หลังจากการเดินทางที่สุดแสนจะยาวนานที่ใช้เวลามากถึง 5 วันเต็มในที่สุดเรือเหาะของอาณาจักรคราวก็เข้ามาภายในเขตของอาราเธียร์และนี่ก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับใครอีกหลายๆคนที่ยังไม่เคยมาเยื่อนดินแดนแห่งนี้ที่ขึ้นชื่อว่ามีความแข็งแกร่งมากที่สุดและมีความเจริญมั่งคลั่งที่สุดของทั้ง6 อาณาจักร เพียงแค่เข้ามาในเขตของอาณาจักรเท่านั้นก็กับสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนมากมายต่อภาพตรงหน้าของพวกเขา
นั้นก็คือเหมืองแร่ขนาดใหญ่เมื่อมองจากภาพมุมสูงความใหญ่และความกว้างของเหมืองแห่งนี้แทบจะ1ใน4 ของพื้นที่เมืองหลวงของอาณาจักรคราวเลยที่เดียวเมื่อผ่านมาสักระยะหนึ่งก็ต้องผ่านในย่านเกษตรกรรมแห่งอาณาจักรอาราเธียร์ ภาพตรงหน้าจากมุมสูงเต็มไปด้วยความเขียวขจีพืชผลดอกไม้นาๆพันธ์พร้อมทั้งพืชผลผลิตยาวสุดขอบสายตาจะมองเห็นราวกับว่าพวกตนนั้นกำลังจะมาเยือนดินแดนแห่งพระผู้สร้างอย่างไรอย่างงั้นความเพียบพร้อมอุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะด้านอุตสาหกรรมหรือแม้แต่ด้านเกษตรกรรม สามารถพูดได้คำเดียวเลยว่าช่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าด้านไหนก็มีกำลังความสามารถในการผลิตขั้นสูงสุด
"เห้อ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอาณาจักรอาราเธียร์จะห่างชั้นกับพวกเราถึงขนาดนี้ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนพวกเราไม่สามารถที่จะนำมาเปรียบเทียบได้เลยหนึ่งในขุนนางราชการของริมมะกล่าวออกมาด้วยความท้อแท้…
"เจ้าอย่าได้เสียกำลังใจไป ข้าอยากให้พวกเจ้ามองภาพเหล่านี้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาอาณาจักรของพวกเราและข้ายังเชื่อมั่นอีกว่าอนาคตที่ไม่ไกลมากนักอาณาจักรของพวกเราก็คงจะพัฒนาได้เหมือนดังอาราเธียร์บ้าง"
ราชาริวมะพูดจาปลอบประโลมเหล่าลูกน้องของตน พร้อมทั้งหันมามองหน้าเด็กหนุ่มเขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของเซย์รินนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรหรือมันจะเป็นเรื่องที่ยากขนาดไหนมันล้วนที่จะไม่เกินความสามารถของเขาเป็นแน่
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
ในตอนนี้คณะเดินทางของอาณาจักรคราวก็ลอยอยู่เหนือน่านฟ้าของอาณาจักรอาราเธียร์แล้วภาพตรงหน้ามีแต่ความศิวิไลซ์สถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกรีก โรมัน ผู้คนที่นี่ล้วนแต่งกลายด้วยชุดที่หรูหรามีราคาสมกับเป็นดินแดนอันดับ 1 ของเผ่ามนุษย์ ที่แห่งนี้มีประชากรหนาแน่นถึง 1,000ล้านคน
ตัวเด็กหนุ่มเองก็ถึงกับอ่าปากค้างกับภาพตรงหน้าของตน เพราะทั้งชีวิตของเซย์รินนั้นอยู่แต่กับอาณาจักรบราเรี่ยนหากเอาอาณาจักรของตนไปเปรียบเทียบกลายเป็นบ้านนอกไปเลยเมื่อมาเจอกับอาณาจักอาราเธียร์
หากภายในอนาคตทั้งบาเรี่ยนแล้วก็คราวมีความเจริญก้าวหน้าอย่างนี้บ้างมันคงจะดีไม่น้อย
เรือเหาะของอาณาจักรคราวยังคงลอยเคลื่อนที่อยู่บนฟ้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงโรงเรียนจอมเวทแห่งอาราเธียร์พื้นที่แห่งนี้ถูกจัดต้อนรับเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นลานจอดเรือเหาะของอาณาจักรต่างๆทั้งที่พักที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือซุ้มขายของมีพ่อค้าแม่ค้ามากมายที่นำสินค้ามาให้เลือกซื้อ
และในที่สุดเรือเหาะทั้ง 5 ลำก็จอดเทียบ บนพื้นที่รับลองเหล่าตัวแทนและเหล่าผู้ร่วมเดินทางต่างก็รีบลงมาเพื่อยืดเส้นยืดสายทันทีเพราะพวกมันนั้นต้องทนอยู่บนเรือเหาะนานถึง5 วันทางด้านราชาริวมะและเซย์รินก็เดินลงมาพร้อมกันเด็กหนุ่มก็หันซ้ายหันขวาเพราะพื้นที่แห่งนี้มีร้านค้าเต็มไปหมดที่มันดูยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้ก็เป็นเพราะนี่คืองานต่อสู้ของทั้ง6 อาณาจักร เป็นงานเทศกาลที่หนึ่งปีจะมีสักครั้งจะให้จัดเล็กๆได้อย่างไรเด็กหนุ่มคิดอยู่ภายในใจว่าเขาอยากจะเดินชมให้ทั่วงานทั้งหมดถึงแม้ว่ามันจะกว้างเป็นอย่างมากก็ตาม
ส่วนริวมะเองก็อดยิ้มกับท่าทางของเซย์รินไม่ได้ถึงจะมีความแข็งแกร่งราวสัตว์ประหลาดแต่เด็กก็ยังเป็นเด็กซินะ
"จิ๊ จิ๊ ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะกล้ามาร่วมงานในครั้งนี้ด้วยไม่กลัวที่จะขายหน้าอย่างงั้นรึแล้วก็อีกอย่างเจ้าบ้านนอกที่ยืนอยู่ข้างๆท่านคงจะไม่ใช่เป็นตัวแทนของอาณาจักรคราวหรอกนะฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ชายร่างอ้วนเดินมาที่ทางด้านของริวมะและเซย์รินเมื่อมันเดินมาใกล้มันก็พูดจากวนประสาททันที
ส่วนเด็กหนุ่มเองก็ถึงกับคิ้วกระตุก "เจ้าหมอนี่มันกล้าเรียกข้าว่าเจ้าบ้านนอกอย่างงั้นรึ"
จิตสังหารเริ่มที่จะค่อยๆปะทุออกมา….