นิยายแห่งรักแท้เื่ สุดท้ายที่รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๑๗
นิดได้แต่ปลอบประโลมกานต์ เตือนสติกานต์.. ให้กานต์คิดถึงกร น้องชายคนเดียวของกานต์ให้มากๆ กรเองก็ช่วยพี่นิดดูแลพี่กานต์เท่าที่เขาจะทำได้
นิดบอกให้กรไปโรงเรียน ถ้ามีอะไรเธอจะบอกไปในไลน์ แค่กรเอามือถือติดตัวไว้ แค่นั้น
กรไม่ได้อยากไปโรงเรียน เขาห่วงพี่ชาย แต่กานต์ก็บอกกรว่าไม่ต้องห่วง เขาไม่คิดสั้นแน่ๆ และพี่นิดก็ดูแลกานต์อยู่ กรจึงจำไปต้องไปโรงเรียน
เมื่อกรออกจากบ้านไปเรียน เขาต้องเดินฝ่ากลุ่มนักข่าวที่ยังคงเฝ้าอยู่ที่หน้าบ้านเขาออกไปอย่างทุลักทุเล เพราะ.. กรไม่ยอมพูด หรือไม่ให้สัมภาษณ์อะไรเลย
...
จนมาถึงโรงเรียน กรยังเจอนักข่าวอีกทีมสองทีมที่หน้าโรงเรียน และประตูใหญ่อีกด้านหนึ่งของโรงเรียน กรต้องหนีนักข่าวไปเข้าโรงเรียนที่ประตูลับ หรือประตูหนีเที่ยวของรุ่นพี่
...
ในโรงเรียน เต้กะน็อตเป็ทั้งเพื่อนที่ดีและเป็บอดี้การ์ดที่คอยดูแลไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับกร กรได้แต่ขอบใจเพื่อนทั้งสอง
อ้อนั่งอยู่คนเดียวอยู่ที่ม้าหินตัวหนึ่ง ไม่มีเพื่อนคนใดกล้าเข้าไปคุยกับอ้อและอ้อเองก็ไม่กล้ากระทั่งจะเดินมาคุยกับกร
“เอาไงกร ให้กูไปยำตีนมันมั้ย?” เต้ถามเพื่อนด้วยความพร้อมที่จะจัดหนักกับอ้อซักชุด
“ไม่ต้องหรอกเต้ แค่นี้.. มันก็เจ็บจะแย่แล้ว” กรตอบอย่างเห็นใจอ้อ
“ยังไงวะ” น็อตถาม
“นายสองคนคิดดูสิ ทั้งชีวิตอ้อ มันมีเราเป็เพื่อนอยู่คนเดียว พอมันทำอย่างนั้น มันก็ไม่เหลือใครอีก แล้วเพื่อนคนอื่นๆ ใครจะกล้าคุย หรือกล้าคบกะมันอีก”
สองคนฟังก็เห็นตามที่กรพูด
“เค้าเรียก กรรมทันตา ใช่ไหมวะ” น็อตเปรียบเปรย
เต้ก็เห็นดีด้วย
อ้อหันมามองกร จังหวะเดียวกับที่กรกำลังมองอ้ออยู่ พอสบตากัน อ้อก็รีบหลบตาเขาไม่กล้าสู้หน้าเพื่อนที่แสนดีอย่างกร น้ำตาอ้อมันไหลออกมาอย่างสุดที่จะห้ามได้
กรมองดูเพื่อนรัก และตัดสินใจ “นายสองคนอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เราไปคุยกะมันหน่อย”
“มึงไม่โกรธมันเหรอวะ” เต้ถามด้วยความไม่เข้าใจเพื่อน
“ก็ทั้งโกรธ ทั้งไม่พอใจแหละ” กรตอบตรงๆ “แต่มันก็ยังเป็เพื่อนอยู่นี่หว่า” กรบอกเหตุผลเต้กับน็อต แล้วก็เดินไปหาอ้อ
“มันเป็คนดีจริงๆเลยวะ” เต้ชมกรกับน็อต
“เออ จริง” น็อตตอบเต้
กรเดินไปนั่งข้างๆ อ้อ “เป็ไง”
อ้อมองเพื่อนทั้งน้ำตา “เรา.. เราขอโทษ”
“อืมมมม มันผ่านไปแล้ว ช่างมันเถอะ ยังไงก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”
อ้อฟังกรพูด เขายิ่งเสียใจที่ทำลงไป “โกรธเราสิ ด่าว่าเราสิกร เรามัน..”
