ภายในหอคณิกา บุรุษนามว่า มารพุทธ ทงอี้ เขากำหมัดไว้แน่น เดือดดาลอยู่ไม่น้อย ราวกับถูกลูบคม ถึงแม้เขาจะไม่ได้รังเกียจ นิสัยที่โอหังของอี้เฉิน อย่างไรพวกเขาก็ถือเป็นคู่แข่งกัน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม คำพูดของเขาจึงแฝงไว้ด้วยความโหดร้าย เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน "อี้เฉินอย่าถือว่าข้า ใจร้ายกับเจ้านักล่ะ หวังว่าข่าวสารของตัวเจ้า จะดึงดูดศัตรูของเจ้าได้ไม่น้อย" ครั้นมารพุทธ ทงอี้ เอ่ยคำพูดเสร็จสิ้นเขาก็ไม่เก็บอี้เฉินมาใส่ใจอีกต่อไป
ในช่วงเวลาที่ไหลผ่านไป2ชั่วยาม อี้เฉิน ถึงจะกลับเข้ามาภายในถ้ำลับ ที่เขาจากไปได้อีกครา ยังดีที่เขามีป้ายแนะนำตัวขององค์หญิงอิงฮวา ทำให้การเข้าออกเมืองหลวงของเผ่าพันธุ์มังกรทอง ง่ายดายขึ้นกว่าแต่ก่อนมากในช่วงเวลานี้
ทว่าอย่างไรอี้เฉินก็ยังต้องใช้สถานที่ลับแห่งนี้ มันยังมีประโยชน์กับอี้เฉินอยู่ในยามนี้ การที่จะหาสถานที่ลับตาปิดขั้นพลังไม่ใช่เรื่องง่าย ภายใต้บึงน้ำแห่งนี้ น่าจะปลอดภัยสำหรับเขาไม่น้อย ยามนี้เหล่าอนุชน รุ่นราวคราวเดียวกับเขา ก็ต่างปิดขั้นพลัง สะสมประสบการณ์ความรู้แทบทั้งสิ้น พวกเขาเหล่านั้นล้วนไม่อยากเสียเวลาอันมีค่า 15ปีเหล่านั้นไป
เหล่าอนุชนรุ่นใหม่หลายคนก็ต่างหมายมั่น ไล่ตามขั้นพลังของเหล่าอนุชนจำศีลเหล่านั้นให้ทัน ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะถูกยุคสมัยกลบฝังกลืนกิน เกรงว่าสงคราม เทพพันปี จะเกิดความวุ่นวายอีกในไม่กี่ปีที่จะมาถึง หากมีผู้ใดเป็นเทพสวรรค์อย่างแท้จริงถือกำเนิด พสุธาจะต้องอาบย้อมไปด้วยเลือดอย่างไม่ต้องสงสัย
อี้เฉินเองก็คิดเฉกเช่นเดียวกัน กับเหล่าอนุชนคนรุ่นใหม่ การปิดขั้นพลังคราวนี้ของเขา เกรงว่าคงยาวนานไม่น้อยเป็นแน่ เขาที่หมายมั่นจะเลื่อนขั้นพลังไปอยู่ในขั้นเทวะระดับปลาย อย่างไวที่สุดเกรงว่าจะใช้เวลาร่วมปีเศษ อย่างช้าที่สุดเป็นไปได้อาจจะถึงปีครึ่ง
อี้เฉินจึงผ่อนลมหายใจออกมายาว แต่หากอยู่ยังโลกภายนอกเป็นไปได้ที่อี้เฉิน จะต้องใช้เวลาถึง 2-3ปี กว่าอี้เฉินจะเลื่อนขั้นพลังย่อยได้ เขาล้วนรู้ดี ยิ่ง ขั้นพลังสูงมากเท่าใด เวลาที่ใช้ในการปิดขั้นพลังยิ่งยาวนานหลายปี จึงมีกลุ่มคนไม่น้อย ติดอยู่ในขั้นพลังเทวะ ไม่อาจเป็นเทพสวรรค์แท้จริงได้
แม้แต่ขั้นเทพสวรรค์ บางคนยังติดอยู่ในขั้นพลังนี้ ใช้เวลาหลาย10ปีก็ไม่อาจเลื่อนขั้นพลัง ไปสู่อีกระดับหนึ่งได้ จนอายุขัยของพวกเขาแก่ชรา ประหนึ่งว่า การบ่มเพาะพลังก็ไม่ต่างอะไร ไปจากการขีดเขียนเส้นทางเดิน แสวงหาโชควาสนาของตน หากฐานพลังไม่แข็งแกร่ง ก็จะส่งผลถึงภายภาคหน้า หลายคนจึงไม่ได้รีบเร่งเลื่อนขั้นพลัง สะสม ฐานพลังให้แข็งแกร่งมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดี ในภายภาคหน้าจะได้เดินไปได้ยาวไกล
