THE ONE

    ตอนที่ 74 อาสามแห่งตระกูลหลิว

            

            ระหว่างนั้นที่เรือนตีอาวุธส่วนตัวของอาสามแห่งตระกูลหลิว ห่างออกไปในส่วนลึกด้านในของตระกูลสองนายบ่าวยืนดู อาสาม ที่กำลังเดินชมหางดาบที่เทียนคงให้มาอย่างสนใจอย่างที่สุดก็แน่ล่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นชิ้นส่วนอาวุธระดับ 5 ที่สมบูรณ์ขนาดนี้แถมยังเป็นส่วนที่ยากต่อการเก็บเกี่ยวที่สุดของอสูรชนิดนี้เสียด้วย

            

            “เจ้าบอกว่านี่เป็นชิ้นส่วนที่คุณชายเทียนคงนั่นให้มางั้นรึน่าสนใจ น่าสนใจจริง ๆ” อาสามคนนี้เป็นชายชราอายุกว่า 150 ปีและเป็นผู้ที่อาวุโสที่สุดตอนนี้ของตระกูลหลิวและยังเป็นผู้ที่มีพลังสูงที่สุดในตระกูลด้วย แต่เพราะเขาอายุมากแล้วและไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวเรื่องของตระกูลจึงอาศัยอยู่ในป่าด้านหลังตระกูลเพียงคนเดียว และคอยตีอาวุธให้กับตระกูลเท่านั้นส่วนตระกูลจะเอาไปใช้ทำอะไร เขาไม่ขอยุ่งเกี่ยว

            

            แต่ดูเหมือนว่าเขารู้สึกสนใจชายหนุ่มที่ชื่อเทียนคงนี่เข้าแล้วและเฝ้ารอวันที่เทียนคงจะขอเข้ามาดูเขาตีอาวุธจากหางดาบนี้

            

            และแล้วสองวันก็ผ่านไปเทียนคงไม่ได้ออกไปไหนจากเรือนรับรองตระกูลหลิวเลยอย่างมากก็เพียงออกมาสูดอากาศบริเวณสวนเล็ก ๆหน้าเรือนรับรองเท่านั้นเพราะเขาเองก็ไม่อยากทำอะไรให้เป็นที่สนใจมากนัก แต่ระหว่างนั้นก็มีหลิวเย่อิ๋งและหลิวซี แวะเวียนมาหาอยู่บ่อย ๆ แถมยังมีสาวใช้ที่คอยนำอาหารและเครื่องดื่มมาให้แม้รสชาตมันจะไม่ได้เรื่องอย่างเคย เทียนคงก็ทานจนหมดเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท

            

            จนเทียนคงอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาเปิดร้านอาหาร เขาคงจะร่ำรวยอย่างมาก และกลายเป็นคนดังแห่งดาววิหคครามแน่นอนและพอคิดมาถึงตรงนี้ เทียนคงก็เริ่มคิดขึ้นมาจริง ๆว่า “ก็ไม่เลวนะข้าไม่จำเป็นจะต้องทำให้มันเลิศรสอย่างที่เป็นก็ได้นี่นาแค่ทำให้รสชาตมันดีกว่าร้านอื่น ๆก็พอแล้วและนี่ก็น่าจะให้สามพี่น้องอสูรนั่นได้มีอะไรทำระหว่างอยู่ที่เมืองประกายเงิน”

            

            และในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเสียงเรียกอันอ่อนหวานก็ดังเข้ามา “คุณชาย ได้เวลาแล้ว ไปกันเถอะ”เป็นเสียงเรียกของเย่อิ๋งนั่นเอง เย่อิ๋งมาในชุดรัดรูปแบบที่นางใส่เป็นปกติสำหรับการฝึกยุทธ์ แต่คราวนี้นางได้มีการแต่งหน้ามาด้วยเล็กน้อยซึ่งมันก็ดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

            

            เทียนคงไม่ปล่อยให้ เย่อิ๋ง รอแต่อย่างใด แล้วออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว จากนั้นเย่อิ๋งก็พาเทียนคงเดินไปตามทางเดินหลักภายในตระกูลซึ่งก็ทำให้สมาชิกในตระกูลที่พบเห็นประหลาดใจกันถ้วนหน้าตามมาด้วยเสียงกระซิบกระซาบตามหลังไปติด ๆ

            

            “นี่ๆๆๆ ดูนั่น คุณหนูพาใครมาน่ะ เป็นหนุ่มรูปงามเสียด้วย ...”

