ในมิติวงกตที่ซ้อนทับกันเป็ชั้น ๆ ประกายเมล็ดดาวสีม่วงในจิติญญาของจวินเหรินยังคงส่องสว่างอย่างมั่นคง แม้ร่างกายภายนอกจะยังอ่อนล้าจากการต่อสู้ในห้วงจิต แต่พลังวิถีเทวะนิรันดร์ขั้นแรกได้ไหลเวียนเข้ากับทุกส่วนของร่างกายแล้ว
จวินเหรินลุกขึ้นยืนช้า ๆ มือข้างหนึ่งลูบหัวหยวนหลิงเบา ๆ ก่อนที่นางจะหัวเราะคิกคักแล้วะโหายเข้าไปในชั้นมิติข้าง ๆ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเพลิงนิรันดร์
หลานฉิงอวี่ยืนมองจากระยะไกล สีหน้าเ็าไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงคำสั่งของหลานอวิ๋นที่ให้จับตาดูทุกความก้าวหน้า
ทันใดนั้น ร่างงามในชุดคลุมสีม่วงอมเงินของหลิงหว่านเซียนก็ปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ นางยืนนิ่ง มองจวินเหรินด้วยดวงตาที่ลึกซึ้งราวห้วงจักรวาล
"เหรินเอ๋อร์ เ้าทะลวงขั้นแรกได้สำเร็จแล้ว ข้าเห็นประกายเมล็ดดาวในจิติญญาของเ้า... มันสว่างไสวกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก"
จวินเหรินก้มศีรษะให้อาจารย์อย่างเคารพ ก่อนจะยกมือขึ้นแตะหน้าอกที่ซึ่งหยกัฟ้าคืนชีพซ่อนอยู่
"ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ... แต่ข้ามีคำถาม ข้าอยากรู้ความเป็มาของหยกัฟ้าคืนชีพชิ้นนี้ มันคือสิ่งใดกันแน่?"
หลิงหว่านเซียนยิ้มบาง ๆ มือเรียวเล็กสะบัดเบา ๆ สร้างภาพมายาของหยกชิ้นเล็กสีฟ้าอมเขียวลอยขึ้นตรงหน้า
"หยกัฟ้าคืนชีพ... มันมิใช่สมบัติธรรมดา แต่เป็เศษเสี้ยวของพลังาที่หลุดรอดมาจากการกำเนิดของพหุจักรวาล มันเคยเป็ส่วนหนึ่งของัฟ้าโบราณที่ปกครองห้วงเวลาและชะตากรรม"
ภาพมายาหมุนวนช้า ๆ แสดงให้เห็นัฟ้าขนาดั์ที่แผ่พลังปกคลุมจักรวาลนับล้าน
หลิงหว่านเซียนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พลังของมันมหาศาลยิ่งนัก มันจะเพิ่มพูนพลังในระดับขั้นของวิถีที่เ้าฝึกอย่างเท่าทวี เ้าอยู่ในขั้นแรกของวิถีเทวะนิรันดร์ แต่ด้วยหยกชิ้นนี้ พลังของเ้าเหนือกว่าขอบเขตเซวียนเจี๋ยขั้นสามของเทียนกุยจื่อเสียอีก"
จวินเหรินเบิกตากว้างเล็กน้อย แต่สีหน้ายังคงสงบนิ่ง
"เหนือกว่าเซวียนเจี๋ยขั้นสาม... แล้วยังมีความพิเศษอื่นอีกหรือไม่ท่านอาจารย์?"
หลิงหว่านเซียนพยักหน้า ภาพมายาเปลี่ยนไปเป็ัฟ้าที่ฟื้นคืนชีพจากเถ้าถ่าน
"ความพิเศษที่แท้จริงคือ มันจะฟื้นคืนชีพให้ผู้ทุกครั้งที่สิ้นชีพ และกักเก็บพลังปราณ ณ ขณะนั้นมาทวีคูณให้แก่พลังปราณใหม่หลังฟื้นคืนชีพ ยิ่งตายยิ่งแกร่ง ยิ่งสูญเสียยิ่งเพิ่มพูน"
จวินเหรินััได้ถึงพลังในร่างกายที่ไหลเวียนอย่างมหาศาล แต่ในใจกลับครุ่นคิดลึกซึ้ง
"สำหรับข้า... การที่จุดรวมปราณถูกทำลาย ก็เปรียบเสมือนข้าตายไปครั้งหนึ่งใช่หรือไม่?"
