หลังจากตรวจสอบรอบๆห้องก็พบว่า มีร่องรอยของมีคมที่แทงทะลุผ้าห่มบนเตียงของจางหลิน นั่นทำให้เจ้าเมืองมู่ตระหนักได้ในทันทีว่าเมื่อคืนนี้อาจจะมีใครบางคนพยายามลอบสังหารจางหลินในคฤหาสน์ของตน!
เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าเมืองมู่โกรธจัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาไม่คาดคิดว่าแม้แต่พื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในเมืองหยางโจวจะถูกแทรกซึมโดยกลุ่มของนักฆ่าได้
เจ้าเมืองมู่ได้ออกคำสั่งให้ตามหาจางหลินอย่างเป็นบ้าเป็นหลังโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป!
ตอนนี้ความปลอดภัยของจางหลินต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง!
หลังจากเวลาล่วงผ่านไป ความหวาดวิตกของเจ้าเมืองมู่และมู่รั่วหลานก็เพิ่มมากขึ้น เมื่อพวกเขาไม่ได้รับข่าวคราวใดๆเกี่ยวกับตำแหน่งของจางหลินเลย ราวกับว่าเขาหายไปในความว่างเปล่าอย่างไรอย่างนั้น
“บัดซบ! บัดซบ!” เจ้าเมืองมู่ทำลายข้าวของด้วยความโกรธ ดวงตาที่แดงก่ำของเขามีน้ำขังและกัดฟันแน่นจนกรามแทบยุบลงไป
จางหลินในตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่เพียงอดีตนายน้อยของตระกูลจางอีกต่อไป แต่เขาคือบุตรบุญธรรมของมู่อู่เสวี่ยแห่งเมืองหยางโจว!
เป็นเรื่องปกติที่เขาจะเลือดขึ้นหน้าถึงขนาดนี้
แค่การฟื้นคืนสติกลับมาของจางหลินก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้ว เขาคิดว่านับจากนี้จางหลินจะได้ไม่ต้องพบกับความขมขื่นในชีวิตอีกต่อไป
แต่สุดท้ายแม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังช่วยจางหลินจากเงื้อมมือของนักฆ่าไว้ไม่ได้ นั่นจะไม่ทำให้เขาโกรธตัวเองได้อย่างไร?
เมื่อไม่เหลือร่องรอยใดๆให้สืบสาวไปถึงตัวของจางหลิน เจ้าเมืองมู่ก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างสิ้นหวัง “ลูกชายของข้า... ลูกชายที่น่าสงสารของข้า…”
ด้านข้างมู่รั่วหลานไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป “น้องจาง…”
แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆที่นางได้เป็นพี่สาวของจางหลิน แต่ทุกๆครั้งที่นางมองไปที่ใบหน้าของเขา น้ำตาของนางก็เอ่อล้นออกมาจากความสงสารและความเห็นอกเห็นใจ
ทั้งๆที่จางหลินอยู่เพียงแค่ห้องข้างๆ นางกลับไม่รู้สึกอะไรเลยในช่วงเวลาที่นักฆ่าลักลอบเข้ามา
การหายตัวไปของจางหลินในครั้งนี้ทำให้หญิงสาวอย่างมู่รั่วหลานต้องรู้สึกเจ็บปวดใจและรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต
แต่จู่ๆก็มีชายวัยกลางคนวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น “ท่านเจ้าเมือง!”
เจ้าเมืองมู่ที่กำลังวิตกก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นพรวด “มีอะไร!? เจ้าพบเจอตัวของจางหลินแล้วหรือไม่?”
แต่ชายวัยกลางคนที่มาถึงกลับส่ายหน้า แต่ก่อนที่เจ้าเมืองมู่จะได้ก่นด่า เขารีบเอ่ยออกมาทันที “ท่านเจ้าเมือง กลุ่มทหารรับจ้างหลานเฟิงรออยู่ด้านนอกคฤหาสน์ หานชิวหงหัวหน้าของทหารรับจ้างต้องการที่จะเข้าพบท่านเป็นการส่วนตัว”
เมื่อเห็นว่าชายวัยกลางคนได้รายงานในสิ่งที่เขาไม่ต้องการจะได้ยิน ใบหน้าของเจ้าเมืองมู่ก็บิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลว! เรื่องแค่นี้ทำไมต้องมาบอกข้า!? ขับไล่พวกมันกลับไปซะ! ข้าไม่มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระของกลุ่มทหารรับจ้าง!”
แต่ชายวัยกลางคนก็กล่าวขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน “แต่หานชิวหงบอกว่า เขาได้รับมอบหมายให้มาที่คฤหาสน์เจ้าเมืองตามคำแนะนำของนายน้อยจาง และมีจดหมายบอกลาของนายน้อยจางที่ถูกเขียนด้วยลายมือของเขามาส่งมอบให้แก่ท่านด้วย”
เจ้าเมืองมู่ที่มีอารมณ์เดือดพล่านก็เปล่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจ “อะไร!?”
แม้แต่มู่รั่วหลานที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะมีแววตาเป็นประกายด้วยความหวัง
ขณะนี้ทั้งสองก็มีความคิดเดียวกันว่าจางหลินอาจจะยังมีชีวิตอยู่!