            

            “มะไม่น่าเชื่อเลยว่าคุณหนูเย่ จะพาชายหนุ่มมาที่บ้าน”

            

            “เขาอาจจะเป็นแขกของตระกูลพวกเจ้าอย่าได้พูดซี้ซั้ว ระวังไว้เถอะ”

            

            ตลอดทางที่เดินไปทั้งเทียนคงและเย่อิ๋งล้วนได้ยินเสียงกระซิบพวกนี้ หากเย่อิ๋ง อยู่คนเดียวแล้วล่ะก็คงได้ไปไล่ทุบไล่ตีคนที่นินทานางแล้ว แต่เพราะเทียนคงเดินอยู่ข้าง ๆตอนนี้นางจึงอดกลั้นอย่างที่สุด จนสีหน้าเริ่มไม่ค่อยจะดีแล้ว

            

            “น้องเย่นั่นใช่คุณชายที่เคยช่วยเหลือพวกเราไว้เมื่อครั้งก่อนหรือไม่” และระหว่างทางนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็ตรงดิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าดีใจยิ่ง

            

            “ใช่เป็นเขานี่แหละ แล้วเจ้าจำคุณชายเทียนคงได้ด้วยหรือ ไม่ใช่ว่าตอนนั้นเจ้าสลบไม่ได้สติอยู่หรือไง”ชายหนุ่มที่มาเป็นอีม่านนั่นเอง ตอนนั้นเป็นเขาที่ออกไปรับมือกับเกาหมิงถงแต่กลับถูกเล่นงานกลับมาจนหมดสภาพ แต่ถึงจะหมดสภาพยังไง สติก็ยังมีอยู่และเขาจำเทียนคงได้อย่างแม่นยำ และรอวันที่จะพบเทียนคงสักวันเพื่อขอบคุณเขาจึงวิ่งหน้าตั้งมาเมื่อเห็นว่าเย่อิ๋งเดินมากับใคร

            

            “ทำไมข้าจะจำผู้มีพระคุณไม่ได้กันเล่าแล้วก็อีกอย่าง ข้าเป็นพี่เจ้านะ พูดจากับข้าให้มันสุภาพหน่อยไม่ได้เรอะ ... เอ่อออคุณชาย ข้าอีม่าน คราวก่อนต้องขอบคุณ คุณชายมาก ที่ช่วยเหลือข้า และตระกูลข้าโดยเฉพาะ .... น้องสาวข้าคนนี้ หากคุณชายไม่ว่าอะไรขอให้ข้าได้เป็นเจ้าภาพให้คุณชายสักมื้อได้หรือไม่”

            

            “นี่ อีม่านข้ากับคุณชายกำลังรีบ ไว้กลับมาค่อยคุยเถอะ ... คุณชายเทียนคง เราไปกันเถอะ”ว่าแล้ว เย่อิ๋งก็จับมือเทียนคงแล้วดึงเขาเดินออกไปทันทีไม่รอให้เทียนคงได้ตอบอะไรอีม่านเลย

            

            ส่วนอีม่านก็ยิ้มแห้งแต่ก็ไม่พูดอะไร แล้วเดินตามเย่อิ๋งและเทียนคงไปเงียบ ๆ

            

            “นี่อีม่านจะตามข้ามาทำไมเนี่ย” เย่อิ๋งเห็นอีม่านเดินตามมาก็หันหลังกลับมาตวาดทันทีสรุปนี่ใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันล่ะเนี่ย

            

            “ข้าไม่ได้ตามเจ้าขาตามคุณชายเทียนคงต่างหาก”

            

            “อีม่านนนน...” เย่อิ๋งตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว และหันหลังเตรียมจะเข้าไปทุบอีม่านสักตุบสองตุบแต่ก็ยั้งมือไว้ได้ทัน เพราะอีม่านยืนยิ้มกว้างรับพร้อมกับชี้มือไปที่เทียนคงเพื่อเป็นการเตือนสติเย่อิ๋ง และมันก็ได้ผล เย่อิ๋งพลันสงบเสงี่ยมแล้วหันกลับไปหาเทียนคงแล้วพูดว่า“เอ่อ คุณชาย พวกเราไปหาท่านอาสามกันดีกว่าใครอยากตามไปให้อาสามไล่ตะเพิดออกมาก็ปล่อยเขาแล้วกัน”

            

            อีม่านเมื่อรู้ว่าเย่อิ๋งจะพาเทียนคงไปไหนก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจเขาได้ข่าวมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าอาสามจะทำการตีอาวุธ ดาบเพลิงพยัคฆ์ในวันนี้เพราะว่าได้วัสดุสำคัญในการตีมาแล้วจากบุคคลปริศนา ถ้าเช่นนั้นหากเดาไม่ผิดคนที่นำหางดาบพยัคฆ์มาให้ คงเป็นเทียนคงสินะ

