เีเ่แน่ใจอย่างที่สุดว่าระดับพลังยุทธ์ของเซี่ยชิงเยว่ไม่เพียงอยู่ในขั้นสิบของขอบเขตปราณเริ่มต้นแน่นอนทว่าเซียวยู่หลงไม่รู้ เซี่ยชิงเยว่โกรธเคืองอย่างรุนแรงนางใช้พลังลมปราณเจ็ดในสิบของพลังที่แท้จริง เมื่อมองไปที่เซียวยู่หลงที่หมอบเหยียดยาวอยู่ที่พื้นนางเก็บมือพร้อมทั้งพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา“ดูเหมือนว่านายน้อยเซียวไม่ได้ยอดเยี่ยมทางด้านการแลกเปลี่ยนฝีมือสักเท่าไหร่เชิญท่านกลับไปเถอะ”
เซียวยู่หลงนอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นดินอย่างงุนงง...มันเชื่อมั่นว่าด้วยระดับพลังยุทธ์ขั้นสามขอบเขตปราณก่อตั้งการเอารัดเอาเปรียบต่อเซี่ยชิงเยว่คงง่ายดายประดุจหยิบส้มในลัง ไม่ว่าอย่างไรมันล้วนคาดคิดไม่ถึงว่าหลังจากพบหน้านางมันกลับจบลงที่การนอนทอดกายอยู่บนพื้นพร้อมทั้งาแเต็มตัวโดยไม่มีแม้แต่โอกาสประมือเซียวยู่หลงจ้องมองไปยังซี่ฟันเปื้อนเืสองซี่ที่ตกอยู่บนพื้นดินตรงหน้ามันด้วยความตื่นตะลึง
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวมันตระหนักดีถึงสภาพยับเยินและหมดเรี่ยวแรงของตนเองมันสามารถพูดได้ว่าตลอดชั่วชีวิตในฐานะนายน้อยแห่งตระกูลเซียว ...มันไม่เคยตกอยู่ในสภาพอนาถถึงเพียงนี้มาก่อนทั้งยังเป็ต่อหน้าสตรีที่มันชื่นชมและหมายปองที่สุดในชีวิต ทว่านายน้อยตระกูลเซียวยังคงเป็นายน้อยตระกูลเซียวชายหนุ่มกล้ำกลืนเืเต็มปากลงสู่ลำคอใบหน้าเปิดเผยรอยยิ้มที่ดูคล้ายอบอุ่นสง่างาม“พลังยุทธ์ขั้นสิบขอบเขตปราณเริ่มต้นของแม่นางเซี่ยช่างร้ายกาจสมคำร่ำลือเมื่อครู่ข้าเพียงทดลองดูและประมาทไปหน่อย ฉะนั้น ครั้งนี้แม่นางเซี่ยสมควรระมัดระวังให้ดี ”
คำพูดของเซียวยู่หลงล้วนแทรกไปด้วยเสียงลมเล็ดลอดจากฟันสองซี่ที่หักออกไปหลังจบคำพูด ชายหนุ่มยกสองมือขึ้นเพื่อรวบรวมพลังลมปราณทั้งหมด...มันเชื่ออย่างงมงายว่าสาเหตุที่มันลงเอยด้วยการพ่ายแพ้เมื่อครู่ล้วนสืบเนื่องจากความไม่ระมัดระวังของมันเองขณะที่เซี่ยชิงเยว่กลับโจมตีใส่มันอย่างรุนแรงด้วยกำลังทั้งหมดด้วยระดับพลังยุทธ์ขั้นสามขอบเขตลมปราณก่อตั้งเช่นมันเป็ไปได้อย่างไรที่จะพ่ายแพ้แก่ขั้นสิบของขอบเขตปราณแรกเริ่ม!?
