อาลอน: ตำนานยอดจักรกลกายาเทวะ

    บทที่ 38: คลังความรู้ปฐมสงคราม

       

    เสียงกลไกโบราณคำรามกึกก้อง บานประตูเหล็กกล้าแปรธาตุขนาดยักษ์หนักหลายสิบตันใต้ฐานโคลอสเซียมลอยฟ้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ละอองไอหมอกเย็นเยียบพุ่งทะลักเข้าปะทะใบหน้า นำพาเอากลิ่นอายอารยธรรมยุคปฐมกาลที่ถูกผนึกไว้ใต้กาลเวลาออกมา มวลอากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องดิบ เขม่าแร่ธาตุ และความหอมแห้งของกระดาษปาปิรุสโบราณที่ถูกสถิตไว้ด้วยอาคมหยุดเวลา

    เบื้องหน้าของอาลอนคือ คลังความรู้ปฐมสงคราม (Ancient Archives) หอคัมภีร์ศิลาลึกลับทรงห้าเหลี่ยมขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านท้าทายยุคสมัย เสาหินบะซอลต์นับร้อยต้นสลักสายเส้นวงจรอักขระเรืองแสงสีครามและสีทองลอยหมุนวนอยู่รอบกายดุจสายธารดาวตกในอวกาศอันมืดมิด

    อาลอนก้าวเดินฝ่าม่านหมอกเข้าไปเพียงลำพัง เสียงฝีเท้าของเขาสะท้อนก้องในโถงกว้าง เขายื่นฝ่ามือซ้ายซึ่งสถิตไว้ด้วย [Blood-Spectrum Core] ทาบลงบน "ศิลาจารึกแกนกลาง" กุญแจศิลาทองคำในมือซ้ายสว่างวาบขึ้นราวกับหัวใจที่กลับมาเต้นอีกครั้ง พลังงานจากคลังความรู้เริ่มไหลซิงโครไนซ์เข้าสู่ระบบของเขาทันที!


    [◆ [System 377: กำลังเชื่อมต่อฐานข้อมูลปฐมกาล...]

    ◆ [อนุมัติการเข้าถึง: ระดับ 9 (กุญแจซาโลมอน)]

    ◆ [ดาวน์โหลดบันทึกประวัติศาสตร์: 'คัมภีร์ปฐมกาล - มหาศึกแห่งจุดกำเนิดและการล่มสลาย']



    *วิ้ง————————!!*



    ม่านแสงโฮโลแกรมสเปกตรัมขนาดยักษ์ปะทุส่องสว่างไสวขึ้นกลางโถงศิลา อักขระทองคำโบราณนับหมื่นลอยตัวเด่นชัดขึ้นในลานสายตาของอาลอน... "คัมภีร์ปฐมกาล: มหาศึกบรรพกาลและการล่มสลาย"

    ชายหนุ่มกวาดสายตาสแกนบทบันทึกทีละบรรทัด ความรู้สึกสั่นสะท้านแล่นผ่านไขสันหลังสะท้อนก้องลึกลงไปในจิตสำนึกกึ่งจักรกลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน:


    ในรุ่งอรุณแห่งการรังสรรค์ เทพมารดาได้มอบจิตวิญญาณให้แก่สรรพชีวิตรุ่นแรกด้วยความรักอันหาที่เปรียบมิได้ สิ่งมีชีวิตบรรพกาลเหล่านั้นถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมความสมบูรณ์แบบในฐานะ "อมตะ" พวกเขาไม่มีวันร่วงโรย ไม่รู้จักความเจ็บป่วย หรือการดับสูญ ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์เพื่อเฉลิมฉลองความงามของจักรวาล

    อาลอนลูบท่อนแขนขวา [Blood-Spectrum Core] อย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงสรีระกึ่งจักรกลของตนที่มักจะส่งเสียงกรีดร้องจากความร้อนจัดและการสึกหรอ... "ความอมตะไร้โรคา... ช่างดูเหมือนความฝันที่ตลกไม่ออกเมื่อเทียบกับสิ่งที่ข้าเป็นอยู่"


    แต่แล้วความอมตะนั้นกลับกลายเป็นอาวุธร้ายที่ทิ่มแทงผู้สร้าง การคงอยู่ชั่วนิรันดร์หมายถึงการสูบกินพลังงานจากสรีระของ "เทพบิดร" อย่างต่อเนื่องและทวีคูณ เมื่อสิ่งมีชีวิตเพิ่มจำนวนขึ้นโดยไม่มีการดับสูญ พลังของเทพบิดรจึงถูกกัดกินจนเข้าใกล้จุดแตกดับในที่สุด!