            

            และเขาก็คิดได้ว่าที่เย่อิ๋งจงใจพูดว่าจะไปพบอาสามก็เพื่อให้เขาไม่กล้าตามไป เพราะอาสามไม่ค่อยจะรับแขก และหากเขาเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมีธุระที่สำคัญ แน่นอนว่าจะต้องถูกไล่ออกมา ไม่พอจะต้องถูกลงโทษด้วยที่ไปรบกวนอาสามเข้า

            

            แต่แม้จะรู้อย่างนี้อีม่านก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะชวนเทียนคงไปเลี้ยงข้าวสักมื้อให้ได้จึงเดินตามไปจนถึงป่าหลังตระกูล ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของอาสามในที่สุด

            

            พอพ้นออกจากประตูหลังของตระกูลไป1 กิโลเมตร ก็จะพบกับป่าหลังตระกูลหลิว จากนั้นเดินไปตามทางอีกราว 1 กิโลเมตรจะพบกับป้ายหินขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ และเขียนว่า เขตหวงห้าม

            

            ทั้งสามคนเดินมาถึงจุดนี้ เย่อิ๋งก็รวมพลัง แล้วตะโกนออกไปว่า “ท่านอาสามข้าพาคุณชายเทียนคงมาแล้วเจ้าค่ะ”

            

            ไม่นานลมกรรโชกก็ส่วนทางออกมาจากภายในป่าลึกกระแทกเข้าหน้าเย่อิ๋งและอีม่านจนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว ส่วนเทียนคงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่ขยับไปแม้สักมิลเดียว จากนั้นจึงได้ยินเสียงชายชราตามมาว่า“เข้ามาได้”

            

            เย่อิ๋งและอีม่านที่ตั้งหลักได้ทั้งคู่ต่างมองหาเทียนคง เพราะกลัวว่าจะถูกอาสามเล่นงานเข้าให้แล้วพวกเขาทั้งคู่ต่างรู้ว่าอาสามชอบทดสอบผู้มาเยือนแบบนี้ จึงตั้งหลักกันไว้ก่อนแล้วแต่ดันลืมบอกเทียนคงไว้ก่อน ดังนั้นตอนนี้เขาจะต้องกระเด็นไปไกลแล้วแน่ ๆ

            

            แต่พอมองหาไปด้านหลังก็มองเห็นแต่คนกันเองจนเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “พวกท่านทำอะไรกันอยู่หรือ ท่านอาคงรออยู่ ไปกันเถอะ”เป็นเทียนคงที่สองมือไพร่หลังเดินก้าวไปข้างหน้าช้าๆระหว่างเอ่ยกับสองพี่น้องตระกูลหลิว

            

            เย่อิ๋งกับอีม่านจึงมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจส่วนอีม่าน ก็พยักหน้าด้วยความชอบใจ แล้วพูดว่า “สมกับที่เป็นผู้มีพระคุณ ....รอข้าด้วย คุณชายเทียนคง” จากนั้นจึงเด้งตัวเดินตามเทียนคงไป

            

            ส่วนเย่อิ๋งนั้นกำลังอึ้งอยู่ไม่หาย เพราะดันเกิดความรู้สึกถึงความห่างระหว่างนางและชายปริศนาตรงหน้าเหลือเกินแม้จะยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว เทียนคงเป็นใครมาจากไหน แต่ด้วยพลังระดับนี้ต้องเป็นบุคคลที่เกินเอื้อมอย่างแน่นอน

            

            นางจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะดันตัวเองขึ้น แล้ววิ่งตามไปเพื่อเดินนำหน้าเทียนคงเพื่อนำทางอีกครั้ง

            

            และไม่นานนักต่อจากนั้นทั้งสามคนก็มาถึงกระท่อมหลังเล็ก ๆในป่าลึกด้านใน โดยมีลานที่ดูก็รู้ว่าเอาไว้ใช้สำหรับตีอาวุธเพราะเครื่องไม้เครื่องมือวางกองกันเต็มพื้นที่ไปหมด และตรงกลางลาน ก็พบกับชายชราคนหนึ่งนั่งจิบชาอย่างสบายใจสายตามองมายังผู้มาเยือนทั้งสามคน

            

            “คารวะท่านอาสามเจ้าค่ะ/ขอรับ” เย่อิ๋งและอีม่านทำความเคารพชายชราอย่างพร้อมเพรียงจากนั้นเป็นเย่อิ๋งที่กล่าวแนะนำเทียนคงให้ชายชรารู้จัก

            