เซียวยู่หลงสืบเท้าไปเบื้องหน้าสามก้าวสองมือพุ่งตรงออกมาพร้อมกัน เพื่อยึดจับแขนทั้งสองข้างของเซี่ยชิงเยว่การกระทำนี้ของมันยิ่งสร้างความรังเกียจให้แก่เซี่ยชิงเยว่ นางหมดความอดทนอีกต่อไปเซี่ยชิงเยว่กวัดแกว่งแขนขวาของนางออก ชายเสื้อสีแดงปลิวไสว คลื่นลมปราณที่แฝงพลังความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพัดผ่านใบหน้าของเซียวยู่หลง
คลื่นพลังลมปราณนี้ไม่ได้ใช้ออกโดยเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งทว่ายังคงเกินกว่าที่เซียวยู่หลงจะรับมือได้
เสียงเพียะดังสนั่นแก้มซีกขวาของเซียวยู่หลงสะบัดลงพร้อมทั้งส่งร่างทั้งร่างของมันปลิวไปทางด้านหลังร่างของมันหมุนคว้างกลางอากาศเจ็ดถึงแปดรอบก่อนจะตกกระแทกลงอย่างรุนแรงภายนอกเขตตึกฟันอาบเืสามซี่กระเด็นออกมา สองในสามซี่ทิ่มลงบนใบหน้าของเซียวยู่หลงเอง
“การแลกเปลี่ยนกระบวนท่าจบลงแล้ว ข้าขอไม่ส่งแขก”
เซี่ยชิงเยว่ไม่แม้แต่จะชายตามองไปที่มัน สุ้มเสียงประดุจนางฟ้าของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
ใบหน้าซีกขวาของเซียวยู่หลงเปลี่ยนเป็แดงเถือกประดุจอาบย้อมด้วยโลหิตตอนนี้ แม้ว่ามันจะเป็คนปัญญาอ่อนมันย่อมต้องเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าขั้นสามแห่งลมปราณก่อตั้งของมันนั้นอันที่จริงไม่ใช่คู่มือของเซี่ยชิงเยว่เลยแม้แต่น้อยมันประคับประคองใบหน้าซีกขวาอันด้านชาและจับจ้องไปยังเซี่ยชิงเยว่ด้วยความหวาดหวั่นสูดลมหายใจลึก และเคลื่อนย้ายตัวเองออกไปโดยไม่มีคำพูดใดอีก
........................
เซียวยู่หลงเพิ่งจะไปถึงห้องพยาบาลและกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปเมื่อมันพบเห็นเีเ่กำลังเตรียมตัวออกจากห้องมือซ้ายของชายหนุ่มถือกล่องยาหนึ่งชุด เมื่อมองเห็นยู่หลงเีเ่ทักทายอย่างยินดี
“พี่ยู่หลง เหตุใดท่านจึงมาที่นี่? ไอ้หยา! พี่ยู่หลง หน้าของท่าน...เกิด..เกิดอะไรขึ้น!?”
เซียวยู่หลงมองจ้องเีเ่พร้อมทั้งกัดฟันมันพ่นลมออกทางจมูกอย่างเ็าและรีบร้อนเข้าห้องพยาบาลไปไม่นานก็พลันมีเสียงของท่านหมอเซียวกู่หัวหน้าแพทย์ประจำตระกูลเซียวอุทานอย่างแตกตื่นว่า “นายน้อย...ใคร...ใคร...ใคร...ใครมันอาจหาญกระทั่งลงมือต่อท่านอย่างร้ายกาจเช่นนี้?!”
