หลังจากที่ปรากฏการณ์อันเหนือธรรมชาติซึ่งยากจะจารึกลงในประวัติศาสตร์ได้จางหายไป ทุกสิ่งภายในห้องโถงแห่งพิธีกรรมก็กลับเข้าสู่ความเงียบงันที่แปลกประหลาด ราวกับกาลเวลาเองก็ยังไม่กล้าขยับเขยื้อนเพื่อบดบังวินาทีแห่งการเสด็จมา
เมื่อแสงเรืองรองสุดท้ายได้เลือนหายไป ร่างของฮาฟเอลฟ์หนุ่มผู้หนึ่งก็ยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นหินประดิษฐานกลางวงเวทย์
ใบหน้าเรียบเฉยราวผืนน้ำที่ซ่อนพายุคลั่งของจิตวิญญาณอันเดือดพล่านเบื้องลึก
ในความเงียบงันนั้นเอง ลมหายใจแรกที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการวิวัฒน์ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา
ร่างกายของโอดินเริ่มเกิดปฏิกิริยาบางอย่างที่แตกต่างจากการวิวัฒน์ทั่วไป เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์นับร้อยสายทั่วร่างของเขาเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมหาสมุทรที่กำลังกรูเข้าปะทะแผ่นดิน พลังวิญญาณที่อัดแน่นล้นปรี่เริ่มไหลเวียนผ่านจุดสำคัญในร่างกาย
แทรกซึมเข้าไปยังเส้นชีพจรทุกสายและหล่อเลี้ยงอวัยวะทุกส่วนอย่างละเอียดลึกซึ้ง
จนกระทั่งในที่สุด พวกมันก็หลอมรวมกันเป็นแก่นคริสตัลที่เปล่งประกายอยู่ภายในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ
จุดศูนย์กลางของพลังนี้คือสิ่งที่เรียกว่าอาณาจักรต้นกำเนิด
รากฐานอันแท้จริงของพลังผู้วิวัฒน์ เป็นหัวใจแห่งวิถี เป็นศูนย์รวมแห่งเส้นทาง เป็นเสาเอกของการดำรงอยู่ในรูปแบบใหม่
คริสตัลสีเขียวมรกตที่เรืองแสงสว่างจางๆไปพร้อมกับจังหวะการเต้นของหัวใจนั้น กำลังส่งสัญญาณบางอย่างไปยังทุกเส้นประสาทของโอดิน
ราวกับว่ามันกำลังพูดกับเขา กำลังยอมรับ กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับจิตวิญญาณที่ผ่านการทดสอบมา
“ดะ.. ดวงตาและเส้นผมของเจ้ามัน..!”
ตอนนั้นที่เสียงอุทานของผู้อาวุโสจินเกอดังแทรกความเงียบขึ้นมาทันทีอย่างไม่อาจควบคุม
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่.. การวิวัฒน์สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกได้ด้วยหรือ?!”
คำพูดนั้นปลุกให้ทุกคนตื่นตัวจากความเงียบงันอีกครั้ง ดวงตาหลายสิบคู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงขณะจับจ้องไปยังรูปลักษณ์ของโอดินอย่างไม่กะพริบ ใบหน้าของชายหนุ่มซึ่งเคยเรียบเฉยและสงบงามตามธรรมชาติของฮาฟเอลฟ์ บัดนี้แปรเปลี่ยนไปอย่างเด่นชัด
โครงหน้าแลดูคมเข้มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มความสง่างามจนแทบไม่อาจละสายตาได้
นัยน์ตาซึ่งเคยเป็นสีเงินสะอาดบริสุทธิ์ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสดฉาน ราวกับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์แห่งเทพธิดาลึกลับผู้ปรากฏตัวก่อนหน้า
ไม่เพียงเท่านั้น เส้นผมสีทองขาวที่เคยหย่อนลงถึงกลางหลัง บัดนี้กลับยาวจนจรดสะโพก เงางามวิบวับราวกับหลอมขึ้นจากเส้นไหมของเทพธิดาแห่งปฐมกาลในตำนานโบราณ บริสุทธิ์จนไม่อาจหาได้แม้ในหมู่เผ่าพันธุ์เอลฟ์ที่ถือกำเนิดจากแสงสว่างโดยตรง
“ทะ.. ท่านผู้อาวุโสขอรับ..”
“เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่? ชายคนนี้.. ได้รับพลังจากเผ่าพันธุ์ใดกันแน่?”
คำถามนั้นมิใช่เพียงความสงสัย แต่เป็นเสียงสะท้อนจากใจของทุกคนในที่นั้น
ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ถึงสิ่งที่ตนเองเพิ่งเห็นกับตา ไม่มีประสบการณ์ใดสามารถอธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้
ผู้อาวุโสจินเกอยืนนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะส่ายหน้าอย่างช้าๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสับสน
“ข้า.. ไม่รู้เลย..”
เขาเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“ข้าไม่รู้เลยสักนิดว่าเจ้าเด็กโอดินคนนี้ได้รับอาณาจักรต้นกำเนิดจากเผ่าพันธุ์ใด หรือมีศักยภาพแบบใดกันแน่..”
“มัน.. มันอยู่นอกเหนือทุกกรอบความเข้าใจที่ข้าเคยรู้จักมา!”
และในขณะที่ทุกคนกำลังเอ่ยถามและถกเถียงกันอย่างสับสน
โอดินก็ก้าวเดินลงมาจากแท่นพิธีกรรมโดยไม่เอ่ยคำใด
ใบหน้าของเขานิ่งสงบเย็นชาราวกับไม่ได้ยินเสียงใดเลย มือขวายกขึ้นเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ภาพหน้าต่างพลังของระบบจะเปิดขึ้นเบื้องหน้าของเขา แสงจากตัวอักษรลอยระยิบระยับกลางอากาศ ส่องแสงสว่างสลัวท่ามกลางความเงียบงันของวิหาร
【ชื่อ: โอดิน ฮาฟฟิเลีย】
【อายุ: 17 ปี】
【พลังวิญญาณ 1 SP】
【เผ่าพันธุ์: ครึ่งมนุษย์ ครึ่งเอลฟ์ – เนื่องจากท่านมีสายเลือดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ท่านจึงได้รับสิทธิ์ในการถือครองอาณาจักรต้นกำเนิดจากเผ่าพันธุ์อื่น อาณาจักรต้นกำเนิด: ผู้สืบทอดบัลลังก์แห่งหายนะและการพิพากษาของพระเจ้าโบราณ การูด้า】
【ศักยภาพ: พระเจ้าโบราณ】
【ข้อมูลทั้งหมดของพระเจ้าโบราณแห่งหายนะและการพิพากษาจะปรากฏขึ้นในความทรงจำของท่าน ท่านสามารถเข้าถึงมันได้เมื่อพร้อม】
โอดินที่ยืนจ้องมองไปยังหน้าต่างพลังอย่างเงียบงัน ใจของเขากลับเต้นระรัวอย่างมิอาจควบคุมได้
“ศักยภาพ.. ระดับพระเจ้าโบราณงั้นหรือ?”
เขาลอบพึมพำภายในใจ ความรู้สึกที่แล่นเข้ามาในตอนนี้คล้ายกับกระแสพลังมหาศาลที่กำลังไหลทะลักผ่านหัวใจ
ความเย็นเยียบจากเบื้องลึกของห้วงความทรงจำผสมผสานกับเปลวเพลิงแห่งการตื่นรู้
และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่านั้นก็คือความจริงที่ชายหนุ่มเพิ่งตระหนักได้
“งั้นก็หมายความว่ามันแข็งแกร่งยิ่งกว่าศักยภาพระดับเทพเจ้าในชาติที่แล้วของข้าซะอีก..”
ความคิดนี้พุ่งวาบขึ้นราวกับฟ้าผ่าลงกลางสมอง หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำจนแทบระเบิดออกจากอก
ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว แต่คือความรู้สึกที่เขาไม่อาจอธิบายได้ด้วยถ้อยคำใดๆ
คล้ายกับว่าตนกำลังอยู่ในห้วงแห่งความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่กระนั้น ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็ล้วนชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้อีกต่อไป