วรารัตน์นั่งมองดูเด็กชายตัวน้อยนอนหลับอยู่ในเปลนอน ในห้องนอนเด็ก ภายในใจครุ่นคิดถึงสิ่งผิดชอบชั่วดี ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกไม่สบายดีเอามากๆ อยู่ในตอนนี้ ถึงกิตติภพจะบอกว่า เขากับอิสรีย์เลิกรากันไป ตั้งแต่ตอนที่อิสรีย์หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามชายชู้ไปแล้ว
แต่ยังไงเสียในทางกฎหมาย เขาทั้งสองก็ยังคงเป็นสามีภรรยากัน และแถมยังมีลูกที่น่ารักด้วยกัน เธอเข้ามาอย่างนี้ มันเหมือนกับว่าเธอมาเป็นมือที่สามของเขาหรือเปล่า เอาจริงๆ เธอไม่อยากเป็นมือที่สามของใคร หรือของครอบครัวไหนทั้งนี้ ซึ่งถ้าเป็นครอบครัวเธอ เธอยังไม่อยากให้ใครมาเป็นมือที่สามเลย
“นุ่นกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ!!??......”
กิตติภพเดินเข้ามาภายในห้อง มานั่งลงข้างๆ หญิงสาวตัวเล็ก หันหน้าคมเข้มจ้องมองใบหน้าสวยหวาน ราวกับจะมองให้ทะลุถึงความคิด ที่เธอกำลังคิดไม่ตกอยู่ในขณะนี้ เพื่อที่ว่าจะได้รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าถึงได้ดูเคร่งเครียดอย่างนี้
“เราไปคุยกันที่ห้องโน้นเถอะค่ะ”
วรารัตน์หันมามองสบตาดวงตาคมกริบ ด้วยสายตาที่แน่วแน่ เด็ดเดี่ยว เหมือนกับว่าเธอตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างได้แล้ว ซึ่งสายตาเช่นนั้น ทำให้กิตติภพรู้สึกหวาดหวั่นๆ แปลกๆ จนรู้สึกหายใจหายคอไม่ดี แต่พอเห็นหญิงสาวตัวเล็กลุกขึ้นเดินนำออกจากห้องนอนของเด็กชายน้องโฟร๊คไป กิตติภพก็ลุกตามไปโดยไม่มีขัดแย้งใดๆ
วรารัตน์เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องนอนใหญ่โตโอ่อ่า ซึ่งห้องนอนนี้เป็นห้องนอนของกิตติภพ และหลังจากกลับจากไปดูงานที่ต่างจังหวัด เธอก็ได้ย้ายมาร่วมหลับนอนในห้องนี้ด้วยกันกับเขา กิตติภพเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางไว้ทางด้านหลัง ก้มลงหอมแก้มนวลเนียนใสหนึ่งที
“นุ่นขอลาออกจากการเป็นพี่เลี้ยงค่ะ นุ่นจะออกจากบ้านนี้พรุ่งนี้!!!!!!”
วรารัตน์สูดลมหายใจเข้าปอด เม้มปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะเปล่งคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเน้นหนัก ซึ่งคำพูดของเธอทำให้ชายหนุ่มตัวโตนิ่งอึ้ง หูอื้อไปชั่วขณะหนึ่ง เพราะไม่คิดว่าวรารัตน์จะมีความคิดเช่นนี้
“ทำไม!!?? นุ่น ทำไมถึงคิดจะออกจากบ้านนี้?? ผมก็บอกแล้วไงว่าเรื่องระหว่างผมกับอิส เราจบกันไปตั้งนานแล้ว”
กิตติภพจับร่างบางให้หันหน้ามาเผชิญสบตากัน แล้วยิงคำถาม และพยายามจะอธิบายให้หญิงสาวตัวเล็ก เข้าใจในเหตุผลของเขา แต่เหตุผลของเขา ก็คือของเขา ไม่ใช่เหตุผลของเธอ ซึ่งเขาจะรู้บ้างไหม ว่าตอนนี้หัวใจเธอร้อนรน รู้สึกไม่ดี รู้สึกผิดเป็นอย่างมากน่ะ
“ใช่ค่ะ!! คุณบอกว่าคุณกับเมียคุณเลิกกันแล้ว นั้นก็เป็นเพียงวาจาที่เปล่งออกมาเลยๆ ซึ่งคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าพวกคุณสองคนยังไม่ได้เลิกกัน ยังไม่ได้หย่ากัน!!!!......”
วรารัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง เคร่งเครียด และถ้าหากมองดีๆ ก็จะเห็นถึงความเจ็บปวด เศร้าสร้อย ไม่สบายใจแฝงเร้น อยู่ภายในดวงตากลมโตคู่สวยนั้นด้วย
“นุ่นไม่อยากเป็นตัวต้นเหตุ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ที่ทำให้ครอบครัวใครต้องร้าวฉาน เพราะฉะนั้นเพื่อความสบายใจแก่ทุกคน และเพื่อคุณจะได้คิดไตร่ตรองการตัดสินใจของคุณให้ดี นุ่นขอยุติความสัมพันธ์ของเราเพียงเท่านี้ค่ะ”
“ไม่นุ่น!! ผมไม่ยอมเลิก ไม่ยอมยุติอะไรทั้งนั้น คุณเป็นเมียผมนะ ผมไม่ยอมเลิกกับคุณ ผมไม่ยอมให้คุณไปไหนด้วย เข้าใจไหมนุ่น ผมกำลังทำเรื่องหย่า คุณเข้าใจผมบ้างสิ ผมรักคุณ รักคุณมากนะ”
วรารัตน์กล่าวจบ กิตติภพก็กล่าวสวนขึ้นอย่างไม่ยอมท่าเดียว แขนแกร่งกระชับแน่น จนร่างสองร่างแนบชิดติดกัน ปากอันร้อนรุ่มฉกเข้ามาประกบปิดปากบางจิ้มลิ้ม เพื่อไม่ให้สาวเจ้าได้พูดคัดค้านอะไรออกมาอีก เขาใช้ลูกล่อลูกชน โลมเล้าร่างบางจนร่างบางสั่นเทิ้ม และนำพอร่างบางไปโถมทาบทับกันบนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม
วรารัตน์ปรือตาลง น้ำใสๆ ไหลรินออกมาคลอเต็มหน่วยตา เธอหลับตา ยกมือเรียวเล็กขึ้นคล้องคอแกร่ง ไม่คิดที่จะต่อต้าน ขัดขืน หรือ ห้ามปราม การกระทำของชายหนุ่มตัวโตใดๆ ทั้งสิ้น เธอขอให้วันนี้ได้รับในสิ่งดีๆ บ้าง เพื่อวันพรุ่งนี้ เธอจะได้ก้าวเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕๒๕
เอ๊ะ!!... นี่นุ่นตัดสินใจถูกหรือไม่ถูกกันนะ แล้วอย่างนี้เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป โปรดติดตามกันในตอนหน้านะคะ.................. ^_^