“เราเป็เพื่อนกันนะ” กรตัดบทพูดชัดเจน “อ้อ” กรเรียกชื่อเพื่อนชัดเจนเพื่อเรียกสติ
อ้อหันมามอหน้าเพื่อนรักทั้งน้ำตา
“เรารู้ว่าอ้อชอบผู้ชาย และ..ชอบเรา แต่เราชอบผู้หญิง เราไม่ได้ชอบผู้ชาย” กรบอกเรียบๆ
อ้อพยักหน้ารับ
“เรายังเป็เพื่อนกันได้นะ” กรพูด
อ้อพยักหน้ารับ และร้องไห้ออกมาอย่างหมดอาย
กรได้แต่ใช้มือเขาแตะที่บ่าอ้อเพื่อให้กำลังใจเพื่อน
แต่.. จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา คงต้องใช้เวลาอีกระยะใหญ่ๆ กว่าที่กรจะกล้ากอดอ้ออีกครั้ง
เต้กับน็อตเดินเข้ามาสมบท ต่างก็ช่วยแซวช่วยเช็ดน้ำตาให้อ้อ จนอ้อหยุดร้องไห้แล้ววิ่งไล่เตะตูดเพื่อนทั้งสอง
กรยืนมองดูเพื่อนๆ เล่นสนุกกัน บ้าบอกัน เขารู้สึกขอบคุณคำพูดของพี่กานต์มากจริงๆ ถ้าตอนนี้เขายังโกรธอ้ออยู่ เต้กับน้อตจะไม่มีวันเล่นแบบนี้กับอ้อ เขาเองก็จะจมอยู่กับความโกรธ จนไม่มีโอกาสมายืนดูอย่างเป็สุขใจเหมือนตอนนี้
..“พี่กานต์เป็ไงมั่งครับพี่นิด” .. กรไลน์ไปหาพี่นิดด้วยความเป็ห่วงพี่ชาย
..“กินข้าวต้ม แล้วก็หลับไปแล้ว วันนี้ไม่อ้วก”.. นิดไลน์ตอบ
เป็คำตอบที่ดี กรยิ้มออก ถ้าพี่กานต์ไม่อ้วกแล้ว อีกไม่นานคงปกติ .. “ขอบคุณมากครับ” ..
นิดส่งสติ๊กเกอร์ให้กร
แล้วนิดก็จำต้องเปิดดูอีกไลน์ ที่เธอไม่อยากเปิดเลย
..“นิด อยู่ไหน เมื่อคืนก็ไม่กลับมานอนบ้าน”.. ไลน์คุณหญิงแม่เธอนั่นเอง
..“อยู่บ้านเพื่อนค่ะ เพื่อนไม่สบาย นิดต้องดูแลเพื่อน จะอยู่อีกสักวันสองวันนะคะ”.. นิดตอบไป แล้วออกจากหน้านั้นนิดไม่อยากเห็นว่าคุณหญิงแม่ของเธอจะตอบมาว่าไง
สักครู่ก็มีสัญญาณข้อความไลน์เข้า นิดเลือกที่จะไม่เปิดอ่าน เธอไม่อยากทะเลาะกับคุณหญิงแม่ของเธอ นิดจึงปิดเสียงและปิดระบบสั่นของโทรศัพท์ เพื่อที่จะได้ไม่มีอะไรมากวนใจเธอ
“กานต์ทำให้เธอทะเลาะกับคุณหญิงแม่หรือเปล่า?”
