มหาศึกห้าแผ่นดิน

    ตอนที่ 160 ประวัติราชครูอีกาดำ

    ราเชนวาร์ปมาด้วยเครื่องย้ายมวลสารของ หอฟ้าเทียนถาน

    มาถึงก็พยายามเดินอย่างแผ่วเบา เพื่อไปเข้าห้องของฟางหรูอี้ แต่แค่ก้าวเท้าได้ก้าวเดียว ก็มีเสียงของราชครูฟ้าเอ่ยออกมาเสียก่อน

    “ เจ้ากลับมาแล้วรึ?”

    “ อาจารย์ ท่านยังไม่นอน นี่มันจะตีสามแล้วนะขอรับ” ราเชนเป็นอาจารย์นั่งอยู่ตรงที่เก้าอี้ควบคุม มีแสงไฟของ ไข่มุกจันทรา ที่สว่างออกมาเพียง 1 เม็ดเท่านั้น

    “ ข้าเป็นห่วงเจ้า กับ หรูอี้ เลยนอนไม่หลับ รู้สึกว่าหลังเจ้าชนะศึกกลายเป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว ชีวิตของเจ้าดูวุ่นวายขึ้นมากนะ”

    ราเชนได้แต่หัวเราะแห้งๆ สาเหตุที่มันวุ่นวาย ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่สักเท่าไร

    “ อาจารย์มีสิ่งใดจะใช้ข้าหรือเปล่า”

    “ อีกสามวัน เจ้าจะต้องพบกับกองทัพฮาน เจ้าศึกษาข้อมูลในหยกบันทึกความลับฟ้าหมดแล้วหรือยัง”

    “ ยังเลยขอรับ แค่ศึกษาศึกทัพหน้านี้เท่านั้น นิมิตพยากรณ์ของอาจารย์แม่นยำจริงๆ แต่ข้าสงสัยว่าท่าน อาจารย์ใช้นิมิตหรือสิ่งใดช่วยในการทำนายเรื่องน้ำในแม่น้ำตงเจียง ที่เพิ่มขึ้นในเวลาที่เหมาะสมเช่นนี้”

    “ ข้าอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี ท้องฟ้า อากาศ แม่น้ำ สายลม ข้าเก็บข้อมูลเอาไว้ในหอฟ้าเทียนถานนี้ทั้งหมด ดังนั้น หากเจ้าสังเกตชีวิตสัตว์เล็กน้อยใหญ่ ทั้งในน้ำ บนบกและอากาศ มันจะมีส่วนสัมพันธ์กันหมด ขอเพียงเจ้าสังเกตรายละเอียด แล้วนำมาคำนวนตามตำราพยากรณ์นิมิต เจ้าก็จะเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องใช้พลังพยากรณ์นิมิตเลย”

    “ ข้าคงไม่อาจทำได้เช่นอาจารย์แน่ๆ”

    “ เจ้ามีเฟยเตี๋ยช่วย มีปัญหาก็ให้นางช่วยคำนวนให้เจ้าก็ได้”

    ราเชนพยักหน้า แล้วรีบเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นว่า

    “ ข้าได้รับข่าวที่สำคัญ จากสายลับของอาณาจักรอุดร ที่เข้าร่วมกับกองทัพฮาน บอกว่า จักรพรรดิจางมู่เฉินจะสิ้นอายุขัย ในศึกฮานในครั้งนี้ เป็นความจริงหรือเปล่าขอรับ ทำไม ข้ามองท้องฟ้า พบว่า ดาวจักรพรรดิยังคงส่องแสง สว่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

    “ สายลับอาณาจักรอุดร คงได้ยินข่าวมาจาก ราชครูอีกาดำใช่หรือไม่”

    “ อาจารย์รู้จักราชครูอีกาดำด้วยหรือขอรับ”

    “ มันคือน้องชายของข้าเอง”

    “ อะไรนะ น้องชายของอาจารย์?”