หลิงหว่านเซียนยิ้มมุมปาก
"ใช่แล้ว การขาด่ของกระแสปราณนั้น ทำให้เ้าตายในทางวิถีเซียน แต่หยกชิ้นนี้ได้ฟื้นคืนชีพเ้า และเก็บพลังเดิมที่ยังน้อยนิดนั้นมาทวีคูณให้แก่พลังวิถีเทวะนิรันดร์ของเ้าในปัจจุบัน"
จวินเหรินกำหมัดแน่น แต่สีหน้ากลับฉายแววสุขุม
"ยิ่งตายยิ่งแกร่ง... แต่ข้าไม่คิดว่านั่นคือทางที่ดี ข้าจะไม่รนหาที่ตายเพื่อเพิ่มพลัง มันเป็เพียงผลพลอยได้ มิใช่สิ่งที่ข้าต้องไล่ล่า"
หลิงหว่านเซียนพยักหน้า ยกมือขึ้นสะบัด ภาพมายาจางหายไป
"เ้าฉลาดนัก เหรินเอ๋อร์ พลังที่แท้จริงมิได้มาจากการสูญเสียโดยไม่จำเป็ แต่มาจากการละทิ้งและก้าวข้ามอย่างแท้จริง ต่อจากนี้ เ้าต้องฝึกต่อไป ข้าจะคอยเฝ้ามอง"
ร่างของหลิงหว่านเซียนค่อย ๆ เลือนหายไป ทิ้งให้จวินเหรินยืนนิ่ง มองไปยังห้วงมิติที่ว่างเปล่า
เขาแตะหน้าอกอีกครั้ง ััถึงพลังของหยกัฟ้าคืนชีพที่ไหลเวียนอย่างเงียบงัน
'ข้าจะใช้เ้าให้เป็ประโยชน์... มิใช่ให้เ้าควบคุมข้า'
หยวนหลิงะโออกมาจากชั้นมิติข้าง ๆ อีกครั้ง หัวเราะคิกคัก
"พี่ชาย! ข้ากลับมาแล้ว! ฝึกต่อกันเถอะ!"
จวินเหรินยิ้มอ่อนโยน พยักหน้าให้เด็กสาว
แต่ในมุมมืดของมิติวงกต หลานฉิงอวี่กำลังรายงานทุกอย่างให้หลานอวิ๋นฟังอย่างละเอียด ความริษยาในใจของหลานอวิ๋นก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นช้า ๆ
--------------------------------------------
'ขอบเขตเซวียนเจี๋ย' ตรงกับหรือเทียบเท่า ขั้นข้ามภัยพิบัติ / Tribulation Transcendence เทียนกุยจื่อ อยู่ที่ ขอบเขตเซวียนเจี๋ยขั้นสาม
→ แปลว่าเขาอยู่ในขั้นข้ามภัยพิบัติระดับสูง (อาจเป็ Late Stage หรือ Peak ของขั้นนี้) พลังแข็งแกร่งมากในโลกเบื้องล่าง (เทียนหลงต้าโจว) สามารถใช้พลังมืดมิดกลืนกินยอดฝีมือระดับหลอมแก่นหรือกำเนิดิญญาได้ง่ายดาย
สรุปสั้น ๆ:
ขอบเขตเซวียนเจี๋ย = ขั้นข้ามภัยพิบัติ (Tribulation Transcendence) เป็ขั้น 'ใกล้เซียนแท้จริง' ที่ต้องผ่านวินาศภัยฟ้าเพื่อก้าวสู่แดนเซียนหรือมิติสูงกว่า ในนิยายส่วนใหญ่ ถือเป็ระดับ 'ยอดฝีมือตัวท็อปของโลกเบื้องล่าง' ก่อนจะขึ้นสู่ขั้นเซียนจริง ๆ