สตรีในอาภรณ์ฟ้าและสตรีในอาภรณ์ม่วงอ่อนอยู่ภายใต้ชุดคลุมขนสัตว์ออกเดินท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นพวงแก้มทั้งสองข้างของหนึ่งหญิงสาวและหนึ่งเด็กหญิงนั้นแดงระเรื่อเรียกสายตาผู้คนที่เดินอยู่ไปมาได้เป็นอย่างดี
“พี่หญิงมาเดินตลาดบ่อยหรือไม่เจ้าคะ”
หลันหลันเอ่ยถามซื่อเหยาที่เดินเคียงข้างกันไปหญิงสาวหันมามองเด็กหญิงยิ้ม ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“พี่มาเป็นครั้งคราว แต่ครั้งนี้ท่านแม่อนุญาตให้มาเป็นกรณีพิเศษ”
“เป็นกรณีพิเศษ หมายความว่าอย่างไรกันเจ้าคะ”
“ท่านแม่ให้พี่พาเจ้ามาเดินเล่นโดยไม่มีพี่น้องคนอื่นตามมาด้วยอย่างไรล่ะ”
หลันหลันพยักหน้าช้าๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องในครั้งนั้นดูเหมือนว่าหากซื่อเหยาจะมาจวนถิงหรือไปไหนกับถิงหลันอนุจิ้งมักจะห้ามมิให้ซื่อหยางติดตามซื่อเหยาไปเพราะกลัวว่านางจะถูกหลันหลันยั่วยุให้เกิดเรื่องอีก
“จริงสิเจ้าคะ งานที่จะจัดขึ้นในวังครั้งนี้ พวกเราจะได้ไปใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“แน่นอนว่าย่อมต้องไปได้ เจ้าที่เป็นถึงบุตรราชครูถิงอีกทั้งยังเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพถิงที่เป็นพระสหายขององค์รัชทายาทแล้วไหนจะอาอู่ที่เป็นพระสหายขององค์ชายรองอีกเช่นนี้แล้วจะขาดเจ้าไปได้อย่างไรกัน”
“พี่หญิงเองก็เป็นถึงบุตรีเจ้ากรมพระคลังขั้นสามก็ต้องได้ไปเหมือนกันมิใช่หรือเจ้าคะ”
“พี่ย่อมได้ไปแต่พวกพี่จะได้นั่งยังที่ที่ถูกจัดไว้อีกที่หนึ่งหากจะพูดให้ง่ายก็คือ พวกเราต้องนั่งตามตำแหน่งที่ถูกจัดไว้ให้”
หลันหลันพยักหน้าเข้าใจในทันที‘ในยุคสมัยที่มีการแบ่งชนชั้น แบ่งฝ่ายใครมีผู้หนุนหลังมากย่อมมีผู้นับหน้าถือตาใครไม่มีผู้หนุนหลังย่อมโดนลืมไว้ด้านหลังสินะ’ ทั้งสองพากันเดินไปยังร้านขายผ้าซื่อเหยาเดินดูผ้าที่ตนเองชอบโดยมีหลันหลันเดินดูอยู่ข้าง ๆหลันหลันรู้สึกเบื่อกับการเลือกซื้อผ้าเนื่องจากการที่นางออกมาจากจวนนั้นมิได้สนใจที่จะมาเลือกซื้อสิ่งใดแต่อยากออกจากจวนเพื่อหาเรื่องสนุกเสียมากกว่า
“พี่หญิงข้าเห็นถังหูลู่ขายอยู่ทางโน้น ข้าขอไปซื้อก่อนนะเจ้าคะ”
ซื่อเหยาหันมามองหลันหลันด้วยรอยยิ้มก่อนจะหยักหน้าช้าๆ หลันหลันจึงได้เดินออกจากร้านไป บนถนนตอนนี้คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่เดินไปมาอีกทั้งรถม้าและเกวียนที่ผ่านไปมาอย่างหนาตา
“ดูเหมือนงานฉลองพระราชสมภพขององค์ฮ่องเต้จะทำให้เมืองหลวงครึกครื้นอย่างมิเคยเป็นมาก่อน”
“หนูหนูต้องระวังนะเจ้าคะ”
จางจูและจางอี้ที่เดินตามเด็กหญิงเอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวังภัยให้แก่คุณหนูของตน เด็กหญิงเดินไปหยุดอยู่หน้าคนขายถังหูลู่มือน้อยกำลังจะเอื้อมไม้ถังหูลู่กลับถูกเด็กหนุ่มอายุราว ๆ 15 ปีขนเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!!”