นิดยิ้มตอบ “ไม่หรอกจ้ะ นิดไม่ทะเลาะกับท่านหรอก กานต์ก็รู้ว่าคุณหญิงแม่เป็ยังไง นิดมีวิธีของนิด”
กานต์เข้าใจที่เพื่อนพูด กว่าสิบปีที่เป็เพื่อนกันมา กานต์พบและเห็นฤทธิ์เดชต่างๆ นานาของแม่เพื่อนคนนี้มาแทบทุกรูปแบบ แต่นิดก็ใช้ความนิ่ง.. ความเฉย.. จนคุณหญิงแม่ของเธอต้องยอมลดลาวาศอกให้
“พากานต์ไปที่โต๊ะทำงานหน่อยสิ”
“ใช้โน้ตบุ๊คของนิดทำงานดีกว่า กานต์อยากได้ไฟล์ไหนมาใช้งาน นิดจะไปออนไลน์ที่คอมกานต์แล้วส่งไฟล์มาให้”
กานต์ชอบความคิดนี้ เขาจึงบอกรหัสเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเขาบอกไฟล์ เพื่อให้นิดออนไลน์แล้วส่งไฟล์งานมาในโน้ตบุ๊คของเธอ
แป๊บเดียว.. งานที่กานต์ต้องทำ ก็มาอยู่ในโน้ตบุ๊คที่อยู่ตรงหน้าเขาเรียบร้อย
กานต์ใช้ภาพที่เขาเดินชมตัวบ้านปาริชาตของกองถ่ายกับอินทรเมื่อไม่กี่วันมานี้เป็แรงบันดาลใจในการเขียนบทตอนที่ ๓
แต่เขียนงานไปได้ไมเท่าไหร่ กานต์ก็ถอนหายใจ วางมือ!!
“เป็ไรอะ เขียนไม่ลื่นเหรอ”
กานต์พยักหน้าบอกนิด
“ไหนดูซิ” นิดเลื่อนหน้าจอโน้ตบุ๊คมาอ่าน “อืมม ก็ใช้ได้นะ นิดว่า.. กานต์เขียนไปก่อนดีกว่า เดี่ยวนิดช่วยดู”
กานต์พยักหน้ารับคำเพื่อน แล้วเริ่มทำงานต่อ
กานต์เขียนบทตอนที่ ๓ โดยเริ่มเล่าเื่ที่.. วดีปรากฏตัวขึ้นที่บ้านปาริชาต เธอพบอินทร ทั้งสองตกหลุมรักกันในทันทีที่สบตากันครั้งแรก แล้วทั้งสองก็สวีทหวานไปทั่วบ้าน จนใครต่อใครก็พากันชมว่า..เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
กานต์เขียนไป.. น้ำตาก็รินไหล..
ภาพเหตุการณ์การพบกันระหว่างอินทรกับวดีที่แสนหวานชื่น ก็คือ..ภาพการพบกันของกานต์กับอินทร
สถานการณ์ความหวามหวานทั้งมวลของอินทรกับวดีที่อยู่ในตัวบท ก็คือ..ภาพความน่ารัก.. สวีทหวานระหว่างกานต์กับอินทรก่อนที่เื่จะแตกนั่นเอง
นิดช่วยอ่านบท ช่วยดูบทให้กานต์เป็ระยะ ระยะ ก็ยังอดที่จะเสียน้ำตาไปกับตัวหนังสือนั่นไม่ได้
“กานต์พักแป๊บนะ”
“พักนานแค่ไหนก็ได้จ้ะ” นิดยิ้มให้กำลังใจเพื่อน
“ปวดหัวใจเหลือเกินอะนิด”
“หลับตา หรือนอนหลับสักครู่ก็ได้นะ เอามั้ย เดี๋ยวนิดปลุกเอง”
กานต์พยักหน้ารับ แล้วก็หลับตาลง
นิดมองเพื่อนรักที่เธอรักสุดหัวใจอย่างเอ็นดู เมื่อกานต์หลับ เธอก็หลับอยู่ข้างๆกานต์นั่นแหละ แต่ก่อนหลับ นิดแอบตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ก่อนด้วย
