ตอนที่ 23: เงาซ้อนเงา
ในขณะที่ราชสำนักกำลังจับจ้องไปที่การต่อรองทางการเมืองขององค์หญิงเจ็ดที่พยายามจะหลีกเลี่ยงการสมรสพระราชทานอย่างสุดความสามารถ ก็ไม่มีผู้ใดให้ความสนใจกับการเตรียมงานแต่งเล็กๆ ของอ๋องสันติผู้ถูกลืมเลือนอีกเลย
นี่คือฉากบังหน้าที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับปฏิบัติการของเหลียง
เหลียงใช้เวลาสามวันแรกในการเฝ้าสังเกตการณ์จวนตระกูลเว่ยสาขารองจากระยะไกล เขาไม่ได้เข้าไปใกล้ แต่กลับใช้ทักษะของอดีตทหารพรานในการสังเกตร่องรอยและพฤติกรรมของผู้คน เขาพบว่าจวนแห่งนี้มีการป้องกันที่หละหลวมสมกับเป็ตระกูลสาขารองจริงๆ
ในวันที่สี่ เขาก็ได้พบกับ "เว่ยจื่อหลาน" เป็ครั้งแรก นางกำลังเดินอยู่ในสวนเล็กๆ ของจวน รูปลักษณ์ของนางธรรมดาและเรียบง่ายสมคำร่ำลือจริงๆ นางไม่ได้ทำอะไรเป็พิเศษนอกจากนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้เป็เวลานาน ดูเหมือนสตรีผู้สงบเสงี่ยมที่ยอมรับในชะตากรรมของตนเอง
แต่เหลียงผู้เคยผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วนกลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ...ความสงบนิ่งของนางมัน "สมบูรณ์แบบ" เกินไป
คืนนั้นเอง เขาตัดสินใจที่จะลอบเข้าไปในจวน
เขาเคลื่อนไหวราวกับเงาที่ล่องหน หลบหลีกยามเฝ้าประตูที่กำลังสัปหงกได้อย่างง่ายดาย เป้าหมายของเขาไม่ใช่ห้องนอนของเว่ยจื่อหลาน แต่เป็ "ห้องเก็บของเก่า" ที่อยู่ท้ายจวน ซึ่งเป็สถานที่ที่คนมักจะละเลยมากที่สุด
และที่นั่น...เขาก็ได้พบกับสิ่งที่น่าสนใจ
ในมุมที่มืดที่สุดของห้องเก็บของ เขาสังเกตเห็นรอยฝุ่นบนพื้นที่ดูแตกต่างจากบริเวณอื่นเล็กน้อย เมื่อเคาะดูเบาๆ ก็พบว่ามันเป็แผ่นไม้กลวง เขาค่อยๆ แงะมันออกอย่างเงียบเชียบ และพบกับช่องลับเล็กๆ ซ่อนอยู่ข้างใต้
สิ่งที่อยู่ในนั้นไม่ใช่สมบัติล้ำค่า แต่เป็ "ชุดฝึกยุทธ์สีดำ" ที่รัดกุมหนึ่งชุด, "กริชสั้น" ที่คมกริบสองเล่ม และ "หน้ากากโลหะสีเงิน" ครึ่งซีกที่เรียบง่ายแต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบ!
