ตอนที่ 23
“ทีนี้ข้าจะได้เริ่มฝึกฝนดาวฤกษ์ซะที ว่าแต่ขอดูผลึกิญญา [ตรวจสอบ]”
‘ผลึกิญญา จิ้งจอกมิโกะศักสิทธิ์ ประเภทเปลี่ยนร่าง’
“แปลงร่างอีกแล้วหรอ ทำไมไม่เป็ประเภทสัตว์เลี้ยงนะ น่าเสียดายจัง”
‘เ้าหนูทำไมถึงอยากจะให้เป็ประเภทสัตว์เลี้ยงละ’ นนทกถาม
‘สาวหูสัตว์เลยนะ สาวหูสัตว์นะ เ้าไม่เข้าใจหรอก ทั้งหูและหางที่นุ่มนิ่มพวกนั้น ถ้าเกิดข้าได้ััมันละก็มันคงจะรู้สึกฟินสบายน่าดูเลย’ นิลกาฬทำหน้าตาเคลิมอย่างมีความสุข
‘ยี่~ ข้าไม่นึกเลยว่าเ้าจะมีรสนิยมแบบนี้ เ้าโรคจิต หึ’
‘ข้าเองก็เป็ผู้ชายอกสามศอก ถึงข้าจะไม่ได้ตัวใหญ่ล่ำบึก แต่ข้าว่าหุ่นของข้าเองก็พอจะมีกล้ามเนื้อกับเขาบ้าง และการได้อยู่ข้างๆสาวหูสัตว์ เป็ความฝันของผู้ชายในโลกเดิมของข้าเลยนะ ถ้าเ้าพวกนั้นได้เจอแบบนี้จะเป็ยังไงบ้างนะ’
‘เ้าหมายถึงใคร’
‘ป..เปล่าๆ ไม่มีอะไร’
‘จะว่าไปเพื่อนของเ้าคนนึงก็เป็สาวหูสัตว์เหมือนกันนิ ทำไมเ้าไม่ไปขอร้องนางดูละ เพื่อที่เ้าจะได้ััหูและหางของนาง หึหึหึ’
‘ถ้าข้าไปขอนางแบบนั้นข้าได้ตายแน่ๆ ไม่เอาดีกว่าข้าไม่อยากเสี่ยง ตอนนี้ข้ารู้แล้วด้วยว่ามีเผ่ามนุษย์สัตว์อยู่บนโลกนี้ ข้าก็ดีใจแล้วที่ข้าจะได้เห็นอะไรน่ารักๆแบบนี้อีกมาก’
‘ข้าว่าเ้าจะต้องเป็โรคจิตจริงๆแน่’
‘ก็แล้วแต่เ้าจะคิดเถอะ มันเป็ความชอบส่วนตัวของข้า เ้าก็อย่ามายุ่งกับความชอบของข้า ข้าว่าเ้าเองก็มีสิ่งที่ชอบอยู่เหมือนกัน คนเรานั้นมักจะมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป จริงไหมนนทก’
‘หึ~ ข้ายอมแพ้เ้าก็ได้’
เมื่อนิลกาฬเถียงกับนนทกจบแล้วนั้น
‘ถ้าข้าใช้จะเป็ยังไงบ้างนะ [กลายร่าง]’
ร่างของนิลกาฬค่อยๆเปลี่ยนไป ผมสั้นสีดำของเขาค่อยๆยาวขึ้นและกลายเป็สีขาว ด้วยตาสีแดงเืของเขาเองก็เปลี่ยนเป็สีทอง บนศีรษะของก็มีหูจิ้งจอกโผล่ออกมา ชุดของเขาเปลี่ยนกลายเป็ชุดมิโกะแบบผู้ชาย และมีหางสีขาว 9 หาง
‘ว๊าว~ ร่างกายนี้เท่ไม่หยอกเลย การมองเห็นคมชัดขึ้นรายละเอียดต่างๆ ประสาทการรับรู้ขยายขึ้น ภาพที่มองเห็นเหมือนกำลังช้าลง หูเราก็สามารถรับฟังไปไกลขึ้น หือ เราสามารถเรียกธนูออกมาได้ด้วยสินะ’
นิลกาฬเรียกธนูออกมา
‘อืม~ พอเรากลายร่างแล้วจะมีข้อมูลของต่างๆบอกเราว่าร่างนี้สามารถทำอะไรได้สินะ ตอนที่กลายร่างเป็เสือขาวเราเองก็ไม่ได้สนใจข้อมูลเ่าั้ด้วยสิ เรารู้เพียงแค่ว่าสามารถใช้เวทย์ลมกับเกราะสายลมได้แค่นั้นเอง ต่อไปเราคงต้องศึกษาเื่ของผลึกิญญาอย่างจริงจังแล้วสินะ’