“ไม่ได้าเ็อะไร...ขณะที่ข้าอยู่ทีู่เาหลังเพื่อฝึกฝนข้าไม่ทันระวังและตกลงมา...”เสียงของเซียวยู่หลงที่สั่นสะท้านด้วยความเ็ปดังมาอย่างชัดเจนแน่นอนว่ามันไม่สามารถยอมรับได้ว่าสภาพปัจจุบันของมันล้วนสืบเนื่องมาจากการเสนอหน้าสั่งสอนวิชาฝีมือขณะเดียวกันก็้าฉวยโอกาสต่อเซี่ยชิงเยว่
“จะไม่าเ็ได้อย่างไร?!กระดูกแก้มของท่านแตกละเอียด ฟันหักไปห้าซี่ อีกสามซี่แตกไปครึ่งหนึ่งฟันทั้งหมดล้วนไม่สามารถงอกเงยขึ้นมาใหม่ได้... ”
เีเ่ยังคงเดินไปไม่ไกลเท่าใด สุ้มเสียงที่ลอยเข้าหูมาสร้างความหนาวเย็นไปจนถึงกระดูกสันหลังของมัน
...สตรีนางนี้...การลงมือของนางช่างอำมหิตนัก!
ผงสังหารใจที่มุ่งสังหารเีเ่ก่อนหน้านี้สมควรมาจากเซียวยู่หลงแท้ที่จริงแล้วเีเ่เพียงหวัง้ายืมมือของเซี่ยชิงเยว่สั่งสอนมันสักเล็กน้อย...ทว่านี่จะเรียกว่าการสั่งสอนได้อย่างไร?!นี่เรียกว่าตบตีมันจนแทบตายมากกว่า!
เมื่อหวนคิดไปถึงขณะที่ตนเองเคยฉวยโอกาสกับนางเมื่อเช้าโดยใช้ท่านปู่เป็โล่กำบังเีเ่พลันหลั่งเหงื่อชุ่มโชกออกมาอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อเีเ่กลับมายังเขตตึก เซี่ยชิงเยว่ยังคงยืนอย่างสงบอยู่กึ่งกลางสวนเมื่อพบเห็นว่าเีเ่กลับเข้ามา นางพูดอย่างเฉื่อยชาว่า “เซียวยู่หลงมาที่นี่”
“อา...ใช่ ข้ารู้แล้ว ข้าเพิ่งพบเขาที่ห้องพยาบาล”เีเ่จ้องมองไปที่สีหน้าท่าทางของเซี่ยชิงเยว่อย่างระแวงระวังก่อนจะตอบคำถาม
เซี่ยชิงเยว่ไม่สนใจเีเ่ นางปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ ทันใดปรากฏคลื่นพลังความเย็นปกคลุมไปทั่วร่างนางเป็ชั้นๆ
“ชิงเยว่ฮูหยิน ข้าถามอะไรท่านได้หรือไม่?”เีเ่เปิดปากถามเมื่อเขาเดินเข้าหานางก้าวหนึ่ง
“?”เซี่ยชิงเยว่ไม่มีปฏิกิริยาใดแม้แต่น้อย
“พลังลมปราณของท่านอยู่ในระดับใดกันแน่?”หากนางสามารถบีบคั้นจนเซียวยู่หลงอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนั้นได้นางสมควรมีระดับลมปราณอยู่ที่ระดับห้าชั้นยุทธ์ลมปราณก่อตั้งเป็อย่างน้อย!ระดับห้าในขอบเขตลมปราณก่อตั้งด้วยอายุเพียงสิบหกปี...หากเปิดเผยออกไป เมืองเมฆาล่องต้องแตกตื่นอย่างแน่นอน
เซี่ยชิงเยว่ยังคงไม่มีปฏิกิริยาใดนางดูคล้ายไม่มีความตั้งใจที่จะตอบคำถามนี้แน่นอน
เีเ่ผู้ถูกหมางเมินมีสีหน้าเคร่งขรึม ดูจากภายนอกแล้ว เซี่ยชิงเยว่ควรกำลังฝึกฝนทักษะลมปราณขั้นสูงของวังเมฆาเยือกแข็ง เคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็ง ชายหนุ่มไม่พูดอันใดต่อหลังจากวางสิ่งของบนมือลงบนพื้นหญ้า ชายหนุ่มเอนร่างไปด้านหลัง สองมือกอดอกเฝ้ามองเซี่ยชิงเยว่ฝึกฝนอย่างสงบ
เขาเฝ้าดูนางกระทั่งผ่านไปประมาณสิบห้านาที
