ตอนพิเศษหนึ่ง
คืนเข้าหอของคุณชายหน้าขาวกับจอมยุทธ์น้อย
ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าาความมืดเริ่มเข้าปกคลุมเมืองหลวงแเื่ที่ร่วมแสดงความยินดีในงานแต่งต่างก็ถึงเวลาที่จะขอตัวกลับจวนของตัวเองกันแล้ว
ภายใต้แสงเทียนมงคลสีแดงส่องให้เห็นเตียงไม้หลังใหญ่ที่อยู่หลังฉากกั้นเ้าสาวในชุดสีแดงปิดคลุมหน้าด้วยผ้าโปร่งสีแดงเช่นกันนางนั่งก้มหน้าเพราะศีรษะหนักอึ้งหลายชั่วยามที่ต้องแบกเครื่องหัวหนักหลายชั่งจนคอและบ่าเริ่มมีอาการเหนื่อยล้า
"ต่อให้ข้าถือพลองเหล็กยังไม่หนักเท่าเครื่องหัวพวกนี้เลย"หลี่รุ่ยหลินคิด
ลมหายใจอุ่น ๆถูกเป่าออกมาจากทางจมูกและปากอยู่หลายครั้งรออยู่กว่าชั่วยาวแล้วสามีของนางก็ยังไม่เข้าห้องหอมาสักทีนางอยากให้เขามาเปิดผ้าคลุมศีรษะจะแย่ยิ่งการต้องมานั่งรออยู่คนเดียวทำให้เริ่มรู้สึกอึกอัดอีกด้วย
แต่ทว่านางหาได้รู้ไม่ว่าสามีของนางตอนนี้ถูกบรรดาขุนนางและสหายบัณฑิตมอมสุราอยู่พวกเขาไม่ยอมให้เ้าบ่าวได้เข้าห้องหอง่าย ๆ ยิ่งรั้งตัวเขาไว้ได้นานเท่าไรยิ่งดีจะได้ทรมานใจเขาเล่นต่ออีกสักหน่อย ทั้งๆที่ตัวเ้าบ่าวนั้นก็อยากเข้าห้องหอใจแทบขาด
หลี่รุ่ยหลินขยับตัวเล็กน้อยพลางกวาดมือสะเปะสะปะไปทั่วก่อนจะคลี่ยิ้มที่มุมปากเมื่อจำได้ว่ามีของมงคลโปรยลงบนเตียงนอกจากธัญพืชห้าชนิดยังดีที่มีพุทราจีนให้พอคลายหิวได้บ้างจึงหยิบมากินเมื่อท้องอิ่มเปลือกตาก็เริ่มหนักอึ้งอีกทั้งวันนี้ยังเหนื่อยมาทั้งวันนางจึงได้พิงศีรษะเข้ากับเสาเตียงและหลับไปทั้งอย่างนั้น
หวังข่ายเปิดประตูเข้ามาในห้องหออย่างแ่เบาจ้องมองภรรยาตัวน้อยอย่างพิจารณาด้วยความเมาก็พลางคิดว่าเครื่องหัวนี้คงจะหนักน่าดูทำเอาภรรยาของเขาคอเอียงเช่นนี้ผ่านไปครู่ใหญ่นางก็หาได้ขยับตัวไม่ ไม่มีเสียงตอบรับเขาจึงยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของนาง "หลับแล้วหรือ จอมยุทธ์น้อย"
"อื้อ…ท่านมาแล้วหรือข้ารออยู่ตั้งนาน" หลี่รุ่ยหหลินลืมตางัวเงียขึ้นมาตอบ
"ข้าพยายามปลีกตัวมาแล้วแต่พวกเขามอมสุราข้า" หวังข่ายตอบ
"ถ้าอย่างนั้นก็เปิดหน้าเถอะข้าอึดอัดเต็มทีแล้ว" หลี่รุ่ยหลินขยับและยื่นหน้ามาหาเขา
หวังข่ายใช้มือทั้งสองข้างเลิกชายผ้าคลุมศีรษะขึ้นข้าๆ ก่อนจะกล่าวว่า "ภรรยาของข้างดงามมาก" จากนั้นก็โน้มตัวมาหานางในทันที
หลี่รุ่ยหลินรีบใช้มือข้างหนึ่งดันแผงอกของเขาไว้"ท่านพี่ๆๆ อย่าได้รีบร้อน ช่วยข้าปลดเครื่องหัวออกก่อน"
สองสามีภรรยาช่วยกันปลอดเครื่องหัวออกจากศีรษะของหลี่รุ่ยหลินกันอย่างทุลักทุเลในที่สุดก็เป็อันเรียบร้อย
