เซนมองไปรอบๆ เมื่อเห็นสีหน้าหวาดกลัวของผู้คนทั้งหมดแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะทำอะไรสักอย่าง เพราะหากเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาทุกคนได้ถูกทำลายด้วยบอลมิติอย่างแน่นอน
เซนได้ก้าวออกไปเบื้องหน้า เผชิญหน้ากับนักรบเกราะโบราณตัวนั้นอย่างกล้าหาญ อย่างไรก็ตามในสถานการณ์เช่นนี้นั้นทุกคนต่างคิดกันไปว่าเซนนั้นโง่เง่าและต้องการจะฆ่าตัวตายที่ก้าวออกไปเช่นนั้น
“ท่านเซนถอยออกไปเถิด ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นท่านก็คงต้องตาย”
จอห์นกล่าวเตือนเซนอย่างหวังดี อย่างไรก็ตามชายหนุ่มนั้นตอบกลับเขาโดยการส่ายหัว นั่นทำให้พวกคณะเดินทางที่รอดชีวิตต่างพากันไม่พอใจในตัวของเซน
“ท่านหัวหน้าอุตส่าห์เตือนด้วยความหวังดีแท้ๆ หากต้องการตายก็ปล่อยมันเถิด!”
หนึ่งในคณะเดินทางคนหนึ่งกล่าว ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาไม่เคยคิดตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าจะมีโอกาสรอดชีวิตไปได้ หลังจากที่ได้เห็นสหายของตนนั้นโดนบอลมิติตายไปต่อหน้าต่อตา และเวทมนตร์หรือออร่าของพวกเขาใช้ไม่ได้ผล
สายตาของทุกคนในขณะนี้ไม่สามารถละไปจากเซนที่ก้าวเดินออกไปอย่างกล้าหาญเพื่อเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเบื้องหน้าได้
เซนเหลือบมองบอลมิติลึกลับที่มีพลังดูดกลืนสิ่งที่สัมผัสมันไปที่ไหนสักแห่ง มันนับว่าเป็นเวทมนตร์ที่น่ากลัวจริงๆ แม้แต่เวทมนตร์ธาตุอื่นยังไม่สามารถทำอะไรมันได้ นี่อาจจะเป็นคุณสมบัติเด่นของธาตุพิเศษที่มีลักษณะแตกต่างจากธาตุทั่วไป
“ฟุบ!”
มือของเซนขยับอย่างรวดเร็วพร้อมกับสัมผัสกับลูกบอลมิติที่ลอยมาเบื้องหน้าของเขา ชายหนุ่มไม่รู้ถึงความอันตรายของมันแต่เขาก็ยังมีความกล้าที่จะสัมผัสมันตรงๆ เพราะต่อให้มือของเขาจะขาดเขาก็ยังสามารถรักษามันด้วยมุกสวรรค์อนันตกาลได้
“ตายแน่ๆ”
คณะเดินทางที่เห็นเซนยื่นมือไปจับบอลมิติต่างพากันปิดตาไม่อยากเห็นภาพการตายที่อนาถของเขา อย่างไรก็ตามยังมีคนบางกลุ่มที่เปิดตาและมองมาที่เซนด้วยความตกใจ เมื่อมือของเซนนั้นไม่ได้ถูกดูดกลืนไปดังคาด
“ดูเหมือนพลังของมันยังไม่มากพอที่จะทำลายมือของข้า”
เซนกล่าวขึ้นเบาๆ ในขณะที่บอลมิติในมือของเขาพยายามจะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อมันถูกสัมผัส อย่างไรก็ตามเซนนั้นออกแรงบีบในมือจนสามารถทำให้มันหยุดการขยายได้
อย่างไรก็ตามเซนนั้นได้ออกแรงเพิ่มขึ้นอีกจนมือของเขาสั่น นั่นแสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มกำลังใช้พละกำลังจำนวนมากเพื่อบดขยี้บอลมิติในมือ
“โพล๊ะ!”
