บทที่ 40 ไม่รู้จะเปลี่ยนกลับไปได้ไหม
เด็กทั้งสามคนร้องไห้เสียงดังในเขาวงกตด้วยความหวาดกลัว เยี่ยนลี่เฉิงอุ้มฉินอิงอิง โดยมีพี่ชายอีกสองคนของตระกูลฉินเดินตามออกมาด้วยกันช้า ๆ หลังจากนั้นก็ได้มาเจอกับพวกพี่ใหญ่ด้านนอก และพากันกลับบ้านพร้อมรอยยิ้ม
ตอนนี้ฉินเฉิงฮ่าวชื่นชมน้องสาวตัวน้อยคนนี้เป็นอย่างมากจนไม่รู้สึกอายแล้ว
ตราบใดที่เขามีหนังหน้าหนา ทุกอย่างก็ไม่ใช่ปัญหา
เสียงที่ได้ยินตลอดทางคือเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเขา ไม่ใช่เพราะถามอิงอิงน้อยว่าทำไมถึงกล้าหาญขนาดนี้ แต่เขาถามเธอว่าสามารถสอนพี่ชายคนที่เจ็ดได้หรือไม่ ไว้พรุ่งนี้พี่เจ็ดจะพาเธอไปซื้อของอร่อย ๆ ที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่เป็นการตอบแทน...
แต่เสียงที่ตอบเขากลับมาคือเสียงกรนของฉินอิงอิง
“ครอก~ ครอก~”
ฉินเฉิงฮ่าวเพิ่งรู้ตัวว่าคุยคนเดียวมานาน “...”
พี่น้องตระกูลฉินได้แต่เอ็นดูทั้งคู่เงียบ ๆ “...”
เยี่ยนลี่เฉิงเหมือนจะคุ้นชินกับอิงอิงน้อยแล้ว เขาอุ้มเธอไว้ในอ้อมแขนและก้าวไปข้างหน้า
สุดท้ายจึงอธิบายกับทุกคนหนึ่งประโยค “อิงอิงน้อยคงจะเหนื่อยมากแล้ว”
พี่น้องตระกูลฉินพยักหน้า “ใช่ เธอเพิ่งจะอายุสามขวบครึ่งเอง”
เด็ก ๆ ตระกูลฉินกลับบ้านสบายใจไปแล้ว แต่ตระกูลเยี่ยนกลับกำลังร้อนระอุ
ไม่เพียงแค่ตระกูลเยี่ยน แต่ยังรวมถึงตระกูลมู่หรงที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเยี่ยนด้วย
วันนี้คุณย่าตระกูลมู่หรงพาหลานสาว หมิงเยว่ มาเยี่ยมเยือนเพื่อนเก่าอย่างคุณย่าตระกูลเยี่ยน เมื่อผู้ใหญ่กำลังพูดคุย เด็ก ๆ จึงเล่นด้วยกัน
คุณปู่และคุณย่าตระกูลเยี่ยนมีลูกชายสองคนและมีหลานห้าคน
ลูกชายคนโตและลูกสะใภ้ใหญ่เสียชีวิตแล้ว หลานชายคนโตอย่างเยี่ยนลี่เฉิงถูกไล่ออกจากตระกูลเมื่อสองปีก่อน เหลือลูกสาวไว้เพียงคนเดียวคือเยี่ยนเสียวจื่อ
ลูกชายคนที่สองเยี่ยนผิง มีลูกชายคนโตคือเยี่ยนชิงอวิ๋นที่ปีนี้อายุเก้าขวบ นอกจากนี้ยังมีลูกชายคนเล็กคือ เยี่ยนชิงหลินอายุเจ็ดขวบ และเยี่ยนเสี่ยวหรูอายุห้าขวบ
แต่เยี่ยนชิงหลินไม่ได้เกิดจากลูกสะใภ้ของตระกูล แต่เป็นลูกชายนอกสมรสกับผู้หญิงอีกคนของเยี่ยนผิง
ผู้หญิงคนนั้นหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว แต่เด็กกลับถูกส่งมาที่ตระกูลเยี่ยน ถึงอย่างไรหลานก็คือหลาน ดังนั้นคุณปู่เยี่ยนจึงรับไว้
ตระกูลเยี่ยนของพวกเขามีจำนวนผู้ชายลดลง หลังจากที่หลานชายคนโตเยี่ยนลี่เฉิงถูกขับไล่ออกจากตระกูล
จู่ ๆ ก็มีหลานอีกคนซึ่งเป็นลูกนอกสมรสของลูกชายคนที่สองเพิ่มขึ้นมา เขาจึงตัดสินใจรับเลี้ยงไว้ ในขณะเดียวกันก็ให้ลูกสะใภ้คนที่สองเป็นคนดูแลและให้ค่าชดเชยเพื่อปลอบใจเธอ
แต่มีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นในคืนนี้ เยี่ยนชิงหลิน เยี่ยนเสียวจื่อ และมู่หรงหมิงเยว่ที่ออกไปเล่นหลังมืดค่ำ แต่จนสองทุ่มกว่าแล้ว พวกเธอก็ยังไม่กลับมา
คุณย่ามู่หรงและพี่น้องพูดคุยกันจนลืมเวลาไป เมื่อถึงเวลาที่ต้องเตรียมตัวกลับก็พบว่ามืดค่ำแล้ว
หลานสาวหายไป!
