Fall in love : 18
พักผ่อน
"ลองเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองกลัวสิ เผื่อจะพอช่วยให้ดีขึ้นได้บ้าง"กันต์เอ่ยแทรกขึ้นมา
"ตอนนี้พยายามอยู่ค่ะ"ญารินตอบกลับแล้วส่งยิ้มบางๆ คิดอยากที่จะเผชิญหน้าแต่พอได้มาเจอจริงๆเธอกลับรู้สึกกลัวตัวแข็งทื่อและทำอะไรไม่ถูก
"จะกลับบ้านเลยไหม?"สิงห์เอ่ยถาม
"อยู่ก่อนสักพักก็ได้ค่ะ"เธอตอบกลับ สิงห์จึงพยักหน้ารับ จากนั้นทั้งสองคนนั่งดื่มและพูดคุยด้วยกันต่อ ส่วนกันต์ยืนคุยกับทั้งสองคนด้วยและคอยรับลูกค้าด้วย
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านมาเกือบสองชั่วโมง ตอนนี้ภายนอกของร้านบาร์แห่งนี้คงจะมืดแล้ว ญารินดื่มค็อกเทลของตนเองหมดแล้วด้วย
"กลับกันเถอะค่ะ หนูรู้สึกง่วงนิดๆแล้ว"ญารินหันมาพูดบอกกับสิงห์ สิงห์จึงพยักหน้ารับอีกครั้ง
"พี่ครับ สองแก้วเท่าไหร่?"สิงห์เรียกกันต์แล้วถาม
"ไม่ต้องจ่ายก็ได้ พี่เลี้ยงเอง"กันต์ตอบกลับ
"โห! ไม่ดีมั้งพี่ บอกมาเถอะครับเท่าไหร่?"สิงห์ไม่ยอมแล้วถามย้ำอีกครั้ง
"เอาเถอะน่า! วันนี้ครึกครื้นดีพี่เลี้ยงเอง นายพารุ่นน้องกลับบ้านก่อนเถอะ คออ่อนใช้ได้เลยนะนั่น"กันต์ตอบกลับแบบติดตลกออกมา
"โอเคครับๆ ขอบคุณครับ"สิงห์ตอบพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ จากนั้นลุกขึ้นแล้วเดินนำไป ญารินลุกตามทันทีแล้วเดินตามเขาไปจนกระทั่งมาถึงที่รถ
จากนั้นรถเก๋งคันสีดำได้แล่นตามท้องถนนออกไป ใช้เวลาไม่นานมากนักจนมาถึงที่หน้าหอพักของญาริน
"ให้พี่ขึ้นไปส่งไหม?"สิงห์เอ่ยถาม
"ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ"ญารินตอบพร้อมกับปลดเข็มขัดนิรภัยออก ชายหนุ่มจึงพยักหน้ายอมก่อนที่ญารินจะออกไป
เธอปิดประตูรถเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินกลับเข้าไปในหอพักของตนเอง สิงห์ยังคงหยุดนิ่งมองตามแผ่นหลังบางที่เดินไปเรื่อยๆจนลับสายตาแล้วขับรถออกไป
ญารินยืนอยู่ในลิฟต์จนมาถึงชั้นที่ตนเองอยู่ เมื่อประตูลิฟต์เปิดเธอก้าวฝีเท้าเดินออกมาทันที พร้อมกับใช้หลังมือแตะๆที่พวงแก้มของตนเองเบาๆ
หญิงสาวร่างเล็กเดินมาจนถึงที่หน้าห้องพักของตนเอง เธอลองจับลูกบิดประตูเหล็กอันยาวแล้วบิดลง พบว่ามันไม่ได้ถูกล็อคไว้อยู่ จากนั้นเธอเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้อง โดยที่ไม่ลืมหันกลับมาล็อคประตู
"ทำไมมานอนอยู่นี่..."ญารินเดินมาแล้วพูดพึมพำเบาๆเมื่อเห็นอะตอมนั่งหลับอยู่ที่โซฟา เขานอนแหงนหน้าขึ้นทางบนเพดาน ศีรษะหนุนอยู่กับพนักโซฟา แต่เธอเอ่ยค้างไว้เมื่อเห็นใบอะไรบางอย่างวางอยู่บนโต๊ะ
ญารินหันมองชายหนุ่มเล็กน้อยแล้วหันกลับมา เธอถือวิสาสะหยิบสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู
เมื่อเห็นแล้วเธอถึงกับทำสีหน้าใทันที เพราะมันคือตั๋วเครื่องบินที่ระบุวันที่และเวลาออกเดินทาง คาดว่าน่าจะซื้อมาเตรียมไว้ออกเดินทางล่วงหน้า ซึ่งเวลาออกเดินทางคือเดือนต่อไป และยังมีพลาสปอร์ตของชายหนุ่มอยู่ด้วย
"อื้อ!..."หญิงสาวรีบวางลงของในมือลงบนโต๊ะไว้เหมือนเดิมทันที เมื่อจู่ๆอะตอมครางต่ำออกมาในลำคอพร้อมกับบิดเร่าร่างกายเล็กน้อย
"ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ล่ะ?"หญิงสาวเอ่ยถาม อะตอมสะดุ้งใแล้วรีบลุกยืนทันที พร้อมกับหันซ้ายหันขวาเล็กน้อยก่อนจะก้มลงหยิบของที่อยู่บนโต๊ะแล้วถือซ่อนไว้ด้านหลังของตนเอง
"เอ่อ...ว่าจะนอนเล่นโทรศัพท์แป๊บนึงน่ะ แต่เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้"ชายหนุ่มพูดตอบด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลนเล็กน้อย เพราะไม่รู้ว่าญารินจะเห็นของที่อยู่บนโต๊ะหรือยัง "กลับมานานรึยัง?"
