ในขณะที่กู้หลานกำลังเก็บบัตรสอบหมายเลข 295 และเดินทางกลับบ้าน
ห่างออกไปหมื่นลี้ ณ ดินแดนตะวันตกสุดขอบฟ้า!!
ณ วังปีศาจศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกปีศาจ!
ภายในตำหนักที่สร้างจากหัวกะโหลกัั์ บัดนี้มีปีศาจระดับจักรพรรดิสามตนกำลังนั่งล้อมวงอยู่ ไอพลังของพวกมันล้วนอยู่ในระดับจักรพรรดิทั้งสิ้น
และท่ามกลางสระเืตรงกลาง เงาร่างเลือนรางร่างหนึ่งกำลังปรากฏขึ้น!
แม้จะเป็เพียงภาพฉายไม่ใช่ร่างจริง แต่ไอพลังกลับกดขี่ข่มเหงสามจักรพรรดิปีศาจจนพวกมันต่างแสดงท่าทีนอบน้อมโดยไม่รู้ตัว!
นั่นคือร่างฉายของราชันปีศาจ!
บนแท่นข้างสระเืมีป้ายหยกสีแดงที่แตกหักวางอยู่ ซึ่งเป็ตัวแทนของเ้าาาปีศาจสุนัขจิ้งจอกเพลิงที่ถูกกู้หลานสังหารไปเมื่อวันก่อน
ในขณะนั้นเอง ดวงตาแนวตั้งของราชันปีศาจค่อย ๆ ลืมขึ้น กวาดสายตามองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยด้วยเสียงต่ำทุ้ม
“พวกเ้าทั้งสาม ประชากรเผ่าจิ้งจอกของข้าจะมาตายอย่างไร้สาเหตุในเขตแคว้นจิ้งเช่นนี้ไม่ได้ ข้าได้ส่งหนังสือท้ารบไปแล้ว อีกไม่กี่วันจะระดมกองทัพใหญ่เปิดฉากโจมตีซึ่ง ๆ หน้า
พวกเ้ามีความเห็นเป็อื่นหรือไม่?”
สิ้นเสียงของเขา จักรพรรดิปีศาจทั้งสามต่างก็มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป
จักรพรรดิปีศาจที่มีรูปร่างดุดัน หัวเป็หมีร่างกายเป็มนุษย์เอ่ยขึ้นเป็คนแรก ในดวงตาั์เต็มไปด้วยความกระหายการต่อสู้
“ฝ่าา เผ่าหมีของเราไม่มีข้อโต้แย้ง ตราบใดที่ได้สู้กับมนุษย์ พวกเราพร้อมลุยเสมอขอรับ!”
ตามมาด้วยจักพรรดิปีศาจหญิงที่มีใบหน้าเป็มนุษย์ แต่ร่างกายเป็แมงมุมนางหนึ่ง นางยิ้มพรายแฝงจริตจะก้าน
“ตราบใดที่จักรพรรดิปีศาจหมีเป็ทัพหน้า น้องสาวผู้นี้ก็ยินดีติดตามรับใช้ฝ่าาจนสุดกำลังเ้าค่ะ”
ราชันปีศาจพยักหน้า ก่อนจะเบนสายตาอันทรงอำนาจไปที่จักรพรรดิปีศาจตนสุดท้าย
จักรพรรดิปีศาจตนนี้ไม่ใช่ใครอื่น ก็คืออาจารย์ของเ้าสุนัขจิ้งจอกเพลิง และเป็เ้าของวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ จักรพรรดิหมาป่าเพลิงแดง
ทว่าในยามนี้ จักรพรรดิหมาป่ากลับลังเล!
เพราะคำประกาศาที่ราชันปีศาจส่งมานั้นระบุให้ วังปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของเขาเป็ทัพหน้าเพื่อล้างแค้น หากเปิดฉากาขึ้นมา วังปีศาจศักดิ์สิทธิ์ย่อมต้องกลายเป็หน่วยกล้าตาย!
ในาระหว่างอาณาจักรที่ยาวนาน ทัพหน้าย่อมเท่ากับเนื้อสังเวย
เขาไม่ใช่คนโง่เหมือนจักรพรรดิปีศาจหมีที่จะเอาอนาคตของวังปีศาจไปทิ้งเพียงเพราะลูกศิษย์คนหนึ่ง!
‘ไอ้แก่จิ้งจอกนี่ คิดจะใช้พวกเราเป็เครื่องมือชัด ๆ !’