    เพื่อรักษาตัวตนและสมดุลของจักรวาล เทพบิดรจึงจำต้องบัญญัติกฎเหล็กขึ้นใหม่ นั่นคือ "พันธสัญญาแห่งความตาย" หรือ "วัฏสงสาร" เพื่อกำหนดอายุขัย บังคับให้เกิดการดับสูญเพื่อคืนพลังงานกลับสู่แก่นแท้ ก่อนจะหมุนเวียนไปจุติใหม่เป็นวงจรที่ไม่สิ้นสุด

    เลนส์ตาจักรกลซีกซ้ายประมวลผลด้วยตรรกะอันเย็นชา... "ความตายไม่ใช่ความเมตตา แต่มันคือสมการเพื่อการอยู่รอดของพระเจ้า... การสร้างวัฏสงสารก็แค่การรีเซ็ตระบบเมื่อหน่วยความจำเต็มเท่านั้นเอง"



    การแทรกแซงที่นำพามาซึ่งความเจ็บปวดและความตาย ทำให้เทพมารดาไม่อาจยอมรับได้ เธอผู้เปี่ยมด้วยเมตตาปฏิเสธการยัดเยียดจุดจบให้แก่ลูกหลาน ในขณะที่เทพบิดรก็ไม่อาจถอยหลังกลับไปสู่จุดจบของตนเองได้ ความขัดแย้งของสองผู้ยิ่งใหญ่จึงกลายเป็นรอยร้าวที่ไม่อาจประสาน



    เมื่อวัฏสงสารที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นไม่สามารถดึงพลังงานกลับคืนมาได้ทันท่วงที เทพบิดรผู้เข้าตาจนจึงตัดสินใจลงมือขั้นเด็ดขาด เขาเริ่มกระทำการกวาดล้างสิ่งมีชีวิตบรรพกาลนับล้าน สังหารหมู่ลูกหลานที่ตนเคยรังสรรค์เพื่อสูบกินพลังวิญญาณกลับคืนสู่ตนเองในคราวเดียว!

    เทพมารดาตัดสินใจจับอาวุธขึ้นสู้ เธออัญเชิญกองทัพ "มังกรบรรพกาลนับล้าน" พุ่งทะยานเข้าขวางทางเทพบิดร มหาสงครามล้างเผ่าพันธุ์อุบัติขึ้นจนโลกบรรพกาลสั่นคลอนและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ กระจัดกระจายไปทั่วจักรวาล สรรพชีวิตกว่าร้อยละ 90 ต้องดับสูญไปในกองเพลิงแห่งสงครามนั้น

    อาลอนสะท้านเยือกในอก นึกถึงมังกรศึกในพิภพโลกันตร์ที่เคยเป็นเพียงตำนาน... "ที่แท้มังกรบรรพกาลคือนักรบผู้ภักดีของเทพมารดา... ผู้ยอมสละชีพเพื่อปกป้องพวกเราจากการถูกกลืนกินโดยพ่อของตนเอง"


    ในช่วงวาระสุดท้าย เทพมารดาเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ แต่เป็นชัยชนะที่อาบไปด้วยน้ำตาและซากศพ เพื่อป้องกันไม่ให้เทพบิดรหวนกลับมาทำลายล้างโลกอีกครั้ง เธอจึงใช้พลังเฮือกสุดท้ายกระทำการที่สะเทือนขวัญที่สุด...

    เธอแยกส่วนร่างกายหยาบของเทพบิดรออกเป็น 19 ส่วน แล้วกระจายผนึกไว้กับเศษซากของโลกที่แตกสลาย ก่อกำเนิดเป็น "7 พิภพ" ในปัจจุบัน โดยใช้ผืนแผ่นดินและเศษเสี้ยวพลังของเธอเองเป็นดั่งกรงขังมหาอวัยวะแต่ละชิ้นเอาไว้ตลอดกาล!


    [◆ [System 377: วิเคราะห์ข้อมูลเสร็จสิ้น]

    ◆ [พบตำแหน่ง 19 ชิ้นส่วนของเทพบิดรที่ถูกผนึกทั่ว 7 พิภพ]



    นัยน์ตาสองสีของอาลอนเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง! ความจริงอันน่าสะพรึงลอยเด่นอยู่ตรงหน้า... [System 377] หรือชิ้นส่วนมหาศาสตราโบราณที่กระจายอยู่ตาม 7 พิภพ แท้จริงแล้วก็คือ "อวัยวะของพระเจ้า" ที่ถูกชำแหละและคุมขังไว้นั่นเอง!