อี้เฉินที่เตรียมจะนั่งสมาธิ หลับตาพริ้ม เขาเลือกที่จะไม่ประมาท หยิบแผ่นยันต์ค่ายกลสังหารที่มีอยู่สามใบ มาใช้อย่างไม่เสียดาย เมื่อค่ายกลสังหารขยายออกกว้าง ล้อมรอบทั่วบริเวณอี้เฉินไว้ หลาย10ฝีเท้า ทำให้อี้เฉินที่เห็นพลานุภาพของค่ายกลเคลื่อนย้าย ต่อให้เป็นเทพสวรรค์ครึ่งก้าวเข้ามาอยู่ภายในค่ายกลสังหารแห่งนี้ ยังต้องหวาดเกรง
อี้เฉินจึงฉีกยิ้มยิงฟัน อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมมัน "ถึงว่าแม่นาง เฉินอิน ผู้นั้นอยากได้นัก เกรงว่าคนที่สร้างแผ่นยันต์ค่ายกลสังหาร จะเป็นสุดยอดปรมาจารย์ด้านค่ายกล อย่างไม่ต้องสงสัย"
ครั้นเมื่ออี้เฉินสงบจิตใจของเขาจนสงบนิ่งได้ เขาหยิบขวดหยก ที่มีโอสถแห่งการหยั่งรู้ ระดับ6 ที่ประมูลมาได้ ออกมาใช้หนึ่งเม็ด อย่างไม่ลังเล เมื่อเม็ดยาสีฟ้าลอยออกมาอยู่ในมืออี้เฉินได้ มันก็ส่งกลิ่นของสมุนไพรหลายชนิด ลอยออกมา ตลบอบอวลไปทั่วถ้ำที่เฉอะแฉะ ส่งให้อี้เฉินที่สูดดมจิตใจผ่อนคลายลงไปไม่น้อย ด้วยกลิ่นที่หอมรัญจวนใจ
ครั้นเมื่ออี้เฉินกลืนเม็ดยาโอสถแห่งการหยั่งรู้ ระดับ6 ลงคอไปได้ อี้เฉินก็ค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงไปช้าๆ บนแท่นบําเพ็ญเพียร หน้ารูปสลักอาชูร่า6แขน เขาหวังว่าเม็ดยาระดับ6 มันจะช่วยให้เขาร่นระยะเวลาไปได้ ไม่มากก็น้อย
....เพียงเวลาไม่ถึงสองวัน ประสบการณ์ความรู้ที่อี้เฉินสะสมมาได้ ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ร่วม3เดือน ก็ค่อยๆ หมุ่นวนรอบกายเขาออกมาเป็นชั้นๆ ราวกับเป็นเจดีย์สีทองที่ส่องสว่างพร่างพราว พร้อมกับอักขระสีทอง ลอยล่องเปล่งประกาย ออกมาทั่วสารพางค์กายไม่ขาดสาย เนืองๆ อยู่เช่นนั้น ประหนึ่งชายหนุ่มบริกรรมคาถา จนบริเวณถ้ำที่อี้เฉินนั่งปิดขั้นพลัง สว่างเจิดจ้า อยู่ท่ามกลางความมืดมิด กายาเปล่งประกายสีทองน้อยๆ ออกมาไม่ขาด
กว่าความรู้ของอี้เฉินจะตกผลึก เกรงว่าคงจะใช้เวลาไม่น้อย แม้แต่ปราณพลังเซียนที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วอากาศ ยังถูกอี้เฉิน สูบกลืนเข้าร่าง ขัดเกลากายาอย่างบ้าคลั่ง จนเลือดในกายที่สูบฉีดพลุ่งพล่าน ไปทั่วกายา ราวกับจะดิ้นหนีออกจากร่าง ส่งผลให้กายาสั่นเทาออกมาน้อยๆ ต่อเนื่องยาวนาน จนไม่รู้วันเวลา ราวกับมันพร้อมจะยกระดับ เลือดในกายให้เข้มข้นไปอีกขั้น
.....เมื่อวันเวลาที่ไหลผ่านไปยาวนาน ย่างเข้าเดินที่เจ็ดที่อี้เฉิน ปิดขั้นพลัง ทำให้ถ้ำใต้บึงน้ำแห่งนั้นสงบนิ่งจนน่าหวาดกลัว เมื่อไม่รู้สึกถึงแรงกระเพื่อมไหว ของสิ่งมีชีวิตใดในรอบรัศมีพื้นที่แห่งนี้
