม่กลับจากทุ่งนาคาดว่าน่าจะไปใส่กับดักปลา ส่วนพ่อแม่สามีนั้นน่าจะขึ้นเขาไปเก็บผักพี่สะใภ้รองก็น่ายังยุ่งอยู่กับการล้างเล้าหมู ส่วนพี่สะใภ้ใหญ่ก็น่าจะอยู่ในครัวทางเลยสะดวกที่จะให้หลานชายเข้าไปกินก๋วยเตี๋ยวในห้อง
กู่เซียวจ้านเปิดประตูเข้าห้องมาถึงกับขมวดคิ้วเมื่อเห็นหลานชาย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะคิดว่าภรรยาน่าจะเป็ชวนเข้ามาไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ยิ้มแฉ่งให้เขากว้างขนาดนี้
“ฉันเป็คนชวนมาเองค่ะ” เถาฮวาเหลยพูดเพื่อไขข้อข้องใจให้กับสามี
“อืม” กู่เซียวจ้านทำเพียงพยักหน้ารับรู้เท่านั้นไม่ได้มีท่าทีว่าไม่พอใจใด
“ขอบคุณครับ” กู่หนิงเจี้ยนพูดขอบคุณเมื่ออาสะใภ้ยกถ้วยก๋วยเตี๋ยวมาไว้ตรงหน้า
“กินเยอะๆ” กู่เซียวจ้านลูบหัวหลานชายคนเล็กด้วยความรักใคร่เขาแยกออกอยู่แล้วสำหรับเื่ผู้ใหญ่และคนโต ไม่เคยคิดรังเกียจหลานเลยแม้แต่น้อย
“กินเผ็ดได้ไหม อาสะใภ้ไม่รู้ว่าหนิงเจี้ยนจะมาเลยใส่พริกเยอะไปหน่อย”่เวลาเกือบสองเดือนที่อยู่ด้วยกัน ทำให้เธอทราบว่ามามีเป็คนกินอาหารรสจัดมากจึงใส่พริกไปไม่ยั้งเลย
“กินได้ครับ อร่อยมาก” กู่หนิงเจี้ยนพูดขึ้นอาหารฝีมืออาสะใภ้สี่อร่อยที่สุดแล้ว
“เด็กดี” เถาฮวาเหลยลูบหัวหลานชาย จากนั้นก็กินมื้อเย็นกันอย่างเอร็ดอร่อยแม้ว่านี้จะกินเร็วไปหน่อย หากให้เธอเดาคิดว่าสามีน่าจะไม่ได้กินข้าวกลางวันไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กินเอาเป็เอาตายขนาดนี้
นอกจากทำก๋วยเตี๋ยวแล้วเถาฮวาเหลยยังต้มไข่เอาไว้ 4 ฟอง ให้สามีไป 2 ฟอง ส่วนเธอกับหลานชายแบ่งกันคนละฟองแค่นี้ก็อยู่ท้องไปถึงเช้าแล้ว
“ผมเอาไปล้างให้ครับ” กู่หนิงเจิี้ยนเก็บถ้วยชามพร้อมทั้งทำท่าจะยกไปล้าง
“ไม่ต้องหรอกจ้ะ รีบออกไปดีกว่า เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยเอา”เถาฮวาเหลยพูดดักหลานชายเอาไว้ก่อน เธอรู้สึกถูกชะตากับหลานคนนี้มากเป็พิเศษ
“ขอบคุณมากนะครับ” เด็กชายมองหน้าอาสะใภ้อย่างซาบซึ้งใจเขารู้สึกคิดถึงอาสะใภ้เป็อย่างมากจึงแอบเข้ามาส่องดู ไม่คิดว่าเธอจะมาเจอเข้า
“คนกันเองจะขอบคุณทำไมให้มากพิธี บ้านอาสี่ยินดีต้อนรับหลานเสมอ” กู่เซียวจ้านบอกกับหลานชายอีกรอบแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสนิทกับหลานๆที่บ้านมากนะแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รักและเอ็นดูหลานๆ
“ครับ”
“มองหน้าฉันทำไมคะ?” หลังจากที่หลานชายวิ่งออกไปเมื่อหันกลับมาเก็บถ้วยชาม พบว่าสามีมองหน้าเธออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
“มองหน้าภรรยาที่ทั้งสวยและใจดีน่ะครับ”กู่เซียวจ้านตอบทั้งที่จ้องร่างบางไม่วางตาคิดถึงบทรักที่ทั้งสองร่วมกันทำเมื่อคืนก็ทำให้หัวใจเต้นแรง
“หึ…เพราะฉะนั้นคุณต้องดีกับฉันให้มากๆ นะคะ” เถาฮวาเหลยไหวไหล่
“ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ ให้ไปจนหมดแล้ว” พูดจบก็เดินมาขโมยหอมแก้มภรรยาจากนั้นก็แย่งถ้วยชามในมือไปล้าง ส่วนคนที่โดนหอมแก้มก็มือไม้อ่อนปล่อยให้สามีแย่งถ้วยชามไปได้โดยง่ายพร้อมทั้งใช้มือจับข้างที่ถูกหอมด้วยความเขินอาย