วรวุธอยากมาพบหน้ากานต์ อยากพูดคุยกับกานต์ เขาจึงขับรถผ่านหน้าบ้านกานต์เพื่อดูสถานกานณ์แทบทุกเวลาที่เขาทำได้ วรวุธเห็นนักข่าวยังคงเฝ้ารออยู่ที่หน้าบ้านกานต์สองสามทีม
ถ้าเขาเข้าไปหากานต์ตอนนี้ ก็เป็ข่าวอีก ซึ่งน่าจะดีกับตัวเขาและละคร แต่ถ้ากรไม่ได้เข้าบ้านล่ะ ถ้ากรไล่เขาออกจากบ้านล่ะ จากข่าวดี.. จะกลายเป็ข่าวลบแน่ๆ
คิดได้อย่างนั้น วรวุธก็ถอนหายใจ แล้วขับรถกลับบ้าน
“วันนี้พวกกูไปส่งมึงที่บ้านดีกว่าว่ะ” เต้บอกกร
“จริงด้วย” น้อตเสริม
กรเลยพยักหน้ายินยอม
อ้อกำลังจะออกปากพูดว่า.. ไปด้วย
“ไม่ต้องเลยอ้อ มึงอะ รีบเข้าบ้าน หลบนักข่าวดีดีหล่ะ” เต้ทั้งว่าทั้งบอกอ้อ
“ใช่ ที่พวกกูไปส่งไอ้กร ก็เพราะหน้าบ้านมันมีกองทัพนักข่าวอยู่ไง ต้องไปช่วยให้มันเข้าบ้านให้ได้” น้อตอธิบายต่อ
“แล้วถ้ามึงไปด้วยนะ ทีนี้นักข่าวก็รุมทั้งมึงทั้งกรน่ะสิ พวกกูช่วยไม่ไหวเว่ย” เต้อธิบายซ้ำ
“ก็ได้” อ้อสลดลง
“ข่าวเงียบแล้วค่อยไปบ้านเรา” กรมีน้ำใจบอกเพื่อน
คำพูดกร ยิ่งทำให้อ้อเจ็บ เจ็บกับความพลั้งพลาดของตนเอง
แล้วพวกเขาก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เต้กะน็อตเดินไปกับกร ซึ่งดูราวกับภาพสามเกลอผจญภัย ในขณะที่อ้อเดินกลับบ้านคนเดียว อย่างเหงาๆ
..พี่อิน .. พี่อิน .. พี่อยู่ไหน ... พี่อิน .. อย่าทิ้งกานต์ไว้อย่างนี้..
“กานต์ กานต์” นิดเรียกเพื่อน
..กานต์รักพี่อินนะ .. พี่อิน
“ตื่นสิตื่น!!” นิดเขย่าตัวเพื่อน “กานต์!!”
กานต์สะดุ้งตื่น
นิดยิ้มให้กำลังใจเพื่อน
“กานต์ฝันไม่ดีเลยอะนิด พี่อิน .. พี่อิน”
“ฝันร้ายจะกลายเป็ดีน่า อย่าคิดมากสิ” นิดปลอบ
“ตอนนี้ไม่รู้พี่อินจะอยู่ที่ไหน แล้วอยู่ยังไง ไม่รู้ว่ามีเสื้อผ้าเงินทองติดตัวไปหรือเปล่า?”
“ถ้าเป็ห่วง ก็รีบแข็งแรงสิ นิดจะพากานต์ไปตามหาพี่อินเอง”
“จริงนะ”
นิดพยักหน้ารับ “แต่กานต์ต้องแข็งแรงกว่านี้ก่อน”
“ได้ได้ กานต์จะกิน จะนอน จะพยายามไม่อ้วกอีก”
ข่าว ‘อินทรคือตัวละครที่ออกมาจากวรรณกรรม’ ยังคงมีการนำเสนอในสถานีโทรทัศน์แต่ละช่องเป็ระยะๆ แต่พอนักข่าวไม่ได้ข้อมูลใหม่ ทุกอย่างก็เริ่มซาลง
กานต์และกรไม่ยอมให้สัมภาษณ์ อ้อกับป๊อกก็เลิกให้ข่าว การเสนอข่าวเดิมๆ ก็เริ่มพูดวนว่าจริงหรือมั่ว ชัวร์หรือไม่?
แต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรมากไปกว่านี้!!