เมื่อนิลกาฬศึกษาข้อมูลของผลึกจิ้งจอกมิโกะเรียบร้อยแล้ว ทำให้เขารู้ว่าในการยิงธนูนั้นเขาไม่จะเป็ต้องใช้ลูกธนู เขาสามารถใช้พลังเวทย์ในการเปลี่ยนรูปร่างให้กลายเป็ลูกธนูแล้วยิงออกไปได้ และลูกธนูพลังเวทย์ของเขานั้นไม่ได้จำกัดแค่เพียงธาตุหยางอย่างเดียวเขาสามารถปรับแต่งกระแสพลังธาตุของลูกธนูให้เป็ธาตุอื่นๆได้อีกด้วย
‘เ้าหนูนี้ไหวพริบดีจริงๆ ข้าก็พอเข้าใจว่าหลักการในการใช้ลูกธนูพลังเวทย์ แต่ใครจะคิดว่าเ้าสามารถ ดัดแปลงกระแสพลังธาตุได้ด้วย ถ้าข้าสมัยก่อนสามารถทำแบบเ้าได้ละก็คงไม่ใครสามารถจัดการข้าได้เหมือนตอนนั้นเป็แน่’ นนทกคิด
นิลกาฬคิดว่าลูกธนูพลังธาตุของเขาจะช่วยให้เขาสามารถจัดการมอนสเตอร์ได้ง่ายขึ้น เพราะพวกมอนสเตอร์จะมีพลังธาตุที่แน่นอน และแต่ละธาตุก็จะมีการแพ้ทางและส่งเสริมกัน
ไฟก่อเกิดดิน ดินก่อเกิดทอง ทองก่อเกิดน้ำ น้ำก่อเกิดไม้ และไม้ก่อเกิดไฟ นี้คือธาตุที่ส่งเสริมกัน
ไฟพิฆาตทอง ทองพิฆาตไม้ ไม้พิฆาตดิน ดินพิฆาตน้ำ และน้ำพิฆาตไฟ และนี้คือธาตุที่แพ้ทางกัน
เื่เหล่านี้นั้นเป็ความรู้จากโลกเดิมของเขา ที่เรียกว่า “ธาตุหลักทั้ง 5”
ส่วนหลักการของหยินและหยางนั้น มีทฤษฎีอธิบายไว้ว่า การเกิด การพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่งทั้งมวลนั้น เกิดจากบทบาทของพลังตรงข้ามที่มีต่อกันสองสิ่ง ที่ดำรงอยู่ในโลกธรรมชาติทุกแห่ง หยินหยาง จะมีลักษณะตรงกันข้ามและควบคุมกัน
ตอนที่อยู่โลกเดิมนั้นนิลกาฬเพียงแค่อ่านหนังสือพวกนี้แบบผ่านๆ เขาไม่นึกว่าเลยเมื่อมายังก็อตโทเปียแล้ว เื่ธาตุหลักทั้ง 5 และ สุมดลหยินหยาง จะมีความจำเป็กับที่นี้เป็อย่างมาก เขาเสียใจเป็อย่างมากที่ไม่ได้สนใจเื่พวกนี้อย่างจริงจัง
เมื่อนิลกาฬศึกษาและทดสอบพลังของเขาทั้งหมดแล้ว เขาก็เดินทางออกจากดันเจี้ยนทันที
เมื่อเขาออกมาจากดันเจี้ยนก็เป็เวลา บ่าย 4 โมงเย็นแล้ว เขาสงสัยว่าทำไมพวกนักเรียนถึงได้ออกมายืนข้างนอกกันเยอะแยะเต็มไปหมด เขาเลยเขาไปถาม 1 ในนักเรียน
“พี่ชายไม่ทราบว่าเกิดเหตุใดขึ้นกัน ถึงได้มีคนเยอะแยะขนาดนี้” นิลกาฬถาม
“นี้เ้าพึ่งออกมาจากดันเจี้ยนสินะเลยไม่รู้เื่อะไร เดียวข้าจะบอกเ้าเองก็ได้ เมื่อเวลาบ่ายของวันนี้มีปรากฏการณ์แปลกประหลาด ปรากฏการณ์นี้จู่ท้องฟ้าก็ค่อยๆมืดลงก้อนเมฆมาบดบังแสงอาทิตย์ แล้วจู่ๆก็มีออโรร่า 7 สีปรากฏบนทางฟ้าเป็เวลากว่า 30 นาที แสงออโรร่ากับก้อนเมฆก็ค่อยๆจางหายไป ส่วนที่ผู้คนที่ออกมาดูเยอะแยะแบบนี้เพราะว่าปรากฏการณ์นี้และน้องชาย” นักเรียนคนหนึ่งพูด
“ขอบคุณมากพี่ชาย”