"เพิ่งมาถึงเมื่อกี๊เอง"เธอตอบกลับ
"กลับดึกเชียว..."อะตอมพูดออกมาเบาๆแล้วทำหน้าขมวดคิ้ว หญิงสาวมองด้วยสีหน้างุนงงทันทีเมื่อเห็นเขาทำหน้าแบบนั้น "ดื่มมาหรอ? ไปบาร์ของพี่กันต์มาใช่ไหม?"
"นะ...นายรู้ได้ยังไง?"เธอเอ่ยถามกลับด้วยสีหน้าใ
"ได้กลิ่น...กลิ่นเหมือนค็อกเทล แล้วก็กลิ่นบาร์ที่ติดตัวมา บาร์ของพี่กันต์จะมีกลิ่นที่หอมแปลกๆ เวลาไปแล้วถ้าอยู่นานกลิ่นหอมๆสดชื่นมันจะติดตัวมาจนได้กลิ่นชัด ถ้า...ถ้าเจาะจงดมกลิ่นอ่ะนะ"เขาตอบกลับ หญิงสาวถึงกับรีบจับเสื้อตนเองสูดดม
"..."เธอมองอะตอมเล็กน้อยไม่ได้ตอบกลับอะไร เพราะสิ่งที่อะตอมพูดมันถูกต้องจนน่าใ
"งั้นฉันขอตัวนะ ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว ฝันดี"อะตอมพูด
"อื้ม ฝันดี"ญารินตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉย อะตอมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าห้องนอนของตนเอง หลังจากนั้นญารินหันตัวเดินกลับเข้าห้องนอนของตนเองเช่นกัน
เช้าวันต่อมา~
หญิงสาวร่างเล็กที่นอนอย่างสงบอยู่บนเตียงกว้างค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ สายตามองขึ้นบนเพดานอย่างนิ่งเฉยและสมองขาวโพลน รู้สึกเหมือนไม่อยากจะลุกไปไหน อยากจะอยู่คนเดียวสงบๆบนเตียงนอน
เธอนอนอยู่อย่างนั้นสักพักหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะลุกออกจากเตียงนอนแล้วเดินเข้าห้องน้ำ
อะตอมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในยามเช้า บิดเร่าร่างกายเพื่อคลายอาการเมื่อยตัว เขาลุกนั่งบนเตียงใช้มือขยี้ผมเบาๆพร้อมกับหาวออกมา
ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์ของตนเองบนโต๊ะมาเพื่อดูเวลา จากนั้นเดินไปหยิบเสื้อผ้าและผ้าขนหนูของตนเองออกจากห้องไป เพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำให้สดชื่น
ญารินอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากห้องดูว่าอะตอมออกมาหรือยัง แต่กลับไม่พบเขา มีเพียงเสียงน้ำจากในห้องน้ำที่ดังเล็ดลอดออกมา ทำให้เธอรู้ว่าเขากำลังอาบน้ำอยู่
"มีอะไรให้ทานบ้างหว่าา~?"ญารินเอ่ยถามตนเองเบาๆแล้วเดินตรงไปยังตู้เย็น เธอเปิดดูแล้วมองจากบนลงล่างจากล่างขึ้นบน...กลับไม่มีอะไรให้ทานเลย มีเพียงผัก ของดิบ น้ำผลไม้และน้ำเปล่า
"อรุณสวัสดิ์"หญิงสาวสะดุ้งใพร้อมกับหันขวับมองต้นเสียงทันที พบว่าเป็อะตอมที่เอ่ยทักทายโดยที่ยืนใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมของตนเองอยู่
"อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้าจัง"ญารินทักทายกลับ
"นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่น่ะ..."เขาตอบกลับแล้วเดินมาหาเธอ "หิวหรอ?"