    “ ในวัยเยาว์ ฟางจงซิ่นหรืออีกาดำ นั้นมีความสามารถเหนือกว่าข้า โดยเฉพาะพรสวรรค์ที่เขามีมาตั้งแต่กำเนิด สามารถเปิดใช้พลังนิมิตพยากรณ์ได้ตั้งแต่ไม่ถึง 10 ขวบ ส่วนข้ากว่าจะเปิดใช้พลังนิมิตพยากรณ์ได้ ก็อายุ 15 ปีแล้ว แต่สุดท้ายท่านบรรพบุรุษกับเลือกข้าให้เป็นทายาทผู้สืบทอด และ มอบหอฟ้าเทียนถานให้กับข้า ทำให้ฟางจงซิ่นโกรธแค้นข้าและบรรพบุรุษมาก นับตั้งแต่นั้นมา ฟางจงซิ่น ก็หันไปใช้ศาสตร์มืด บูชาเทพสามขา แล้วมาท้าสู้กับข้า โดยหากมันชนะจะต้องคืน หอฟ้าเทียนถานให้กับมัน แต่หากมันพ่ายแพ้ จะไม่กลับมาอาณาจักรมัชฉิมาอีกตลอดไป”

    “ ท้าสู้?”

    “ ใช่ การท้าสู้ของเรา ไม่ใช่ใช้พลังปราณยุทธ์เข้าต่อสู้กัน แต่ใช้วิชาพยากรณ์ยนิมิตทำนายแข่งกัน วันนั้น มีเหตุเรือโดยสารบรรทุกผู้คนข้ามแม่น้ำตงเจียงจำนวนสองร้อยคน  เกิดอับปางลงกลางแม่น้ำ มีทหารนำเรือออกไปช่วย ชีวิตผู้โดยสาร

    พวกเราจึงใช้นิมิตพยากรณ์ทำนาย ว่าจะมีผู้รอดชีวิต กี่คน ฟางจงซิ่น ทำนายว่า

    เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนข้าทำนายว่า รอดชีวิต 1 คน”

    “ ท่านอาจารย์ชนะ?” ราเชนลองทายดูเล่นๆ

    “ ความจริงแล้ว ฟางจงซิ่นมีนิมิตพยากรณ์ที่ถูกต้องแม่นยำ ทุกคนตายจนหมด ทางการได้แต่นำร่างของพวกเขาที่ติดอวนจับปลา ขึ้นมาบนบก แต่มีอยู่คนหนึ่งที่กำลังตั้งท้องแก่ เด็กในครรภ์นั้นยังไม่ตาย ข้าเลยผ่าท้องศพของนางออกมา ทำให้เด็กทารกคนนั้นมีชีวิตรอดปลอดภัย ข้าเป็นฝ่ายชนะ”

    “ นิมิตพยากรณ์ของอาจารย์แม่นยำกว่าอยู่แล้ว” ราเชนอวยอาจารย์ต่อหน้า

    แต่ราชครูฟ้ากลับส่ายหน้า

    “ ไม่ใช่ เป็นเพราะข้าทำการฝืนลิขิตฟ้า ยอมลดอายุของข้าสิบปีเพื่อ ชุบชะตาเด็กทารกให้รอดพ้นจากความตาย ฟางจงซิ่นนั้นก็รู้ และยอมรับความพ่ายแพ้ จากไปนับตั้งแต่นั้น ไม่กลับมาที่อาณาจักรมัชฉิมาอีกเลย ข้าได้ข่าวว่า ชื่อของเขา ก็เปลี่ยนเป็นอีกาดำนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    ก่อนที่ฟางจงซิ่นจะจากไป มันบอกว่า สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ จะทำให้ชีวิตอายุขัยของข้าสั้นลง   เมื่อถึงวันนั้น มันจะกลับมาทวงเอาของ ๆ มันกลับไป และนี่คงถึงวันที่ฟางจงซิ่นจะมาทวงคืนหอฟ้าเทียนถานแล้ว”

    “ ไม่มีวันที่ข้าจะคืนหอฟ้าเทียนถานให้กับเขาอย่างแน่นอน”

    “ ฟางจงซิ่นไม่ได้คิดแค้นข้าเพียงคนเดียว แต่ว่ามันยังคงแค้นเด็กทารกคนนั้นด้วย ดังนั้น เจ้าต้องดูแลหอฟ้าเทียนถาน และ เด็กทารกคนนั้นแทนข้าด้วย”

    “ ได้แน่นอน แต่เด็กทารกคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน”

    “ ฟางหรูอี้ นางคือ เด็กทารกในวันนั้น”