เหลียงไม่ได้แตะต้องสิ่งของเ่าั้ เขารีบจัดทุกอย่างให้กลับเข้าที่เดิมและล่าถอยออกมาจากจวนอย่างเงียบกริบ
ข้อมูลนี้ถูกส่งไปถึงเฟิงหวงในคืนเดียวกัน
"น่าสนใจ...น่าสนใจจริงๆ" เฟิงหวงพึมพำในห้องลับ แววตาของเขาทอประกายอย่างตื่นเต้น "ดูเหมือนว่าพระชายาในอนาคตของข้า...จะมีชีวิตอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีใครเคยรู้สินะ"
เขาไม่ได้รู้สึกโกรธหรือหวาดระแวง แต่กลับรู้สึกท้าทายอย่างยิ่ง
"เหลียง" เขาออกคำสั่งใหม่ "เปลี่ยนเป้าหมายการเฝ้าสังเกตการณ์...จากนี้ไป อย่าจับตาดูแค่ที่จวนตระกูลเว่ย แต่จงจับตาดู 'ทุกการเคลื่อนไหว' ของนางในยามวิกาล...ข้าอยากจะรู้ว่านางจะนำของในช่องลับนั่นไปใช้ที่ไหนและเมื่อไหร่"
เวลาผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์...ในคืนที่ไร้แสงจันทร์ เว่ยจื่อหลานก็เคลื่อนไหว!
เหลียงที่เฝ้ารออยู่บนหลังคาใกล้ๆ เห็นนางในชุดฝึกยุทธ์สีดำและสวมหน้ากากโลหะสีเงิน ลอบออกจากจวนไปด้วยท่วงท่าที่ปราดเปรียวและเงียบเชียบอย่างน่าเหลือเชื่อ ฝีเท้าของนางเบาหวิวจนแทบไร้ร่องรอย บ่งบอกว่านางเป็ยอดฝีมือที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก!
เหลียงสะกดรอยตามนางไปในเงามืดอย่างระมัดระวังที่สุด เขาต้องใช้ทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อไม่ให้นางรู้ตัว
เว่ยจื่อหลานไม่ได้มุ่งหน้าไปยังสถานที่สำคัญใดๆ ในเมืองหลวง แต่กลับตรงไปยัง "สุสานหลวงชานเมือง" สถานที่ที่ถูกทิ้งร้างและขึ้นชื่อเื่ความน่ากลัว
นางหยุดลงเบื้องหน้าสุสานร้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะเคาะลงบนแผ่นป้ายหินเป็จังหวะที่ซับซ้อนสามครั้ง
ครืด...
แผ่นป้ายหินนั้นเลื่อนออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นทางลงใต้ดินที่มืดมิด!
เว่ยจื่อหลานหายเข้าไปในความมืดนั้นโดยไม่ลังเล
เหลียงไม่ได้ตามเข้าไป เขารู้ดีว่านั่นเป็การกระทำที่โง่เขลาเกินไป เขาทำเพียงแค่จดจำตำแหน่งและรอคอยอยู่ห่างๆ
หนึ่งชั่วยามต่อมา เว่ยจื่อหลานก็กลับออกมาและจัดทุกอย่างให้กลับสู่สภาพเดิม ก่อนจะหายตัวกลับไปยังจวนของตนเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
รายงานฉบับนี้ทำให้เฟิงหวงขมวดคิ้วเป็ครั้งแรก
"สุสานหลวงชานเมือง...ทางลับใต้ดิน...นางเป็ใครกันแน่? ไม่ใช่คนของฝ่ายจักรพรรดินี...ไม่ใช่คนของพี่รอง...หรือว่า...จะเป็ 'มือที่สาม' ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด?"
สถานการณ์ซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก พระชายาที่กำลังจะแต่งเข้ามาในตำหนักของเขา ไม่ใช่แค่สายลับธรรมดา...แต่นางอาจจะเป็ตัวแทนของขั้วอำนาจลึกลับอีกขั้วหนึ่งที่ไม่มีใครเคยรู้จักมาก่อน
"เหลียง" เฟิงหวงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "คืนพรุ่งนี้...ข้าจะไปที่นั่นด้วยตัวเอง"
"นายท่าน! มันอันตรายเกินไป!" เหลียงคัดค้านทันที
"ไม่ต้องห่วง" เฟิงหวงยิ้มบางๆ "ข้าไม่ได้จะเข้าไป...ข้าแค่จะไป 'ทักทาย' แขกที่ไม่ได้รับเชิญของข้าสักหน่อย"