เซี่ยชิงเยว่มักใช้เวลาฝึกฝนภายในห้องของตนเองเป็ส่วนใหญ่เมื่อฝึกวิชาลับเมฆาเยือกแข็งด้านข้างเพียงมีท่านอาจารย์ของนางคอยให้คำแนะนำ ส่วนใหญ่แล้วนางล้วนฝึกฝนด้วยตนเองแน่นอนว่าไม่มีใครรบกวนการฝึกของนาง...ไม่ต้องพูดถึงผู้ชายที่จับจ้องมองนางอย่างไม่คลาดสายตา
แม้นางจะยืนหลับตาอย่างเยือกเย็นจิตสมาธิมุ่งมั่นในการฝึกวิชาลับเมฆาเยือกแข็งที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายนางยังคงััได้ถึงเีเ่ผู้ซึ่งยืนหยัดจับจ้องมองมายังนางยิ่งกว่านั้น...มันคือการจ้องมองนิ่งๆสายตาของเีเ่ไม่คลาดจากนางเลยแม้แต่เสี้ยววินาที สายตาคมกล้าคู่นั้นมองสำรวจไปทั่วร่างนางหลายต่อหลายครั้งสร้างความสับสนว้าวุ่นใจแก่นาง ทั่วทั้งร่างรู้สึกอึดอัดไม่สบายขึ้นมา...อย่างไรก็ดีนางยังคงเป็เพียงหญิงสาวอายุสิบหกปีการคาดหวังให้จิตใจของนางนิ่งสงบประดุจน้ำนิ่งนั้นล้วนนับว่าเป็การร้องขอที่มากเกินไป
หลังผ่านไปร่วมสิบห้านาที เีเ่ยังคงยืนอยู่เช่นเดิมสายตาจ้องจับไปยังเซี่ยชิงเยว่เซี่ยชิงเยว่อดรนทนไม่ไหวในที่สุดและเปิดเปลือกตาของนางขึ้นมองกลับไปยังชายหนุ่มกล่าวอย่างเ็าว่า “ท่านทำอะไร จ้องมองข้าเช่นนี้?”
“รอคอยให้ท่านสมัครใจพูดกับข้าพเ้า” เีเ่ตอบอย่างไร้เดียงสา
“...”เซี่ยชิงเยว่พลันรู้สึกอยากฆ่าคน
“แฮ่ม...อะแฮ่ม อันที่จริงข้ามีบางอย่างที่สำคัญมากอยากพูดกับท่าน ทว่าข้าเกรงว่าจะเป็การรบกวนการฝึกดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือกนอกจากรอคอย” เีเ่ลุกขึ้นยืน สีหน้าท่าทางจริงจัง
“...เื่อันใด?”เซี่ยชิงเยว่ถามไถ่ พยายามเก็บกดความขุ่นเคืองของนางไว้
“อืมมม เป็เช่นนี้”สีหน้าของเีเ่พลันแปรเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมจริงจังชายหนุ่มก้าวเท้ามาเบื้องหน้ากระทั่งหยุดยืนอยู่หน้าเซี่ยชิงเยว่จากนั้นกล่าวด้วยความั่นใจว่า “เมื่อเช้านี้ ขณะที่ข้าจับมือของท่าน...อ๊ะ! อ๊ะ!อย่าเพิ่งลงมือ! ข้ากำลังพูดเื่สำคัญอยู่ เื่สำคัญ!”เมื่อพบเห็นว่าเซี่ยชิงเยว่พลันปลดปล่อยรังสีฆ่าฟันเีเ่พลันถดถอยกายไปหลายก้าวสีหน้าท่าทางระมัดระวังอย่างเต็มเปี่ยม...ภาพของเซียวยู่หลงผู้ได้รับบทเรียนนองเืยังแจ่มชัดอยู่ในสายตา...เมื่อเห็นว่าเซี่ยชิงเยว่ไม่ได้มีท่าทีลงมือเีเ่ปลดปล่อยลมหายใจอย่างโล่งอก “ขณะที่ข้าจับมือท่านข้าจับถูกชีพจรของท่านและพบปัญหาใหญ่ ปัญหาที่ร้ายแรงมาก”
คำพูดของชายหนุ่มไม่สามารถสั่นคลอนแววตาของเซี่ยชิงเยว่ได้แม้แต่น้อย...นางไม่ได้เชื่อถือเขาั้แ่แรก
แม้ว่านางจะรู้สึกได้ว่าชายหนุ่มแอบตรวจวัดชีพจรของนางขณะที่จับจูงมือนางเมื่อตอนเช้าชายหนุ่มตระกูลเซียวที่เป็ที่รู้กันทั่วถึงความอ่อนแอในเมืองเมฆาล่องจะรู้จักอะไรเื่การจับชีพจร?