จักรพรรดิหมาป่าเหลือบมองราชันปีศาจแล้วกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
“ฝ่าา ข้าว่าการศึกครั้งนี้ดูจะรีบร้อนเกินไปหรือไม่ อีกอย่างสาเหตุการตายของศิษย์ข้ายังไม่ได้ถูกตรวจสอบให้แน่ชัด..”
“สายข่าวในอวิ๋นโจวส่งมาแล้ว ว่าเป็เพียงเซียนกระบี่มนุษย์ผู้หนึ่ง เ้าไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวถึงเพียงนั้น” ราชันปีศาจกล่าว “ข้าขอรับรองกับพวกเ้าว่า หากในอนาคตเซียนกระบี่ผู้นั้นลงมือ เมืองราชันปีศาจจะไม่นิ่งเฉยแน่นอน!”
“ถึงตรงนี้... พวกเ้าคงไม่มีข้อโต้แย้งแล้วสินะ?”
สายตาของราชันปีศาจราวกับมีน้ำหนักนับพันชั่ง
จักรพรรดิหมาป่าด่ากราดในใจ แต่บนใบหน้ากลับต้องยอมจำนน
“ขอรับ วังปีศาจศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรา... จะระดมพลในเร็ววันนี้”
ราชันปีศาจยิ้มบาง ๆ สายตาลุ่มลึกมองผ่านจักรพรรดิทั้งสาม
“าครั้งนี้ถือเป็การหยั่งเชิง หากข้าเดาไม่ผิด แคว้นจิ้งในยามนี้คงกำลังประสบปัญหา...
รากฐานด้านผลผลิตที่พวกมนุษย์ภาคภูมิใจนักหนา หึ ๆ ตอนนี้อาจจะยังสู้โลกปีศาจของเราไม่ได้เสียด้วยซ้ำ...
สรุปคือ ศึกครั้งนี้...
พลาดไม่ได้เด็ดขาด!”
.....
เมืองหลางโจว
กู้หลานเดินทางกลับถึงจวนภายใต้แสงจันทร์
“น้องหญิง?”
“คุณชาย ฮูหยินไม่อยู่ขอรับ เมื่อ่เที่ยงเห็นบอกว่าจะออกไปซื้อดอกไม้มาประดับที่จวนและโรงน้ำชาขอรับ!” เสียงะโกังวานของลุงหยางดังมาจากห้องพักคนเฝ้าประตู เสียงะโกังวานของลุงหยางดังมาจากห้องพักคนงาน
“เข้าใจแล้ว!”
กู้หลานรับคำแค่นั้นก็เดินตรงเข้าห้องหนังสือทันที
ในเมื่อฮูหยินยังไม่กลับ มื้ออาหารที่จวนก็ยังไม่เริ่ม เช่นนั้นเขายังพอมีเวลาที่จะฝึกฝนตบะต่อไป
“ไซอิ๋วเหลืออีกบทหนึ่ง คืนนี้เขียนให้จบเลยดีกว่า”
กู้หลานบิดี้เี พลางหยิบพู่กันขนหมาป่าขึ้นมา เขียนลงบนกระดาษอย่างตั้งใจภายใต้แสงเทียน
ในฐานะผู้ที่ทะลุมิติมา นอกจากจะคัดลอกนิยายเพื่อเอาใจฮูหยินแล้ว เขายังไม่ลืมภารกิจหลักของ ‘นักคัดลอกวรรณกรรม’ อีกอย่างหนึ่ง
นั่นก็คือสิ่งที่เพิ่งเริ่มต้นในวันนี้...
[คุณเขียน ‘ตำราโรคไข้หวัดใหญ่และโรคแทรกซ้อน’ บทแรกสำเร็จ วิชาแพทย์ +200 ได้รับยาคืนชีพ x10]
[คุณเขียน ‘ศาสตร์การเกษตร’ บทแรก ได้รับเมล็ดพันธุ์จากโลกก่อน x100, เคล็ดวิชาชีพะ x1]
[...]
โชคดีที่ชาติก่อนเรียนมาบ้าง กู้หลานจึงอาศัยความทรงจำนำตำราอันยิ่งใหญ่สองเล่มนี้มาสู่โลกนี้ได้
แม้จะเป็เพียงบทแรก แต่รางวัลที่ ‘ระบบนักปราชญ์’ มอบให้นั้นทำให้เขาสว่างวาบ!