บอลมิติแตกสลายไปคามือเป็นภาพที่ทำให้มนุษย์ทุกคนที่ยืนดูอยู่ต่างเงียบ โดยเฉพาะจอห์นที่กล่าวก่อนหน้านี้ว่าเซนจะต้องตายแน่ๆ แต่มันกลับตรงกันข้ามกับที่เขากล่าว ไม่เพียงแต่ชายหนุ่มจะสามารถบดขยี้พลังเวทที่พวกเขาหวาดกลัวได้ด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น แต่ชายหนุ่มยังไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ อีก
แต่ในความเป็นจริงแล้วเซนนั้นได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ชายหนุ่มแบมือของตนเองข้างที่กำลูกบอลมิติเมื่อสักครู่ และค้นพบว่าผิวหนังบางส่วนบนมือของเขานั้นถูกทำลายไป แผลนั้นเหมือนกับว่าผิวหนังของชายหนุ่มถูกดูดหายไปเฉยๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเมื่อเวลาผ่านไปร่างกายของเซนนั้นก็สามารถรักษาบาดแผลเล็กๆ นี้ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องพึ่งสมบัติสวรรค์ในตัวเขา
อัศวินเกราะเวทนั้นจ้องมองมาที่เซน อย่างไรก็ตามไม่มีใครสามารถอ่านอารมณ์ของมันออกได้ว่ามันรู้สึกเช่นใดเมื่อเห็นคนสามารถทำลายเวทมนตร์ของมันได้
แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะมันเป็นเพียงชุดเกราะที่ไม่มีชีวิตและถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ให้ทำลายภัยคุกคามที่ปรากฏตัวในโบราณสถานแห่งนี้เท่านั้น
“ทุกคน! อย่างที่เห็นพลังเวทของข้าสามารถทำลายบอลมิติได้ ข้าจะเป็นคนจัดการบอลมิติเอง ในตอนนั้นขอให้พวกท่านช่วยกันโจมตีอัศวินเกราะเวทด้วย!”
เซนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง ที่เป็นการแสดงทั้งหมด เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่เซนกล่าวต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก บ้างก็หายสงสัยแล้วว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงสามารถใช้มือเปล่าสยบเวทมนตร์มิติได้
“ข้าก็คิดว่าเขาใช้มือเปล่าซะอีก แต่ดูเหมือนจะเป็นเวทมนตร์พิเศษ เหมือนกับเวทมนตร์มิติสินะ”
คณะเดินทางคนหนึ่งกล่าวขึ้น ในขณะที่มองไปที่เซนด้วยความขอบคุณ ในตอนนั้นเองบอลมิติอยู่ๆ ก็ระเบิดออกเองอย่างรวดเร็วทำให้ทางเบื้องหน้าของพวกเขาเปิดกว้าง และสามารถเข้าถึงตัวของอัศวินเกราะเวทซึ่งเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งตัวนี้ได้
เมื่อเห็นว่าตนเองนั้นได้ทำสิ่งที่ควรทำเสร็จแล้ว ชายหนุ่มจึงถอยออกมาทันทียืนอยู่ข้างๆ มารีน
“เหตุใดเจ้าจึงต้องโกหกพวกเขากัน? เจ้าจำเป็นจะต้องปกปิดพลังที่แท้จริงของเจ้าด้วยเหรอ?”