    ราเชนได้ฟังก็ถึงกับอึ้งไป             

    “ จำเอาไว้ แม้นว่าฟางจงซิ่นมันจะพยากรณ์นิมิตว่า จักรพรรดิจางมู่เฉินจะสิ้นอายุขัย หรือใช้ชีวิตคนเพื่อสังเวยกับเทพอีกาสามขา  เพื่อชัยชนะของกองทัพฮาน แต่จำคำพูดของข้าเอาไว้  การทำนายอนาคต ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ล้วนแล้วเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ทุกๆ อย่างอาจเปลี่ยนแปลงได้้ พยากรณ์นิมิต อาจแม่นยำถึง 7 ส่วน แต่ 3 ส่วนนั้นขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นและตั้งใจของคน หากเจ้าต่อสู้ฝ่าฟันอย่างไม่ท้อถอย สามส่วนที่เหลือ ก็จะทำให้มันกลายเป็นความจริงไปได้”

    “ อาจารย์พูดเหมือนกับว่า สี่ที่จะเกิดขึ้นมามีโอกาสเป็นจริงถึงเจ็ดส่วน แล้วข้าจะใช้โอกาสเพียงสามส่วน พลิกกลับมาเอาชนะกองทัพฮานได้อย่างนั้นรึ?”

    “ หากเป็นคนอื่น ข้าไม่กล้าพูดว่ามีโอกาส แต่กับเจ้า ที่พยากรณ์นิมิต ไม่อาจล่วงรู้หรือมองเห็นอนาคตของเจ้าได้ นั่นคือความหวังของข้า และทุกๆ คน”

    “ อาจารย์ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากถาม ข้าเคยตรวจดูดวงชะตาของ องค์ชายสิบสี่ เขามีดวงชะตาราชัน แต่ทำไมถูกท่านอาจารย์ส่งตัวไปบูชายัณในป่าวายุอัสนี และตอนนี้ยังถูกกล่าวหาว่า มีดวงชะตาที่ไม่ถูกกันกับ รัชทายาทจางอี้ ตอนนี้เขายังถูกสายลับจับไปที่กองทัพฮาน ไม่รู้ชะตากรรมอีกด้วย”

    “ เพชรกว่าจะทำให้มันสวยสดใส ต้องเจียระนัยกันไม่รู้จักกี่ร้อยพันครั้ง ชะตาราชันก็เช่นเดียวกัน หากไม่หล่อหลอม เผชิญความทุกข์ยากบ้าง จะก้าวขึ้นเป็นใหญ่ได้อย่างไร”

    “ หมายความว่า อาจารย์แอบช่วยเหลือเขาอย่างนั้นรึ?”

    ราชครูฟ้า ส่ายหัว แล้วบอกว่า

    “ ข้าไม่ได้ช่วยเขา แต่ช่วยเจ้ามากกว่า”

    “ ช่วยข้า?”

    “ ตอนนี้เจ้าอาจยังไม่เข้าใจ แต่ผ่านเหตุการณ์นี้ไป แล้วเจ้าก็จะรู้เอง ว่าสิ่งที่ข้าพูดนั้นถูกต้องไหม”

    “ ป่านนี้องค์ชายสิบสี่อาจถูกกองทัพฮานจับไปบูชายัณแล้วก็ได้”

    “ ไม่หรอก ตอนนี้องค์ชายสิบสี่ ถูกคนสี่ผู้อาวุโสมังกร พากลับไปที่สำนักหลงเหมิน เพื่อรับเขาเป็นศิษย์ เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องของเขาแล้ว”

    “ อะไรนะ สำนักหลงเหมิน ทำไมทำเช่นนี้?”

    “ พวกเขา มีบรรพบุรุษเทพมังกร คอยให้คำแนะนำ ดังนั้น สิ่งที่พวกเขาทำ ต้องมีเป้าหมายอย่างชัดเจน และอีกอย่าง พวกเขากำลังตามหาเจ้าเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง”

    “ ตามหาข้า เพื่ออะไรกันนะ”

    “ เรื่องของเจ้า ข้าไม่อาจล่วงรู้ แต่ที่รู้ พวกสี่ผู้อาวุโสมังกรมาหาข้าที่นี่เมื่อตอนเย็น

    เขาบอกว่า เขาให้แมลงหมื่นลี้อะไรสักอย่างติดตามตัวเจ้า แต่มาหายไปที่ หอฟ้าเทียนถานนี้ และไม่ได้กลิ่นกายของเจ้าอีกเลย”