ทุกคนต่างพากันตามหาและพบหลานชาย เยี่ยนชิงหลินเป็นลมหมดสติอยู่ที่หน้าประตูบ้าน
คุณปู่และคุณย่าตระกูลเยี่ยนตกใจจนแทบจะหมดสติจึงรีบนำหลานไปส่งโรงพยาบาล
หลังจากนั้นพวกเขาก็พบคนที่เหลือในเขาวงกตกำลังร้องไห้ด้วยความกลัว พวกเธอพูดไม่สอดคล้องกันนัก แต่ละคนต่างก็พูดถึงผี
เมื่อไม่มีทางเลือก จึงต้องส่งพวกเธอไปโรงพยาบาลเช่นกัน
ขณะที่ฉินอิงอิงกำลังจะออกไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของขวัญกับพี่ชายทั้งแปดในวันรุ่งขึ้น เธอบังเอิญพบกับเจียงหลิง ซึ่งมีสีหน้าซีดเซียวและมีดวงตาแดงก่ำ ฉินอิงอิงจำอีกฝ่ายได้ในพริบตา
“หนูเคยเห็นเธอ”
เยี่ยนลี่เฉิงตอบอืมเบา ๆ “ครั้งนั้นในห้างสรรพสินค้า”
ฉินอิงอิงพยักหน้าหลายครั้ง “อืม!”
อย่าคิดว่าวาฬอ้วนความจำไม่ดี พวกมันไม่ใช่ปลาที่มีความจำเพียงเจ็ดวินาที วาฬมีความจำเป็นเลิศและมีไอคิวที่สูงมาก
ฉินเฉิงเจ๋อยิ้มอย่างเกียจคร้าน “ดูสิ เมื่อวานคงนอนอยู่ที่โรงพยาบาลทั้งคืน”
ฉินเฉิงไห่ลูบผมหน้าม้าบนหน้าผาก “คืนเดียวจะพอได้อย่างไร? เด็กน้อยยังไม่หายกลัวเลย!”
ถึงแม้พวกเขาจะไม่ได้แกล้งรุนแรงอะไรและทำเพียงปาก้อนกรวด
แต่เด็กพวกนั้นอายุมากสุดคือเจ็ดขวบ น้อยสุดห้าขวบ แถมยังเป็นเด็กผู้หญิง เหอะ ๆ ๆ
คิดว่าเด็กผู้หญิงตระกูลไหนจะกล้าหาญเหมือนกับอิงอิงน้อยของพวกเขาบ้าง?
ฉินเฉิงหลีบีบหน้าอ้วนกลมของอิงอิงน้อยเบา ๆ “พวกเขาสมควรโดนแล้ว!”
ฉินเฉิงอวี้ดูนาฬิกา “อย่าไปสนใจคนที่ไม่สำคัญเลย พาอิงอิงน้อยไปซื้อของขวัญเถอะ!”
ฉินเฉิงเฟิง ฉินเฉิงหนิง และฉินเฉิงฮ่าวต่างพยักหน้า “ใช่!”
บ้านเก่าตระกูลเยี่ยนและบ้านเก่าตระกูลฉินล้วนอยู่บริเวณนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทุกคนจะพบกันบ่อย
ตระกูลมู่หรงก็เช่นเดียวกัน ทว่าตำแหน่งอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
พี่น้องตระกูลฉินนั่งรถไปห้างสรรพสินค้า ฉินอิงอิงขอให้ลี่เฉิงช่วยลดกระจกหน้าต่างลง เจียงหลิงบังเอิญหันมาพอดี ลูกวาฬเอียงศีรษะเล็กน้อยและแสดงสีหน้าน่ารัก ๆ ออกมา
และยังกะพริบตาองุ่นสีดำสดใสไปให้เจียงหลิง
ฉินเฉิงฮ่าวมองอย่างไม่เข้าใจ “อิงอิงน้อย ยิ้มให้เธอทำไม อิงอิงควรจะขมวดคิ้วอย่างเย็นชาไม่ใช่เหรอ?”
เยี่ยนลี่เฉิงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ยิ่งอิงอิงน้อยยิ้มอย่างมีความสุข เจียงหลิงก็จะยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น!”