โอสถระดับเซียน
ยาคืนชีพ!
ยานี้เป็ยาในตำนานที่ว่ากันว่าสามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพ!
หากใช้เดี่ยว ๆ อาจเป็แค่ระดับเซียน แต่ถ้าใช้คู่กับ ‘ยาทิพย์คืนิญญา’ ที่เขาเคยได้มาก่อนหน้านี้ สรรพคุณอาจถึงขั้นระดับศักดิ์สิทธิ์!
ด้วยยาทั้งสองตัวนี้และวิชาแพทย์ที่จดจำได้ กู้หลานมั่นใจว่าต่อให้เป็คนที่เหลือลมหายใจเพียงครึ่งเดียว เขาก็สามารถดึงกลับมาจากประตูยมโลกได้!
นี่มันคุ้มค่ากว่าการได้ตบะเพิ่มมาหลายสิบปีเสียอีก!
จากนั้นเขาก็หันมามองเมล็ดพันธุ์ข้าว
กู้หลานคิดในใจ ในมือก็ปรากฏถุงผ้าใบเล็กที่หนักอึ้ง เมื่อเปิดเชือกออกและเทลงบนฝ่ามือ กลิ่นหอมของรวงข้าวก็ฟุ้งกระจายออกมา
"คุ้นเคยเหลือเกิน..."
“นี่คือข้าววิเศษจากโลกก่อนจริง ๆ ด้วย!”
กู้หลานถูเมล็ดข้าวเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความโหยหา
ข้าววิเศษนี้เป็เื่ปกติในโลกก่อน แต่ในโลกนี้ที่ ‘ถนนเต็มไปด้วยศพผู้หิวโหย และประสบภัยแล้งแมลงกินพืชทุกปี’ เช่นนี้ มันคือสมบัติล้ำค่าที่อาจทำให้ผู้คนคลั่งไคล้ได้เลย!
ต้องรู้ไว้ก่อนว่า แม้แต่แคว้นจิ้งที่มีดินอุดมสมบูรณ์ ข้าวก็ให้ผลผลิตเพียงหนึ่งสือต่อไร่เท่านั้น ซึ่งยังไม่ถึงหนึ่งในห้าสิบของข้าววิเศษนี้ด้วยซ้ำ!
และแคว้นเล็ก ๆ ที่แห้งแล้งอื่น ๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง!
“เพียงแต่ไม่รู้ว่าสภาพดินน้ำในโลกนี้จะเหมาะไหม... คงต้องลองเอา ‘เคล็ดวิชาชีพะ’ ไปทดลองดูเสียหน่อย!”
กู้หลานกำเมล็ดข้าวไว้ในมือ แล้วออกจากห้องหนังสือตรงไปยังทุ่งดอกไม้หลังจวนทันที
...
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากมู่อวี่เยียนจัดดอกไม้ที่โรงน้ำชาเสร็จเรียบร้อย นางก็ขึ้นรถม้ากลับจวน
ระหว่างทาง มีร่างระหงร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากเงามืดโดยที่คนขับรถม้าไม่ทันรู้ตัว นางแทรกกายเข้ามาในรถม้าอย่างเงียบเชียบ
“ฝ่าา คุณชายไปลงทะเบียนที่ทำการเมืองเรียบร้อยแล้ว เื่สอบฤดูใบไม้ร่วงไม่ต้องกังวลแล้วเพคะ”
หลิ่วเย่ซีที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วกล่าวเสียงเบา
นางใช้เคล็ดวิชาของสำนักเสวียนเทียนคอยติดตามกู้หลานมาทั้งวัน เหตุการณ์ที่หน้าที่ทำการเมืองนางย่อมทราบดี
หลิ่วเย่ซีกำลังจะรายงานเื่อื่น ๆ ให้จักรพรรดินีฟัง ทว่าในตอนนั้นเอง นางกลับพบว่าจักรพรรดินีกำลังเหม่อลอย แววตาคู่สวยแฝงไปด้วย...
ความขุ่นเคือง?
นางรับใช้องค์จักรพรรดินีมาั้แ่เด็ก ความรู้สึกนี้ย่อมไม่ผิดพลาดแน่
ั้แ่ฝ่าาแต่งงานกับคุณชายกู้ ก็แทบไม่เคยเห็นอารมณ์เช่นนี้มาก่อน...