"อื้ม ว่าจะหาอะไรทานแต่กลับไม่มีอะไรเลย"ญารินตอบกลับพร้อมกับทำหน้าเศร้าออกมา "วันนี้นายไปไหนรึเปล่า?"
"ไม่อ่ะ"เขาตอบกลับ "แล้วเธออ่ะ? พี่สิงห์จะพาไปไหนอีกรึเปล่า?"
"ไม่อ่ะ พี่เขาน่าจะไปหาคนคุยของเขามากกว่า"ญารินตอบ ชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วเอียงคอมองด้วยสีหน้างุนงง
"หมายความว่ายังไงคนคุย? แล้วเธอล่ะ?"เขาถามกลับ
"ตอนนี้ลดสถานะมาเป็แค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันแล้ว เพราะต่างคนต่างไม่รู้สึกอะไรต่อกันเลย นอกการความรู้สึกแบบรุ่นพี่รุ่นน้อง"เธอตอบ ชายหนุ่มมองนิ่งๆแล้วเผลอหลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย "ยิ้มอะไร?"
"เอ่อ...เปล่า"อะตอมตอบกลับแล้วเดินเลี่ยงไปทางตู้เย็นทันที ญารินมองตามด้วยสีหน้างุนงงไม่ลดละ "ทานอะไรดี?"
"ไม่รู้อ่ะ"เธอตอบ
"ข้าวผัดป่ะ?"
"อื้ม ก็ได้"เธอตอบอีกครั้ง จากนั้นอะตอมจึงเริ่มทำข้าวผัด ใช้เวลาไม่นานมากนักเขาจัดจานแล้วนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะเสร็จสรรพ ทั้งสองคนจึงเริ่มรับประทานพร้อมกัน
"แล้วเธอจะนอนอยู่ในห้องเฉยๆน่ะหรอ?"อะตอมเอ่ยถามขึ้นมาในขณะที่กำลังนั่งทานข้าวด้วยกันอยู่
"ใช่ ฉันไม่รู้จะไปไหนดี"เธอตอบ "แล้วนายไม่ไปเที่ยวที่ไหนหรอ?"
"หึ ว่าจะหยุดพักผ่อนดีกว่า"เขาตอบกลับ ญารินพยักหน้ารับเล็กน้อย ทั้งสองคนต่างเงียบไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่อ
จนกระทั่งนั่งทานข้าวกันจนเสร็จเรียบร้อยและเก็บล้างทำความสะอาดแล้ว ทั้งสองคนมานั่งทานขนมพร้อมกับดูโทรทัศน์ด้วยกันที่โซฟา
"ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?"จู่ๆอะตอมเอ่ยถามขึ้นมา ญารินหันมองแล้วพยักหน้าตอบรับ "ตอนเด็กเธอเจออะไรมาหรอ?...ถึงได้กลัวผู้ชาย"
ญารินถึงกับชะงักนิ่งค้างไปทันทีเมื่อเขาถามแบบนั้น เธอเคี้ยวขนมในปากของตนเองแล้วจับแก้วน้ำตรงหน้าขึ้นกระดกดื่ม
"เอ่อ...ขอโทษนะ ฉันไม่น่าถามเลย เธอลืมๆมันไปเถอะ ฉันขอโทษ"อะตอมรีบพูดออกมาแล้วทานขนมต่อ
"ไม่...ไม่เป็ไร ต่อให้ไม่เล่ายังไงเื่นี้มันก็ไม่มีทางหายไปจากความทรงจำของฉันอยู่ดีแหละ..."เธอตอบกลับ
"มัน...เลวร้ายมากแค่ไหน?"อะตอมเอ่ยถามอีกครั้ง
"มันก็...ไม่รู้สิ สำหรับฉันมันเลวร้ายมากๆเลยนะ...เลวร้ายมากสำหรับเด็กคนนึงที่เพิ่งจะอายุ 16"