ป๊อกดูข่าว เช็คข่าว ตามข่าวตลอดเวลา เขาเริ่มรู้สึกว่าการนำเสนอข่าวของแต่ละสถานีก็พยายามจะจับโกหกว่าใครพูดจริง!!ใครพูดเท็จ!! หรือเป็ไปได้หรือ?ที่ตัวละครจะออกมามีชีวิต
แต่ทุกที่คงลืมไปว่า.. ที่ตนกำลังวิพากษ์วิจารณ์อยู่นั้นคือชีวิตคน ไม่ใช่สิ่งของ!!
..จะทำยังไงดี? .. จะช่วยพี่อินยังไงดี? .. พี่อินยังอยู่กับกานต์หรือเปล่า?..
.. ถ้าพี่อินโมโหแล้วจากไป .. พี่อินอยู่ที่ไหนได้บ้างนะ? ..
ป๊อกคิดไปคิดมา ก็วนอยู่แต่คำถามเหล่านี้ แต่หาคำตอบอะไรไม่ได้ เพราะเขาเองก็ไม่มีข้อมูลอะไรเช่นกัน ..จะทำยังไงดี? ..
ป๊อกคิดไตร่ตรองอยู่พักใหญ่ ก็ตัดสินใจแอ๊ดไลน์กานต์ไปส่วนตัว .. “สวัสดีครับพี่กานต์” ..
..“ป๊อกนะครับ” ..
..“ผมต้องขอโทษจริงๆ ครับ ไม่คิดว่ามันจะเป็แบบนี้” ..
..“ผมอยากช่วยนะครับ ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ ผมยินดีครับ” ..
..“ขอโทษอีกครั้งนะครับ” ..
แล้วป๊อกก็ส่งทั้งสติ๊กเกอร์ขอโทษ.. สติ๊กเกอร์ไหว้ .. สติ๊กเกอร์ขอคืนดี .. และอีกสารพัด ตามที่เขาคิดได้และมีอยู่ในเครื่องของเขา
สัญญาณไฟโทรศัพท์กานต์วาบขึ้น วาบขึ้น เมื่อข้อความไลน์เข้า กานต์มองผ่านๆ คิดว่าเป็วรวุธ เขาจึงไม่ใส่ใจ
จนกรฝ่าด่านนักข่าวเข้าบ้านมาได้ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อนรักทั้งสอง กรมาดูมือถือพี่ชายอีกครั้ง จึงได้รู้ว่าเป็ไลน์ของป๊อก กรอ่านไลน์ให้พี่กานต์และพี่นิดฟัง
ฟังจบกานต์นิ่งคิด แล้วก็ตอบป๊อกไป .. “ตอนนี้ไม่เป็ไรแล้วครับ ทางผมเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อสักพักข่าวน่าจะเงียบหายไป ผมไม่ได้โกรธหรืออะไรป๊อกเลยนะครับ เรายังเป็เพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน” .. ก่อนที่จะกดส่งเข้าไลน์ กานต์ส่งมือถือให้นิดอ่าน
นิดอ่านแล้วพยักหน้า “ดีจ้ะ”
กานต์กดส่งข้อความ
“วันนี้กรคุยกับอ้อแล้วครับ” กรเริ่มเล่าให้พี่ชายฟัง
“แล้วเป็ไงมั่งล่ะ” กานต์ถามน้องชาย
“ทีแรกคิดว่าจะยาก แต่ก็ไม่ยากอย่างที่คิดครับ พอเราไม่โกรธ ไม่เกลียด อะไรอะไรมันดูเป็อีกแบบไปเลยนะครับ”
“อย่างเช่น”
“อ้อยิ่งสำนึกผิด ยิ่งเสียใจ มันร้องไห้จนตาบวมเลยพี่ มันก็กลับมาเป็เพื่อนเหมือนเดิมแหละพี่กานต์”
กานต์มองหน้ากร เป็เชิงถามว่าจริงเหรอ??