ทว่าคำพูดต่อมาของเีเ่กลับสร้างความหวั่นไหวให้แก่นาง
“ท่านตื่นขึ้นทุกวันในเวลายามสามใช่หรือไม่? ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากนั้นเป็เวลาครึ่งชั่วโมงร่างกายของท่านจะเย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง แขนขาทั้งสี่ล้วนเ็ปรวดร้าว”
สายตาของเซี่ยชิงเยว่พลันปรากฏระลอกคลื่นนางเอ่ยปากถามอย่างไม่ได้ตั้งใจ “ท่านรู้ได้อย่างไร?”
เีเ่พูดต่อว่า “นอกจากนี้หลังจากท่านฝึกฝนเคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็ง ทุกครั้งที่ลมปราณของท่านเกิดการทะลุทะลวงหลังจากนั้นสองถึงสามวัน ร่างกายของท่านจะกลับกลายเป็เยือกแข็งทั่วทั้งร่างแขนขาเ็ปและท่านไม่สามารถกินหรือนอนได้อย่างปกติใช่หรือไม่?”
แววตาของเซี่ยชิงเยว่พลันสั่นสะท้านอย่างรุนแรง...เนื่องจากทุกคำพูดของเีเ่ล้วนไม่ผิดพลาดแม้แต่น้อย!
“ทั้งนี้...” เีเ่สาวเท้าตรงไปยังทิศทางของประตูตึกกระทั่งร่างของเขาผ่านไปยังประตูได้ครึ่งหนึ่งจึงหันกลับมาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังว่า“เอ่อ...ประจำเดือน...อืม...ของท่านล้วนมาช้าไปเจ็ดถึงแปดวัน ถูกต้องหรือไม่?”
เซี่ยชิงเยว่ “!@#¥%……”
เีเ่รอกระทั่งแน่ใจว่าไม่มีรังสีฆ่าฟันใดๆปลดปล่อยออกมาจากเซี่ยชิงเยว่ ชายหนุ่มจึงเดินกลับเข้ามาด้วยความระมัดระวัง“ท่านเชื่อข้าแล้วหรือไม่?”
“ท่านรู้เื่ทั้งหมดนี้ได้อย่างไร?”เซี่ยชิงเยว่ขมวดคิ้วก่อนถาม
“จากชีพจรของท่าน!”
“ท่านจะเชื่อมั้ย หากข้าบอกว่า ข้าคือแพทย์เทวะ?”เีเ่ถามด้วยสีหน้าจริงใจ
“ถ้าท่าน้าล้อเล่นละก็ ไปหาท่านอาหญิงของท่านเถอะ”เซี่ยชิงเยว่จ้องมองเีเ่อย่างไร้อารมณ์
แน่นอนว่าเีเ่ไม่ได้คาดหวังว่านางจะเชื่อถือตนเองมันคงเป็เื่แปลกประหลาดยิ่งกว่าหากนางเชื่อถือเขาขึ้นมาจริงๆ“ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็สัญญาณอันตราย ท่านไม่้ารู้วิธีรักษาหรอกหรือ?”