เด็กหญิงเอ่ยได้เพียงเท่านั้นเมื่อเด็กหนุ่มที่ชนมิได้จะหยุดเท้าเขาเพียงแค่หันมามองเด็กหญิงขณะที่กำลังวิ่งต่อไปและหายไปในฝูงชน
“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
“จะให้ตามไปไหมคะคุณหนู”
จางจูและจางอี้เอ่ยขึ้นทันทีหลันหลันส่ายหน้าไปมาก่อนจะสำรวจตัวเอง
“ข้ามิได้เป็นอะไรมาก และมิได้บาดเจ็บ เขาคงรีบและมิได้ตั้งใจ”
เมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนยืนกรานเช่นนั้นทั้งจางจูและจางอี้จึงวางใจเด็กหญิงมองไปทางร้ายขายผ้าที่ซื่อเหยายังคงเลือกเสื้อผ้าอยู่นั้นเด็กหญิงจึงหยิบถังหูลู่มา 6 ไม้
“จางจู จางอี้นี่ของพวกเจ้า”
จางจูและจางอี้มองถังหูลู่ในมือคุณหนูพวกเขาที่ถูกขายมาตั้งแต่เด็กมีหรือที่จะเคยกินของเช่นนี้ทั้งสองหันมองหน้ากันก่อนจะปฏิเสธถังหูลู่นั้น
“รับไปเถอะ เอาเพิ่มอีกไม้จะได้นำไปฝากจางจินด้วยนะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะคุณหนู”
จางจูและจางอี้มองถังหูลู่ในมือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย‘คุณหนูช่างใจดีเหลือเกิน’ จางอี้รับถังหูลู่ในมือมาอีกไม้ก่อนจะให้คนขายห่อให้เขาเพื่อเก็บไว้ให้น้องสาวหลันหลันแอบนำถังหูลู่อีก 2 ไม้ใส่ในช่องมิติก่อนจะถือถังหูลู่สองอันด้วยรอยยิ้มสดใสเท้าน้อย ๆ เร่งเดินกลับไปยังร้านเสื้อผ้าขณะที่เท้าของนางกำลังจะก้าวเข้าร้านกลับต้องชะงักเมื่อถูกเรียกจากด้านหลัง
“หลันหลัน”
หญิงสาวในร่างเด็กหญิงค่อยๆ หันไปตามเสียงเรียกนั้น
“องค์ชายรอง”
เด็กหญิงคำนับองค์ชายก่อนจะส่งรอยยิ้มไปทางเด็กหนุ่มที่เดินมาทางตน
“องค์ชายรองมาได้อย่างไรกันเพคะ มิใช่ต้องเตรียมงานหรอกหรือเพคะ”
ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ ให้หลันหลัน
“ข้าเพิ่งเสร็จจากงานที่เสด็จพี่รัชทายาทไหว้วานมาบังเอิญพบเจ้าเสียก่อนจึงถือโอกาสเข้ามาทักทาย”
“เช่นนั้นก็ดีสิเพคะ พี่หญิงของข้ากำลังเลือกผ้าอยู่ในนี้พอดี นั่นไงเพคะเดินมาพอดี”
ซื่อเหยาเดินมาหาทั้งสองด้วยรอยยิ้มแฝงด้วยเขินอายก่อนจะคำนับองค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างหลันหลัน‘พระนางมาเจอกันโดยบังเอิญ จะให้อยู่เป็นก้างขวางคอก็คงจะไม่เหมาะ’ สมองน้อย ๆ ของหลันหลันรีบทำงานในทันที
“พี่หญิงเลือกผ้าเสร็จหรือยังเจ้าคะ”
“เลือกเสร็จพอดีจ๊ะ”
“เช่นนั้นดีเลย พอดีข้ายังมีเรื่องที่ท่านแม่ไหว้วานอยู่อีกนิดหน่อยเช่นนั้นฝากองค์ชายรองพาพี่หญิงกลับด้วยนะเพคะ”