            “คารวะอาวุโสสามผู้น้อย นามว่าเทียนคง ขอขอบคุณท่านมากที่อนุญาตให้ข้าได้มาเยี่ยมชมการตีอาวุธของท่าน” พอเย่อิ๋งแนะนำตัวให้เขาเสร็จเทียนคง ก็เดินเข้าไปแนะนำตัวอีกครั้งพร้อมกับโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อม

            

            “อืมมมม... ไม่เลว ไม่เลวเลย อายุยังเยาว์เช่นนี้แต่พลังช่างล้ำลึกยิ่งนัก เป็นข้าต่างหากที่ต้องคารวะคุณชาย” พูดจบชายชราก็ลุกขึ้น แล้วโค้งคำนับให้กับเทียนคงจริง ๆสองพี่น้องตระกูลหลิวจึงได้อึ้งอีกครั้ง นี่มันเป็นไปได้ยังไงขนาดผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ยังยากที่จะเข้าพบท่านอาสามคนนี้จึงไม่ต้องพูดถึงว่าใครต้องโค้งคำนับให้ใครแต่นี่ท่านอาสามกลับโค้งคำนับให้เด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่ามากกว่าร้อยปีงั้นหรือบ้าบอสิ้นดี

            

            “เอ่อออาสามขอรับ ไม่ทราบว่าท่านรู้จักคะ .... วูบบบบบ ฟิ้ววววว ตูมมมมมมม .... อ่อกกกกแค่กกกก ละ หลานผิดไปแล้ว ได้โปรดให้อภัยด้วยหลานด้วย” อีม่าน เห็นอาสามไม่กล่าวโทษอะไรเขาที่เข้ามาที่เขตหวงห้ามของอาสาม และทำแบบนั้นกับเทียนคงจึงคิดว่าอาสามต้องรู้จักเทียนคงแน่ๆ และคงไม่ว่าอะไรที่เขาเข้ามาที่นี่

            

            จึงคิดเอ่ยปากถามแต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ก็โดนอาสามสะบัดฝ่ามือ ปล่อยพลังออกมาฟาดเข้าที่หน้าอกอีม่านยังจังจนกระเด็นกระดอนออกไปหลายสิบเมตรแล้วกระอักเลือดออกมา

            

            “ใครอนุญาตให้เจ้าเข้ามาที่นี่คำพูดของข้า มันไม่มีความหมายแล้วงั้นรึ”

            

            “หลานผิดไปแล้วหลานผิดไปแล้ว ....” อีม่านกลัวจนตัวสั่น แม้จะเจ็บบาดแผลจนจะตายแล้วแต่ก็ยังพยายามลุกขึ้นมาแล้วเขกหัวกับพื้นไม่หยุด

            

            เย่อิ๋งมองดูพี่ชายตัวเองถูกซัดจนปลิวแบบนั้นแม้จะคิดไว้แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้ แต่นี่มันก็ไม่หนักเกินไปหน่อยเหรอเนี่ยก่ะเอาตายเลยหรือไงกัน ตอนแรกคิดว่าพออีม่านโดนไล่ลงเขาไป ก็กะจะเยาะเย้ยเสียหน่อยแต่ตอนนี้ใครกันล่ะจะกล้าทำแบบนั้น จึงได้แต่ก้มหน้างุดด้วยความเกรงกลัว

            

            “เอ่อท่านอาวุโส อย่าได้ถือโทษคุณชานอีม่านเลย คุณชายตามผู้น้อยมา เพราะอยากจะชวนผู้น้อยไปเลี้ยงอาหารเพื่อขอบคุณที่เคยช่วยเหลือน่ะขอรับได้โปรดอย่าได้ลงโทษเขาไปมากกว่านี้เลย” เทียนคงเองก็ไม่คิดว่าอาสามคนนี้จะลงมือรุนแรงแบบนี้จึงอดไม่ได้ที่จะเข้ามาพูดขอร้องให้เสียหน่อย

            

            “หึเห็นแก่ คุณชายเทียนคง และวันนี้ข้าก็อารมณ์ดี เช่นนั้นก็ตามที่คุณชายเทียนคงกล่าวเจ้าไปได้แล้ว”

            

            “ขอบพระคุณท่านอาขอบพระคุณคุณชายเทียนคง อักกกก ...” เมื่อได้รับการอภัย ไหนเลยจะอยู่ต่ออีม่านพยายามลุกขึ้นแล้วลากสังขารตัวเองลงจากเขาไปแต่ดูเหมือนฝ่ามือของอาสามจะหนักเอาจริง ๆ จนอีม่านไม่สามารถลุกขึ้นมาได้แล้วล้มลงไปกองกับพื้นในที่สุด ....