“ไม่จำเป็” เซี่ยชิงเยว่ตอบอย่างเ็า“เคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็งเป็ทักษะลมปราณขั้นสูงของวังเมฆาเยือกแข็งทั้งลึกซึ้งไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อท่านเริ่มฝึกฝนเคล็ดเมฆาเยือกแข็งร่างกายของท่านจะเผชิญพบความยากลำบากในการปรับตัวต่อความเยือกเย็นและแน่นอนว่าต้องมีอาการข้างเคียงมากบ้างน้อยบ้างในวังเมฆาเยือกแข็งเอง นี่เป็สิ่งที่ศิษย์ทุกคนล้วนเข้าใจดี แม้แต่ท่านอาจารย์รวมทั้งท่านอาจารย์ของอาจารย์ทั้งหลายต่างต้องประสบพบเจอเมื่อท่านฝึกฝนเคล็ดวิชาจนบรรลุถึงจุดจุดหนึ่ง ผลข้างเคียงเล่านี้ล้วนมลายหายไปเอง”
“ถูกแล้วๆที่ท่านพูดมาทั้งหมดล้วนไม่ผิดพลาด” เีเ่ผงกศีรษะอย่างครุ่นคิดและพูดกลั้วหัวเราะว่า“ทว่าในที่สุดข้าก็เข้าใจว่าเหตุใดวังเมฆาเยือกแข็งจึงสั่งสอนให้งดเว้นจากอารมณ์ความรู้สึกและกดข่มความปรารถนาทั้งมวล...นี่สืบเนื่องจากแม้ว่าสตรีจากวังเมฆาเยือกแข็งจะมีคนรักพวกนางยังคงไม่สามารถมีทายาทสืบสกุลได้ หากความลับนี้รั่วไหลออกไป คงเป็เื่เสื่อมเสียอย่างยิ่งต่อเกียรติของวังเมฆาเยือกแข็งมันง่ายกว่าที่จะห้ามไม่ให้เหล่าศิษย์ทั้งหลายของวังมีปฏิสัมพันธ์กับบุรุษเพศขณะเดียวกันก็สามารถปกป้องความลับที่น่าอายเหล่านี้ได้”
คิ้วโค้งเรียวของเซี่ยชิงเยว่พลันเลิกสูงขึ้นแววตาแปรเปลี่ยนเป็เยือกเย็นนี่เป็ครั้งแรกที่นางโกรธเคืองเีเ่อย่างจริงจัง
“หุบปาก!ข้าสามารถทนได้กับความไร้สาระของท่าน...ทว่าข้าจะไม่ยอมให้ท่านดูถูกสำนักอาจารย์ของข้า!หากท่านยังคงพูดแบบนี้อีกแม้เพียงครึ่งประโยค ข้าไม่มีทางปล่อยท่านไว้แน่!”
ชั่วขณะนี้ตัวตนของเีเ่ผู้ซึ่งระมัดระวังและหวาดหวั่นต่อนางไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัวกลับกัน ชายหนุ่มยิ้มจางพร้อมทั้งพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ไม่ว่าข้าจะถูกหรือผิดข้ารู้ดีว่า ข้าสามารถบอกท่านได้...ยิ่งผู้คนฝึกฝนลมปราณแข็งแกร่งขึ้นเท่าไร่อายุขัยของมันย่อมยืดยาวขึ้นเท่านั้น ทว่า วัดจากชีพจรของท่านข้าสามารถรับประกันได้อย่างแน่นอนว่าอายุขัยของเหล่าศิษย์วังเมฆาเยือกแข็งล้วนสั้นกว่าบุคคลที่มีฝึกฝนพลังลมปราณในระดับเดียวกันไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม!”
“ข้าพูดผิดไปหรือไม่?”
คำพูดของเีเ่ล้วนเปรียบดังสายฟ้าฟาดผ่านข้างใบหูของเซี่ยชิงเยว่ส่งผลให้แก้วตางดงามทั้งคู่ของนางหดตัวเล็กลง