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังร้อนรนเพราะเด็ก ๆ ตกใจกลัว อีกทั้งยังมีเด็กของตระกูลมู่หรงเข้าไปพัวพันด้วยจึงต้องคิดหนักว่าจะขอโทษอย่างไร เมื่อเห็นอิงอิงน้อยยิ้มอย่างสดใสคงรู้สึกราวกับหัวใจ ตับ ม้าม ปอด และไตกำลังจะระเบิด
ซึ่งมันก็จริง
เจียงหลิงบังเอิญเห็นเด็กโง่ที่ทำให้พี่สาวแท้ ๆ ของเธอเดือดร้อนและต้องนอนโรงพยาบาล คุณปู่และคุณย่าเยี่ยนถึงกับบ่นว่าเธอดูแลเด็ก ๆ ไม่ดี เธอจึงคับข้องใจเป็นอย่างมาก
เมื่อได้เห็นใบหน้าของฉินอิงอิง เธอจึงอยากจะกระโจนเข้าใส่และฉีกเด็กนั่นเป็นชิ้น ๆ
ฉินอี้หานโง่จริง ๆ!
ไม่คิดเลยว่าจะพาเด็กโง่กลับไปบ้านเก่าตระกูลฉิน
เมื่อเห็นเด็กตระกูลฉินทุกคนนั่งอยู่บนรถคันนั้น จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าคุณปู่และคุณย่าตระกูลฉินยอมรับเด็กโง่คนนั้นแล้ว?
เจียงหลิงคาดไม่ถึงและรู้สึกว่าตระกูลฉินคงไม่ค่อยมีรอยหยักในสมอง
เมื่อคิดดูแล้วลูกทั้งสองคนของตนสบายดี แต่เยี่ยนชิงหลิน เยี่ยนเสียวจื่อ และมู่หรงหมิงเยว่ยังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอถูกคุณย่าตำหนิว่ารักลูกไม่เท่ากัน จนอีกฝ่ายโมโหเลือดขึ้นหน้าและเวียนหัวตาลาย
บุตรทางสายเลือดกับบุตรที่พ่อแม่เสียชีวิตแล้วทิ้งไว้จะเหมือนกันได้อย่างไร?
เธอไม่ได้สมองมีปัญหานะ!
สำหรับเยี่ยนเสียวจื่อ อีกฝ่ายเป็นหลานสาวไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ!
แต่มู่หรงหมิงเยว่ เธอจะต้องไปบ้านมู่หรงเพื่อขอโทษด้วยตนเอง
ทั้งสองตระกูลเกี่ยวข้องทางธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เป็นเพราะตระกูลฉินห่างเหินกับตระกูลเยี่ยน ดังนั้นพวกเขาจำเป็นต้องผนึกกับตระกูลมู่หรง
เธอยิ้มแบบขอไปทีให้กับเด็กผู้ชายตระกูลเยี่ยนและหันหลังกลับ
เด็กโง่! รอก่อนเถอะ!
เด็ก ๆ ตระกูลฉินอุ้มอิงอิงน้อยไปช็อปปิงที่ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดบริเวณใกล้เคียง
เงินซื้อของขวัญล้วนเป็นเงินส่วนตัวทั้งหมด แต่ทุกคนก็ไม่รู้สึกแย่ที่จะจ่าย
ถึงอย่างไรเธอก็คือน้องสาวเพียงคนเดียว คุณปู่ถึงกับยกแท่นฝนหมึกจีนให้อิงอิง แล้วพวกเขาจะขี้เหนียวได้อย่างไร?
อิงอิงน้อยน่ารักขนาดนี้ เสียงตะโกนเรียกพี่ชายทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจจนอยากจะยกหัวใจ ตับ ม้าม ปอด และไตให้กับเธอด้วยซ้ำ
นั่นแหละ!
แค่กลัวจะทำให้อิงอิงน้อยตกใจ!
ถ้าฉินอิงอิงรู้เข้าคงจะรังเกียจเป็นอย่างมาก
พาเธอไปกินบุฟเฟต์อาหารทะเลจะดีกว่า
ดังนั้นพี่ชายทั้งแปดคนจึงตัดสินใจพาน้องสาวตัวน้อยไปกินบุฟเฟต์อาหารทะเล
ฉินอิงอิงถูกอุ้มไปตลอดทาง เยี่ยนลี่เฉิงเป็นคนอุ้มเธอก่อน แต่พี่ ๆ รู้สึกว่าเวลาใกล้หมดแล้ว นอกจากฉินเฉิงเฟิง ฉินเฉิงหนิงและฉินเฉิงฮ่าวที่อายุน้อยที่สุดจึงไม่ค่อยมีแรง พี่ชายอีกห้าคนล้วนผลัดกันอุ้ม
ฉินอิงอิงถอนหายใจให้กับสิ่งดี ๆ ในครอบครัวใหญ่อีกครั้ง
เธอได้ใช้ชีวิตในครอบครัวที่พร้อมสปอยล์อีกแล้ว!
วาฬน้อยคิดอย่างมีความสุขและเศร้าในคราวเดียวกัน ‘ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนกลับไปเป็นวาฬได้ไหม เธอคิดถึงคุณยายและคุณแม่จะตายแล้ว’