    “ ถึงว่า ข้ารู้สึกเหมือนมีแมลงอะไร บินไปมาอยู่รอบๆ ตัว แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร แล้วข้าควรจะไปกับพวกเขาดีหรือไม่”

    “ ข้าบอกพวกเขาว่า รอให้เจ้าผ่านศึกกองทัพฮานเสียก่อน ค่อยมาหาเจ้าใหม่อีกครั้ง”

    ราเชนพยักหน้าแล้วก็ใช้สายตามองไปที่ห้องของ ฟางหรูอี้  ราชครูฟ้าก็หัวเราะออกมา แล้วเอ่ยว่า

    “ ไปได้แล้ว หรูอี้คงยังไม่หลับเช่นกัน”

    “ ขอบคุณท่านอาจารย์”

    ราเชนลุกขึ้นเข้าไปในห้องหอของเขากับหรูอี้ในทันที

    พอเปิดเข้าไปก็พบกับฟางหรูอี้ นอนหันหลังห่มผ้าอยู่บนเตียง

    ราเชนค่อยย่องเข้าไปแล้วก็ถอดเสื้อผ้าของตนเองจนหมด แล้วก็ค่อยๆ เปิดผ้าห่มออก พบว่า ภายในผ้าห่ม ฟางหรูอี้กับนอนโดยปราศจากเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว นางเผลอหลับไป คงจะรอคอยเขากลับมา

    ราเชนเข้าไปนอดกอดฟางหรูอี้ทางด้านหลัง แล้วใช้มือค่อยกอดนางอย่างทะนุถนอมเพื่อให้นางได้หลับอย่างสบาย ไม่ต้องตื่นขึ้นมาในตอนนี้

    ฟางหรูอี้ก็ไม่ได้หลับตา แต่ก็หันกลับมาซุกกับหน้าอกของเขา นอนหลับอยู่อย่างนั้นราวกับเด็กทารก ราเชนได้แต่ลูบศรีษะของหรูอี้เบาๆ แล้วก็ปล่อยให้หลับไปในลักษณะนี้จนกระทั่งยามเช้า

    พอแสงอาฑิตย์สาดส่องขึ้นมา ราเชนก็พบว่า มีแววตาที่สดใสจ้องมองเขาอยู่ในระยะประชิด พอเขาลืมตา ริมฝีปากอันอบอุ่นก็จุมพิตเขาที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน

    “ ท่านพี่ มาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมข้าไม่รู้สึกตัวเลย”

    “ เห็นเจ้านอนหลับ ข้าเลยไม่อยากรบกวน”

    “ ข้าขี้เซาขนาดนั้นเลย?”

    ราเชนไม่ตอบแต่มือไม้ของเขาตอนนี้เริ่มซุกซนแล้ว หน้าอกของฟางหรูอี้ก็สะท้อนรับกับรสสัมผัสที่ราเชน ใช้มือบีบเค้น ส่วนที่เร้นลับของหญิงสาวก็ถูกราเชนระรานไปทั่ว ทั้งสองคนยังคงต่างร่วมละเลงเพลงรักกันยามเช้า จนกระทั่งถึงเวลาเที่ยง ก็มีเสียงของเฟยเตี๋ย บอกมาว่า มีคนของจักรพรรดิจางมู่เฉินมาคอยอยู่ที่ชั้นล่างของหอฟ้าเทียนถาน

    ราเชนเลยรีบอาบน้ำแต่งตัวลงมาหา พบว่า มีขันที และ องครักษ์หญิงอู่เสีย มารออยู่อย่างพร้อมหน้าแล้ว

    “ ฝ่าบาทให้มารับท่านแม่ทัพใหญ่กลับไป เพื่อประชุมเรื่องการศึกกับกองทัพฮาน”

    “ ได้” ราเชนพยักหน้า พร้อมกับคุยกับองครักษ์หญิงอู่เสียโดยที่ได้ยินเพียงสองคนว่า

    “ ข้าได้ข่าวมาว่า องค์ชายสิบสี่ถูกคนของ สำนักหลงเหมิน ช่วยเหลือไปแล้ว ท่านลองไปสอบถามพวกเขาดูว่าจริงหรือไม่”