ทว่าในเช้าของเดือนที่7 ของวันนี้ กลับทำให้ใบหน้าอี้เฉิน ที่หลับตาพริ้ม ยกยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อเขาหยั่งรู้ถึงการฝึกฝนบางสิ่ง เมื่อพบว่าเลือดภายในกายของเขาค่อยๆ เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เขายังไม่คิดใช้วิธีนี้ในการฝึกปรือ เนื่องด้วยประสบการณ์ความรู้ ที่สูงท่วมหัวของเขาในยามนี้ ใกล้จะสัมฤทธิผลในอีกไม่ช้า อีก5-6เดือน ประสบการณ์ความรู้ของเขา น่าจะตกผลึกพร้อมให้เขาเลื่อนขั้นพลังย่อย ไปอยู่ในขั้นพลังเทวะ ระดับปลายได้
ประสบการณ์ความรู้ ที่สูงเป็นชั้นๆ เต็มไปด้วยวงแหวนอักขระ ทั่วสารพางค์กายอี้เฉิน ก่อตัวราวกับเป็นเจดีย์สูงหลายชั้น สูงกว่าเมื่อ3เดือนก่อนไปหลาย10เท่า ค่อยๆ ถูกอี้เฉินเติมเต็มประสบการณ์ความรู้ เนือง ๆ ส่งผลให้ ภายในถ้ำก่อเกิดแสงที่พร่างพราว ประหนึ่งเป็นค่ายอาคมที่ถูกขับเคลื่อน
...หลังจากนั้นอีกเดือนกว่าๆ ประสบการณ์ความรู้ ของอี้เฉินจึงค่อยๆ เริ่มตกผลึกช้าๆ บ่งบอกถึงสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลังย่อยของเขา พร้อมจะเลื่อนขั้นพลังในอีกไม่ช้า ทว่ายามนี้ บึงน้ำที่เคยเงียบสงบไร้สิ่งมีชีวิตใด กลับกระเพื่อมไหว อย่างรุนแรง มาพร้อมเสียงคลื่นน้ำโหมซัดออกมาไม่ขาด ราวกับมีเหล่ายอดยุทธ์หลาย10คน มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้
แถมเหมือนพวกเขา จะมา เสาะหาบางสิ่ง ภายในสถานที่แห่งนี้ เมื่ออี้เฉินรับรู้การบินทะยานผ่าน ของพวกเขาอยู่หลายครั้งหลายครา ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะบึ้งตึงฉุกคิดอยู่เล็กน้อย ทว่าดวงตายังหลับตาพริ้มไม่แม้จะเปิดเปลือกตาขึ้นมาเสียด้วยซ้ำ เนื่องด้วยเขาในยามนี้ใกล้จะเลื่อนขั้นพลังย่อย กลายเป็นขั้นพลัง เทวะขั้นสุด จะให้หยุดชะงักได้เช่นไร
'หรือว่าจะเป็นไอ้หลวงจีนน้อย ทงอี้ มันขายที่อยู่ของข้า ให้ศัตรูข้าอย่างนั้นหรือ?' อี้เฉินอดที่จะคิดเฉกเช่นนั้นไม่ได้ ก่อนที่เขาจะรีบสงบจิตใจของเขาในยามนี้ หากจิตใจของเขาไม่สงบนิ่งมากพอ อาจส่งผลให้การเลื่อนขั้นพลังของเขาล้มเหลวก็เป็นได้
...เมื่อวันเวลาที่ไหลผ่านไปช่วงปีเศษ ประสบการณ์ความรู้ ที่ตกผลึกอย่างสมบูรณ์ ก็ค่อยๆ ถูกอี้เฉินย่อยเข้าสู่ร่างกายเนืองๆ อย่างต่อเนื่อง จนกายาของเขา เปล่งประกายบ่งบอกถึงสัญญาณการเลื่อนขั้นพลัง ร่างกายค่อยๆ ยกระดับขึ้นมาตามขั้นพลังช้าๆ หลงเหลือเพียงเวลาเท่านั้นที่จะให้เขาเป็นขั้นพลังเทวะขั้นสุด
แต่ยามนี้ ภายในถ้ำกลับมีเสียงฝีเท้าของกลุ่มคน กลุ่มใหญ่หลายสิบคน ก้าวเดิน สืบเท้ามาในทิศทางของเขา อี้เฉินที่ได้ยินเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นจนเป็นปม 'ดันมาในช่วงเวลาสำคัญของเขาเสียได้' ยามนี้อี้เฉินไม่อาจหยุดการเลื่อนขั้นพลังของเขาได้ ทำได้เพียงหลับตาพริ้มสงบนิ่งอยู่เช่นนั้น