หลิ่วเย่ซีจึงถามด้วยความเป็ห่วง “ฝ่าา ท่านมีเื่กลุ้มใจหรือเพคะ?”
“อืม... เ้าดูเอาเองเถอะ”
มู่อวี่เยียนดึงสติกลับมา ยื่นจดหมายลับที่ขยำจนยับย่นส่งให้หลิ่วเย่ซี สีหน้านิ่งเรียบแต่ดวงตากลับพลุ่งพล่านไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ไม่อาจหาที่มาได้!
หลิ่วเย่ซีรับจดหมายมา แล้วถึงกับตะลึงเมื่อเห็นจดหมายนั้นแนบ ‘คำประกาศาสีทอง’ ที่มีตราสัญลักษณ์จิ้งจอกเก้าหาง!
“คำประกาศาจากโลกปีศาจ?!”
หลิ่วเย่ซีใสุดขีด!
ราชันปีศาจในปัจจุบันคือจิ้งจอกเก้าหางที่ครองโลกปีศาจทั้งหมด แต่นึกไม่ถึงว่าเขาจะบ้าคลั่งส่งคำประกาศาให้แคว้นจิ้งได้เช่นนี้?!
อีกอย่าง มนุษย์และโลกปีศาจไม่ได้ทำากันมานับพันปีแล้ว!
“เพราะเหตุการณ์เ้าปีศาจตนนั้นเมื่อคราวก่อนหรือเพคะ?” หลิ่วเย่ซีสงสัย
“ย่อมไม่ใช่”
มู่อวี่เยียนส่ายหน้าช้า ๆ กล่าวเสียงเย็น “ศิษย์ของวังปีศาจศักดิ์สิทธิ์นั่นเป็เพียงข้ออ้าง จริง ๆ แล้วโลกปีศาจมีแผนจะบุกแคว้นต้าจิ้งมานานแล้ว!”
แดนปีศาจตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก มีพรมแดนติดกับแคว้นจิ้ง แม้เผ่าปีศาจจะมีพละกำลังมหาศาล แต่ความสามารถในการผลิตกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน พวกมันจึงจ้องจะฮุบประชากรของแคว้นจิ้งมาโดยตลอด!
อีกอย่าง ในยามที่ดวงเมืองของแคว้นจิ้งกำลังเสื่อมถอย ผู้ฉลาดในแดนปีศาจย่อมมองออก และคงใช้โอกาสนี้ลองเชิงดูสักตั้ง!
หลิ่วเย่ซีขมวดคิ้วมุ่น ในใจเริ่มตื่นตระหนก “ถ้าเช่นนั้น... ให้หม่อมฉันไปแจ้งกรมกลาโหมเพื่อเตรียมการล่วงหน้าดีหรือไม่เพคะ?”
“เราส่งคำสั่งไปแล้ว”
“แล้วต้องติดต่ออาณาจักรอื่น เพื่อขอกำลังพลมาร่วมต่อต้านหรือไม่เพคะ?”
“ไม่จำเป็ พวกที่เห็นแก่ผลประโยชน์เ่าั้พึ่งพาไม่ได้!”
มู่อวี่เยียนโบกมือพลางกล่าวเสียงเย็น “ความจริงเื่ทำาเราไม่เกรงกลัว เพราะจิ้งจอกเฒ่าราชันปีศาจนั่นไม่ใช่คนโง่ เขายังต้องกดข่มขุมอำนาจอื่นในแดนปีศาจ ตัวเขาเองย่อมไม่ลงมือโดยง่าย...”
ในโลกปีศาจ ผู้ที่ฝีมือสูสีกับจักรพรรดินีได้ก็มีเพียงราชันปีศาจเท่านั้น
ตราบใดที่เขาไม่ลงมือ แคว้นจิ้งก็ยังไม่ถึงคราวอันตราย
หลิ่วเย่ซีได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจ
“แล้วฝ่าาทรงกังวลเื่อันใดหรือเพคะ?”
“เรากังวลว่า... แคว้นต้าจิ้งจะแบกรับความเสียหายไม่ไหวน่ะสิ”
น้ำเสียงของมู่อวี่เยียนเต็มไปด้วยความทอดถอนใจ
“ากับโลกปีศาจย่อมยืดเยื้อ แต่ดวงเมืองของเรากำลังเสื่อมถอย ยิ่งก่อนหน้านี้เพิ่งจะจัดสรรข้าวปลาอาหารเพื่อบรรเทาทุกข์ไป ถึงตอนนั้น... ต่อให้ผ่านามาได้ รากฐานของแคว้นต้าจิ้งก็คงแทบไม่เหลือแล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวใจของหลิ่วเย่ซีก็บีบแน่นอีกครั้ง!