    องครักษ์หญิงอู่เสีย รู้สึกยินดียิ่ง แล้วก็ลาราเชนกลับไป เพื่อสืบข่าวเรื่องนี้

    ณ พระราชวังฤดูร้อน

    ตอนนี้ข่าวของกองทัพฮานได้ส่งมาถึงแล้ว หัวหน้าหน่วยสืบ กำลังรายงานสรุป กองกำลังของกองทัพฮานล่าสุด

    “ กองทัพสัตว์อสูรของทัพฮาน นำโดยผู้ควบคุมสัตว์กว่าร้อยคน มีอสูรช้าง เสือเขี้ยวดาบ แรด กระทิง มีจำนวนไม่ต่ำกว่า สองแสนตัว ส่วนกองทัพม้ามีห้าหมื่น กองทัพทหารราบมีไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน นอกจากนั้น พวกมันยังมีนักโทษและชาวบ้านที่ถูกจับมาเป็นเชลยอีกเกือบแสนคน พวกมันถูกจองจำด้วยโซ่ตรวนอย่างแน่นหนา ไม่ให้หลบหนีไปได้ ตอนนี้กองทัพฮานได้เคลื่อนกำลังพลเข้ามาอย่างรวดเร็วกว่าปกติ คาดว่า พรุ่งนี้พวกมันคงจะมาถึง กำแพงเมืองหลวงอย่างแน่นอน”

    “ อะไรนะ พวกมันเดินทัพได้เร็วขนาดนี้เลยรึ?” เสนาบดีกลาโหมสั้งเหยียน เอ่ยอย่างตกใจ

    “ การพ่ายแพ้ของทัพหน้า ไม่ทำให้พวกมันรู้สึกหวาดเกรงบ้างเลยรึ?” ไป๋อี้ซุนเอ่ยอย่างสงสัย

    “ จากการที่พวกเราตรวจสอบ โดยการจับตัวทหารฮานมาสอบถาม กลับได้รับคำตอบว่า การตายคือการกลับคืนสู่ดินแดนพระเจ้า”

    “ นี่มันสามารถใช้จิตวิทยาหมู่กันคนได้มากมายขนาดนี้เลยรึ?”

    ราเชนตอนนี้เริ่มขมวดคิ้ว ไม่คิดว่า จักรพรรดิฮั่นตี้ ที่ใช้ชีวิตเมียมาบูชายันแล้ว ยังสามารถกล่อมทหารให้เชื่อเรื่องพระเจ้าอีกด้วย

    “ เจ้ามีแผนต้อนรับกองทัพฮานอย่างไร บอกให้ข้าสบายใจหน่อยซิ”

    ราเชนก้าวเท้าไปข้างหน้า แล้วเอ่ยว่า

    “ กระหม่อมวางแผนเอาไว้สองแผน คือ แผนที่ 1 หนีไปจากเมืองหลวงแห่งนี้ให้เร็วที่สุดเพราะอีกไม่เกิน 1 วันหลังการโจมตี ประตูเมืองทิศเหนือแตกแน่ๆ เพื่อความปลอดภัยของฝ่าบาทและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ควรย้ายที่ประทับไปอยู่ที่อื่นในช่วงนี้ก่อน รอให้ทหารจากสี่ทิศเข้ามาช่วย”

    จักรพรรดิจางมู่เฉินส่ายห้ว แล้วถามต่อว่า

    “ แผนที่สองของเจ้าล่ะ”

    “ แผนที่สองนี้ อาจจะเสี่ยงหน่อย แต่ว่าหากสำเร็จก็จะคุ้มค่ามาก นั่นคือ สู้ โดยให้ฝ่าบาทส่งสาส์นท้าประลองตัวต่อตัว กับ จักรพรรดิฮั่นตี้ เพื่อจะได้ให้ทุกๆ อาณาจักรได้ รับทราบถึงพระบารมีของฝ่าบาทว่ายิ่งใหญ่เพียงใด แผ่นดินนี้ต้องเป็นของฝ่าบาทเท่านั้น เพราะว่าฝ่าบาทนั้นเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ กล้าต่อสู้เผชิญหน้ากับอริราชศัตรู ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น คู่ควรที่ี่จะปกครองอาณาจักรแห่งนี้   เมื่อฝ่าบาทเอาชนะได้ทัพฮานก็จะต้องถอยทัพกลับไป และ นับจากนี้ ก็จะไม่มีใครหาญกล้าคิดต่อกรกับฝ่าบาทอีกตลอดไป”………