มือข้างหนึ่งของหวังข่ายเชยปลายคางของหลี่รุ่ยขึ้นสบประสานสายตาเขาเพ่งพิศมองใบหน้างามของนางอย่างหลงไหลดวงตาบริสุทธิ์ใสซื่อฉายแแววน่ารักแผงความดื้อรั้นเอาไว้ซึ่งเป็แววตาที่เขาคุ้นเคยกลิ่นหอมจากเรือนกายกระตุ้นให้ความรู้สึกเบื้องลึกนั้นปะทุออกมา
เขาลากปลายนิ้วไล้ไปตามพวงแก้มผิวขาวเนีบนนุ่มลื่นดุจก้อนแป้งทำให้โลหิตในกายพลุ่งพล่าน ลมหายใจสะดุดหัวใจเต้นถี่รัวตามแรงอารมณ์ปรารถนายากที่เขาจะระงับไว้ได้พริบตาเดียวท่อนแขนแร่งก็ตวัดช้อนร่างอันบอกบางของหลี่รุ่ยหลินไปยังเตียงมงคลแล้ววางร่างนั้นลงอย่างเบามือจากนั้นก็ตวัดกายทาบทับร่างของนางแทน
หลี่รุ่ยหลินเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึงนางไม่เคยถูกกระทำเช่นนี้มีก่อนกระแสความร้อนแล่นแปลบปลาบเข้าสู่หัวใจดวงน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้เกิดความรู้สึกเสียวแปลบในช่องท้องขึ้นมา ในหัวมีเสียงอื้ออึงเต็มไปหมดใช่ว่าที่ผ่านมานางจะไม่เคยใกล้ชิดกับเขาแต่คราวนี้ไม่เหมือนกับทุกครั้ง…
หวังข่ายยามนี้ได้กลายร่างเป็หมาป่าหิวกระหายไปแล้วหน้ามืดถึงขั้นเอ่ยกระซิบเรียกนางครั้งแล้วครั้งเล่า"รุ่ยหลิน…จอมยุทธน้อยของข้า"
จบคำพริบตาเดียวชุดแต่งงานสีแดงหลุดออกจากร่างของเขาไปั้แ่เมื่อไรก็ไม่รู้หลีรุ่ยหลินใบหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมา ลำคอก็แห้งผากทันทีไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดเขาก็ซุกไซ้ลงมามอบจุมพิตลงบนซอกคอของนางเสียแล้วขณะเดียวกันมือใหญ่ที่เคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง อาภรณ์หลายชั้นไม่ทันไรก็เลื่อนหลุดออกเผยให้เห็นผิวที่ขาวนวลของนางเขาจุมพิตฝากรอยประทับไปทั่วลำคอระหงและหยุดหยอกเย้าติ่งหูเล็ก ๆของนางด้วยการขบกัดเบา ๆ ก่อนที่จะเคลื่อนริ่มฝีปากอุ่น ๆมาที่กลีบปากบอบบางของภรรยาอย่างนุ่มนวลปลายลิ้นของเขากระหวัดเกี่ยวเข้าไปในปากของนางอย่างเร่งเร้าเริ่มจากััที่อ่อนโยนมาบันนี้กลายเป็ดุดันเผ็ดร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่รุ่ยหลินคล้ายถูกสุบิญญาอย่างไรอย่างนั้นััของเขาครั้งนี้ช่างแตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาทั้งร้อนแรงและดุดันแต่ทว่าก็แฝงไปด้วยความลึกซึ้งอยู่ไม่น้อยทั้งยังมีความหวานล้ำจนไม่อาจต้านทานได้นางหลับตาพริ้มปล่อยให้เขากระทำโดยไม่ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย
"จอมยุทธน้อย…ข้าทนไม่ไหวแล้ว"น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ใบหน้าของเขาโน้มลงกดปลายจมูกเข้ากับทรวงอกของนางแน่นความหอมจากกลิ่นกลายปลุกเร้าแก่นกายให้หยียดขยายและร้อนระอุดุดันกางเกงซึ่งเป็ปราการสุดท้ายที่ขวางกั้นไว้