    ค่ำคืนนั้น ณ ลานฝึกตนส่วนตัวที่เงียบสงัดในโซนสิบยอดมงกุฎ อาลอนนั่งขัดสมาธิ สดับฟังเสียงกระแสปราณที่หมุนวนอยู่ภายในร่าง

    ไอความร้อนแปรธาตุแผ่ออกมาจางๆ สายธารพลังปราณเจ็ดสีไหลเวียนผ่านรหัสสายประสาทและท่อนแขนซ้ายอย่างนุ่มนวล ความเสถียรของ Null-Resonance Protocol ส่องสว่างไสวดุจดวงดาราท่ามกลางความมืด

    แต่แล้วในก้นบึ้งของจิตสำนึก [แดนห้วงฝัน] เสียงกังวานใสที่แฝงความเศร้าสร้อยของ 'เด็กชายปฐมกาล' ก็ดังขึ้นอีกครั้ง...

    "จงนำกระแสปราณสเปกตรัมผกผันผ่านสายชีพจรวิญญาณซีกซ้าย... ปล่อยให้มันหล่อเลี้ยงเตาปฏิกรณ์ 377 อย่างอ่อนโยนดุจสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต"

    เสียงกระซิบนั้นไม่ใช่แค่การสอน แต่มันคือการนำทางที่ทรงพลัง ก่อนที่โทนเสียงจะเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังจนอาลอนรู้สึกหนาวสั่น:

    "รวบรวมชิ้นส่วนของเทพบิดรกลับมาให้ครบ... ยิ่งเจ้าหลอมรวมมันเข้ากับตนเองได้มากเท่าไหร่ เจ้าก็จะยิ่งเข้าใกล้จุดสูงสุดของสรรพสิ่ง... จนไม่มีใครใน 7 พิภพนี้จะกล้าทำลายเจ้าได้อีก!"



    ภายหลังจากการคว้าชัยชนะด้วยอันดับ 1 ของโบเฟอร์ ทีมห้องรวม 4 ซึ่งประกอบด้วย อาลอน, ชาลัค, คาเอล และโบเฟอร์ ก็ได้รับการอนุมัติให้ย้ายออกจากสลัมป้อมสนิมแดงอันซอมซ่อ เข้าสู่ที่พักหรูหราและโซนฝึกตนพิเศษของเหล่าสิบยอดมงกุฎ

    ห้องพักใหม่พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ช่างกลชั้นยอด เตาหลอมแรงดันสูงที่ทันสมัย และค่ายกลสมานพลังงานที่ช่วยให้พวกเขาฝึกซ้อมยุทธวิธีทีมได้อย่างอิสระ ทิ้งความวุ่นวายและการดูแคลนจากพวกขุนนางไว้เบื้องหลัง


    ในความมืดสลัว อาลอนนำความรู้ที่ได้รับจากคลังปฐมสงครามมาใช้ปรับจูนวงจรภายในร่าง เขาประยุกต์การแปรธาตุโบราณเข้ากับเทคโนโลยีปัจจุบันเพื่อเยียวยาบาดแผลเรื้อรังของ System 377

    *วูบบบบบบบบม!!*



    [◆ [System 377: การปรับจูนละเอียดเสร็จสิ้น]

    ◆ [การเชื่อมต่อจิตสำนึก: การนำทางจากเศษเสี้ยววิญญาณทำงาน]

    ◆ [Null-Resonance Protocol: ผลลัพธ์เสถียร 100%]

    ◆ [ขจัดความร้อนเกินพิกัด: ระบบระบายความร้อนประตูเทพซิงโครไนซ์สมบูรณ์]

    ◆ [สถานะ: พร้อมสำหรับการต่อสู้ระดับสูงและการสอบปลายภาคปี 1]



    ออร่าปราณสเปกตรัมสีรุ้งหมุนวนรอบกายเขากลายเป็นเกราะพลังงานที่นุ่มนวลและทรงอำนาจ! บัดนี้ อาลอนสามารถปลดปล่อยพลังสูงสุดได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการระเบิดจากสภาวะ Overheat อีกต่อไป

    ชาลัค คาเอล และโบเฟอร์ เดินเข้ามาหยุดยืนข้างหลังอาลอน ทุกคนสวมใส่ยุทธโธปกรณ์ที่อัปเกรดเรียบร้อย ร่างกายและพลังปราณเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ

    อาลอนลืมตาขึ้น นัยน์ตาสองสีทอประกายเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขากระชับหมัดซ้ายที่ส่องแสงเรืองรอง หันไปมองเพื่อนร่วมทีมที่เดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

    "ในที่สุด... พวกเราก็ทำได้เเล้ว!"


    คล้ายกับเรื่องอาลอน: ตำนานยอดจักรกลกายาเทวะ ที่คุณอ่าน