หลังจากคุยจบนิลกาฬเองก็สงสัยกับปรากฏการณ์ประหลาดนี้เช่นกันว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะว่าเขานั้นไม่ได้เห็นกับตาว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็อย่างไร เขารีบเดินไปที่ศาลานักฆ่าทันที
เขาไม่ได้รู้ตัวเลยว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็ฝีมือของเขาเอง
เมื่อเขามาถึงศาลานักฆ่าเขาก็พบกับไซโซ ไซโซนั้นยืนอยู่หน้าทางเข้าศาลา
“คารวะท่านอาจารย์”
“ไม่ต้องมากพิธี ดูเหมือนระดับของเ้าจะเพิ่มขึ้นสินะ”
“ขอรับท่านอาจารย์ ก่อนที่ข้าจะเดินทางมายังเมืองไม้ครามข้าก็ใกล้จะเลื่อนระดับแล้ว”
“ดีมาก โรงเรียนกลางไม้ครามหวังกับเ้าไว้สูงมาก เ้าจะต้องทำให้โรงเรียนของเรายิ่งใหญ่อีกครั้งให้จงได้”
“ขอรับท่านอาจารย์ข้าจะทำให้ดีที่สุด”
“ส่วนเื่ห้องลับนั้นถ้าเ้าสามารถเข้าไปด้านในได้ก็เชิญเ้าเข้าไปได้เลยข้าอนุญาต ั้แ่ข้าอยู่ที่นี้มา 200 กว่าปี ก็ยังไม่มีใครสามารถเข้าไปในห้องลับนั้นได้ ข้าไปละ” ไซโซก็หายตัวไปทันที
นิลกาฬยืนคำนับไซโซ ก่อนที่เขาจะเข้าไปหาพวกหลิน
เมื่อเขามาถึงด้านในศาลา นิลกาฬถึงต้องใเช่นกัน พวกนางกำลังฝึกกันอย่างหนัก ดูเหมือนว่าพวกนางจะคงพบเคล็ดลับในการฝึกแล้ว หลินฝึกเทพอัสนีบาต ยูกิและเสวียนซินฝึกวายุเคลื่อนย้าย นิลกาฬเห็นพวกนางตั้งใจฝึกเป็อย่างมาก แต่พวกนางยังไม่สามารถฝึกสำเร็จเลย
“เอาละวันนี้พอแค่นี้ก่อน กลับไปหาอะไรกินกันเถอะ เดียวข้าเลี้ยงข้าวเองวันนี้พวกเ้าพยายามได้ดีมาก”
“นิล~ เ้ากลับมาแล้ว” หลินรีบวิ่งมาหานิลกาฬทันที นางจากเขาด้วยความคาดหวัง
เมื่อนิลกาฬเห็นจ้องมาแบบนี้ เขาจำได้ว่าเมื่อนางมองเขาแบบนี้แสดงว่านาง้าในนิลกาฬลูบหัวและชมนาง นิลกาฬรีบลืบหัวเธอทันที
“เ้าทำได้ดีมากหลิน จากที่ข้าดูเหมือนเ้าใกล้จะฝึกสำเร็จแล้วใช่หรือไม่”
“อืม~ ข้าใกล้ฝึกสำเร็จแล้ว”
“ถ้าเ้าฝึกสำเร็จ เ้าจะสามารถใช้มันผสานกับจิตกระบี่ของเ้าได้ ทำให้เ้าสามารถลอบโจมตีและหลบหนีได้พร้อมๆกัน”
หลินยิ้มอย่างมีความสุขที่นิลกาฬลูบหัวและชมนาง
ยูกิและเสวียนซินเองรู้สึกอิจฉาหลินที่สามารถแสดงความรู้สึกแบบนั้นออกมา พวกนางเองก็อยากให้นิลกาฬชมพวกนางเช่นกัน
“ยูกิและเสวียนซิน พวกเ้าเองยังไม่เข้าใจในวิชาวายุเคลื่อนย้าย เ้าจะต้องใช้กระแสพลังธาตุไม้ในการฝึก ถ้าเ้าสามารถผสานธาตุไม้เข้ากับกล้ามเนื้อทั้งหมดบนร่างกายของพวกเ้าถึงจะสามารถฝึกสำเร็จ” นิลกาฬพูด
“อืม ข้าจะลองทำตามที่ท่านนิล/เ้าบอก”