“รีบนำทางไป!” เจ้าเมืองมู่โบกแขนเสื้ออย่างเร่งรีบ และเดินปรี่ออกไปที่เบื้องหน้าคฤหาสน์เพื่อพบกับหานชิวหง
.
.
.
.
พื้นที่อันห่างไกลซึ่งเป็นชายแดนของเมืองหยางโจว ถนนสายใหญ่ที่ห่างไกลจากผู้คน ที่แห่งนี้ไม่มีการคมนาคมและการค้าเลย เพราะพื้นที่นี้ล้วนแล้วแต่ถูกปกครองโดยกลุ่มของทหารรับจ้างทั้งสิ้น
ริมเส้นทางสัญจร ที่นั่นมีร่างที่สวมชุดคลุมสีดำและสวมหมวกไม้ไผ่สานกำลังเดินผ่านกลุ่มของทหารรับจ้างกลุ่มใหญ่ด้วยรัศมีอ้างว้างและโดดเดี่ยว
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
จู่ๆ ก็มีเสียงตะคอกดังขึ้น กลุ่มทหารรับจ้างนับสิบที่มีใบหน้าดุร้ายปรากฏกายขึ้นปิดกั้นเส้นทางของชายสวมหมวกไม้ไผ่สานไว้
ชายที่สวมไม้ไผ่สานไม่ได้ต่อต้านอะไร ก่อนจะหยุดฝีเท้าตามคำสั่งของกลุ่มทหารรับจ้าง
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเดินตรงไปยังร่างสีดำ และก้มลงมองด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว “ที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ของกองทหารรับจ้างปู้ชิง หากเจ้าต้องการผ่านเส้นทางนี้ ก็จงจ่ายค่าผ่านทางมาก่อน!”
“และอีกอย่างถอดหมวกของเจ้าและแสดงตัวตน อย่ามาทำลับๆล่อๆในพื้นที่ของข้า มิเช่นนั้นพ่อคนนี้จะสับเจ้าเป็นหมื่นๆชิ้น!”
เมื่อเห็นอากัปกิริยาของหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้าง ลูกสมุนด้านหลังก็หัวเราะเยาะเสียงดังราวกับว่านี่เป็นสิ่งที่พวกมันทำกันเป็นประจำ
ทว่าเมื่อร่างสีดำเงยหน้าขึ้นมา หัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างที่บังเอิญสบตากับร่างนั้นก็หน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด!
ตุบ!
ร่างกำยำของหัวหน้าทรุดลงในท่าคุกเข่าอย่างตื่นตระหนก สีหน้าของมันแสดงให้เห็นถึงความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
เหงื่อเย็นๆไหลเปียกโชกไปทั่วหลัง หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างรีบลุกขึ้น ก่อนจะคุกเข่าลงอย่างแรงและกล่าวด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา “ทะ-ท่านชาย ผู้น้อยขออภัยที่มาขัดขวาง ท่านสามารถผ่านเส้นทางนี้ได้ตามอิสระ”
ร่างสีดำที่สวมหมวกไม้ไผ่สานไม่แม้แต่จะปริปาก ก่อนจะเดินผ่านร่างหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างไปอย่างเงียบๆ
เมื่อร่างสีดำนั้นเดินผ่านไป ลูกสมุนหัวล้านของกลุ่มก็รีบเข้ามาประคองร่างของหัวหน้าของตนเองไว้ “หัวหน้า ท่านปล่อยคนน่าสงสัยเช่นนั้นไปได้อย่างไร?”
หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างตบเข้าที่กบาลของชายหัวล้านอย่างแรง ก่อนจะสบถด้วยความหยาบคาย “ไอ้หัวหมู! เจ้าต้องการให้เกิดการนองเลือดขึ้นที่นี่หรือไม่!? ชายผู้นั้นเป็นปีศาจกระหายเลือด! อย่าได้เข้าไปยุ่งกับเขาเป็นอันขาด!”
จนถึงตอนนี้มันก็ยังสั่นกลัวไม่หาย ราวกับว่าวิญญาณของมันเพิ่งจะกลับเข้าร่าง!
เมื่อครู่นี้ที่มันสบตากับชายสวมหมวกไม้ไผ่สาน มันก็รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่โหมกระหน่ำเข้าสู่จิตใต้สำนึกของมัน! ทำให้มันสูญเสียความกล้าหาญไปโดยสิ้นเชิง!
โดยปกติหัวหน้าทหารรับจ้างไม่เคยหวาดกลัวสิ่งใด แม้ว่าจะมีสัตว์วิญญาณขนาดใหญ่หลายสิบฟุตมายืนอยู่เบื้องหน้า มันก็ไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง
แต่ดวงตาของชายผู้นั้นกลับทำให้หัวหน้าทหารรับจ้างหวาดกลัวจนถึงก้นบึ้ง!
ดวงตาคู่นั้นบรรจุไปด้วยความคั่งแค้น ความเกลียดและความกระหายเลือด! ประหนึ่งว่าร่างนั้นเป็นเครื่องจักรสังหารที่พร้อมจะเข่นฆ่าทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า!
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่รีรอที่จะปล่อยให้ชายผู้นั้นเดินจากไปแต่โดยดี
เมื่อได้ยินคำอธิบายและเห็นท่าทางที่หวาดกลัวของหัวหน้าทหารรับจ้าง ลูกสมุนหัวล้านก็หน้าซีดและพูดไม่ออก