จริงด้วย าต้องใช้เงิน ต้องใช้ข้าว แคว้นต้าจิ้งในยามนี้จะเอาเงินที่ไหนไปแบกรับกัน?
ยิ่งตอนนี้เป็่ฤดูใบไม้ผลิที่ชาวบ้านกำลังเพาะปลูก หากต้องเกณฑ์ข้าวไปใช้ในา ข้าวที่ต้องใช้เป็เมล็ดพันธุ์ย่อมต้องถูกนำไปใช้ทั้งหมด!
แล้วเมื่อไม่มีเมล็ดพันธุ์ ชาวบ้านจะเอาชีวิตรอดในปีหน้าได้อย่างไร?
เป็เื่ยากแล้วสิ!
ปากท้องคือเื่ใหญ่ที่สุดสำหรับราษฎร เื่ที่จักรพรรดิกังวลที่สุดก็คือเื่นี้นี่แหละ!
บรรยากาศในรถม้าอึดอัดเสียจนแทบหายใจไม่ออก!
ในตอนนั้นเอง เสียงแหบชราของคนขับรถม้าก็ดังขึ้น
“ฮูหยิน ถึงจวนตระกูลกู้แล้วขอรับ ค่ารถหนึ่งอีแปะ”
จวนตระกูลกู้...
กู้หลาน...
เมื่อได้ยินคำนั้น มู่อวี่เยียนก็นึกถึงชื่อของสามีขึ้นมาในทันที ท่ามกลางความกลัดกลุ้มที่ไร้ทางออก พลันมีความรู้สึกหนึ่งสะกิดใจนางขึ้นมา!
ประกายความคิดหนึ่งวาบขึ้นในหัว!
นางพลันนึกได้ว่า ครั้งก่อนที่นางตกที่นั่งลำบากที่สุด ดูเหมือนจะเป็่ภัยแล้งทางใต้เมื่อปลายปีก่อน?
และในตอนนั้น ผู้ที่ช่วยให้นางผ่านพ้นวิกฤตมาได้ ก็คือคนบนโต๊ะอาหารที่เผลอพูดเผยความลับ์ออกมาโดยไม่ตั้งใจอย่างกู้หลานนั่นเอง!
“เสี่ยวซี เ้าว่า... กู้หลานจะมีวิธีหรือไม่?”
ดวงตาสวยของมู่อวี่เยียนเป็ประกาย ความหวังเริ่มกลับมาอีกครั้ง!
หลิ่วเย่ซีถูกเตือนสติเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
“จริงด้วย คุณชายรอบรู้เื่อดีตและปัจจุบัน อ่านตำรามาทุกแขนง... บางทีเื่นี้เขาก็อาจจะรู้อะไรบ้างก็ได้!”
“ไป กลับบ้านกัน!”
มู่อวี่เยียนเอดทนรอไม่ไหวที่จะรีบไปปรึกษากู้หลาน!
ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด กู้หลานคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวของนาง!
หลิ่วเย่ซีรีบะโลงจากรถม้า ทิ้งเหรียญเงินให้คนขับรถม้าที่ยืนงงอยู่ ก่อนจะติดตามมู่อวี่เยียนเข้าจวนตระกูลกู้ไป
“ลุงหยาง ท่านพี่กลับมาหรือยัง?” เสียงใสของมู่อวี่เยียนเอ่ยถาม
“อ้าว ฮูหยิน กลับมาแล้วขอรับ คุณชายกลับมานานแล้ว เพียงแต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในห้องหนังสือ กำลังอยู่ที่ทุ่งดอกไม้หลังจวน ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ขอรับ...”
ลุงหยางตอบช้า ๆ พลางเดินออกมาจากห้องพักคนงานเพื่อเตรียมตัวเรียกกู้หลานไปกินข้าว
“เอ่อ... ลุงไปพักเถอะ ข้ากับเสี่ยวซีจะไปปลูกดอกไม้ที่เพิ่งซื้อมาด้วยกันพอดี เดี๋ยวจะแวะไปเรียกเขาเอง”
มู่อวี่เยียนยิ้มก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปทางทุ่งดอกไม้หลังจวนทันที