ยูกิและเสวียนซินใเป็อย่างมาก เมื่อพวกนางลองคิดตามที่นิลกาฬบอก ทำให้พวกนางสามารถเข้าใจถึงวิชาวายุเคลื่อนย้ายเพิ่มมากขึ้น พวกนางคิดว่าทำไมเขาถึงรู้ว่านางยังฝึกไม่ถึงไหน และไม่สามารถเข้าใจถึงหลักของวิชาได้ แต่นิลกาฬสามารถบอกได้ถึงจุดผิดพลาดของพวกนาง ถ้าพวกนางฝึกตามที่นิลกาฬบอกพวกนางติดว่าสามารถสำเร็จวิชาวายุเคลื่อนย้ายได้รวดเร็วขึ้น จึงทำให้นางดีใจเป็อย่างมาก
‘หรือว่าเขาสามารถฝึกวิชาพวกนี้สำเร็จแล้ว’ พวกนางคิด
“เอาละพวกเ้าเหนื่อยมากแล้ววันนี้ก็ไปพักกันเถอะ พรุ่งนี้ถ้าพวกเ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็สามารถมาปรึกษาข้าได้ กับที่พักกันเถอะข้าหิวมากแล้ว”
“เดียวนิล~ จ..เ้าเลื่อนระดับแล้วยังงั้นหรอ” หลินพูด
“ใช่ข้าเลื่อนระดับแล้ว เหลือแต่เพียงเ้าแล้วนะหลินที่ยังไม่เลื่อนระดับ เดียวข้าให้ลูกแก้วธาตุกับเ้าเอง ธาตุไม้ของเ้าคงจะครบแล้วสินะ ข้าแนะนำให้เ้าเลื่อนระดับเมื่อธาตุทั้ง 5 ของเ้าครบแล้ว เข้าใจไหม”
“แต่ว่าถ้าข้าทำแบบนั้นการเลื่อนระดับต่อไปของข้ามันจะยากขึ้นนะ”
“เ้าอยู่กับใครกัน อยู่กับข้านิลกาฬผู้นี้เลยนะ เพราะข้าเองก็เลื่อนระดับด้วยธาตุทั้ง 5 เชียวนะ ข้าจะช่วยเ้าเองไม่ต้องห่วงเ้าเองก็เป็คนสำคัญสำหรับข้า ข้าจะไม่ทอดทิ้งเ้าเป็อันขาด ยกเว้นว่าเ้าจะ้าไปจากข้า ข้าถึงจะปล่อยเ้าไป”
“ไม่แน่นอน ข้าไม่ทีทางที่จะไปจากเ้าแน่นอน ข้าจะอยู่กับเ้าตลอดชีวิตเลย” เมื่อหลินรู้ว่าเมื่อกี่นางพูดสิ่งใดไปทำให้นางเขินอายกับคำพูดที่นางพูดไปก่อนหน้านี้เป็อย่างมาก ราวกับว่านางกำลังสารภาพรักนิลกาฬยังไงยังงั้น
แต่สำหรับนิลกาฬนั้นเขาคิดว่านางเป็คนสำคัญกับเขาจริงๆ แต่ไม่ได้ในฐานะคนรัก แต่เป็แบบครอบครัว เพราะเขากับนางอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันมาถึง 2 ปี ทำให้พวกเขานั้นสนิทสนมกันเป็อย่างมาก หลินคือเพื่อนคนสำคัญของเขาและหลินยัง…
ยูกิและเสวียนซินเมื่อเห็นนิลกาฬกับหลินคุยกันทำให้พวกนางอายเป็อย่างมากเช่นกัน ยูกินั้นชื่นชอบนิลกาฬั้แ่ที่ช่วยนางจากนักฆ่า แถมนิลกาฬเองยังไม่้าสิ่งตอบแทนใดๆเลย
ส่วนเสวียนซินเองนางก็ชื่นชมที่นิลกาฬเป็คนสุภาพถ่อมตนและให้เกรียติผู้อื่นเสมอ เพราะคนประเภทนี้หายากเป็อย่างมากในก็อตโทเปีย
นิลกาฬไม่ได้รู้สึกถึงสถานการณ์แปลกประหลาดนี้เลย
“พวกเ้าจะยืนกันอีกนานไหม ไปกันได้แล้วข้าหิวแล้ว พวกเ้าไม่หิวกันบ้างหรอ”
จ๊อก~
จ๊อก~
จ๊อก~
พวกนางทั้ง 3 เอามือกุมที่ท้องของตัวเองกันทันที และพวกนางก็ยิ้มแห้งๆออกมาด้วยความเขินอาย
“เดียววันนี้ข้าจะทำสเต็กสมุนไพรให้พวกเ้ากินเองจะได้ช่วยเพิ่มพลังให้กับพวกเ้าด้วย” นิลกาฬพูดจบก็เดินกลับที่พักทันที
พวกนางทั้ง 3 มองหน้าและยิ้มให้กัน แล้ววิ่งตามนิลกาฬไป