มารีนกล่าวถามออกมา เซนก็ทำได้เพียงกล่าวตอบไปตามความจริงเท่านั้น
“หากข้าทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว หากเจอศัตรูตัวหน้าพวกเขาจะต้องขอพึ่งพาข้าแน่นอน ข้าไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น พวกเขาต่างมีความโลภและเข้ามาที่นี่เพื่อตอบสนองความโลภของตนเอง การที่พวกเขาจะตายนิดหน่อยมันก็สมควรแล้ว”
“เจ้าดูเย็นชากว่าที่ข้าคิดไว้อีกนะ”
หญิงสาวกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ ในขณะเดียวกันเมื่อทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่ ชายคนหนึ่งซึ่งค่อนข้างดูดีและมีชาติตระกูล อาจจะมากที่สุดในคณะเดินทางกว่าร้อยคนที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ได้เดินเข้ามาหาพวกเขา
อย่างไรก็ตามชายคนนั้นกลับเดินผ่านเซนไปเพื่อไปยังเบื้องหน้าของมารีน เมื่อชายคนนั้นสังเกตเห็นความงดงามของมารีนชัดๆ ชายคนนั้นก็ไม่สามารถซ่อนรอยยิ้มของเขาเอาไว้ได้ มันปรากฏบนใบหน้าพร้อมกับคำกล่าวแนะนำและทักทายของเขา
“สวัสดีสาวงาม ยินดีที่ได้รู้จัก ข้ามีนามว่า ริว เป็นขุนนางของตระกูลเบอร์เนีย หลังจากข้าได้เห็นความงดงามของท่าน ข้าขอยอมรับเลยว่าท่านเป็นหญิงที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยพบมา ข้าอยากถามท่านว่าท่านยินดีที่จะเป็นภรรยาของข้าหรือไม่ ชีวิตของท่านจะสุขสบายไปตลอดชีวิต ข้าจะเลี้ยงดูและเอาใจใส่ท่านอย่างดีแน่นอน”
ริวโค้งคำนับอย่างสุภาพและกล่าวขึ้น เขามั่นใจอย่างมากข้อเสนอของเขานั้นจะสามารถดึงดูดหญิงสาวเบื้องหน้าเขาได้แน่นอน อย่างไรก็ตามแทนที่มารีนนั้นจะแสดงสีหน้าท่าทางดีอกดีใจออกมาเมื่อมีขุนนางชื่อดังและหล่อเหลาพยายามจะจีบเธอ เธอกลับทำสีหน้ารังเกียจพร้อมกับกล่าวอย่างเย็นชากับอีกฝ่ายว่า
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน ขุนนางกระจอก? สีหน้าของเจ้าคงมั่นใจมากสินะว่าจะสามารถใช้ทรัพย์สินของเจ้าดึงดูดข้าได้ เจ้าดูถูกผู้หญิงเกินไป…ในใจของเจ้าคงมองผู้หญิงเป็นแค่เครื่องมือระบายความใคร่ถูกไหม…ข้าล่ะเกลียดคนอย่างเจ้าที่สุด!”
จิตสังหารอันเข้มข้นปรากฏขึ้นรอบตัวของหญิงสาว แม้แต่คนที่อยู่ห่างออกไปเองก็ยังรู้สึกเย็นวาบเมื่อหญิงสาวแสดงจิตสังหารนี้ออกมา ท่ามกลางความสับสนของริวนั้นเขาไม่สามารถขยับร่างกายของตนเองไปไหนได้ เป็นเพราะความกดดันที่มองไม่เห็น
หลายคนนั้นกำลังวางแผนที่จะปะทะกับอัศวินเกราะเวทดังนั้นจึงไม่มีใครสักคนที่สนใจพวกเขาที่อยู่ด้านหลัง เซนเองก็แปลกใจเช่นเดียวกัน เขาพึ่งเคยเห็นหญิงสาวปลดปล่อยจิตสังหารของตนเองออกมาก็คราวนี้ ยิ่งไปกว่านั้นยังใช้มันกับชายหนุ่มธรรมดาที่มีพลังอ่อนแอในสายตาของพวกเขาอย่างริว
เซนเห็นท่าทางจะไม่ดีชายหนุ่มจึงรีบก้าวออกไปห้ามหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเบื้องหน้าของริวนั้นก็ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนที่สวมชุดเกราะเต็มยศขึ้น เขาโค้งตัวให้กับมารีนพร้อมกับกล่าวคำพูดบางอย่าง
“ข้าต้องกล่าวขอโทษแทน ท่านผู้นี้ด้วย ท่านริวนั้นไม่ได้มีเจตนาดั่งเช่นที่ท่านกล่าว เพียงแต่เขาชื่นชมความงามของท่านเท่านั้น”
“อาดูร ใครใช้ให้เจ้าเข้ามายุ่งกัน เป็นแค่ข้ารับใช้แท้ๆ”
อาดูรนั้นดูเหมือนจะเป็นชื่อของชายวัยกลางคนที่ปรากฏตัวเพื่อปกป้องริวเอาไว้ แม้ว่าริวนั้นจะไม่พอใจให้เขาปกป้องก็ตาม