เด็กหญิงรีบยื่นถังหูลู่ให้ซื่อเหยาและองค์ชายรองคนละไม้ก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับจางอี้และจางจู
องค์ชายรองมองตามหลันหลันจนร่างน้อยหายไปก่อนจะมองมือของตนที่ถูกมือน้อยนั้นยัดไม้ถังหูลู่เข้ามารอยยิ้มอ่อน ๆ ปรากฏบนใบหน้าอันหล่อเหลานั้น 'ถังหูลู่นี้จะหวานเท่าเจ้าหรือไม่นะ'ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าด้านข้างยังมีสตรีอีกคนยืนอยู่
“คุณหนูซื่อจะกลับเลยหรือไม่”
“เพคะ”
ชายหนุ่มและหญิงสาวเดินไปด้วยกันโดยมีสายตาของเด็กหญิงที่หลบอยู่ไม่ไกลมองตามพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ‘พระนางมีใจให้กัน ฉันก็รอด..หึ ๆ ๆ’ จางจูและจางอี้มองคุณหนูของตนด้วยความรู้สึกงงงวยแต่กระนั้นพวกเขาก็มิได้ถามสิ่งใดนอกจากเดินตามคุณหนูของตนไปเงียบ ๆ
“ตุ๊บ!!!”
หลันหลันที่ตอนนี้กำลังเดินเที่ยวอย่างสนุกสนานจู่ๆ กลับได้ยินเสียงอะไรแปลก ๆ จากถนนหลังโรงเตี๊ยมเด็กหญิงจึงเดินตามเสียงไปก่อนจะพบเด็กหนุ่มอายุราว ๆ 15 ปีนอนบาดเจ็บไม่ได้สติอยู่ข้างกองขยะนั้น
“จางจู จางอี้ รีบแบกเขาเข้าโรงเตี๊ยม”
“แต่คุณหนู เขาเป็นใครก็ไม่รู้”
“อย่าเพิ่งพูด รีบพาคนเจ็บเข้าไป บางทีเขาอาจถูกโจรปล้นมาก็เป็นได้”
จางจูและจางอี้รีบแบกเด็กหนุ่มเข้าหลังโรงเตี๊ยมในทันทีเด็กในร้านที่เห็นทั้งสามแบกคนเจ็บเข้ามาพลันตกใจ
“เปิดห้องให้ข้า เอาที่ห่างไกลผู้คนและไม่สะดุดตา”
“ขอรับ”
ไม่นานทั้งสี่ได้ถูกพาไปยังห้องด้านในของชั้นบนหลันหลันให้เงินเสี่ยวเอ้อก่อนจะกำชับมิให้แพร่งพรายเรื่องนี้หลันหลันพิจารณาเด็กหนุ่มก่อนจะฉีกเสื้อเสื้อของเขาออกในทันที
“คุณหนูทำอะไรเจ้าคะ”
ทั้งสองที่เห็นคุณหนูของตนทำเช่นนั้นถึงกับตกใจ‘มิเคยมีสตรีนางใดทำเช่นนี้มาก่อนหากฮูหยินรู้เข้าพวกเรามีหวังหลังลายอย่างแน่นอน’ ขาของจางจูและจางอี้อ่อนอย่างไม่รู้ตัว
“ข้าจะทำแผลให้เขาน่ะสิ ขืนปล่อยเช่นนี้มีหวังได้ตายอย่างแน่นอน”
อกขาวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเผยสู่สายตาสตรีทั้งสาม‘ต้องยอมรับว่าเด็กหนุ่มคนนี้รูปร่างดีมากทีเดียว’ หลันหลันพิจารณาในใจก่อนจะมองรอยถูกฟันระหว่างอกซ้ายยาวลงมาจนถึงสีข้างขวาที่ค่อนข้างลึกพอสมควร‘เด็กหนุ่มคนนี้ไปมีเรื่องกับใครมานะ ถึงได้ถูกฟันเช่นนี้แต่เมื่อถึงมือเจ๊แล้ว รอดแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