สองมือใหญ่ประคองทรวงอกกลมกลึงไว้กลางฝ่ามือเคล้นคลึงยอดอกตูมชูช่อก่อนจะมันไว้ในปากดูดกลืนราวกับทารกที่กระหายน้ำนมจากมารดาอย่างไรอย่างนั้นความหอมละมุนนุ่มลื่นทำให้ไม่อาจตัดใจถอนริมฝีปากได้
เสียงครางกระเส่าของหลี่รุ่ยหลินเร้าอารมณ์ให้เขาฮึกเหิมอยากกลื่นกินนางลงท้องไปจริงๆ ขณะที่สติของนางหลุดลอยไปไกลเรียวขาก้พลันถูกจับแยกออกพร้อมกับความแข็งขืนที่ถูกปลดปล่อยออกจากปราการสุดท้ายขยายบดเบียดลงมาช้า ๆทำให้หลี่รุ่ยหลินถึงกับตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัว
นางเบิกตากว้างความรู้สึดเจ็บสาดซัดเข้ามา หัวใจดวงน้อยแทบหยุดเต้นดวงตาคู่งามจ้องมองเขาด้วยสายตาวิงวอน มือข้างหนึ่งดันอกแร่งของเขาไว้
"เจ็บเพียงครู่เดียวเท่านั้นผ่านไปก็จะดีแล้ว" หวังข่ายกล่าวจบก็บรรจงจูบลงบนริมฝีปากของนางอย่างอ่อนโยนทว่ายังคงขยับแก่นกายเข้าไปในดอกไม้งามทีละนิดๆเมื่อเห็นว่านางเริ่มผ่อนคลายแล้วจึงถอนริมฝีปากออกก่อนจะรวบสองมือเล็กๆของนางกดไว้เหนือศีรษะ บดเบียดแก่นกายลงบนดอกไม้ดอกงามไม่ยั้งขณะมืออีกข้างบีบขยำนวดเฟ้นทรวงอกกลมกลึงอย่างนุ่มนวลหลีรุ่ยหลินพยายามถอยหนีเพราะความเจ็บ
"เ้าเรียกข้าว่าท่านพี่สิ"หวังข่ายกล่าวด้วยน้ำเสียงละมุนที่ข้างหูของหลี่รุ่ยหลินนัยตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาลุกโชนยิ่งนางพยายามขยับถอยหนีเท่าไรเขาก็ยิ่งรุกล้ำหนักขึ้นเท่านั้น
"ท่านพี่…ข้าเจ็บ"หลี่รุ่ยหลินเอ่ยตอบด้วยเสียงกระเส่า
"ข้าจะอ่อนโยนกับเ้า"หวังข่ายกล่าว
นางปรือตาขึ้นช้าๆ แสงวูบไหวจากเทียนเล่มใหญ่ทำให้ดวงตาพร่าลายสะโพกกลมกลึงเดิมทีกระถดหอยหนีก็เริ่มผ่อนคลายสองมือของนางที่จิกเกร็งบัดนี้เปลี่ยนมาเป็โอบรอบลำคอของเขาเสมือนเป็หลักยึดยามที่ร่างกายโยกคลอน
เสียงครางแว่วหวานผสมเสียงคำรามต่ำไฟรักอันร้องแรงโหมกระพือให้ความปรารถนาลุกโชนหวังข่ายขยับสะโพกถาโถมอย่างหน้ามืดตามัวราวกับว่าจะเร่งทำภารกิจสำคัญอย่างไรอย่างนั้น
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นหลงลี่หลินที่ถูกเคี่ยวกรำไปกว่าชั่วยามก็ถึงกับหมดแรงปล่อยกายลงบนเตียงราวกับว่าเป็ก้อนแป้งก้อนหนึ่งหวังข่ายผู้เป็หมาป่าหิวกระหายมาบัดนี้รู้ตัวแล้วว่ากระทำรุนแรงกับภรรยามากเกินไปบัดนี้จึงทำได้เพียงกอดนางไว้แล้วลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางเบา ๆ ให้ผ่อนคลายปากก็เอ่ยคำว่าขอโทษซ้ำแล้วซ้ำ แต่ทว่าพอไม่ทันไรเข้าก็เริ่มต้นอีกครั้ง