“แหม... มันก็ไม่ได้เหมือนเดิมซะทีเดียวหรอกพี่ กรก็ยังไม่กล้ากอดมัน ยังไม่กล้าให้มันมานอนด้วยหรอก กลัวมันปล้ำ”
กานต์ยิ้มให้น้องชาย “ที่เหลือก็ปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยา”
“เหมือนกันนะพี่ พี่ก็ต้องปล่อยให้เวลาเยียวยาเหมือนกัน” กรบอกพี่ชาย
กานต์พยักหน้ารับ
นิดยิ้มอย่างมีความสุข
“ยิ้มอะไรจ๊ะ” กานต์ถาม
“เห็นเธอมีสติแบบนี้ อีกไม่นาน คงออกตามหาพี่อินได้แล้วหล่ะ”
“กานต์อยากรีบออกตามหาพี่อิน ตอนนี้กานต์มีสติมากพอที่จะตอบพี่เขาทุกอย่างแล้ว” กานต์บอกอย่างมั่นใจ
“พรุ่งนี้เก็บแรงอีกซักวัน ก็น่าจะพอนะพี่ ถ้าไม่อ้วกอีก” กรออกความเห็น
ทั้งนิดและกานต์เห็นด้วย
แล้วทั้งสามก็เพิ่งเห็นว่า ป๊อกตอบไลน์กลับมาได้สักพักหนึ่งแล้ว
กานต์เปิดอ่านข้อความไลน์ของป๊อกอ่านให้ทุกคนฟัง .. “ผมก็จะไม่พูดอะไรต่ออีกครับ ผมสัญญา แล้วถ้ามีอะไรให้ผมช่วย ก็บอกมานะครับ ผมยินดีช่วยทุกอย่าง ผมอยากไถ่บาปในใจน่ะครับ”..
อ่านจบ กานต์ตอบเพียงว่า “ครับ” เท่านั้นเอง!!
ด้วยความผิดบาปในใจ ทำให้จิตใจป๊อกฟุ้งซ่านจนไม่มีสมาธิพอที่จะทำงานแสดงอะไรได้ ป๊อกอ้างกับผู้จัดการส่วนตัวว่าตัวเองป่วย ขอพักงานสองสามวัน ซึ่งผู้จัดการส่วนตัวเขาก็เข้าใจและช่วยเคลียร์งานทุกอย่างให้ พร้อมกับบอกให้ป๊อกออกไปพักผ่อนในที่ที่ไกลผู้คนเป็การสงบจิตใจสักพัก
ป๊อกไม่รู้จะไปไหนดี เขาขับรถไปเรื่อย จนไปถึงสถานที่ถ่ายทำละคร
..บ้านปาริชาต..
ป๊อกเข้าไปเดินสำรวจความสวยงามของตัวบ้าน ก็ก่อนหน้านี้..ตอนที่เขามาทำงาน ก็มัวแต่ทำงาน เลยไม่ได้ดูเลยว่าบ้านหลังนี้งดงามแค่ไหน
“หวัดดีข้าคุณป๊อก” แม่บ้านที่กำลังทำความสะอาดบ้านเข้ามาทักทาย “วันนั้นตอนถ่ายละคร เห็นคุณป๊อกยุ่งๆเลยไม่ได้ขอถ่ายรูปด้วย วันนี้ขอถ่ายรูปด้วยนะคะ”
ป๊อกยิ้มให้อย่างยินดี แล้วเขาก็ถ่ายรูปกับแม่บ้านไปสองสามท่า
“ขอบคุณมากเลยค่ะคุณป๊อก”
“ยินดีครับ”
“คุณป๊อกใจดีจังเลยนะคะ ไม่เหมือนอีกคน พอฉันเข้าไปจะคุยด้วย ก็เดินหนีเลย”
ป๊อกเอะใจ “ใครครับ”
“คนที่หน้าตาหล่อๆ สูงๆ น่าจะเป็ดารานี่แหล่ะค่ะ”
ป๊อกบรรยายรูปร่างหน้าตาพี่อินให้แม่บ้านฟัง
ซึ่งก็ตรงกันทุกอย่าง!!
ป๊อกแน่ใจในทันทีว่าพี่อินเพิ่งมาที่นี่ .. งั้นพี่อินก็น่าจะยังอยู่แถวนี้.. แต่จะอยู่ที่ไหนนั่น.. ต้องออกตามหา ป๊อกขอบคุณพี่แม่บ้าน
แล้วป๊อกรีบกลับไปที่รถ และขับรถออกตามพาพี่อินทันที!!
จบตอน ๑๗